ย้อนกลับไปเล็กน้อยในตอนที่เสวียนเทียนชิงเลื่อนระดับอย่างกะทันหันในห้องลับของตระกูลเสวียนปรากฏชายสองคนกำลังสนทนากันอยู่คนหนึ่งก็คือเสวียนอู่หยางที่นั่งอยู่กลางโถงส่วนอีกคนหนึ่งแม้จะสวมชุดคลุมดำแต่ยามนี้หมวกปิดหน้าได้ถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลามากบารมีเขาก็คือจักรพรรดิองค์ปัจจุบันของราชวงศ์นภาคราม!
“พี่อู่หยางท่านตัดผ่านอย่างวางใจเถอะ มีข้าอยู่เทียนชิงไม่เป็นไรแน่”
“ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั้นหากตระกูลฉินกับตระกูลเซี่ยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงท่านจะทำอย่างไร? ถึงตอนนั้นหากเป็นเผยสถานะของตระกูลเสวียนกับราชวงศ์ออกไปต้องเกิดความวุ่นวายแน่จะเป้นฉินหรือเซี่ยต่างก็ฝังรากลึกอยู่ในแดนเบญจภพ อีกทั้งยอดฝีมือของพวกเขาบนสะพานฟ้าก็มีอยู่ไม่น้อยเลยการกำจัดทิ้งไม่ใช่เรื่องยากแต่นั่นจะทำให้แดนเบญจภพสูญเสียมากเกินไป”
เสวียนอู่หยางถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้แม้ในใจจะเกิดโทสะแต่ก็ยังต้องระมัดระวังเอาไว้ เป็นอย่างที่ฟู่หยงจิ้นคิดไม่ผิดความนี้คนที่ลงมาจากสะพานฟ้าไม่ได้มีแค่ฟู่หยงจิ้นกับเย่ว์อิงแต่ยังมีคนอื่นด้วยสหายจากต่างแดนผู้นี้เป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญอาศัยการต่อสู้ภายในชักนำตระกูลฉินและเซี่ยอย่างลับๆจนสุดท้ายก็กลายเป้นฝ่ายตระกุลฉินและเซี่ยออกปากเชิญเขาลงมา
“แดนเบญจภพของเรายืนหยัดมาได้หลายหมื่นหลายแสนปีถึงอย่างไรวันนี้ก็ต้องมาถึงความลับเช่นนี้ปิดบังต่อไปอย่างไรก็ต้องมีคนรู้เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าจะเป็นคนในชักศึกเข้าบ้านเช่นนี้”
องค์จักรพรรดิกล่าวออกมาด้วยหน้ามืดครึ้มแดนเบญจภพเป็นแดนระดับต่ำที่ไม่มีผู้ปกครองบนสะพานฟ้าด้วยซ้ำ พวกเขายืนหยัดมาได้ถึงตอนนี้ก็เพราะแต่ละยุคสมัยปรากฏอริยะบุคคลผงาดขึ้นมาในยุคก่อนมีจักรพรรดิไท่ผิงส่วนยุคนี้ก็มีเสวียนอู่หยางนอกจากนี้ยังมียอดคนอีกไม่น้อยที่ปรากฏตัวขึ้นระหว่างทางดินแดนอันหล้าหลังแห่งหนึ่งมียอดคนมากมายขนาดนี้ใครเล่าจะไม่สงสัย?
ดังนั้นตั้งแต่เมื่อก่อนคนบนสะพานฟ้าก็จับจ้องแดนเบญจภพอยู่ก่อนแล้วเพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลงมือสืบหาความจริงเท่านั้นยิ่งในยุคที่จักรพรรดิไท่ผิงกับเสวียนอู่หยางรุ่งโรจน์ยิ่งไม่มีใครอยากหาเรื่องแดนเบญจภพเพียงแต่คราวนี้ดูเหมือนเพราะสงครามภายในกลับทำให้พวกเขาสืบพบเบาะแสบางอย่างและตระกูลฉินก็เป็นหมากชั้นดีที่ถูกวางเอาไว้
“เอาเถอะจัดการปัญหาตรงหน้าก่อนก็แล้วกัน คนที่ลงมาคราวนี้เป็นเซียนมนุษย์ผู้หนึ่งต่อให้ท่านไม่ทะลวงขั้นก็สามารถจัดการเขาได้ เรื่องราวยังไม่ร้ายแรงถึงเพียงนั้นระหว่างที่ท่านปิดด่านข้าจะไปดูเสียหน่อยว่าเป็นใคร”
องค์จักรพรรดิกล่าวออกมาอย่างสบายๆเซียนมนุษย์คนหนึ่งก็คิดจะมาวุ่นวายในแดนเบญจภพแล้วหรือ? คิดว่าพวกเราอ่อนแอขนาดนั้นหรือไง? เสวียนอู่หยางพยักหน้าครั้งหนึ่งร่างขององค์จักรพรรดิก็หายไปทันทีตอนนี้เขาไม่ใช่จักรพรรดิแห่งราชวงศ์นภาครามแล้วแต่อยู่ในอีกสถานะหนึ่งที่แม้แต่บนสะพานฟ้าก็ยังมีคนไม่น้อยที่หน้าเปลี่ยนสีเพราะได้ยินชื่อเขาคนที่สามารถติดตามเสวียนอู่หยางท่องทั่วสะพานฟ้าเยือนร้อยดาราจะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร?
