ผมแทรกตัวผ่านฝูงชนที่ยังยืนอออยู่รอบเวทีชั้นบนสุดจนกระทั่งหลุดออกมาสู่ที่โล่งแจ้ง อาคารที่ห่อหุ้มเวทีที่สองอยู่ห่างไป 20 เมตรได้แต่ผมไม่อยากแวะไปดูตอนนี้ เพราะเดี๋ยวก็ได้ไปอยู่ดีตอนไปดักรอนักการเมืองคนที่สามขืนไปตอนนี้จะรบกวนอิสราเปล่า ๆ จุดสนใจจึงเปลี่ยนเป็นลานกว้างรอบน้ำพุแทนซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเวทีสองแห่ง พื้นแห่งนี้มีเต็นท์ตั้งอยู่เป็นหย่อม ๆโดยมีร้านค้ามาเปิดหลากหลาย เหมือนเป็นตลาดนัดขนาดย่อม ๆ มีทั้งของกินทำสดมีทั้งที่แบกเครื่องทำอาหารอัตโนมัติมาตั้ง ผมเพ่งมองป้ายจอภาพที่ติดไว้หน้าร้าน ๆหนึ่ง
ร้านอารมณ์ดีบริจาคให้พรรคอัตตา 40,000บาท ปี 2090
ผมทึ่งในความกล้าเปิดเผยของคนยุคนี้ไม่ต้องถามเลยว่าร้านค้าเหล่านี้เป็นนายทุนที่สนับสนุนพรรคหรือไม่เพราะข้อความบ่งบอกไว้ชัดเจน แถมยังมีวีคิวอาร์โค้ดเพื่อลิงก์ไปตรวจสอบได้
เตร็ดเตร่ไปสักพักในที่สุดผมก็ค้นพบขุมทรัพย์ต้นกำเนิดของน้ำกระป๋องสีเหลืองผมไม่รีรอจะไปขอกระป๋องเบียร์ หอมนวล ที่แจกฟรีนั้นมาลิ้มลองให้รู้รสชาติมันเป็นเหมือนตู้กดน้ำที่มีสัญลักษณ์และคำขวัญของพรรคเขียนอยู่โดยรอบพรรคคงไม่อยากเสียเงินจ้างคนหรือเสียสละทีมงานมาทำหน้าที่นี้ผมกดปุ่มที่ตู้แล้วยื่นเข็มกลัดที่ได้รับตอนเข้างานให้ตรงกับช่องแสงเลเซอร์สแกนจากนั้นเบียร์กระป๋องก็หล่นลงมาพร้อมกับเสียงใสอันนุ่มนวลของหญิงสาวก็ดังมาจากตู้
“ขอฝากคุณอัตลักษณ์ ปลื้มปิติเบอร์สองไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ผมเผลอยิ้ม รู้สึกขำนวัตกรรมใหม่นี้ อะไรๆ ก็เป็นอัตโนมัติไปเสียหมด ไม่เว้นแม้แต่ถ้อยคำหาเสียง ผมดื่มรวดเดียวหมดกระป๋องไม่อยากหิ้วไปมาให้ลำบาก เพราะต้องถ่ายวีดีโอบรรยากาศรอบ ๆ ไปด้วยคนลิ้นจรเข้อย่างผมแยกรสชาติไม่ออกจากเบียร์ยี่ห้ออื่น ๆ ที่เคยกิน ไม่ว่าจะยุคนี้หรือยุคของผม นุ่ม ๆ ขม ๆ หวาน ๆ เหมือน ๆ กันผมเลยไม่ค่อยยึดตึดกับยี่ห้อเท่าใดนัก ขอให้ได้ดื่มก็สำราญใจแล้ว
ถังขยะอยู่ไม่ไกลจากตู้แจกผมทิ้งกระป๋องเปล่าลงบนช่องที่อยู่ด้านบนแล้วก้มลงจากด้านหน้าซึ่งปิดด้วยกระจกใสทำให้เห็นขั้นตอนได้ทุกอย่าง ทีแรกก็สงสัยที่มีช่องใส่ช่องเดียวทั้งที่เห็นชัด ๆว่ามีแยกย่อยเป็นสี่ถัง ปรากฏว่าหลังจากที่กระป๋องผมตกลงไปก็จะไปอยู่ที่ช่องตรวจสอบฝาด้านบนจะปิดรอระหว่างกระบวนการ ระบบตรวจพบว่ากระป๋องผมรีไซเคิลได้จึงเปิดช่องให้ไหลไปรวมกับขยะพวกขวดพลาสติก ขวดแก้ว และอื่น ๆผมคิดในใจว่าถ้ายุคผมมีเครื่องแยกขยะอัตโนมัติแบบนี้ก็ดีคำแนะนำมีเพียงข้อเดียวคือต้องแกะถุงที่ห่อไว้ออกก่อน เพราะเครื่องรุ่นนี้ไม่สามารถแกะถุงเองได้
