"โอ๊ย... เชี่ยเอ๊ย เอวข้า... กระดูกสันหลังหลุดไปแล้วล่ะมั๊งเนี่ย..."
เสียงโอดครวญดังระงมออกมาจากผ้าห่มแพรสีแดง จี้ฉางเซิงพยายามประคองร่างที่เหมือนถูกรถสิบล้อทับยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง แค่ขยับเอวนิดเดียว ความปวดร้าวก็แล่นแปลบปร๊าบจนน้ำตาไหลพราก
ภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อน(ที่เขาเป็ฝ่ายถูกกระทำย่ำยีอย่างสมยอม)เมื่อคืนนี้ ฉายวนซ้ำอยู่ในหัว ััจากมือกร้าน ริมฝีปากดุดัน และซิกแพคแน่นเปรี๊ยะของท่านแม่ทัพหญิง ทำเอาฉางเซิงหน้าร้อนฉ่า
์... ข้าเสียเอกราชความเป็ชายไปแล้วจริงเหรอเนี่ย!
เขามองสำรสจไปรอบห้อง เตียงกว้างข้างกายว่างเปล่า มู่ชิงเยว่หายตัวไปแล้ว เหลือเพียงรอยยับย่นของผ้าปูเตียงและกลิ่นหอมประจำตัวนางที่บ่งบอกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก่อนที่สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางทับอยู่ใต้ก้อนตำลึงเงินบนโต๊ะหัวเตียง
'ข้ามีประชุมทหารที่ค่ายแต่เช้า... เมื่อคืนเ้าทำได้ดีมาก พักผ่อนซะ ตอนเย็นข้าจะให้คนครัวตุ๋นไก่ดำมาให้กินบำรุงร่างกาย... อ้อ เงินนั่นเ้าเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัวตามสบายนะ'
ฉางเซิงอ่านจบมือก็สั่นพั่บๆ ทิ้งโน้ตไว้ให้ สั่งของบำรุงให้ แถมยังวางเงินทิ้งไว้ให้อีก! นี่มัน…
"เห็นข้าเป็อีหนูชัดๆ!" อดีตเชฟกระทะเหล็กะโลั่นห้อง น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินลงมาอาบแก้ม
พอเริ่มตั้งสติได้หัวสองก็เริ่มคิดอะไรฟุ้งไปเรื่อย สกิลดีขั้นเทพ พริ้วไหวดุจสายลมอะโช๊ะๆขนาดนั้น แถมยังรู้จุดอ่อนไหวได้แบบเป๊ะๆ… ไม่น่าใช่คนที่เคยเข้าหอครั้งแรกแแน่นอน เดี๋ยวนะ หรือว่ายัยแม่ทัพหน้าสวยนี่จะมีฮาเร็มหนุ่มหน้าขาวบอบบางซ่อนไว้หลังจวนวะ!? เจอกันคืนแรกถึงได้ดุเบอร์นี้!
จริงสิ หรือว่าที่พวกชาวบ้านร่ำลือกันว่าท่านแม่ทัพชอบกินผู้ชายบอบบางหน้าขาวนั่นก็…
แต่พอคิดไปคิดมา... ช่างแม่(ทัพ)มันเถอะ! จะมีฮาเร็มหรือเปล่ามันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่นี่ อย่างน้อยเขาก็รอดตายจากขุมนรกตระกูลจี้มาได้แล้ว ครอบครัวเฮงซวยนั่นชาตินี้อย่าได้หวังจะได้เจอกันอีกเลย อยู่ที่นี่เป็ถึงคุณชาย มีเมียสวยแซ่บระดับแรร์ไอเทม ขอแค่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ได้ทำอาหารอร่อยๆกินก็พอแล้ว!
