อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 กำเนิดเส้นชีพจรลมปราณเทพอสูร

            ชั่วขณะที่โลหิตสีแดงเข้มเข้าสู่ภายในร่างกายของหยุนเช่อปรากฏเส้นสายสีแดงเข้มยืดขยายออกครอบคลุมทั่วทั้งร่างกายของชายหนุ่มโดยมีรอยคราบโลหิตที่ทรวงอกเป็นศูนย์กลางเส้นสีแดงเหล่านั้นแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งร่างในพริบตา หน้าอก สองมือ สองขา ใบหน้าใบหู รวมทั้งดวงตาทั้งสองข้างพลันกระจายเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงคล้ายร่องรอยประทับของปีศาจร้าย

            “อึกกกก…”

            พริบตานั้นหยุนเช่อพลันรู้สึกเหมือนถูกทิ่มแทงด้วยใบมีดหลายพันเล่มความเจ็บปวดอันลึกล้ำส่งสัญญาณมาจากทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างกายส่งผลให้ชายหนุ่มต้องคร่ำครวญอย่างปวดร้าวทั่วทั้งร่างกายของหยุนเช่อสั่นสะท้านอย่างรุนแรง สองตากลับกลายเป็นพร่ามัวกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำดุจโลหิต

            คลื่นความเจ็บปวดแพร่กระจายโดยมีศูนย์กลางจากกลุ่มพลังที่บดขยี้อยู่ภายในร่างกายของหยุนเช่อ…ชายหนุ่มตระหนักดีถึงกายวิภาคของมนุษย์ประดุจดังฝ่ามือของตนเองส่วนประกอบที่กำลังถูกย่อยสลายอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าย่อมเป็นเส้นชีพจรลมปราณอันพิกลพิการของตนเอง!หน้าที่ของเส้นชีพจรลมปราณคือการกักเก็บพลังปราณของมนุษย์ ดังนั้นแม้จะไม่มีชีพจรลมปราณ ผู้คนยังคงสามารถมีชีวิตอยู่ได้ทว่าเพียงไม่สามารถฝึกฝนพลังลมปราณใดๆ ได้เพียงแค่นั้น แม้ว่าเส้นชีพจรลมปราณจะไม่ส่งผลกระทบอันใดต่อความเป็นความตายของผู้คนทว่ายังคงนับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเส้นชีพจรลมปราณที่ถูกกลืนกินและย่อยสลายอย่างต่อเนื่องล้วนไม่มีอื่นใดแตกต่างจากการถูกเชือดแบ่งอวัยวะภายในเป็นชิ้นเล็กๆ อย่างช้าๆผู้คนล้วนสามารถจินตนาการได้ถึงความทุกข์ทรมานที่ได้รับ

            เช่นที่จัสมินได้บ่งบอกไว้ก่อนหน้านี้โลหิตหยดนี้ของเทพอสูรย่อมกลืนกินเส้นชีพจรลมปราณปัจจุบันของตนเพื่อก่อกำเนิดเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่…เมื่อเส้นชีพจรลมปราณของข้ากำลังถูกย่อยสลายในขณะนี้ย่อมหมายความว่าจัสมินมิได้โป้ปดหลอกลวงข้าก่อนหน้านี้…หากทั้งหมดนี้สามารถสร้างเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่ได้จริงๆความเจ็บปวดเพียงนี้ ล้วนไม่นับเป็นอย่างไรได้!!