หลังจากอีกฝ่ายออกไปแล้วเสวียนอู่หยางก็ยังคงนั่งอยู่อย่างนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวดวงตาของเขาปิดสนิทจิตสัมผัสอันยิ่งใหญ่กวาดออกไปรอบด้านไม่ว่าจะเป็นปรมาจารย์ขั้นสิบสามคนที่มาล้อมจวนเสวียนหรือกระทั่งเซียนมนุษย์คนนั้นก็ล้วนอยู่ในขอบเขตของเขาแน่นอนว่าจุดที่เขาให้ความสนใจมากที่สุดก็คือการต่อสู้บนถนนหลวงด่านบูรพานานแล้วที่เขาไม่ได้เจอกับเจ้าเด็กแสบคนนั้น
ในตอนนี้เองเป็นเวลาเดียวกับที่เสวียนเทียนชิงถูกสี่ปรมาจารย์ล้อมโจมตีจนเสี่ยงตายสีหน้าของเสวียนอู่หยางไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิดและไม่มีทีท่าว่าจะลงมือช่วยเหลือบุตรชายด้วยจนกระทั่งเสวียนเทียนชิงสามารถตัดผ่านเลื่อนระดับได้อย่างกระทันหันมุมปากของเขาถึงได้เผยรอยยิ้มออกมา
“ไม่เลวๆข้ารอมาถึงวันนี้ถือว่าไม่ทำให้บิดาต้องเสียแรงเปล่า! ศิษย์น้องเล็กเองก็อยู่ด้วยเช่นนั้นก็มอบวาสนาให้นางเป็นของขวัญพบหน้าด้วยก็แล้วกันนางหนูคนนี้ดูไปแล้วก็ไม่เลวเลยจริงๆ”
กล่าวจบเสวียนอู่หยางก็ถ่ายทอดเสียงไปหาเย่ว์อิงครั้งหนึ่งก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาพริบตานั้นก็คือเหตุการณ์ที่เขย่าครอนเมืองหลวงนภาครามร่างของเสวียนอู่หยางอาบไปด้วยรังสีกระบี่บุกทะลวงขึ้นสู่ชั้นฟ้า!
‘ศิษย์น้องเล็กใช้โอกาศนี้ทะลวงขั้นเถิด’
บนชั้นเมฆเหนือด่านบูรพาเย่ว์อิงพลันชะงักไปหลังจากได้ยินเสียงกระแสจิตของเสวียนอู่หยางทีแรกนางยังไม่เข้าใจแต่พอเห็นรังสีกระบี่บุกทะลวงชั้นฟ้าดวงตาของนางก็เบิกกว้างอย่างตกตะลึงก่อนจะรีบเอาเอากล่องหยกใบหนึ่งออกมากล่องหยกนี้มีสีขาวนวลเพียงแค่มองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่ายามเมื่อเย่ว์อิงเปิดกล่องหยกออกมากลิ่นหอมสดชื่นที่อัดแน่นไปด้วยพลังฟ้าดินก็โชยออกจนฟู่หยงจิ้นรีบหันมามองด้วยความตกใจ
“คุณหนูเย่ว์เจ้าจะทำอะไร? นี่คือเม็ดยาปราณทอง?”
“ศิษย์ส่งกระแสจิตมาบอกข้าว่าให้ใช้โอกาสนี้ทะลวงขั้นแม้ว่าการใช้ยาปราณทองจะไม่ดีเท่าบ่มเพาะปราณแท้ด้วยตัวเองแต่นี่เป็นโอกาศพิเศษ!”
เย๋ว์อิงพยักหน้าเล็กน้อยกล่าวอย่างรวดเร็วก่อนจะกลืนเม็ดยาปราณทองลงไปแล้วหลับตาโดยไม่สนใจฟู่หยงจิ้นอีกรอจนรังสีดาบทะลวงฟ้าปรากฏเมฆาสีรุ้งฟู่หยงจิ้นถึงได้เข้าใจว่ากำลังเกิดสิ่งใดขึ้นแน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้เขายิ่งตื่นตะลึงมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า!