จ๊อกกก~ คิดถึงของกิน กระเพาะโล่งๆก็ประท้วงขึ้นมาทันที กิจกรรมเมื่อคืนสูบพลังงานเขาไปจนเกลี้ยง ตอนนี้เขาหิวไส้กิ่วขนาดที่สามารถกินม้าศึกได้ทั้งตัว
"คุณชายจี้ ตื่นแล้วหรือเ้าคะ" สาวใช้หน้าดุนาม 'เซี่ยวหลิง' เดินถือถาดอาหารเข้ามา "ท่านแม่ทัพสั่งให้โรงครัวเตรียมอาหารบำรุงมาให้ท่านเ้าค่ะ"
ฉางเซิงตาลุกวาว ลืมความเ็ปไปชั่วขณะ รีบกระเถิบตัวไปดูอาหารบำรุงที่เมียรักสั่งเตรียมไว้ให้ ทว่า ทันทีที่ฝาครอบชามถูกเปิดออก รอยยิ้มของอดีตเชฟมิชลินก็แข็งค้างไปสามวิ
เบื้องหน้าของเขาคือ 'ก้อนเนื้อหมูต้มสีขาวซีด' ลอยเท้งเต้งอยู่ในน้ำซุปใสแจ๋วอย่างกับน้ำล้างหน้า กลิ่นเืจางๆแต่คาวชวนอ้วกลอยแตะจมูก แถมข้าวสวยยังหุงแฉะจนเป็กาวติดวอลเปเปอร์
"เนื้อต้มบำรุงกำลังเ้าค่ะ ท่านแม่ทัพทานแบบนี้ทุกวัน ร่างกายจึงแข็งแรงฟันศัตรูขาดสองท่อนได้สบายๆ" เซี่ยวหลิงตอบด้วยสีหน้าภาคภูมิใจสุดๆ
"แข็งแรงพ่อง!" ฉางเซิงกระแทกเสียงลั่นก่อนบ่นฉอดๆ "นี่มันลบหลู่ศพหมูชัดๆ! ต้มเนื้อไม่ใส่ขิงดับคาวได้ยังไง น้ำซุปก็ใสเป็น้ำล้างจาน ไม่ให้เกียรติอาหารกันเลยรึไง"
"ค…คุณชาย ท่านแม่ทัพไม่ชอบอาหารรสจัด… มันไม่ดีต่อสุขภาพ"
"ดีต่อสุขภาพกะผีน่ะสิ! กินแบบนี้จะไปมีเรี่ยวแรงสู้รบได้เหรอ!"
ฉางเซิงปัดถาดอาหารออกห่างด้วยสองนิ้วอย่างรังเกียจ ทำหน้าเหยเก ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืน แววตาที่เคยปวกเปียกลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งจิติญญาพ่อครัว
"พาข้าไปที่โรงครัวเดี๋ยวนี้! ข้าจะแสดงให้ดูว่าสิ่งที่เรียกกันว่า 'อาหาร' ที่แท้จริงหน้าตามันเป็ยังไง!"
ณ โรงครัวจวนแม่ทัพ
พอประตูครัวเปิดออกฉางเซิงก็แทบจะกระอักเืตายรอบสอง! สภาพโรงครัวแดนเหนือนี่มันเถื่อนยิ่งกว่าค่ายโจรซะอีก พ่อครัวร่างั์กล้ามโตกำลังง้างแขนเฉาะเนื้อหมูเนื้อไก่กันฉั่วะๆแบบไร้ศิลปะ บนเตามีหม้อต้มเนื้อซีดๆ ข้างๆเป็แป้งย่างที่แข็งเป้กจนปาหัวหมาแตก ซ้ำยังมีผักต้มเปื่อยๆที่ยุ่ยเละจนเหมือนเศษหญ้าเน่าขี้เลน แถมกลิ่นคาวก็คลุ้งไปหมด ให้ตายเถอะ!
นี่มันหาหารคนจริงเหรอวะเนี่ย! วรุตทนไม่ได้ เขาอุตส่าห์รอดจากหม้อแรงดันะเิ(รึเปล่า) รอดจากการกะอักเืตาย แถมยังรอดจากการถูกเมียสูบิญญามาแล้วนะเว่ย จะมาตายเพราะอาหารพวกนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
"หยุดดดดดด! พวกแกกำลังทำลายล้างอาหารกันอยู่รึไงฟระ!" ฉางเซิงตวาดลั่น สลัดคราบคุณชายบอบบางทิ้งไปสิ้น งัดมาดเชฟใหญ่นิ่งจอมเผด็จการออกมาแบบเต็มขั้น ก่อนจะเดินกะเผลกๆ เข้าไปแย่งตะหลิวและมีดปังตอจากพ่อครัวร่างั์ที่กำลังยืนอึ้ง
"ไฟแรงไป! เนื้อสับไม่ละเอียดเลย แล้วนั่นใส่เกลือหรือถมที่! หลีกไป! กระเทียม ขิง ต้นหอม พริกแห้ง โป๊ยกั๊ก อบเชย เอามาให้หมด!"