หลังจากซดเบียร์ไปกระป๋องหนึ่งผมก็รู้สึกคึกครื้นขึ้นไม่ได้เมามายจนรบกวนการทำงานแต่อย่างใด ผมถ่ายบรรยากาศรอบ ๆของตลาดนัดพรรคอัตตาซึ่งมีร้านรวงตั้งเรียงเป็นบล็อค ๆ อย่างเป็นระเบียบ ประชาชนเดินไปมาอุ่นหนาฝาคั่งพอๆ กับในห้อง ผมสวนกับครอบครัวพ่อแม่ลูกปู่ย่าที่เจอที่ประตูทางเข้า เลยเริ่มไม่แน่ใจว่าผู้คนคนเหล่านี้ตั้งใจเข้ามาฟังการปราศรัยหรือเบื่อที่จะฟังด้านใน หรือแค่อยากมาจ่ายตลาดพักผ่อนกันแน่ ผมลองจัดองค์ประกอบภาพโดยเดินถอยหลังหันกล้องเข้าหากลุ่มคนที่สวมเสื้อแขนยาวของพรรคเดินเรียงหน้ากระดานมาด้วยกันพอกดรีวิวดูแล้วเป็นภาพที่เท่ใช้ได้
บริเวณใต้ไทรต้นหนึ่งใช้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารและลานเบียร์มีโต๊ะตั้งเรียงราย ใช้ระบบสั่งอาหารแบบทั่วไปนั่นคือการกดจากจอภาพที่โต๊ะหรือจะตระเวนเลือกก็คงไม่ผิด มีดนตรีสดบรรเลงอยู่ใจกลางเพียงแต่เพลงที่เล่นล้วนเป็นเพลงที่พรรคแต่งขึ้นใหม่ ผมไม่เคยได้ยินเพลงเหล่านี้มาก่อนในสถานที่อื่นเนื้อหาถ้าฟังดี ๆ ก็มีคำว่าพรรคอัตตาแทรกอยู่ชัดเจนช่วงระหว่างที่อยู่บริเวณนั้นก็ได้ยินไปสามถึงสี่เพลงไม่ซ้ำกันเดาว่าคงมีเป็นหลายสิบอันในลิสต์เพราะสามารถใช้เอไอแต่งให้ได้
นักดนตรีที่ยืนอยู่ก็มีมนุษย์ตัวเป็น ๆอยู่แค่คนเดียวที่เหลืออีกสามร่างเป็นหุ่นยนต์ตัวสีขาวแต่งตัวเหมือนคนพวกมันยืนเท่ ๆ ขยับแขนขาแค่เพียงเล็กน้อย ด้วยความที่เล่นกีตาร์เป็น ผมจึงจับสังเกตได้ทันทีว่านิ้วหุ่นยนต์ที่ขยับบนคอกีตาร์นั้นไม่สัมพันธ์กับเสียงคอร์ดที่ดังออกมาเลย เห็นได้ชัดว่าทั้งกีตาร์ไฟฟ้า เบส และกลองเล่นด้วยระบบอัตโนมัติส่วนพวกหุ่นยนต์เป็นเพียงไม้ประดับเท่านั้น เดาว่าแอนดรอยด์ที่ขยับแขนเล่นดนตรีแบบมนุษย์ได้คงมีราคาสูงเกินเอื้อม จึงต้องใช้วิธีนี้สาเหตุที่ยังต้องใช้มนุษย์เป็นนักร้องอยู่ก็เพราะต้องมีการโฆษณาชวนให้เลือกพรรคเป็นระยะแทรกระหว่างรอยต่อแต่ละเพลง หรือบางทีก็ทอล์กโชว์เล่นมุขตลกไปด้วย
แม้การแสดงนี้จะกึ่งแท้กึ่งเทียมแต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมโดยรอบได้อย่างดีบางคนลุกขึ้นเต้นอย่างไม่อายใคร ไม่รู้ดื่มเบียร์ไปกี่แก้ว บางคนตบมือเข้าจังหวะอย่างเมามันจนผมเผลอนึกไปว่ามาผิดงาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าจัดได้สนุกสนาน และแปลกตาดีทำผมยิ้มได้พัก ๆ
