ทุกอย่างมืดสลัว ราวกับอยู่ท่ามกลางความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด
ตึกๆๆ...
อันหลินได้ยินเสียงที่ราวกับเป็นเสียงเรียกของวิญญาณเขาพยายามลืมตาขึ้นมา
จากนั้นเขาก็เห็นร่างที่ขาวสะอาดดุจหยก เนื้อตัวเปลือยเปล่า...
กระต่าย!
กระต่ายตัวนี้สูงเกือบครึ่งตัวคน ตอนนี้กำลังคุกเข่ากับพื้น
ในมือของมันมีสากหยกกำลังกระแทกลงบนถ้วยเล็กๆ ที่ส่องแสงสีทองอย่างต่อเนื่อง “ตึกๆ ๆ...”
กลิ่นสมุนไพรตลบอบอวลทั่วห้องเมื่ออันหลินสูดเข้าไปก็รู้สึกว่าสบายไปทั้งตัว
“อา...” เขาเผลอร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อกระต่ายได้ยินเสียงก็หันกลับมาดวงตาสีชมพูกลมโต กำลังกะพริบปริบๆ จ้องมองอันหลิน
“เจ้าฟื้นแล้วหรือ” เสียงไพเราะน่าฟังอย่างยิ่งออกมาจากปากของกระต่าย
“อืม...ไม่ทราบว่าที่นี่ที่ไหน” อันหลินตอบพลางพยักหน้า
เขายังรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยจึงยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ
กระต่ายกระโดดมาตรงหน้าอันหลินแล้วพูดว่า“เก้าพันหกร้อยเก้าสิบห้าคูณแปดร้อยสี่สิบเท่ากับเท่าไร”
อันหลินได้ฟังก็ตกใจพูดอย่างงุนงงว่า “เอ่อ...ขอข้าคิดดูหน่อย...”
สามวินาทีผ่านไป เสียงที่สิ้นหวังอย่างยิ่งก็ดังขึ้น “อะไรกัน ปกติเวลาคนเพิ่งฟื้น สมองยังไม่ตื่น ขอข้าปรับตัวหน่อย...”
อันหลินเงยหน้าขึ้น เห็นสากหยกกระแทกลงบนหัวเขาราวกับเป็นสากกะเบือ
ตุบ!
อันหลินตาเหลือก หมดสติไป...
...
ตึกๆๆ...
ท่ามกลางความมืดมน อันหลินได้ยินเสียงที่เป็นเหมือนเสียงเรียกจากวิญญาณ
เขาพยายามลืมตาขึ้นจากนั้นพบว่ากระต่ายตัวนั้นก็กำลังมองเขาเช่นกัน
“สองแสนหกพันแปดร้อยเจ็ดสิบหกหารสิบสามเท่ากับเท่าไร”กระต่ายถาม
ปากของอันหลินสั่นระริกกำลังจะบอกว่าขอกระดาษกับปากกาหน่อย
สองวินาทีผ่านไปกระต่ายถอนหายใจแผ่วเบา “เฮ้อ ที่แท้สมองก็ยังไม่ตื่นนี่เอง...”
สากหยกพุ่งผ่านอากาศมา ทุบลงบนหัวของอันหลิน
ตุบ! อันหลินสลบไปอีกครั้ง...
...
ตึกๆๆ...
ท่ามกลางความมืดมิดอันหลินได้ยินเสียงที่ราวกับเป็นเสียงเรียกของวิญญาณ
เขาพยายามลืมตาขึ้นจากนั้นพบว่ากระต่ายตัวนั้นก็กำลังมองเขาเช่นกัน
“นี่เรากำลังฝันร้ายเหรอ” ดวงตาของอันหลินเปียกชุ่มเอ่ยปากขึ้นมา
กระต่ายไม่ตอบถามต่อว่า “แปดร้อยเก้าสิบหกยกกำลังสามเท่ากับเท่าไร”
อันหลินได้ฟังก็หวาดผวาตะโกนลั่นทันทีว่า “เดี๋ยว! สมองของข้าปกติ ข้าไม่ได้โง่! ข้าแค่ไม่เคยเรียนคิดเลข!”
กระต่ายกะพริบตาปริบๆหูสองข้างลู่ลงมาตามกรอบหน้า พูดอย่างฉงนใจว่า “แบบนี้นี่เอง เช่นนั้นต้องขอรบกวนหน่อย ข้าควรจะใช้วิธีไหนถึงจะรู้ว่าสมองของเจ้าปกติหรือไม่”
เมื่ออันหลินได้ยินประโยคนี้น้ำตาก็รื้นขอบตาอีกครั้ง
จะว่าไปสมองของกระต่ายตัวนี้ปกติจริงเหรอ
เมื่อเขาเห็นกระต่ายยกสากหยกขึ้นอีกครั้งก็รู้แล้วว่ากระต่ายตัวนี้จริงจัง!