            ความทรมานอย่างยิ่งยวดยังคงดำเนินต่อไปมันคือความเจ็บปวดที่โลกแห่งความเป็นจริงล้วนไม่อาจบ่งบอกบรรยายได้ความเจ็บปวดอันก้าวข้ามความสามารถของมนุษย์ในการทนทานรับไหวมันยังคงยาวนานต่อเนื่องและยืดยางไม่สิ้นสุด…อัตราในการกลืนกินเส้นชีพจรลมปราณที่ผิดรูปเชื่องช้าอย่างยิ่งด้วยความเร็วในระดับนี้ สมควรใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งในสี่ชั่วยามกว่าจะสิ้นสุดลง

            …ข้าไม่ต้องการพลังของเทพอสูรแท้จริงอันใดทั้งไม่ต้องการเส้นชีพจรลมปราณอันแข็งแกร่งเกินมนุษย์ทั่วไป ขอเพียงให้ข้าได้รับเส้นชีพจรลมปราณดุจเดียวกับผู้คนปกติโดยทั่วไป…ข้าจะไม่ร้องขออันใดอีกต่อไปทั้งสิ้นแม้ว่ามันจะไม่ใช่เส้นชีพจรที่แข็งแกร่งเหนือกว่าผู้ใด…หากสามารถบรรลุความหวังนี้แม้ข้าจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่านี้อีกนับสิบเท่า ข้าจะน้อมรับด้วยความยินดี!!

            ความทรมานอันน่าหวาดหวั่นของหยุนเช่อส่งผลให้เส้นประสาททั้งหมดในร่างของชายหนุ่มสั่นกระตุกอย่างรุนแรงทว่า ภายในใจของหยุนเช่อสงบเยือกเย็นยิ่ง เขารู้สึกกระทั่ง…ความตื่นเต้นยินดี!

            เมื่อจัสมินส่งโลหิตเทพอสูรเข้าสู่ร่างของหยุนเช่อเด็กสาวเม้มปาก พร้อมทั้งเปิดเผยรอยยิ้ม…ที่แสนรื่นเริงบนความทรมานของชายหนุ่ม

            เมื่อทบทวนหวนนึกถึงความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในเลือดอมตะเทพอสูรหยดนี้เด็กสาวตระหนักดีว่าการหลอมรวมล้วนต้องเริ่มต้นด้วยการกลืนกินเส้นชีพจรลมปราณดั้งเดิมอย่างป่าเถื่อนเมื่อมันเข้าสู่ร่างกาย…กระบวนการในการย่อยสลายและกลืนกินนี้เปรียบประดุจการตัดเฉือนเส้นชีพจรลมปราณของผู้คน…พร้อมทั้งบดขยี้…ตัดเฉือน…และบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก…ซ้ำแล้วซ้ำอีก…นี่ล้วนนับเป็นการทนทุกข์ทรมานจนเกินขีดจำกัดความเป็นมนุษย์เป็นความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดที่สามารถส่งผลให้แม้แต่บุคคลที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ยังต้องขดตัวลงบนพื้นและกรีดร้องอย่างโหยหวน

            เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ ทั้งๆ ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้าด้วยสายตาก่อนหน้านี้? เลือดเทพอสูรหยดนี้แน่นอนว่าสามารถมอบเส้นชีพจรลมปราณใหม่ให้แก่เจ้าได้ทว่า มันยังสามารถมอบทัณฑ์ทรมานอันโหดร้ายป่าเถื่อนแก่เจ้าเป็นการลงโทษ!!

            จัสมินยิ้มแย้มอย่างร้ายกาจเมื่อนางมองเห็นร่องรอยสีแดงโลหิตที่กระจายไปทั่วร่างชายหนุ่มเมื่อเห็นสองตาแดงก่ำประดุจเลือด ทั่วทั้งร่างของหยุนเช่อกลับกลายเป็นสั่นสะท้านและใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน…ทว่า รอยยิ้มของเด็กสาวพลันค่อยๆ เลือนรางและจางหายไปแทนที่ด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความตื่นตระหนกที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แขนขาของชายหนุ่มสั่นสะท้านร่างกายทั้งร่างบิดกระตุกอย่างรุนแรง ใบหน้าของหยุนเช่อยิ่งมายิ่งบิดเบี้ยวเหยเกบนหน้าผากปรากฏหยาดเหงื่อไหลรินด้วยความเร็วอันน่ากลัว…ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่มนุษย์คนหนึ่งได้รับจนกระทั่งส่งผลให้ร่างกายมีปฏิกิริยาอันน่าเวทนาเช่นนี้ได้ล้วนเป็นเรื่องที่สุดจะคาดเดา

            อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการร่ำร้องครั้งแรกหยุนเช่อไม่เปล่งเสียงคร่ำครวญออกมาอีกแม้แต่เพียงครึ่งคำ ไม่เลยสักน้อยนิด!