หลังจากผมเก็บภาพบรรยากาศของลานดนตรีจนพอใจแล้วก็เคลื่อนตัวมาถึงบริเวณซุ้มเกมซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเกมที่เล่นตั้งแต่งานวัดในยุคของผมไม่น่าเชื่อว่าจะมีอายุยืนยาวมาจนถึงยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นปาลูกดอก โยนห่วงบ้านเป่าลม ตักปลา สอยดาว และอื่น ๆ ผมยิ้มกริ่มขณะถ่ายวีดีโอแต่ละจุดรู้สึกถึงความหลัง ตั้งแต่อยู่มาสองสามเดือน เพิ่งรู้สึกถึงวิถีชีวิตแบบไทย ๆก็วันนี้ แต่ละซุ้มทางพรรคเป็นผู้จัดเองจึงตกแต่งด้วยสีชมพูเหลืองกับมีชื่อพรรคปรากฏไว้ชัดเจน
“เชิญท่านมาร่วมสนุกกับเราได้เรามีของรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ มอบให้ท่าน”เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งที่ดูเหมือนสาวประเภทสอง ดักตัวผมไว้เมื่อเดินผ่านแล้วเอ่ยปากชวนด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
“เออ...” ผมลังเลดูนาฬิกาข้อมือยังพอมีเวลา แต่ถ้าอิสรารู้ว่าผมเถลไถลถึงเพียงนี้ต้องดุด่าแน่
“เชิญทางนี้เลยจ๊ะ... เราคือเลิศลักขณา” เขาหรือเธอไม่รอคำตอบ ไม่รู้ว่าได้ยินชื่อผมที่ตอบไปหรือไม่คนผู้นั้นจับกระเป๋าเป้ของผมแทนการจับตัวตรง ๆถ้ารู้ว่ามีกลอุบายนี้แต่แรกคงไม่เผลอจับตัวเด็กแล้วผมถูกลากไปยืนตรงจุดหน้ารั้วกั้น แล้วเจ้าหน้าที่ก็ยัดปืนพกอันหนึ่งใส่มือผมมันทำจากโลหะดำมันวาวเหมือนของจริงมากด้านหน้าผมห่างไปสิบเมตรเป็นเป้ามาตรฐานรูปวงกลมหลาย ๆ วงซ้อนกัน
“ไม่ได้ใส่กระสุนจริงใช่ไหมครับ”ผมถามอย่างกังวล หันปากกระบอกลงพื้นไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่หัวเราะร่า
“ปืนปลอม 100% ค่ะไม่มีกระสุน แค่เล็งแล้วยิงเลยเหมือนเล่นเกม เป้าที่ท่านเห็นก็เป็นจอภาพ”
ผมเข้าใจแล้วแต่ยังกังวลเรื่องเงินอยู่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเล่นได้ฟรีคนละหนึ่งครั้งผมเลยตอบตกลง หาอะไรทำฆ่าเวลา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสแกนเข็มกลัด ‘แขกผู้มาเยือน’ของผมแล้วก็กดปุ่มที่นาฬิกาส่วนตัวซึ่งทำหน้าที่เหมือนสมาร์ตโฟนสั่งการให้ปืนทำงานคงมีแค่เกมนี้อันเดียวที่ดูทันสมัยไม่เหมือนชาวบ้านผมเก็บกล้องลงในกระเป๋าเป้ชั่วคราว แล้วใช้สองมือจับปืนขึ้นเล็งโพสต์ท่าให้เท่ที่สุด ไม่รู้ว่าถูกหรือไม่ตอนเป็นทหารเกณฑ์ก็ได้ฝึกยิงปืนรุ่นสงครามโลก ไม่ได้จับปืนพก
