ครืนนนน....
เสียงอากาศสั่นไหวพร้อมกับประกายสายฟ้าสีดำสาดใส่ไปมาอย่างดุร้ายทั่วบริเวณพร้อมฝุ่นควันที่ค่อยๆจางลงไปเผยให้เห็นเงาร่างหนึ่ง
รูปร่างอรชรแช้มช้อย
ตึก...ตึก..
เสียงฝีเท้าเดินผ่านม่านหมอกควันมาอย่างช้าๆทั้งแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่น
อย่างหน้าประหลาด
“นายท่าน...ท่านไม่เห็นต้องลงมาเองเลย”
จักรพรรดิอสูรเมอร์ซาส วางหอกลงกับพื้นพร้อมนั่งชันเข้าทำความเคารพผู้มาเยือนที่พลังเวทมนต์แสนร้ายกาจจนศิลาแทบอยากจะวิ่งหนี
เพียงแค่สัมผัสพลังศิลาที่ไม่ใช่คนโง้ก็ทราบได้ทันทีถึงความต่างชั้นราวกับอยู่คนละโลกก่อนเสียงหวานใส่จะเอื่อนเอ่ยขึ้นพร้อมเผยเลือนร่างให้ศิลาได้เห็นถนัดตา
“จะช้าหรือเร็วเขาก็ต้องขึ้นไปถึงชั้นบนสุดอยู่ดีลำพังเจ้าเอาชนะบุรุษผู้สืบสายเลือดมารมังกรคนนี้ไม่ได้หลอก แถมดูเหมือนกระแสพลังปราณนั่นคงได้รับสืบทอดพลังมาจากเซเซสสินะ”
คำพูดนั้นทำเอาศิลาสะดุ้งเฮือกเพียงแค่กระแสพลังของเขาเท่านั้นอีกฝ่ายถึงกับรู้แจ้ง และเมื่ออีกฝ่ายรู้ถึงขนาดนั้นจึงไม่แปลกที่เขาอาจจะถูกอีกฝ่ายหาวิธีรับมือได้ง่ายๆ
แต่สิ่งที่ศิลาตกใจที่สุดพลันเกิดขึ้นเมื่อเห็นร่างสุดอรชร ศิลาถึงกับเบิกตากว้างทันทีเมื่อเพ่งพินิจน์สมองของเขาแล่นปราดภาพของNPCสุดป่วนตอนเขาเริ่มเกมแล่นเข้ามาหัว และเมื่อหญิงสาวตรงหน้าส่งยิ้มให้เขาแบบอ่อนหวานภาพของหญิงสาวบนรถเข็นที่เขาพึ่งสลัดออกไปจากความคิดแล่นมาซ้อนทับเมื่อภาพทั้งหมดในหัวหลอมรวมกันจนเกิดเป็นหญิงสาวเบื้องหน้าเขา
หญิงสาวผู้มีเรือนผมสีฟ้าขาวยาว
สรวยถึงกลางหลังใส่ชุดผ้ายาวคล้ายกระโปรงราวชุดนอนสีฟ้าขาวเผยขาเรียวสวยแต่มีตราสัญญาลักเวทมนต์สีดำที่ต้นขา ดวงตากลมโตสุกสระกราวใบหน้าคมหวานราวภาพวาดพร้อมกำไลข้อมือสีเงินรวดลายโบราณ ไร้ชุดเกราะไร้เครื่องป้องกันไร้อาวุธดูคล้ายหญิงสาวธรรมดาสามัญยิ่งแต่กลับแผ่รังสีอันตรายเกินขีดสำนึก
และนิสัยของศิลาที่แก้ไม่หายต้องบอกว่าสันดารเสียมากกว่าเมื่อเจอสาวงาม
“แหม่คุณNPCสาวสุดสวยรับจ๊อบเป็นSPCเทพีความมืดด้วยหรอเนี่ย”
ศิลาเอ่ยขึ้นพร้อมอมยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเลห์ท่ามกลางสายตาอาฆาตจากเมอร์ซาสและรังสีสังหารสายฟ้าสีส้มสาดแล่นไปมาทั่วบริเวณ แต่ด้วยความงามของหญิงสาวทำเอาศิลาหลงลืมไปเสียสนิทว่ามรณะกาลได้มาเยือนเขา พร้อมกับด้านหลังของศิลาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงโหมกระหน่ำส่งรังสีร้อนระอุ