            เมื่อเวลาผ่านไป หนึ่งนาที…สามนาที…ห้านาที…สีหน้าของจัสมินพลันกลับกลายเป็นตื่นตระหนกสุดเปรียบปาน

            การดูดกลืนเส้นชีพจรลมปราณ…ภายใต้ความทรมานถึงเพียงนั้นมันยังคงไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้เพียงสักเล็กน้อย!

            หยาดเหงื่ออาบชโลมทั่วทั้งร่างของหยุนเช่อทุกตารางนิ้วบนร่างกายของชายหนุ่มสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดทว่า ระหว่างการขบฟันอดกลั้นความเจ็บปวดของชายหนุ่มความเป็นจริงที่ไม่มีเสียงร่ำร้องอย่างเจ็บปวดเล็ดลอดออกมาจากปากของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อยล้วนน่าตื่นตระหนกอย่างที่สุดที่ยิ่งกว่านั้น ภายใต้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวทรมาน กลับปรากฏริ้วรอยแห่งความ…ตื่นเต้นยินดี!

            มันสมควรตกอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมานจนต้องร้องขอซึ่งความตาย…เหตุใดบนใบหน้าจึงปรากฏปฏิกิริยาเช่นนี้!

            เพราะเหตุใดบุรุษธรรมดาผู้มีเส้นชีพจรลมปราณพิการ จึงมีพลังความมุ่งมั่นถึงระดับนี้?!

            ไม่ใช่สิ! นี่สมควรเป็นพลังความมุ่งมั่นที่มนุษย์สามารถมีได้เช่นนั้นรึ?!ความเจ็บปวดระดับนี้ แม้แต่ท่านพ่อของข้า ยังคงไม่อาจทนทานรับได้อย่างแน่นอน!

            มนุษย์…ธรรมดาเช่นนี้…มนุษย์ที่หลอมรวมเข้ากับไข่มุกพิษสวรรค์…ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกันแน่…

            ชั่วเวลานี้เองที่จัสมินบังเกิดความตระหนักท่ามกลางคลื่นความตื่นตระหนกของนางว่านางได้มองข้ามความสามารถของชายหนุ่มอย่างอยุติธรรมโดยสิ้นเชิง…ร่างกายของหยุนเช่ออ่อนแอเส้นชีพจรลมปราณของมันล้วนพิกลพิการ ทว่าขณะนี้ชายหนุ่มกลับแสดงออกถึงความตั้งใจมุ่งมั่นอันน่าหวาดหวั่นที่ตรงกันข้ามกับสภาพทางร่างกายของมันอย่างถึงที่สุดก่อนหน้านี้ เด็กสาวล้วนสงสัยใจมาโดยตลอดว่า เหตุใดไข่มุกพิษสวรรค์หนึ่งในสมบัติสวรรค์ทั้งเจ็ดชิ้นจึงเลือกยอมรับและหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ชั้นต่ำด้อยค่า ทว่า ณ บัดนี้เด็กสาวเริ่มตระหนักว่า ไข่มุกพิษสวรรค์มิได้สูญเสียจิตวิญญาณ ทั้งมิใช่ว่าจิตวิญญาณของมันล้วนเสียสติอันใดทั้งสิ้น…