“ท่านต้องยิงให้ครบห้านัด ในเวลา 30 วินาทีแล้วเรามาดูคะแนนกัน”
ผมเหลือบแลดูเจ้าหน้าที่ซึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงฟังดูตื่นเต้นแทน ในขณะที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลยหัวใจเต้นยังเร็วปกติ
เมื่อสัญญาณดังขึ้นผมก็เล็งสักพักแล้วเริ่มลั่นไกประกายแสงพุ่งออกจากปากกระบอกปืนโดยที่ไม่มีวัตถุใดออกมาแต่มีจุดสีแดงสว่างวาบตรงเป้าบนจอภาพในฉับพลันที่ปืนลั่น ผมรัวกระสุนทีละนัดเว้นระยะเฉลี่ยนัดละห้าวินาที จนหมดแม็ก เสร็จก่อนเวลาสามวินาที
เจ้าหน้าที่อ่านผลจากนาฬิกาข้อมือโดยไม่ต้องเดินไปดูใกล้ๆ ที่จอ เขาหรือเธอทำสีหน้าตื่นตระหนก เธอกดปุ่มบนนาฬิกาให้สร้างภาพฮอโลแกรม เป้ายิงโปร่งใสปรากฏขึ้นต่อหน้าเป็นรูปวงกลมซ้อน ๆกันบนพื้นสีขาว เขียนเลข 1 ไล่ไปจนถึงเลข9 บริเวณจุดศูนย์กลางตั้งแต่7 คะแนนขึ้นไปเป็นแถบสีดำทึบปรากฏว่ากระสุนของผมเข้าจุด 9คะแนนหนึ่งนัด จุด 5 คะแนนนัดหนึ่งอีกหนึ่งนัดเข้าจุดศูนย์กลางพอดิบพอดี ผมอ้าปากค้างฟลุคได้คะแนนเยอะกว่าที่คิดไว้มาก อะไรจะโชคดีขนาดนี้
“ยินดีด้วย ท่านได้รางวัลที่สองเก่งมาก ๆ ท่านเป็นตำรวจเหรอ”
“เปล่าเลยครับ” ผมสั่นศีรษะอย่างแรง
“หรือว่าเคยเล่นเกมแบบนี้บ่อย ๆ”
“ก็มีบ้างครับ” ผมแสร้งพูดปดอยากหยุดการถามเซ้าซี้ไว้แค่นี้ ผมอยากจะบอกว่าเคยเล่นแต่ปืนอัดลมสมัยเด็กแถมยังไม่มีตังซื้อจนต้องไปขอยืมเพื่อนอีกต่างหาก วิชารักษาดินแดนก็ไม่เคยได้เรียนสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องบังเอิญล้วน ๆ
“ยินดีกับท่านด้วย” เจ้าหน้าที่กล่าวแล้วก้มลงหยิบตุ๊กตาเต่าตัวใหญ่เบ้อเริ่มขึ้นมามันสวมเสื้อที่มีชื่อพรรคปักอยู่ตรงกลาง
“ขอเป็นอันอื่นได้ไหมครับ”ผมรีบยกมือปรามไว้ ขืนอิสราเห็นได้ฆ่าผมแน่ เจ้าหน้าที่พยักหน้าอย่างเข้าใจเก็บตุ๊กตาลงไปใต้โต๊ะตามเดิม แล้วหยิบตุ๊กตาหมีอีกตัวหนึ่งขึ้นมาให้แทนขนาดใหญ่ยักษ์พอ ๆ กัน มือไม้ผมขยับเป็นระวิง ไปห้ามแทบไม่ทัน
“เราขอเลือกของรางวัลเองได้ไหมครับ”ผมพูดในที่สุด
“ได้จ้า”เจ้าหน้าที่ผายมือไปทางชั้นวางของด้านหลัง “ยกเว้นโซนรางวัลที่หนึ่งนะ”
ผมกวาดสายตาดูบนชั้นไม่ได้ดูมีของที่แปลกตาอะไร มีแม่เหล็กติดตู้เย็น ตุ๊กตา แก้วน้ำ ปากกา สมุดผ้าเช็ดตัว เสื้อยืด และอื่น ๆ อีกมากมาย ของทุกชิ้นล้วนมีโทนสีไปทางเดียวกันมีสัญลักษณ์ หรือชื่อพรรคอัตตาอันใดอันหนึ่ง เจตนาโฆษณาพรรคชัดเจนผมยังแปลกใจว่าไม่ผิดกฎหมายการเลือกตั้งเหรอ เห็นได้ชัดว่ามีการแจกสิ่งของชัดเจนหรือว่าถ้าไม่ได้อยู่ในรูปตัวเงินก็ไม่นับว่าเป็นการขายเสียง