“หืมมม ไอ้คนนี้จะตายอยู่ลอมล่อยังจะมีทีท่ายียวนได้อีกนะ”
เทพีความมืดตอบแบบสะบัดพร้อมท่าทางโมโหดวงตาจ้องศิลาเขียวปัด แต่ทว่าเธอกลับไม่รู้เลยว่าไอ้ท่าทางแบบนั้นบวกกับภาพในหัวของศิลาที่เธอนั่งอยู่บนรถเข็นนั้นมันแทบจะผ่าใจเขาออกเป็นเสี่ยงๆจนละลาย
มาถึงตอนนี้ศิลาแน่ใจชัดเจนแจ่มแจ้งว่าทั้งแม่NPCสาวแสนกวนกับสาวบนรถเข็นที่เขาเจอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาคือคนเดียวกัน
“ก็ถ้าตายด้วยน้ำมือคู่งามของเทพีคนงามผมก็ยอม”
ศิลายังไม่วายตอบแบบยียวนพร้อมส่งยิ้มหวานสายตาคมกริบให้เทพพีคนงาม จนทำเอาเมอร์ซาสที่คุกเข่าอยู่จ้องมองสลับไปมาระหว่างศิลาและเทพพีคนงามเพราะมันไม่รู้ว่าทั้งสองกำลังคุยอะไรกันจนสายตาของมันแป๋วแหวว อย่างงุ่นงง
“โอ๊ย... อีตาคนนี้แม่ล่ะปวดหัว
เมอร์ซาสจัดการ ยังไงก็ไม่มีทางปล่อยให้นายได้หัวใจแห่งภูติไปหลอก”
เทพพีตวาดเสียงใส่พร้อมท่าทางองอาจสั่งเมอร์ซาสจัดการศิลาอย่างไร้ปรานี แต่ทว่าก่อนที่เมอร์ซาสจะพุ่งทะยานหาศิลานั้นร่ำไห้พลันสั่นระลิกพร้อมกับต่างหูของศิลาส่งแสงสว่างวาบสาดสีส้มเปลวเพลิงสว่างในความมืดผสมปนเปกับสีแดงเลือด
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมังกรมารโลหิต กรุณาตั้งชื่อ”
เสียงจากระบบดังในหัวของศิลาพร้อมกับมีดวงแสงสีแดงลอยออกมาจากอัญมณีก่อนจะขย้ายกลายเป็นร่างของมังกรแบบฝรั่งขนาดตัวหนึ่งเมตรข้างกายของศิลาทางด้านขาวมือห่างไปเพียงสองวามังกรสีแดงสดดวงตาสีน้ำเงินเข้มกรงเล็บสีน้ำเงินเข้มยาวเกล็ดสีแดงเงินวาววับระยิบตาดวงตาดุร้ายจ้องมองมายังศิลาอย่างลึกล้ำก่อนที่ศิลาจะยื่นมือไปแตะตัวของมันก่อนจะเอ่ย
“จากนี้ไปชื่อของแกคือสัมพาที”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมังกรมารโลหิต สัมพาทีระดับ1”
ในเวลาเดียวกันบนหัวของศิลาก็ปรากฏพญาปักษาสีส้มขนาดหนึ่งเมตรทั่วตัวปกคลุมด้วยเพลิงสีฟ้าตัดกับขนสีส้มอย่างลึกล้ำบินวนไปมาบนหัวของศิลาพร้อมส่งเสียงร้องคำรามคล้ายดีใจ ดวงตาแบบปักษาชาติจ้องมองลงมายังศิลา
“สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิฟีนิกซ์อัมตะปรากฎตัวระดับ1 ผู้เล่นศิลากรุณาตั้งชื่อค่ะ”
