จอมโจรทลายสวรรค์

    ตอนที่ 32 หอตำราเทพยุทธ์

     

             ยามค่ำคืนอันมืดมิดเหล่าศิษย์ใหม่เดินทางถึงลานฝึกเศียรมังกรพวกมันต่างสลบไหลด้วยความเหนื่อยล้าสะสมตลอดการฝึกทั้งวัน พวกมันหลับโดยไม่สนใจกับกลิ่นเหม็นอีกต่อไป

     

             วันที่สองของการฝึก เหล่าศิษย์ใหม่อยู่ในช่วงการเสริมสร้างฐานราก ทว่าใบหน้าของพวกมันกลับปนเปื้อนไปด้วยความสุขเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พวกมันต้องอดทนนอนที่ลานฝึกเหล่าศิษย์ใหม่ฝึกสร้างรากฐานให้ช่วงล่างอย่างมุ่งมั่น  ศิษย์ชั้นที่หนึ่งสามารถยืนหยัดจนหมดวันได้หมดสิ้นแต่สำหรับศิษย์ชั้นที่สองสามารถผ่านการฝึกได้เพียงเจ็ดในสิบส่วน สามส่วนที่เหลือล้วนฝืนกายจนขีดสุดพวกมันไม่อาจฝืนลุกได้อีกต่อไปทิ้งตัวนอนราบไปกับพื้นลานฝึกอย่างหมดแรง ศิษย์บางส่วนที่ไม่ไหวต้องนอนค้างแรมที่ลานฝึกไปอีกหนึ่งคืน

     

             “ซุน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าไหวหรือไหม” หลิ่งอี้ลอบมองแขนขาของซุนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง “ขะ…ข้ายัง…วะ…ไหว” เฟยซุนฝืนตอบด้วยเสียงสั่นเครือ

     

             กงซุนก้าวมาด้านหน้าเหล่าศิษย์ใหม่โดยที่พวกมันไม่รู้ตัวสายตาเหล่าศิษย์อ่อนล้าสุดกำลัง “อดทนได้เยี่ยมแม้วันนี้เป็นวันที่สองที่ฝึกต่อเนื่อง พวกเจ้าอดทนได้ยอดเยี่ยม สำหรับวันนี้ศิษย์คนใดที่ผ่านการฝึกโดยหลังไม่แตะพื้นข้าจะพาไปยังที่พักของพวกเจ้า” เหล่าศิษย์ใหม่เมื่อได้ยินคำพูดของกงซุนพวกมันทิ้งตัวลงพื้นพลันเงยหน้าจ้องมองศิษย์พี่กงซุนอย่างมีความหวัง

     

             กงซุนพาเหล่าศิษย์ใหม่เดินเท้า มุ่งตรงไปด้านหลังโรงอาหารกระทะทองเหล่าศิษย์พยายามฝืนก้าวเดินอย่างยากลำบาก บางคนไม่อาจฝีนก้าวเดินด้วยตัวเอง ต้องมีคนช่วยพยุงพวกมันใช้เวลาเกือบสามสิบนาทีกว่าจะถึงที่หมาย ภาพแรกในสายตาพวกมันพบบ้านไม้หลังเก่าขนาดใหญ่สภาพบ้านเดิมที่มันมีลักษณ์เป็นสีน้ำตาลแต่ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไป บ้านไม้หลังนี้กลับกลายเปลี่ยนเป็นสีดำราวกับบ้านไม้หลังนี้มีดวงวิญญาณสิงสถิตอยู่ศิษย์พี่กงซุนหยุดยืนอยู่หน้าบ้านพลันเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม “บ้านไม้หลังนี้คือสถานที่พักของศิษย์ชั้นสอง หนึ่งห้องพักสามารถอยู่ได้สองคนใครได้ห้องไหน พวกเจ้าไปดูได้ที่รายชื่อด้านหน้าตึกได้ ” กงซุนชี้ไปด้านหน้าตึกไม้เหล่าศิษย์เห็นกระดาษอยู่ไม่ไกล พวกมันขยับขาก้าวเดิน

     

             “เอ่อ… พวกเจ้าข้าเกือบลืมบอก ข้างหลังบ้านไม้แห่งนี้ มีโรงอาบน้ำ ด้านในมีบ่อน้ำร้อนมันช่วยให้พวกเจ้าลดอาการเมื่อยล้าได้อย่างดี ข้าให้เวลาพวกเจ้าสองชั่วโมง เสร็จแล้วรีบไปเจอข้าที่โรงอาหาร” ศิษย์ชั้นสองทยอยเดินออกจากไปทิ้งเหล่าศิษย์ชั้นหนึ่งมองหน้าศิษย์พี่กงซุนราวกับต้องการคำตอบแล้วพวกมันต้องไปทีใดกงซุนเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉียบ “พวกเจ้าไม่ต้องสงสัย ตามข้ามา เดียวพวกเจ้าก็รู้เอง” เหล่าศิษย์ที่เหลือ ยืนขมวดคิ้วเป็นปมเต็มไปด้วยความสงสัย