"ค…คุณชายจี้ ท่านแม่ทัพไม่ทานของฉุนนะขอรับ..." พ่อครัวใหญ่พยายามท้วง
"ที่นางไม่ทาน เพราะพวกเ้าทำไม่อร่อยไงเล่า! ถอยไป!"
ฉางเซิงกระชับมีดในมือด้วยแขนแห้งลีบสั่นพั่บๆ ถึงสภาพร่างกายจะไม่ค่อยอำนวยแต่ิญญาเชฟที่อยู่ข้างในน่ะของจริง เสียงมีดสับลงบนเขียงดังตั่บๆๆๆ รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เนื้อหมูสามชั้นถูกหั่นอย่างชำนาญเป็ลูกเต๋าขนาดเท่ากันเป๊ะ กระเทียมและขิงถูกซอยละเอียดในพริบตา ทำเอาเหล่าพ่อครัวทหารทั้งหมดอ้าปากค้าง
ฉ่าาาา!! เนื้อหมูสามชั้นถูกโยนลงกระทะเหล็กที่ตั้งน้ำมันจนเดือด เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นท่วมกระทะ
"เฮ้ย! ไฟไหม้!" ทหารยามใ
"หยุด! นี่มันคือเทคนิคการควงกระทะขั้นเทพโว้ย ไม่รู้จักก็อยู่เฉยๆ! "
ฉางเซิงสะบัดข้อมืออย่างชำนาญ น้ำตาลกรวด ซีอิ๊วดำ เหล้าจีน และเครื่องเทศถูกสาดลงไปกวนจนเข้ากัน
กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศ ควันไฟ และซีอิ๊วที่ไหม้กระทะนิดๆลอยฟุ้งทะลุโรงครัวออกไปทั่วจวน ทหารองครักษ์หน้าดุที่เดินตรวจตราอยู่ รวมถึงไอ้บึ้กหน้าโหด 'เติ้งสือ' ถึงกับหยุดกึกชะงัก กลืนน้ำลายดังเอื้อก ท้องร้องโครกครากกันเป็แถบ!
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฉางเซิงตักหมูสามชั้น เต้าหู้ผัดพริกหมาล่า และซุปไก่ดำ จัดใส่จานอย่างสวยงาม เขาเชิดหน้าขึ้นประกาศศักดาลั่นโรงครัว "ั้แ่วันนี้ไป อำนาจการสั่งการในครัวนี้เป็ของข้า!" เหล่าพ่อครัวทหารพยักหน้าหงึกๆ อย่างศิโรราบ ในใจฉางเซิงแสยะยิ้มกว้าง... ในเมื่อยึดอำนาจบนเตียงไม่ได้ ข้ายึดอำนาจในครัวแทนก็ได้วะ!
ตึก... ตึก... ตึก... ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม อาหารระดับภัตตาคารหรูก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะในห้องโถงใหญ่ จังหวะเดียวกับที่ มู่ชิงเยว่ กลับมาจากค่ายทหาร ทันทีที่ปลายจมูกได้กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยฝีเท้าของนางก็ชะงักกึก
"กลิ่นอะไรน่ะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม
เติ้งสือรีบเดินดุ่ยๆเข้ามารายงานด้วยสีหน้าแหยๆ "เรียนท่านแม่ทัพ เอ่อ~ คุณชายจี้บุกยึดโรงครัวขอรับ ข้าพยายามห้ามแล้ว แต่เขายกมีดปังตอขู่..."