            ครึ่งชั่วยามผ่านไป…

            ณ เวลานี้ร่องรอยแดงเลือดดุจปีศาจบนร่างกายของหยุนเช่อพลันกะพริบเรืองด้วยแสงสีแดงใบหน้าอันบิดเบี้ยวทรมานล้วนกลับกลายเป็นผ่อนคลายลงช้าๆ ในที่สุดการย่อยสลายเส้นชีพจรลมปราณสิ้นสุดลง

            ต่อจากนี้ คือการก่อร่างสร้างชีพจรลมปราณเส้นใหม่

            จากบริเวณของเส้นชีพจรลมปราณที่ถูกกลืนกินชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงการก่อกำเนิดขึ้นของเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่อัตราการก่อเกิดเส้นชีพจรล้วนรวดเร็วอย่างยิ่งถึงกับรวดเร็วกว่าการกลืนกินถึงสิบเท่า ความรู้สึกกลวงว่างเปล่าก่อนหน้านี้ล้วนถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกถูกเติมเต็มความเจ็บปวดที่เคยได้รับถูกพัดพาหายไปประดุจคลื่นในมหาสมุทร

            หยาดเหงื่อของชายหนุ่มหยุดหลั่งไหลอาการกล้ามเนื้อบิดกระตุกหยุดลง สีหน้ากลับกลายเป็นสงบเยือกเย็นหยุนเช่อปิดตาลงและรักษาสภาวะนิ่งสงบของร่างกายไว้ หากท่านสำรวจมองอย่างใกล้ชิดท่านอาจสามารถมองเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนบางเบาตรงมุมปากของชายหนุ่ม

            ภายในความเงียบงันนิ่งสงัดหยุนเช่อเปลี่ยนมุมมองเข้าสู่โลกภายใน พร้อมทั้งสังเกตการณ์การงอกเงยของเส้นชีพจรลมปราณในร่างตนเองอย่างยินดีชั่วเวลานี้ หยุนเช่อปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ ต่อคำพูดของจัสมินการก่อกำเนิดใหม่ของเส้นชีพจรลมปราณปาฏิหาริย์นี้กำลังเกิดขึ้นภายในร่างกายของชายหนุ่มอย่างชัดเจนไร้ข้อสงสัย

            เส้นชีพจรลมปราณของมนุษย์จะเริ่มพัฒนาตั้งแต่คลอดออกจากครรภ์มารดาและเติบโตเต็มที่เมื่ออายุได้สิบสี่ปี อย่างไรก็ตามเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่ของชายหนุ่มเปรียบประดุจหน่อไม้ในวสันตฤดูมันแตกหน่อเติบโตอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที

            เส้นชีพจรลมปราณที่งอกเงยใหม่ล้วนมีขนาดและรูปลักษณะดุจเดียวกับเส้นชีพจรลมปราณมนุษย์ปกติทั่วไปที่หยุนเช่อร่ำเรียนมาในความทรงจำอย่างน้อย ชายหนุ่มยังไม่พบข้อแตกต่างใดเมื่อใช้ดวงตาภายในสำรวจตรวจดูภายใต้สัมผัสรับรู้อันละเอียดลออตำแหน่งของจุดเส้นชีพจรลมปราณทั้งห้าสิบสี่จุดล้วนถูกค้นพบ…ทั้งตำแหน่งแห่งที่และความรู้สึกสัมผัสยังคงเป็นเช่นเดียวกับจุดเส้นชีพจรลมปราณของมนุษย์โดยทั่วไปขณะเดียวกันจากห้าสิบสี่จุดชีพจรลมปราณ ที่เปิดออกทั้งหมดมีอยู่สิบเอ็ดจุดเมื่อกล่าวจากมุมมองด้านพรสวรรค์ นับว่าเหนือกว่ามาตรฐานอยู่เล็กน้อย ทั้งหมดนี้ไม่มีความแข็งแกร่งซ่อนเร้นอันใดอยู่ในเส้นชีพจรลมปราณนี้แม้แต่น้อย ระดับพลังลมปราณในร่างกายตอนนี้ของชายหนุ่มเท่ากับระดับชั้นลมปราณเริ่มต้นขั้นศูนย์