{ ผมมาศึกษาภายหลังจึงรู้ว่ากฎหมายกำหนดห้ามเฉพาะเงินสดและสิ่งของที่มีมูลค่าเกิน 1,000 บาทหากประชาชนพบว่านักการเมืองขายเสียงให้ตนเองด้วยเงินหรือสิ่งของก็ตามสามารถนำหลักฐานและภาพจากเอวีเอสอีที่บันทึกไว้ไปแจ้งรัฐจะได้รางวัลเท่ากับมูลค่าที่ซื้อเสียงบวกอีก 10% ส่วนนักการเมืองที่ขายเสียงนอกจากจะโดนโทษตัดคะแนนการเมืองมหาศาลแล้วยังโดนค่าปรับหลักหมื่นและต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแส[1]นั้นส่วนของที่มูลค่าน้อย ๆกฎหมายไม่ได้ห้ามเพราะมีงานวิจัยสามสี่แหล่งให้ผลตรงกันว่าไม่สามารถซื้อเสียงได้จริงผู้วิจัยให้เหตุผลว่าประชาชนได้เรียนเรื่องทักษะการคิดวิพากษ์ตั้งแต่เด็ก จึงรู้เท่าทันกลอุบายนี้อยู่แล้วและเคยมีการศึกษาพบว่าประชาชนร้อยละ 99% จะไม่เลือกพรรคที่แจกเงินกลายเป็นยิ่งทำ ยิ่งได้คะแนนเสียงน้อยลงพรรคการเมืองเลยปรับตัวเองกลายเป็นรูปแบบสร้างความบันเทิงให้รู้สึกดีต่อพรรคมากกว่าสร้างความเป็นกันเองให้ประชาชนไว้ใจผ่านการเล่นเกม หรือทำกิจกรรมร่วมกับพรรค }
ผมเลือกตุ๊กตาเต่าตัวเดิมแต่ขนาดเล็กพอที่จะยัดลงเป้ได้ไม่ให้ผิดสังเกตเจ้าหน้าที่ยังประหลาดใจที่ผมมักน้อย แต่ก็ยอมทำตาม เมื่อเดินออกจากซุ้มมาแล้วผมสำรวจรายละเอียดของรางวัลในมืออีกครั้ง ท่าชูสองนิ้วทำให้มันดูตลกแววตาอันบ๊องแบ้วชวนให้นึกเอ็นดู สาเหตุที่ผมชอบเต่าเพราะตอนเด็กเคยมีเพื่อนที่โรงเรียนเลี้ยงเต่าซูคาต้า แล้วผมไปเล่นด้วยบ่อย ๆมันเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ผมได้สัมผัสใกล้ชิดเพราะแม่ไม่ให้พาหมาหรือแมวเข้ามาในบ้านเด็ดขาดกลัวว่าจะยิ่งสร้างภาระในการดูแลขนและสิ่งปฏิกูลที่มันทิ้งไว้แค่นี้ก็ทำงานเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแล้ว ผมยังจำสัมผัสกระดองเย็น ๆ ได้ดีมันทำหน้าตาเฉยเมยทั้งที่กำลังเขมือบผักบุ้งอย่างตะกละตะกลามผมและเด็กคนอื่นที่นั่งล้อมวงพากันหัวเราะเอิ้กอ้ากในโลกวัยเยาว์ความสุขช่างเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายเสียจริง
ผมยัดมันลงกระเป๋าแล้วก้มหน้าดูนาฬิกาข้อมือเรือนสีดำเพิ่งจะ 11.01 น.เวลาผ่านไปช้ากว่าที่คิด
ทำอะไรต่อดีวะเดินเล่น หรือว่าควรกลับไปเตรียมตัวที่เวทีดี