มู่ชิงเยว่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาตวัดไปมองโต๊ะอาหารที่มีควันฉุยลอยกรุ่น ถัดไปไม่ไกลนักมีร่างบางๆของจี้ฉางเซิงยืนแอบอยู่หลังเสาโถง ชะโงกหน้ามามองนางด้วยแววตาคาดหวังเหมือนลูกหมาตัวน้อยรอเ้าของชม
"ตรวจพิษ" นางสั่งสั้นๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งที่หัวโต๊ะ มองอาหารสีสันฉูดฉาดด้วยสายตาแคลงใจ นางเป็นักรบ ไม่เคยกินเพื่อสุนทรียภาพ อาหารเช่นนี้จะกินได้จริงๆรึ
นางคีบหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงชิ้นหนึ่งเข้าปาก กึก! ความนุ่มละมุนจนแทบจะละลายในปากแผ่ซ่าน รสหวานของน้ำตาลคั่วจนออกกลิ่นคาราเมล รสเค็มกลมกล่อม และความหอมของเหล้าจีน ะเิออกในโพรงปาก!
ดวงตาหงส์คู่สวยเบิกกว้างขึ้นแค่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่นางจะปรับสีหน้าให้เรียบตึงตามเดิม ทว่าสปีดมือที่ใช้คีบอาหารเข้าปากกลับเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า! หมูสามชั้นหายวับ เต้าหู้หมาล่าถูกซดพร้อมข้าวสวยหมดไปสามชาม น้ำซุปไก่ดำถูกยกซดจนเกลี้ยงไม่เหลือซักหยดเดียว! ทหารองครักษ์รอบห้องยืนอ้าปากค้าง ไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพเจริญอาหารขนาดนี้มาก่อน!
ฉางเซิงที่แอบดูอยู่หลังเสาค่อยๆเดินกระดึ๊บๆออกมา ยืนบีบมือตัวเอง "เอ่อ… ท่านแม่ทัพ... รสชาติ... เป็อย่างไรบ้างครับ?" มู่ชิงเยว่ช้อนสายตาขึ้นมองปิ๊งๆ นิ่งเงียบไปสองวินาที บรรยากาศกดดันจนฉางเซิงเหงื่อแตกพลั่ก
"...ก็ใช้ได้" น้ำเสียงทุ้มแหบเอ่ยเรียบๆ
ทว่าในวินาทีที่นางหันหน้าหนีออกไปทางหน้าต่าง ฉางเซิงตาไวพอที่จะเห็น 'มุมปากของนางขยับยกขึ้นเป็รอยยิ้มบางๆ' แถมใบหูขาวสะอาดยังขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อย
เยส!! ฉางเซิงกรีดร้องลั่นในใจ ชูหมัดขึ้นฟ้า! ข้ามัดกระเพาะท่านอสูรได้แล้ว! แค่นี้ครัวนี่ก็ตกเป็ของข้าโดยสมบูรณ์แล้ววว~
ก่อนกลับห้องคืนนั้น เขาไม่ลืมหนีบ 'กระทะเหล็กหล่อ' ขึ้นสนิมใบหนึ่งกลับไปด้วยเพื่อเอาไปขัดทำความสะอาดหวังใช้เป็อาวุธคู่ใจ
ยามวิกาลคืนเดียวกัน...
แสงจันทร์เสี้ยวสาดส่องลงมาที่ระเบียงทางเดิน จี้ฉางเซิงในชุดนอนตัวบางสีขาวกำลังง่วนอยู่หน้าเตาถ่านเล็กๆในห้องนอน เขากำลังต้ม 'ชากานพลูผสมน้ำผึ้ง' หวังจะดื่มแก้ปวดหลัง ข้างๆกันมีกระทะเหล็กที่เพิ่งขัดสนิมออกจนเงาวับวางอยู่
"บ้าเอ๊ย ยิ่งดึกยิ่งปวดเอว... พรุ่งนี้ข้าต้องแอบต้มยาบำรุงไตซะแล้ว" ฉางเซิงบ่นกระปอดกระแปด มือสะบัดพัดใบกล้วยพัดเตาถ่านเบาๆ
ทันใดนั้น... บรรยากาศรอบตัวเย็นะเืขึ้นมากะทันหัน หูของเชฟที่มักจะไวต่อเสียงน้ำเดือดในครัวััได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง...
กุกกัก...
เสียงกระเื้ัคาลั่นเบาๆ ฉางเซิงชะงัก หยุดพัดในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปยังขื่อเพดานที่มืดตึ๊ดตื๋อ...