            มันไม่มีพลังงานเทพอสูรอันใดแฝงเร้นไม่มีแม้กระทั่งลักษณะพิเศษอันใดในเส้นชีพจรนี่ล้วนนับว่าเป็นเส้นชีพจรธรรมดาทั่วไปอย่างยิ่ง ทว่าหยุนเช่อไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความผิดหวังอันใด ภายในใจของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีอย่างสุดขีดดุจดังโลหิตของตนเองระอุเดือดพล่านทั่วทั้งร่างกาย…เนื่องเพราะมันล้วนสำเร็จสมบูรณ์แบบการก่อกำเนิดชีพจรลมปราณใหม่ ที่ไม่มีริ้วรอยของความเสียหายอันใดแม้แต่น้อย!

            นี่หมายความว่าชายหนุ่มสามารถหลุดพ้นจากการเป็นเศษสวะตลอดกาลในท้ายที่สุดชายหนุ่มจะสามารถก้าวพ้นขั้นแรกของระดับชั้นลมปราณแรกเริ่มได้แล้ว

            นอกเหนือจากจุดหมายปลายทางที่ยังห่างไกลความมุ่งมั่นที่จะทำให้พรรคตระกูลเซียวต้องคุกเข่าลงต่อหน้าตนเองภายในสามปีล้วนไม่นับว่ายากเย็นห่างไกลเฉกเช่นการโบยบินสู่สวรรค์อีกต่อไป!

            ท่านปู่ อาหญิงเล็กข้าไม่ใช่เศษสวะอีกต่อไปแล้ว หากท่านทราบเรื่องนี้ พวกท่านคงดีใจแทบตาย…รอข้านะภายในสามปี ข้าจะกลับไปอยู่เคียงข้างพวกท่านและจะไม่ยอมให้พวกท่านต้องถูกดูหมิ่นเหยียดหยามอีกต่อไปข้าจะต้องให้ทุกผู้คนที่รังแกพวกท่านจ่ายค่าตอบแทน เป็นร้อยเท่าเป็นพันเท่าหยุนเช่อกู่ร้องก้องอยู่ภายในใจของตน

            ชั่วเวลานี้เองร่องรอยแดงก่ำที่อาบย้อมบนผิวของหยุนเช่อหยุดส่องประกายพร้อมทั้งเลือนหายไปในทันที ทันใดนั้นเองชายหนุ่มพลันเปิดเปลือกตาของตนเองขึ้นในที่สุด

            “เส้นชีพจรลมปราณใหม่เป็นอย่างไร?”จัสมินหรี่ดวงตาสุกใสเปล่งประกายดุจดวงดาวลงครึ่งหนึ่ง…ระหว่างช่วงระยะเวลาเมื่อครู่นี้เด็กสาวได้สังเกตชายหนุ่มอย่างปรุโปร่งเขาเพียงอายุมากกว่านางสามปีเท่านั้นทั้งยังนับว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ยังไม่เติบโตเต็มวัยนอกเหนือจากดวงหน้าหล่อเหลางามสง่า ล้วนไม่นับว่ามีสิ่งใดที่น่าจดจำ…ทว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงกอปรไปด้วยพลังความมุ่งมั่นถึงเพียงนี้? หรือว่ามันเคยผ่านพบนรกที่แท้จริงมาแล้วเช่นนั้นหรือ?