เมื่อเสียงระบบดังขึ้นมันก็บนลงมาเบื้องหน้าของศิลาในระยะที่มือขวาของเขาแตะถึงพร้อมกับพื้นที่เกิดเพลิงสีฟ้ารุกไหม้ราวทะเลเพลิงแต่ที่แปลกคือศิลากลับไม่รู้สึกถึงความร้อนต่างจากเมอร์ซาสที่ทั่วร่างกำลังรุกไหม้ส่งเสียงโหยหวนดิ้นไปมาก่อนที่ร่างจะแตกสลายกลายเป็นแสง
“สดายุ”
“ผู้เล่นศิลา ได้สังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเมอร์ซาส
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขระดับ50...60...90”
สาเหตุที่ศิลาเลเวกลับมาเหลืองห้าสิบนั้นเพราะตอนที่เขาหลอมรวมร่างเข้ากลับน้ำอัมฤทธิ์จนเขาวิวัฒนาการร่างกายไปอีกขั้นระบบจึงทำการ
อเวคร์ เลเวลของศิลาให้เหลือศูนย์แต่ค่าความสามารถค่าสเตตัสไม่ได้ถูกลดเท่ากับทำให้ศิลายามนี้ค่าสเตตัสเท่ากับผู้เล่นระดับ250ขึ้นไป และถ้าหากในภายหน้าเขาระดับเต็มสามร้อยจะเท่ากับว่าเขาคือผู้เล่นคนเดียวในโลกที่มีค่าความสามารถเกินเลเวลซึ่งนั้นมันไม่สามารถทำได้ยกเว้นเสียแต่อาชีพนักเวทย์ดาบคู่ที่จะได้รับการ
อเวคร์หนึ่งครั้งแต่ศิลาได้อเวคร์ไปแล้วถึงสองครั้ง
เรื่องพิศดารยังไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อทั้งสัมพาทีและสดายุทั่วร่างแปล่งแสงสว่างวูบวาบสาดกระจายไปทั่วเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลงก็ปรากฎชายหนุ่มรูปร่างคล้ายใบหน้าคล้ายศิลาถึงหกส่วนแต่มีเขาแบบมังกรเส้นผมสีแดงปลิวไสวดวงตาดุร้ายในมือถือร่ำไห้ชุดเกราะหนังแดงเลือดยืนอยู่แทนที่สัมพาที และเด็กหนุ่มน้อยอายุราวสี่ขวบเส้นผมสีส้มปนฟ้าคล้ายเปลวเพลิงด้านหลังมีปีกสีส้มแบบนกอินทรีใบหน้าคล้ายศิลาในวัยเด็กสวมชุดเกราะหนังสีส้มฟ้าในมือถือโหยหา
ไม่เพียงแค่ศิลาที่อ้าปากค้างเท่านั้นแม้แต่เทพีคนงามเองยังถึงกับตาค้างหน้าบอกบุญไม่รับ
“เออ...กว่าจะออกมาได้เมื้อย”
สัมพาทีในร่างคนเอ่ยขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมายิ่งทำเอาศิลาหน้าปั้นยากพร้อมกับสดายุในร่างคนวิ่งซนพล่านไปมาอย่างครึกครื้น
“นี่ๆๆ! นี่แกใช่ไอ้ตัวเมื่อกี้ใช่ไหมไอ้ตัวที่เคยอยู่ในนี้เนี่ย”
ศิลามองไปที่สัมพาทีพร้อมกับเอ่ยขึ้นยกดาบชี้ไปที่อัญมณี ก่อนที่มันจะหันมามองศิลาเผยใหเห็นนัยน์ตาแบบมังกรชาติสีแดงเลือด
“อ๋อ ใช่แล้วครับนายท่านต้องขอบคุณมากเลยนะครับสำหรับเลือดแสนหวานอร่อย”
มันเอ่ยพร้อมกับก้มหัวให้ศิลาก่อนที่เทพีคนงามจะเอ่ยอะไรบ่างอย่างที่ไม่ใช่การร่ายเวทมนต์ไม่ใช่ทั้งพลังใดก่อนจะตามมาด้วยเสียงสายฟ้าฟาดจนหูดับหอคอยพลันถล่มลาบ
“F.K.115990 มหาเทพซุส”
เปร้งงง......