ผมเดินย้อนกลับไปทางเดิมระหว่างครุ่นคิดยังสองจิตสองใจ ป่านนี้อิสราน่าจะเริ่มต้นสัมภาษณ์ผู้สมัครอิสระ ที่ชื่อว่า ทาลี่ประสิทธิ์จันทร์แล้ว ก่อนเธอจะแยกตัวไปรอบแรกผมถามเธอว่าตอนสัมภาษณ์จะถ่ายวีดีโอตัวเองอย่างไร อิสราตอบโดยการแสดงให้ดูเธอหยิบสิ่งของในเป้ของเธอออกมา กางส่วนที่พับออก แล้วกดปุ่มก้อนสี่เหลี่ยมสีชมพูขนาดเท่าหนังสือใหญ่ ๆ เล่มหนึ่งคลี่คลายตัวแล้วใบพัดก็กางออกมา
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกปกติเวลาไม่มีใครถ่ายให้ เราก็จะใช้โดรนส่วนตัว“เธอโยนมันไปกลางอากาศอย่างคล่องแคล่วหุ่นยนต์ขนาดจิ๋วหมุนใบพัดที่มุมทั้งสี่ด้วยความเร็วสูงในทันทีทำให้มันลอยนิ่งคงที่อยู่กลางอากาศรูปร่างแตกต่างจากโดรนส่งของที่ผมเคยเห็นตอนที่มาส่งเอวีเอสอีเครื่องใหม่ให้ธรณี ดูขนาดกะทัดรัดกว่าและไม่มีแขนกลด้านล่างไว้ยกของ
ผมเห็นกล้องหลักที่เปรียบเสมือนดวงตาของมันหันหน้าตามอิสราโดยไม่ต้องออกคำสั่งอิสราโชว์การใช้สัญญาณมือชูสองนิ้วติดกันแล้วปัดซ้ายขวาให้ผมดูโดรนบินไปด้านข้างตาทิศทางที่สั่งเปลี่ยนตำแหน่งมุมกล้องนอกจากนี้ยังมีกล้องจิ๋วที่ความคมชัดน้อยกว่าซ่อนอยู่ในโดมครอบแก้วครึ่งวงกลมใต้ท้องของมันตามคำบอกเล่าหญิงสาว มันสามารถเก็บภาพบรรยากาศ 360 องศาโดยรอบได้พร้อมกัน
“อิคารัส[2]ลงจอด”อิสราหันหน้าไปสบตากล้องแล้วสั่ง เธอน่าจะตั้งชื่อตามตัวละครในปกรณัมกรีกโบราณสักตัว
เจ้าหุ่นยนต์จึงค่อยๆ ลอยตัวลงต่ำช้า ๆ เมื่อถึงพื้นดินรอบการหมุนของใบพัดก็ลดลงจนหยุดนิ่งอิสราจึงก้มลงหยิบพับเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม
“แต่ถ้าท่านไม่มีอะไรทำก็มาถ่ายให้ด้วยก็ได้ เราว่าท่านสนใจภารกิจของท่านดีกว่า ไม่ต้องสนใจเรา”เธอพูดปิดท้าย ในตอนนั้นผมกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง รู้สึกเหมือนถูกขับไล่ใสส่งอ้อม ๆอย่างไรไม่รู้
ผมสลัดภาพอดีตทิ้งไปยังไม่ได้คำตอบว่าจะเลือกทางไหนเลยลองจินตนาการถึงภาพอนาคตของตนเองที่กลับไปอัฒจันทร์กลางแจ้งผมก็จะยืนฟังนักการเมืองสักคนโม้แต่เรื่องผลงานของตนเองอันสุดแสนจะน่าเบื่อแล้วก็ส่องดู สส.บุญธรรม เป้าหมายของผมซึ่งนั่งอยู่ที่เดิม
ผมเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมนั่งจิบเบียร์เพียงลำพังที่โต๊ะขอบนอกสุดของลานดนตรี จึงนึกไอเดียดี ๆ ออกผมหยุดยืนใกล้ ๆ ชายผู้นั้นตำแหน่งเยื้องมาทางด้านหลัง
[1]Whistleblower
[2]Icarus เป็นตัวละครในตำนานกรีกโบราณ เป็นมนุษย์ผู้สร้างปีกบินหนีจากการจองจำในหอคอยบนเกาะครีตสุดท้ายเขาก็พบกับหายนะจากเทพเจ้าซึ่งเกิดจากการไม่เชื่อฟังและการกระทำที่เกินตัว