     

             “ซุน เจ้าว่าศิษย์พี่กงซุนผู้นี้จะพาพวกเราไปไหน” หลิ่งอี้แอบกระซิบถามด้วยเสียงที่แผ่วเบา “จากที่ข้าสังเกตศิษย์พี่ผู้นี้มาสักพักข้าว่าเขาไม่น่าจะมีเจตนาร้ายกับพวกเราดูท่าทีไปก่อน” 

     

             ศิษย์พี่กงซุนหันไปทางด้านซ้ายของบ้านไม้ขยับเท้าก้าวเดินออกไปด้วยความเร็วเหล่าศิษย์ที่เดิมขยับกายก้าวเดินด้วยความเมื่อยล้าต่างตกใจที่เห็นศิษย์พี่กงซุนเพิ่มความเร็วพวกมันพลันฝืนขยับเท้าก้าวเดินติดตามศิษย์พี่กงซุนให้ทันท่วงที ทว่าเด็กหนุ่มผู้ได้อันดับหนึ่งจากการทดสอบกับก้าวเท้าออกช้าด้วยความเมื่อยล้า“หลิ่งอี้ เจ้ามุ่งหน้าไปก่อนเลย ไม่ต้องห่วงข้า ข้าตามไปทันแน่น” เฟยซุนตบไหล่หลิ่งอี้เบาๆหลิ่งอี้พยักหน้าตอบกลับมันด้วยความเข้าใจ

     

             ศิษย์พี่กงซุนก้าวเดินออกมาจากบริเวณบ้านไม้ใช้เวลาราวสิบห้านาทีผ่านต้นไม้ใหญ่โค้งงุ้มเข้าหากันประหนึ่งอุโมงค์พฤกษา แสงจันทร์สอดส่องสว่างพฤกษาส่งกลิ่นหอมคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี สุดทางของอุโมงค์พฤกษา ปรากฏปราสาทหินขาวขนาดใหญ่ดูจากด้านนอกสถานที่แห่งนี้ราวกับสามารถจุผู้คนได้นับหมื่นด้านหน้าปราสาทหินขาวปรากฏรอยอักษรที่ถูกแกะสลักโดยผู้เชี่ยวชาญ “หอตำราเทพยุทธ์”

     

             ผ่านไปหลายอึดใจเหล่าศิษย์ที่ก้าวผ่านอุโมงค์พฤกษาออกมาดวงตาพวกมันต่างเบิกโตพวกมันเงยหน้าจองมองปราสาทหินด้านหน้ามันด้วยความตกตะลึง “นะ…นี้มันหอตำราเทพยุทธ์ไม่ใช้หรือ” เหล่าศิษย์หันพูดคุยด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้นทว่าศิษย์พี่กงซุนกลับยืนนิ่ง “ศิษย์พี่ตอนนี้เราต้องรออะไรกันอีกเหรอ” ศิษย์ใหม่บางคนเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย ศิษย์พี่กงซุนหันกลับจ้องมองศิษย์คนนั้น “นี้พวกเจ้า เคยนับจำนวนของพวกเจ้าบ้างไหมว่าเพื่อนของพวกเจ้าบางคนยังมาไม่ครบ”

     

             เหล่าศิษย์มองตากันอย่างเลิ่กลั่กทว่ากลับมีบ้างคนเอ่ยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ฮุ่ยซุน” ทุกสายตาหันกลับไปจับจ้องไปยังต้นเสียงผู้นั้นมันก็คือหลิ่งอี้ “ศิษย์พี่ไม่ต้องเป็นห่วงไม่นานนัก มันต้องมาถึงที่นี้ด้วยตัวมันเอง แน่นอน” หลิ่งเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ามั่นใจในตัวสหายของมัน

     