“เมฆารุ้ง...เขียวฟ้า แดง ทอง นิล! เมฆารุ้งห้าสีปรากฏฟ้าดินอวยพร!”
ฟู่หยงจิ้นสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเขามองเห็นเหนืออุโมงเมฆารุ้งปรากฏจุดแสงสีชาดกระพริบไหวไปมาเขาก็ยิ่งตกใจทะลวงขั้นเหนือปรมาจารย์เข้าสู่ขอบเขตเซียนก็เท่ากับละทิ้งกายมนุษย์เดินบนวิถีอมตะร่วมกับฟ้าดินนี่เป็นเรื่องฝ่าฝืนต่อกฏสวรรค์ดังนั้นฝึกฝนจนบรรลุเซียนทุกขั้นเรื่องที่ต้องผ่านก็คือด่านทัณฑ์สวรรค์!
ทัณฑ์ของเซียนมนุษย์คือทัณฑ์เก้าวาโยซึ่งเห็นชัดว่านี่ไม่ใช่ลักษณะของมันประกายสีชาดนั้นคือสิ่งใดแค่เห็นฟู่หยงจิ้นก็รู้แล้วนี่คือทัณฑ์เพลิงผลาญกระดูกเป็นด่านกั้นขวางของเซียนปฐพี!
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆเขาก้าวเหนือกว่าข้าไปแล้วทั้งยังเรียกเมฆารุ้งห้าสีออกมาได้ด้วย!”
ฟู่หยงจิ้นถอนหายใจออกมาอย่างปลดปลงตัวเขาอยู่ในขั้นเซียนมนุษย์ระดับสมบูรณ์ขาดก็เพียงหนึ่งก้าวเพื่อตัดผ่านเข้าสู่เซียนปฐพีเท่านั้นเพียงแต่หนึ่งก้าวนี้จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยากมันคือหนึ่งก้าวที่บ่งบอกว่าตัวเขาพร้อมที่จะรับทัณฑ์เพลิงผลาญกระดูกหรือไม่ ส่วนเมฆารุ้งนั้นคือพรจากฟ้าดินที่จะปรากฏยามผู้ฝึกตนขั้นเซียนเลื่อนผ่านระดับเป็นการอำนวนพรจากมหามรรคาสวรรค์แด่บุตรสวรรค์ผู้ถูกเลือก!
แน่นอนคำว่าบุตรสวรรค์นี้ไม่ได้หมายถึงบุตรแห่งฟ้าดินแต่เป็นอัจฉริยะที่มรรคาสวรรค์ให้การยอมรับ!
“เด็กสองคนนี้มีวาสนาจริงๆเจ้าหนูเสวียนเทียนนั่นก็ช่างเถอะเพราะนี้คงเป็นสิ่งที่บิดาเตรียมไว้ให้แต่เกรงว่าครานี้เย่ว์อิงจะติดค้างน้ำใจเสวียนอู่หยางมากเกินไปแล้ว”
ฟู่หยงจิ้นเหลือบมองเย่ว์อิงครั้งหนึ่งก็ถอนหายใจออกมาปรากฏการณ์เมฆารุ้งนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งยวดต่อการเลื่อนระดับพลังฟ้าดินที่รับเอามาในตอนทะลวงขั้นก็มากกว่าคนทั่วไปนับสิบเท่าทั้งยังเป็นปราณฟ้าดินที่บริสุทธิ์อย่างยิ่งยกตัวอย่างเหมือนตอนที่เสวียนเทียนชิงติดอยู่ในขั้นเบิกวิญญาณสองปีจึงทำได้แค่กลั่นปราณแท้ให้บริสุทธิ์และทรงพลังมากกว่าคนทั่วไปกลับกันหากได้รับการอำนวยพรจากมรรคาสวรรค์แค่ครั้งเดียวปราณแท้ก็ทรงพลังมากกว่าที่เสวียนเทียนชิงกลั่นมาตลอดสองปีเสียอีก
นี่ก็คือของขวัญที่มรรคาสวรรค์มอบให้! อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่ปรากฏการณ์เท่านั้นหากจะได้รับมาอย่างแท้จริงก็จำต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์ให้ได้เสียก่อนมีได้ย่อมมีเสียดังนั้นหากเมฆารุ้งปรากฏทัณฑ์สวรรค์ก็จะรุนแรงยิ่งกว่าทว่าทำให้เสวียนอู่หยางแล้วฟู่หยงจิ้นไม่เป็นห่วงเลยสักนิด!