“เห่ย....ไม่มีทาง”
ศิลาร้องเสียงหลงที่เขาตกใจเพราะที่เทพีคนงามทำนั้นมันไม่ใช่เวทมนต์อันเชิญ มันไม่มีเวทมนต์บทไหนเชิญเทพซุสออกมาได้แถมออกมาแบบไม่มีวงเวทย์เสียด้วยซ้ำ
ศิลาทราบทันทีว่าสิ่งที่เทพีคนงามทำนั้นมันคือการโกงคล้ายๆกับGM
ที่ระบุไอดีพลาสเวิร์ดของตัวเองเข้าไปก็สามารถเรียกหาเอาไอเท็มระดับแรมาใช้ได้แบบสบายๆ แต่ทว่าคนอย่างศิลาถ้าจะซวยคงไม่ใช่เท่านี้
“F.K 115990 เอ็กซ์คาริเบอร์
“F.K 115990 ดูแรนดอลร์
เปร้ง....
วินาทีที่จบเสียงของหญิงสาวพลันปรากฎดาบสองเล่มอาวุธระดับSSS ตกลงมาจากท้องฟ้าแบบดื้อๆ
อ๊าก...
ทั้งศิลาสัมพาทีถูกคลื่นพลังดาบที่เพียงปักลงพื้นทั้งสามก็ลอยด้วยกระเด็นด้วยคลื่นพลังมหาศาล
“แย่แล้วไอ้ศิตายแหงๆ ต่อให้เป็นGM ก็ทำแบบนี้ไม่ได้”
ถูกดังความคิดของศิลาต่อให้เป็นGMการจะเอาไอเท็มและเทพระดับตำนานอย่างซุสออกมาใช้ก็คงทำได้ยากแต่ทว่าเขาไม่รู้เลยว่าเกมที่เขากำลังเล่นมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหญิงสาวตรงหน้าเขาเพียงเท่านั้น
ซึ่งต่อให้ตื่นเช้าขึ้นมาเธอระเบิดทั้งโลกDemonlord ก็ทำได้หรือเธอจะพาเขาวาร์ปไปยัจุดพิชิตเกมในตอนนี้ก็ทำได้เช่นกัน
ครืนนน
เสียงสายฟ้าแหวกอากาศดังสนั่นพื้นทรายสีดำปลิวว่อนเทพซุสในร่างชายแก่มีนวดสีขาวแต่งกลายแบบเทพกรีกปาศรสายฟ้าขนาดเจ็ดเมตรใส่ศิลาอย่างไม่รั้งรอ
“ออกมา....
ศิลาตวาดลั่นพร้อมกับพื้นเบื้องร่างปรากฎเหล่าสัตว์อสูรตัวสีแดงเลือดนับไม่ถ้วนหลายหมื่นตัวต้านรับพลังสายฟ้าสีส้มที่พุ่งมาอย่างดุร้าย พร้อมกับสดายุหนุ่มน้อยสี่ขวบอ้วนป้อมสมส่วนที่สองเท้าวิ่งหลุ่นหน้าตั้งเข้าหาร่างของซุสอย่างรวดเร็วพร้อมกับในมือถือกริชสีส้ม
อาจจะเพราะเป็นการต่อสู้ครั้งแรกของมันหรือเพราะมันนึกว่ามันกลายเป็นคนหรือจะด้วยเหตุใดก็แล้วแต่สดายุคงลืมไปว่ามันคือนกและมีปีกสามารถบินได้ ซึ่งสัมพาทีก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันหายกลายเป็นแสงหลบเข้าอัญมณีในร่ำไห้อย่างรู้งาน
ครืนนนน...