             ศิษย์พี่กงซุนพยักหน้าพลันก่อนหันหลังยืนเอามือไพร่หลังรอศิษย์น้องฮุ่ยซุนด้วยสีหน้าเรียบเฉยสายลมยามราตรีเริ่มพัดผ่านร่างกายเหล่าศิษย์ใหม่ที่ยืนสั่นด้วยความหนาวอยู่หน้าหอตำราเทพยุทธ์ผ่านไปไม่ถึงสิบอึดใจเฟยซุนปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนด้วยท่าที่ทุลักทุเลหลิ่งอี้พลันเข้าไปรีบพยุงมัน “เจ้าไหวหรือไม่” หลิ่งอี้ถามซุนด้วยสีหน้ากังวล “ไม่เป็นไรข้ายังไหวอยู่”

     

             ศิษย์พี่กงซุนสัมผัสศิษย์ใหม่ทุกคนมาถึงที่นี้ได้ครบถ้วน“เอาล่ะ ที่นี้คือหอตำราเทพยุทธ์อย่างที่พวกเจ้าเคยรับรู้มากก่อนปราสาทหินแห่งนี้จะเป็นที่พักพวกของศิษย์ของพวกเจ้า”

     

             “ที่แห่งนี้มีสี่ชั้นพวกเจ้ามีสิทธิพักแค่ชั้นหนึ่ง ที่พักแห่งนี้จะเป็นลักษณะเป็นมิติที่แยกออกเป็นเอกเทศกับโลกแห่งความเป็นจริงพวกเจ้าต้องทำให้ห้องพักที่เจ้าเลือกยอมรับเจ้าเป็นเจ้าของให้ได้ภายในสามวันมิฉะนั้นห้องพักแห่งนั้นจะขับเจ้าจากมิติของมัน ข้อดีของมิติ พวกเจ้าสามารถฝึกฝนทดลองทักษะได้อย่างเต็มที่และที่สำคัญในมิติจะมีทักษะลับแฝงอยู่พวกเจ้าต้องหาให้เจอโดยทักษะลับจะแบ่งเป็นทักษะหลักและทักษะรอง ทว่าเคล็ดลับเหล่านี้ห้ามเปิดเผยแก่ผู้ใดถ้ามีศิษย์ผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกทำลายพลังปราณ และขับไล่ออกจากสำนักทันที” เหล่าศิษย์อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึกพวกมันไม่คิดว่าจะได้รับการฝึกทักษะลับรวดเร็วเช่นนี้

     

             “พวกเจ้าไม่ต้องตกใจ นี้เป็นสิทธิ์พิเศษสำหรับศิษย์ชั้นหนึ่ง และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมสถานที่แห่งนี้จะจัดการแลกเปลี่ยนกระบวนท่าเพื่อเลื่อนชั้นลานประลองจะอยู่ตรงกลางปราสาทเฉกเช่นเดียวกับโรงอาหารกระทะทอง เมื่อพวกเจ้ามีความสามารถพอมีสิทธิ์สามารถท้าประลองเข้าสู่ชั้นสองได้เหมือนกันอันดับหนึ่งถึงสามจะถูกเลื่อนลำดับมีสิทธิ์เข้าสู่ชั้นต่อไป และข้าจะบอกให้ยิ่งพวกเจ้าสามารถเข้าสู่ชั้นสูง เจ้ายิ่งมีสิทธิได้รับเคล็ดลับทักษะที่พบได้ยากของจักรวรรดิ์มังกรฟ้า”

     

             กงซุนหยิบลูกแก้วหยกสีเขียวอ่อน โยนเข้ามือเหล่าศิษย์ทุกคนนี้คือลูกแก้วหยกแจ้งเตือน เมื่อพวกเจ้าเห็นลูกแก้วหยกส่องแสงกระพริบให้พวกเจ้ารีบมารวมตัวที่ลานฝึกภายในสิบห้าที”

     

             “เอาล่ะ ข้าบอกสิ่งที่พวกเจ้าควรรู้ที่เหลือก็เป็นสิ่งที่พวกเจ้าต้องหาทางเรียนรู้กันเอง พวกเจ้าจงเข้าไปเลือกบานประตูที่พวกเจ้าชอบ ในชั้นหนึ่งพวกเจ้าจะเลือกประตูบานไหนก็สิทธิ์ของเจ้า ข้าให้พวกเจ้าอีกหนึ่งชั่วโมงพวกเจ้าจงมารวมตัวที่หน้าโรงอาหารกระทะทองโดยพร้อมเพียงกัน” ศิษย์พี่กงซุนเอ่ยเสร็จพลันก้าวเดินจากไปในความมืด

     