“เอาอย่างนี้ ข้าท่องกลอนได้ ข้าจะท่องกลอนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง!”
อันหลินเกิดปัญญายามคับขัน พูดตะโกนเสียงดัง
“ท่องกลอนหรือ...ความคิดนี้ไม่เลว ท่องเถอะ!” ดวงตาสีชมพูของกระต่ายจดจ้องอันหลิน ใบหน้าเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
“จันทร์กระจ่างที่ด้านหน้าเตียงดูประหนึ่งมีน้ำค้างแข็งบนพื้นดิน แหงนหน้ามองจันทร์อันสุกใส…” อันหลินพูดอย่างคล่องแคล่ว
กระต่าย“…”
“ท่องกลอนเด็กอนุบาล สมองยังไม่ปกติอย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย!”
กระต่ายยกสากหยกขึ้นอีกครั้ง
ตุบ
อันหลินโดนสากหยกทุบหัวหมดสติไปอีก
อันหลินเคราะห์ร้ายเหลือเกินตอนแรกเขาคิดว่าเมื่อตัวเองท่องกลอน กระต่ายตัวนี้ต้องไม่เคยได้ยินมาก่อนสิไม่คิดว่ากระต่ายตัวนี้จะรู้จัก!
ท่ามกลางความมืดมน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
...
ตึกๆๆ...
อันหลินได้ยินเสียงเรียกจากวิญญาณอีกครั้ง
แต่ทว่าครั้งนี้เขาเลือกจะหลับตาต่อไป ให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่ลืมตา!
จะทุบก็ทุบไป ข้าจะนอนของข้า
ขณะนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งโผล่มาในห้อง
“เสี่ยวเยว่ ตอนนี้อันหลินเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
เป็นเสียงอ่อนหวานของผู้หญิง อันหลินคุ้นเคยอย่างมาก!
เสี่ยวเยว่? กระต่ายที่ซูเฉี่ยนอวิ๋นเคยเอ่ยถึงก่อนหน้านี้คือมันเองเหรอ
“อืม เขาฟื้นหลายครั้งแล้ว แต่สมองยังไม่ค่อยปกติข้าตั้งใจว่าจะใช้โอสถช่วยบำรุงเขาอีกสักหน่อย” เสียงของกระต่ายดังขึ้น
ใครกันแน่ที่สมองไม่ปกติแกต่างหากที่ไม่ปกติ!
อันหลินร่ำร้องในใจ เขารู้ว่าได้เวลาลืมตาแล้ว
“สหายซู ข้าฟื้นแล้ว!”
เขาลืมตาขึ้น ลุกขึ้นนั่งทันที มองหญิงสาวคนตรงหน้าแล้วพูดต่อ “อีกอย่าง ข้าปกติมาก อย่าไปฟังกระต่ายตัวนั้นพูดเหลวไหล!”
“สหายฮันหลิน ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นสักที!”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นดีใจมาก นางเขยิบมาอยู่หน้าอันหลิน
มืองามเนียนนุ่มกุมข้อมือของอันหลินไว้สัมผัสลมปราณภายในตัวเขา
“อืม...ชีพจรกับพลังปราณฟื้นฟูได้พอสมควรแล้วเม็ดยาสรรสร้างชีวิตของพี่ฉางเอ๋อได้ผลจริงๆ ด้วย” ซูเฉี่ยนอวิ๋นโล่งอกพูดเสียงแผ่วเบา
“อะไรนะ พี่ฉางเอ๋อ เม็ดยาสรรสร้างชีวิตงั้นหรือ”อันหลินเบิกตากว้าง ทำหน้างุนงง
ซูเฉี่ยนอวิ๋นกำลังจะอธิบายกระต่ายก็ชิงพูดขึ้นมาว่า “คืออย่างนี้ จู่ๆร่างของเจ้าก็ระเบิดในศึกแห่งอิสรภาพ เลือดลมสูญสิ้น เส้นชีพจรเสียหายหากไม่ใช่เพราะเซียนสวรรค์อวี้หัวนำร่างของเจ้าไปรักษาในโลงเย็นพันธนาการจิตได้ทันท่วงทีละก็เจ้าอาจจะตายไปนานแล้ว แต่แม้จะเป็นเซียนสวรรค์อวี้หัวก็ทำอะไรกับอาการของเจ้าไม่ได้ สามารถพูดได้ว่า นอกจากจิตของเจ้าที่ยังอยู่แล้วร่างกายเสียหายไปนานแล้วสุดท้าย ซูซูก็ขอร้องให้เจ้านายข้าช่วยเจ้าเจ้านายข้าถึงยอมลงมือ ปรุงเม็ดยาสรรสร้างชีวิตให้เจ้า ฟื้นฟูเส้นชีพจรของเจ้าทำให้เลือดลมถือกำเนิดใหม่...”