ศรสายฟ้าสีส้มแหวกอากาศลิ่วร่นระยะเข้าหาศิลาอย่างรวดเร็วส่งเสียงโหยหวนกรีดร้องคล้ายเสียงมรณะกาล
เหล่าสัตว์อสูรที่ศิลาเรียกออกมาเป็นกำแพงเบื้องหน้าห่างออกไปห้าสิบเมตรเพียงแค่ถูกสระเกล็ดประกายสายฟ้าพลันสูญหายในพริบตาราวกับมดแมลง
ณ.เมืองมนตรา
ยามดึกสงัดผู้เล่นกำลังใช้ชีวิตอย่างรื่นเริงทั้งขายผลึกธาตุให้NPC ทั้งล่ำสุราอย่างรื่นรมณ์ บ่างรับภารกิจเดินชมร้านค้าแผงรอยเป็นบรรยากาศแสนสงบทว่า
“ประกาศให้ผู้เล่นในเมืองมนตราทราบโดยทั่วกันบัดนี้ในเมืองมนตราได้มีผู้เล่นศิลากำลังทำการต่อสู้กับเทพระดับตำนานซุส ผู้เล่นทั่วไปและเมืองมนตราอาจได้รับผลกระทบขอให้อพยบโดยด่วน”
เสียงจากระบบดังแจ้งเตือนผู้เล่นในเมืองมนตราโดยทั่วกันจากนั้นก็มาตามมาด้วยเสียงหือหาด่าทอศิลาอีกตามเคย
“มันเอาอีกแล้ว
“เห่ย ระดับตำนานแบบนี้มันตายแน่”
“หาตัวมันเร็ว...
***********************************
เปรี้ยง....
เสียงระเบิดดังสนั้นพร้อมประกายแสงสีม่วงและสีส้ม
วินาทีความเป็นความตายศิลาพลันโคจรพลังปราณไปทั่วร่างก่อกำเนิดเป็นปราณรูปมังกรสีม่วงขนาดเจ็ดเมตรปกคลุมทั่วร่าง ปราณสะบั่นเมลัยถูกใช้ออกต้านรับศรเวทมนต์สายฟ้าของซุสอย่างจัง
ด้วยพลังปราณจึงหักล้างพลังทำลายไปได้บางส่วนแต่ทว่าร่างของศิลาเองก็ลอยกระเด็นไปหลายสิบเมตรพร้อมกับชุดเกราะที่แตกกระจุยเลือดสีแดงสดสาดกระจายในอากาศตกลงสู่พื้นทรายสีดำจนดูไม่ออกมาเป็นสีเลือดหรือผืนทราย
ท่ามกลางทะเลทรายสีดำสนิทกลางท้องฟ้ากว้างดวงดาราร้อยเรียงรายกระจ่างฟ้าร่างอรชรยืนมองร่างของศิลาที่ลอยเคว้งเลือดสีแดงสดสาดกระจายด้วยสายตาอาลัยวูบหนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เขาต้องผ่านมันไปได้สินา คนแบบเขาต้องทำได้”
ศิลาที่ลอยในอากาศสายตาตลึงไม่อยากจะเชื่อกับเรื่องที่เกิดขึ้นพรางคิดในใจว่าชาติที่แล้วเขาไปทำกรรมอะไรไว้
ความรู้สึกแผ่วเบาตราตึง สงบนิ่งดวงตาที่เลื่อนลอยของศิลาบ่งบอกชัดเจนว่าสติของเขากำลังจะดับลงความรู้สึกเคลิ้มฝันบรรเจิดล้ำเข้าปกคลุมสติของศิลาอย่างมิอาจต้านทาน
“พี่ศิ!......
เสียงหนึ่งดังก้องกังวาลในพื้นทะเลทราย เสียงนั้นดังก้องกังวาลอยู่ในหัวของศิลานานเท่าไหล่เขาก็ไม่รู้มันคล้ายกับดังมานานแสนนาน
ศิลาขนลุกซู่ไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรเท้า พร้อมกับสัมผัสรังสีฆ่าฟันสายหนึ่งพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วศิลาตาเบิกกว้างอย่างลึกล้ำวาวโรจน์ถึงขีดสุดคล้ายประกายไฟ ศิลาเหวี่ยงจัวหมุนพร้อมใบดาบฟันจากล่างขึ้นบนแฝงสำนึกปราณกริชในมือซ้ายแฝงสำนึกจิตฟันออกอย่างรวดเร็ว
เคร้ง...เคร้ง...ตูม
ร่างของซุสที่ลอยในอากาศประชิดร่างของศิลาพร้อมในมือปรากฎแท่งสายฟ้าสีส้มปราดแทงใส่ศิลาเมื่อคมดาบปะทะกับสายจึงเกิดการระเบิดดังสนั่นพร้อมขุมพลังแตกกระจายพื้นทรายเกิดเป็นหลุมพร้อมเม็ดทรายสีดำลอยปลิวว่อนในอากาศ