             คุณชายต้วนกงฝูและคุณชายเจี่ยงซวนอี้ เดินนำหน้าผลักประตูเข้าสู่หอตำราเทพยุทธ์พลังปราณไม่ทราบทีมาพุ่งออกมาด้วยความแรงปะทะเข้ากับเหล่าศิษย์ที่แข้งขาอ่อนแรงล้มก้นจ้ำเบ้ามีเพียงไม่กี่สิบคนที่สามารถต้านลมปราณสายนี้ได้กงฝูและซวนอี้ก้าวเท้าเข้าไปหอตำราเทพยุทธ์กวาดตาหาประตูที่ดีที่สุดเพียงพริบตาเดียวสายตาทั้งสองคู่กวาดไปเจอประตูบานใหญ่ส่องแสงสีทองออกมา ทั้งสองพุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงปานสายฟ้าฟาดทั้งสองต่างมุ่งหน้าสู่ประตูที่มีแสงสีทองที่มีไม่ถึงสิบบานทั้งคู่ต่างถึงประตูที่หมายตาไว้ พวกมันดันประตูเข้าไปด้วยใจระทึก

     

             แสงสีทองส่องแสงประกายแสบตาไปจนถึงกลุ่มศิษย์ใหม่ที่จับจ้องพวกมันทั้งสองด้วยความตกตะลึง สายตาจดจ้องเข้าไปในมิติพบประสาทสีทองขนาดใหญ่ทั้งสองก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่อึดใจประตูปิดลงทั้งสองหายลับไปจากสายตาของเหล่าศิษย์ที่จดจ้องพวกมันทุกการกระทำ

     

             เหล่าศิษย์ใหม่มองตากันเลิ่กลั่กด้วยความตื่นตะลึง“ทะ…ทำไมข้างในมันใหญ่โตแบบนี้ ข้าว่าข้างในต้องมีทักษะลับที่พวกเราไม่เคยพบแน่นเลย” หมิงเจ๋อเอ่ยด้วยความมั่นใจ

     

             “ซุนข้าขอล่วงหน้าเจ้าไปก่อนนะ” หลิ่งอี้เอ่ยเสร็จมันพลันหายตัวอย่างไร้ร่องร้อยเหล่าศิษย์ใหม่จับจับสัมผัสของหลิ่งอี้ที่ชิงลงมือพุ่งทะยานออกไป ศิษย์ที่เหลือทั้งหลายต่างไม่อาจรีรอพุ่งทะยานออกตามไปติดๆ ทว่าไม่มีกลับไม่มีใครติดตามหลิ่งอี้ได้ทันเพราะหลิ่งอี้คือหนึ่งในสามที่สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงหลังการฝึกฝนช่วงล่าง พละกำลังของมันยังคงเต็มเปี่ยม

     

             เฟยซุนกวาดสายตานับประตู มันพบประตูที่มีแสงประกายสีทองเพียงสิบบานทว่ามันไม่มีเรี่ยวแรงที่จะแย่งชิงจากกลุ่มเหล่าศิษย์ทิ้งหลายมันมุ่งหน้าไปยังทิ้งทางตรงกันข้ามกับเหล่าฝูงชน มันกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางประตูเหล็กบานใหญ่เพียงไม่กี่อึดใจก่อนที่มันจะลงมือเปิดประตู มีศิษย์ใหม่ตัดหน้ามันเข้าไปก่อนมันขมวดคิ้วลึก หันกลับจ้องมองไปยังประตูที่มีแสงสีทอง ปรากฏประตูที่ส่องแสงสีทองถูกครอบครองโดยศิษย์ที่แข็งแกร่งจนหมดทำให้เหล่าศิษย์ใหม่กระจายตัวเฟ้นหาประตูที่ดีรองจากที่มันหมายตาไว้พวกมันมุ่งหน้าไปทางซุนทว่ามันกวาดตาอย่างรวดเร็วพบประตูที่น่าจะแข็งแกร่งและไม่มีใครจะมาแย่งมันทัน เฟยซุนจับประตูกำลังออกแรงผลักประตูเข้าไป ทว่ามันกลับได้ยินเสียงประหลาด

     

     

    โฮกกกกกกกกกก โฮกกกกกกกกกก

     

     

             เฟยซุนหยุดชะงักเดินถอยหลังหันกลับไปยังต้นเสียงประตูด้านหน้ามันถูกช่วงชิ่งโดยศิษย์ใหม่ ทว่ามันกลับไม่สนใจมันกวาดตามองบริเวณรอบสังเกตุศิษย์ที่อยู่บริเวณนั้นไม่มีใครได้ยินเสียงเฉกเช่นเดียวกับมัน เฟยซุนหันหลังมุ่งหน้าตรงสู่ประตูสีไม้ผุพังสีดำเหล่าศิษย์ที่เหลือจ้องมองมันเดินด้วยความสงสัย ทว่ากลับไม่มีใครแย่งชิ่งประตูกับมันเลยมันก้าวเดินไปด้วยความระมัดระวัง “เสียงเมื่อครู่มันดังมาจากประตูบานนี้แน่นๆ เสียงของมันช่างคล้ายคลึงกับเสียงของมังกรเหลือเกิน” ใบหน้าของเฟยซุนแฝงไปด้วยความตื่นเต้นมันมุ่งหน้าเดินตรงสู่ประตูไม้ผุพังสีดำก่อนผลักประตูเปิดออกอย่างช้าๆ