รังสีกระบี่ทะลวงสวรรค์หนึ่งครั้งปลายทางก็คือทัณฑ์เพลิงผลาญกระดูกฟู่หยงจิ้นมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าประกายเพลิงนั่นไม่ใช่ต้นตอแต่เป็นการมอดดับ! นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมากมีเพียงคนระดับเสวียนอู่หยางเท่านั้นที่จะทำได้การทะลวงขั้นของคนสามคนในคราวนี้ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายไร้อันตรายประกายสีรุ้งแปดส่วนตกลงกลางเมืองหลวงพร่างพรมไปที่จวนเสวียนส่วนอีกสองส่วนนั้นแบ่งกันล่องลอยไปยังด่านบูรพาสายหนึ่งอยู่เหนือเมฆส่วนอีกสายหนึ่งก็ตกลงบนร่างของเสวียนเทียนชิง!
ส่วนสาเหตุที่ง่ายดายเช่นนี้ก็เพราะทัณฑ์สวรรค์ถูกรังสีกระบี่ของเสวียนอู่หยางทำลายไปตั้งแต่แรกแล้ว!ดังนั้นในช่วงเวลานี้การเลื่อนระดับของทั้งสามคนจึงง่ายดายอย่างยิ่งเสวียนเทียนชิงที่เดิมทีมีปัญหาเล็กน้อยยามละอองแสงสีรุ้งตกลงบนร่างเขาปราณแท้ในร่างก็พลันสงบลงก่อนไต่ทะยานเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียวจากญาณทิพย์ขั้นต้นก็ทะลวงไปถึงญาณทิพย์ขั้นท้ายกลายเป็นปรมาจารย์ขั้นสามแล้ว!
ทางด้านเย่ว์อิงยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาจารย์อาเล็กผู้ลึกลับของเสวียนเทียนชิงผู้นี้ชาติกำเนิดสูงส่งเพียงแค่ต้องการก็ควักโอสถออกมาเม็ดหนึ่งทะลวงผ่านได้ทันที!
ขณะเดียวกันกับที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในแดนเบญจภพนั้นเหนือขึ้นไปบนฟ้าดาราท่ามกลางอาวกาศอันมืดมิด หมู่ดาวร้อยเรียงดุจสะพานกลางหาว ณที่แห่งนั้นปรากฏเรือรบทองแดงลำหนึ่งลอยอยู่เรือรบลำนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับทรงพลังจนหมู่ดาวหม่นแสงที่หัวเรือมีชายหนุ่มคนหนึ่งเอนหลังพิงเสาเรือในมือถือตำราเก่าสีเหลืองด้างข้างมีตะเกียงทองแดงส่องแสงไฟริบหรี่
ช่วงเวลาเดียวกันที่บนแดนเบญจพปรากฏเมฆาสีรุ้งชายหนุ่มคนนี้ก็เงยหน้าเล็กน้อยจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่งของห้วงอาวกาศริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มออกมาทั้งดวงตาปรากฏความคาดหวังยามเขาเงยหน้าขึ้นมาแสงไฟสีนวลจากตะเกียงทองแดงกระทบใบหน้าเผยให้เห็นเค้ารางใบหน้าที่คล้ายกับเสวียนเทียนชิงอยู่ส่วนหนึ่ง
ส่วนตำราเก่าเล่มนั้นแม้ไม่อาจมองเห็นเนื้อหาภายในแต่ที่หน้าปกสีเหลืองกลับมีตัวอักษรเลือนรางเขียนเอาไว้สองคำ
‘เมฆากมล’
จบเล่มหนึ่ง–คุณชายจรัสฟ้า
*** ช่วงเดือนสิงหา-กันยา ติดธุระเรื่องงานไม่ค่อยมีเวลาเขียนต้องขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วยครับตอนนี้เครียงานเสร็จแล้วน่าจะอัพได้ทุกวันสลับกับเรื่องเก่า(เรื่องเก่าอีก30กว่าตอนจบเรื่องแล้ว27 เล่ม ฝากติดตามด้วยครับ)
*** เขียนจบเล่มหนึ่งแล้วนักอ่านมีคำติชมตรงไหนคอมเม้นบอกกันได้เลยนะครับพลอตเรื่องนี้วางไว้ไปไกลแล้วน่าจะเป็นเรื่องหลักต่อหลังจากเขียนเรื่องเก่าจบ อยากให้ปรับปรุงตรงไหนบอกนักเขียนได้เลยขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
***ในช่วงเล่ม 2 อาจจะมีติดเหรียญบ้างเป็นบางตอนนะครับส่วนช่วงหลังๆหากมีการเปลี่ยนแปลงอะไรจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