            “ทั้งหมดล้วนสำเร็จสมบูรณ์!!!”ชายหนุ่มกำสองมือเป็นหมัดแนบแน่นพร้อมกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น ทันใดนั้นเองสุ้มเสียงของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความไม่มั่นใจ“แต่ทว่า ท่านแน่ใจหรือว่านี่คือ “เส้นชีพจรลมปราณเทพเจ้า” จริงๆ? ทั้งหมดล้วนไม่มีสิ่งใดแตกต่างจากเส้นชีพจรลมปราณปกติธรรมดาของมนุษย์เลยแม้แต่น้อย”

            “มีจุดเส้นชีพจรที่เปิดอยู่เท่าใด?”จัสมินไม่ตอบคำถามของชายหนุ่ม ทว่าถามกลับด้วยคำถาม

            “สิบเอ็ด” หยุนเช่อกล่าวตอบ

            แววตาของจัสมินพลันทอประกายผิดหวังชั่วขณะจากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาว่า“สิ่งที่เราเจ้าหญิงต้องแลกมาด้วยการสูญเสียร่างเนื้อ ทั้งเกือบต้องเสียชีวิตสุดท้ายกลับสามารถมอบประโยชน์ให้แก่เจ้าได้เพียงเล็กน้อย ทว่าสำหรับร่างกายของเจ้า ระดับนี้ล้วนนับว่าถึงขีดจำกัดหรือเจ้าคิดว่าไม่ว่าผู้ใดก็สามารถมีคุณสมบัติในการรับสืบทอดพลังแห่งเทพแท้จริงได้? หากเจ้าต้องการปลดปล่อยพลังพิเศษของเส้นชีพจรลมปราณเทพอสูรเช่นนั้นเจ้าจำเป็นต้องทะลุทะลวงจุดเส้นชีพจรลมปราณทั้งห้าสิบสี่จุดให้ได้!หากจุดเส้นชีพจรเหล่านี้ถูกเปิดออกแต่แรกเริ่มได้กว่ายี่สิบจุดเราเจ้าหญิงอาจสามารถช่วยเหลือเจ้าเปิดจุดเส้นที่เหลือได้ในระยะเวลาสามสิบปีแต่ด้วยจำนวนเส้นชีพจรลมปราณเริ่มต้นที่สิบเอ็ดจุดแม้ว่าเจ้าจะให้เวลาเราเจ้าหญิงถึงร้อยปียังคงนับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อในการเปิดจุดเส้นทั้งหมดให้ได้”…เปิดจุดเส้นชีพจรลมปราณทั้งห้าสิบสี่จุด?”หากคำพูดเหล่านี้เข้าหูของบุคคลอื่นพวกมันคงต้องปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง การเปิดจุดเส้นชีพจรลมปราณทั้งห้าสิบสี่จุดนี่ต้องเป็นเส้นชีพจรลมปราณเทพเจ้าในตำนานเพียงเท่านั้น!ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานับพันปีของอาณาจักรวายุคราม ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน! ทว่าสีหน้าของหยุนเช่อยังคงเยือกเย็นไม่เปลี่ยนแปลง กลับกันชายหนุ่มจ้องมองไปยังจัสมินด้วยสายตางุนงงสงสัยอย่างผิดปกติ “ท่านแน่ใจนะว่าการเปิดจุดเส้นชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดจะสามารถปลดปล่อยพลังของเส้นชีพจรลมปราณเทพอสูรออกมาได้? อืมมม ให้ข้าทดลองดู!”

            เมื่อจบประโยคหยุนเช่อยกฝ่ามือซ้ายขึ้นอยู่ในระดับทรวงอกของตนเอง พร้อมทั้งพึมพำว่า“ไข่มุกสวรรค์…ชำระล้าง!”ไข่มุกพิษสวรรค์พลันเปล่งประกายแสงสีเขียวเข้มแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของหยุนเช่อและไหลเวียนเข้าสู่เส้นชีพจรลมปราณกำเนิดใหม่ของชายหนุ่ม