     

    เอี๊ยดดด เสียงประตูดังจากความฝืดเคืองประหนึ่งประตูบานนี้ไม่ได้ถูกเปิดออกมาเป็นเวลานาน

     

             สิ่งแรกที่เฟนซุนสัมผัสไอเย็นแผ่กระจายออกมานอกประตูไอเย็นคุกคามศิษย์ทุกคนที่อยู่บริเวณชั้นหนึ่ง ยืนสั่นสะท้านไปด้วยความเย็นอันหนาวเหน็บ เฟยซุนจ้องมองไปด้านในห้อง มันไม่พบสิ่งก่อสร้างอันใด ข้างในมีแต่พายุหิมะในความมืดมันก้าวเข้าไปด้านในประตูไม้บานเก่า ก่อนจะปิดลงอย่างรวด ความเย็นอันหนาวเหน็บหายไปจนหมดเสร็จจากบริเวณชั้นหนึ่งราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “มันคืออะไรกันความหนาวเหน็บเช่นนี้ มันเย็นไปจนถึงกระดุก ร่างกายอ่อนแออย่างเจ้าฮุ่ยซุนมันจะทนสักกี่น้ำเชี่ยว” ศิษย์ใหม่บางคนอย่างไม่อาจละสายตาจากประตูไม้เก่าๆที่มันก้าวหายไป…

     

             “ไม่เลว ข้าไม่เห็นศิษย์ใหม่คนไหนที่กล้าเลือกประตูบานนั้นมานานมากแล้วแสดงว่ามันสัมผัสได้ถึงเสียงมังกรที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนชั้นสามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ศิษย์พี่เฉี่ยว ข้างในนั้นมันเป็นสถานที่เช่นใดกัน” ศิษย์น้องหญิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ข้างในนั้นมันคือเขตแดนมิติมังกร” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ศิษย์พี่แล้วมันดีกว่าประตูที่ส่องแสงสีทองอย่างนั้นเหรอ” ศิษย์น้องหญิงจ้องมองศิษย์พี่ด้วยแววตาสงสัย

     

             “ไฉยี่เจ้าก็เคยเข้าไปในประตูบานสีทองใช่ไหม” ศิษย์พี่หันกลับมาจ้องมองศิษย์น้องหญิงไฉยี่ศิษย์น้องหญิงได้แต่เพียงพยักหน้าตอบรับ “เจ้ารู้ใช่ไหมว่าที่นั้นสะดวกสบายมาก ตัวข้าเคยเข้าไปในประตูไม้สีดำดูผุพังบานนั้น ตั้งแต่คราแรกที่ข้าเยียบลงไปในดินแดนมิติมังกรแห่งนั้นมังกรหลากหลายสายพันธุ์กำลังต่อสู่ห้ำหันกันสะท้านฟ้าต่อหน้าข้า แต่ด้วยข้างในเป็นเพียงมิติที่ถูกสร้างสรรค์โดยปรมาจารย์ด้านมิติสร้างขึ้นมังกรด้านในมิติแข็งแกร่งไม่ถึงหนึ่งในร้อยส่วน แต่ในนั้นจะมีมังกรที่น่าหวาดหวั่นแตกต่างจากตัวอื่นในยามข้าอาศัยอยู่ที่นั้น ข้าเคยถูกมันลอบทำร้ายที่แผ่นหลังของข้าโดยที่ข้าไม่อาจรู้ตัวดีที่ข้าได้มีเกราะอ่อนมังกรดำข้าจึงรอดชีวิตมาได้ “หรือว่าบาดแผลที่แผ่นหลังของศิษย์พี่ที่ไม่เคยพูดถึงมาจากมังกรที่อยู่ในมิติแห่งนั้น” ศิษย์พี่เฉี่ยวพยักหน้าให้ศิษย์น้องหญิงของมัน

     

    ตั้งแต่นั้นตัวข้ายังไม่เคยพบมังกรตัวนั้นสักครั้งเลย…

     

     

    คล้ายกับเรื่องจอมโจรทลายสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810