เมื่ออันหลินได้ยินคำพูดของกระต่าย ก็มองซูเฉี่ยนอวิ๋นอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณเจ้ามากนะ บุญคุณใหญ่หลวงเช่นนี้ ข้าอันหลินต้องตอบแทนเป็นเท่าทวีแน่นอน!”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นหน้าแดงระเรื่อ กำลังจะพูด กระต่ายก็กระโดดมาหน้าอันหลินอีกครั้งชิงพูดตัดหน้าว่า “ตอบแทนน่ะมันแน่นอนอยู่แล้ว! โอสถที่เจ้านายข้าปรุงเป็นถึงยาวิเศษขั้นสองเชียวนะ! ทั่วทั้งแคว้นจิ่วโจวไม่มีใครสามารถปรุงได้ แถมยังต้องใช้วัตถุล้ำค่านับไม่ถ้วนรวบรวมพลังแห่งจันทรา ระดมพลังชีวิตแห่งฟ้าดิน ใช้อิทธิฤทธิ์อันสูงส่ง...”
กระต่ายพูดชมไม่หยุด อันหลินยิ่งฟังก็ยิ่งตะลึง
“เอาอย่างนี้...ใต้เท้ากระต่าย ท่านตีราคามาเถอะ...”อันหลินยิ่งฟังก็ยิ่งใจฝ่อแค่ฟังก็รู้ว่าขายเขาหมื่นคนก็ชดใช้หนี้ก้อนนี้ไม่ได้!
“อะแฮ่ม” กระต่ายกระแอม กลอกตาไปมา จากนั้นก็พูดช้าๆว่า “เจ้าค่อยๆ หามาคืนก็ได้ ไม่รีบร้อน อันดับแรกสิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือช่วยรวบรวมวัตถุดิบดังต่อไปนี้ให้ข้า!”
“อืม ข้าจะตั้งใจฟัง!” อันหลินทำหน้านอบน้อม
กระต่ายพูดต่อว่า“แครอทแห้งหนึ่งร้อยชั่ง มันฝรั่งทอดรสแครอทสิบลังเฟรนช์ฟรายส์รสแครอทคั้นสดหนึ่งตัน...”
อันหลินอ้าปากค้าง นั่งอึ้งอยู่กับที่ งงเป็นไก่ตาแตก!
วัตถุล้ำค่าที่คุยกันไว้ล่ะ วัตถุดิบเลิศล้ำที่ตกลงกันไว้ล่ะ
ขอแค่เราซื้ออาหารขยะเป็นกอบเป็นกำก็สามารถชดใช้ได้แล้วจริงๆเหรอ!
“เอาล่ะ อันหลิน พี่ฉางเอ๋อใจดีมากนางไม่ได้ขอให้เจ้าทำอะไรเพื่อตอบแทนนางหรอก ของพวกนี้เป็นเงื่อนไขของเสี่ยวเยว่ทั้งนั้นมันรู้ว่าเจ้าจะไปโลกมนุษย์ จึงอยากให้เจ้าช่วยซื้อของอร่อยให้มันหน่อย!”
เมื่อซูเฉี่ยนอวิ๋นเห็นท่าทางของอันหลิน ก็ยิ้มบางๆเผยให้เห็นลักยิ้มจิ้มลิ้มสองข้าง อธิบายอย่างอ่อนโยน
“ซูซู ทำไมเจ้าถึงนำความในออกนอกเล่าเรื่องนี้พูดออกไปข้าอายยิ่งนัก!” กระต่ายถลึงตาใส่ซูเฉี่ยนอวิ๋นพูดอย่างโมโห
ซูเฉี่ยนอวิ๋นได้ยินกระต่ายพูดแบบนี้ใบหน้าก็แดงก่ำอีกครั้ง
อันหลินจับประเด็นสำคัญในคำพูดของซูเฉี่ยนอวิ๋นได้“เดี๋ยวนะ เจ้าบอกว่าข้าจะไปโลกมนุษย์หรือ!”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นพยักหน้า “อืม สิบวันหลังจากนี้เจ้าเป็นหนึ่งในนักเรียนใหม่ที่ถูกเลือก ได้ลงไปโลกมนุษย์กลุ่มแรกเลยนะ!”
อันหลินได้ยินก็ตกใจ โลกมนุษย์...
เราจะได้กลับโลกแล้ว!