            จำนวนจุดเส้นชีพจรลมปราณที่เปิดออกสะท้อนถึงระดับความสูงส่งในการฝึกฝนพลังยุทธ์ของผู้คนในช่วงชีวิตหนึ่งเนื่องเพราะการเปิดจุดเส้นชีพจรลมปราณนั้นล้วนเป็นเรื่องยากเย็นดุจปีนป่ายขึ้นสวรรค์จำเป็นต้องใช้สมุนไพรตัวยาวิเศษหลายขนาน ทั้งยังต้องประกอบด้วยโชควาสนาไม่อาจขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้การใช้พลังภายนอกเพื่อฝืนเปิดจุดเส้นชีพจรลมปราณล้วนนำพามาซึ่งความเสี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจสามารถสร้างผลกระทบร้ายแรงที่ไม่อาจรักษาฟื้นฟูใดต่อเส้นชีพจรลมปราณของผู้คน

            ในดินแดนลมปราณฟ้าเกินกว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของผู้ฝึกยุทธ์ไม่สามารถเปิดจุดเส้นชีพจรลมปราณของตนเพิ่มเติมได้ตลอดชีวิต

            ทว่าไข่มุกพิษสวรรค์นับเป็นวัตถุเยี่ยงไร?

            ด้วยพลังการชำระล้างขั้นสูงสุดการทะลุทะลวงจุดเส้นชีพจรลมปราณที่ตีบตันล้วนง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือทั้งยังไม่มีความเสี่ยงใดๆ ทั้งสิ้น!ก่อนหน้านี้ที่เมืองเมฆาล่องชายหนุ่มต้องใช้การฝังเข็มเงินในการสอดแทรกพลังการชำระล้างของไข่มุกพิษสวรรค์เข้าสู่ร่างกายของเซี่ยชิงเยว่เพื่อเปิดจุดชีพจรลมปราณทั้งห้าสิบสี่จุดผลลัพธ์ไม่เพียงสามารถเปิดจุดเส้นทั้งหมดได้จุดเส้นชีพจรลมปราณที่เปิดมาแต่กำเนิดยังได้รับการชำระล้างไปด้วยส่งผลให้พลังลมปราณของนางบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดไม่มีการปนเปื้อนแม้เพียงน้อยนิดอย่างไรก็ตาม เซี่ยชิงเยว่นับเป็นบุคคลอื่นการใช้ไข่มุกพิษสวรรค์ชำระจุดชีพจรนับว่าเป็นเรื่องยุ่งยากอยู่บ้างส่งผลให้ชาหยนุ่มต้องเหน็ดเหนื่อยแทบตายหลังการฝังเข็มทุกครั้งครา

            ทว่าการชำระจุดเส้นชีพจรลมปราณของตนเองนั้นนับว่าง่ายดายดุจกระดิกนิ้วมือของตนเอง

            ภายใต้การชักนำพลังโดยหยุนเช่อพลังการชำระล้างของไข่มุกพิษสวรรค์โคจรวนรอบจุดเส้นชีพจรลมปราณทั้งห้าสิบสี่จุดอย่างง่ายดาย…หยุนเช่อแทบได้ยินเสียงชู่ๆๆๆของจุดเส้นชีพจรที่ถูกเปิดออกดังมาให้ได้ยิน

            เพียงไม่ถึงครึ่งนาทีจุดเส้นชีพจรลมปราณกำเนิดใหม่ทั้งห้าสิบสี่จุดล้วนถูกกรุยทะลุปรุโปร่ง

            “เรียบร้อย จุดเส้นทั้งห้าสิบสี่จุดล้วนถูกเปิดออกขั้นต่อไป?” หยุนเช่อกล่าวอย่างปลอดโปร่ง

            หลังกล่าวจบประโยคชายหนุ่มไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆ จากจัสมินชั่วครู่ใหญ่ อย่างไรก็ตามเมื่อชายหนุ่มช้อนสายตาขึ้นมองเขาได้พบกับดวงตากระจ่างสุกใสดุจดวงดาราของจัสมินกำลังเบิกกว้างกลมโตสายตาที่มองมายังตนเองล้วนเป็นสายตาพิกลคล้ายนางกำลังจ้องมองมายังสัตว์ร้ายรูปร่างประหลาดตนหนึ่ง