สวีอี้ถงรีบเอาอาหารกลางวันไปให้คุณพ่อโจวโดยไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่นี้หยางจิ่วมีความตั้งใจเดิมเช่นไรในตอนนี้เธอกำลังคิดว่าในเมื่อยกเลิกงานแต่งไม่ได้เธอควรจะทำตัวดีๆแล้วใช้ชีวิตให้ดีพยายามปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่ในนิยายเื่นี้อย่างมีความสุขดีกว่า
“ทำไมวันนี้ถึงได้มาส่งข้าวให้พ่อได้”คุณพ่อโจวรับอาหารกลางวันของตนเองไปแล้วจ้องมองลูกสาวคนเล็กด้วยความประหลาดใจเขากับภรรยารักและเอาใจลูกสาวคนเล็กมากจนเกินไปจนทำให้เธอทั้งี้เีและเอาแต่ใจตนเองแต่วันนี้พอได้เห็นว่าคุณแม่โจวสามารถออกคำสั่งใช้งานลูกสาวคนเล็กได้ถือว่าเป็เื่ที่เหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ
"ถ้าหนูไม่ยอมมาส่งข้าวให้คุณพ่อหูของหนูคงได้หลุดติดมือของคุณแม่ไปแน่ๆ" เมื่อได้ยินลูกสาวคนเล็กพูดเช่นนี้คุณพ่อโจวก็ส่ายหน้า
“แม่ของแกก็ทำได้แค่ดึงหูของแกนั่นแหละแถมแกก็มักจะหนีรอดมือของแม่แกได้ทุกครั้ง มีแค่่นี้แหละที่ความว่องไวของแกลดลงแถมยังดูเหมือนว่าจะรู้จักช่วยแม่กับพี่สาวของแกทำงานแล้วด้วยดูเหมือนว่า่นี้แกจะเปลี่ยนไปมากเลยนะ”คุณพ่อโจวพูดพลางใช้สายตาอันคมกริบจ้องมองเธอ ทำให้สวีอี้ถงอดรู้สึกร้อนตัวไม่ได้
“หนูเรียนจบแล้วต้องรู้จักปรับปรุงตัวมั่งสิคะ”สวีอี้ถงพูดพลางหลุบสายตาลงเพื่อหลบสายตาของคุณพ่อโจว
“รู้จักปรับตัวได้ก็ดีอีกหน่อยพอแต่งเข้าบ้านหยางแล้วแกจะได้ไม่เป็ที่น่ารังเกียจของผู้อื่น”คุณพ่อโจวพูดพลางทอดถอนใจออกมา
“คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะคะหนูจะไม่สร้างความลำบากให้แก่คุณพ่ออย่างแน่นอน”สวีอี้ถงพูดออกมาในทันทีเมื่อเข้าใจว่าคุณพ่อโจวอาจจะกังวลถึงความประพฤติของลูกสาวที่อาจจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขา
“เื่ที่แกจะสร้างความลำบากให้ฉันหรือไม่นั้นฉันไม่ได้กังวลหรอกฉันกังวลก็แต่เื่อนาคตของแกต่างหาก”เมื่อคุณพ่อโจวพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็พลันยิ้มออกมาเธอมองคุณพ่อโจวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจในใจก็ได้แต่คิดว่าถ้าคุณพ่อในโลกแห่งความเป็จริงของเธอมีความเป็ห่วงเป็ใยเธอจากใจจริงเช่นนี้บ้างชีวิตในโลกแห่งความเป็จริงของเธอก็คงจะดีกว่านี้ไปแล้วสวีอี้ถงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบความห่วงใยลูกสาวของคุณพ่อโจวเธอจึงตอบกลับคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะคะหนูดูแลตัวเองได้ไม่ทำให้ตัวเองต้องลำบากอย่างแน่นอน คุณพ่อรีบไปกินข้าวเถอะค่ะประเดี๋ยวจะเลยเวลาพักกลางวันเสียก่อน”เมื่อสวีอี้ถงพูดเช่นนี้คุณพ่อโจวก็พยักหน้า
“แกก็รีบกลับบ้านล่ะอย่ามัวไปเถลไถลที่อื่น เดี๋ยวแม่ของแกจะเป็ห่วง”
“หนูกำลังจะกลับแล้วล่ะค่ะรับรองว่าวันนี้ไม่แวะไปเที่ยวที่อื่นอย่างแน่นอนค่ะ”เมื่อได้ยินบุตรสาวพูดเช่นนี้คุณพ่อโจวก็ยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าให้ลูกสาวสวีอี้ถงส่งยิ้มให้เขาแล้วก็เดินทางกลับบ้านในทันที ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปเดินเที่ยวแต่ที่เธอไม่ไปเดินเที่ยวเป็เพราะแม้ว่าเธอจะมีความทรงจำของโจวเสี่ยวถงอยู่แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกคุ้นชินกับที่นี่เธอจึงรีบเดินทางตรงกลับไปที่บ้านเลย
เมื่อเธอเดินทางกลับไปถึงบ้านก็พลันพบว่าวันนี้ที่บ้านมีแขกมาเดิมทีเธอคิดจะเดินเลี่ยงออกไปทางหลังบ้านแล้วแต่คุณแม่โจวกลับเดินมาเรียกเธอเอาไว้ก่อน
“เสี่ยวถงกลับมาแล้วหรือมานี่มา มาสวัสดีคุณนายหยางเสียสิ”เมื่อคุณแม่โจวพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็พลันนิ่งงันไปครู่หนึ่ง คุณนายหยางที่คุณแม่โจวพูดถึงน่าจะเป็ว่าที่แม่สามีของโจวเสี่ยวถงเมื่อรู้ว่าแขกที่มาคือใครสวีอี้ถงก็รีบเรียบเรียงนิสัยของตัวละครตัวนี้ในทันที
คุณนายหยางคนนี้ถือว่าเป็หญิงแกร่งแห่งยุคจริงๆหลังจากที่สามีของเธอจากไปก่อนวัยอันควรเธอก็บุกเบิกตลาดชาที่สามีทำไว้จนประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้เพราะทุ่มเทแรงใจแรงกายให้กับการทำงานลูกชายและลูกสาวของเธอจึงไม่ค่อยจะได้รับความเอาใส่เท่าใดนักหยางจิ่วทำตัวเป็อันธพาลเกะกะระรานผู้คนไปทั่วส่วนหยางเจินก็เป็คุณหนูที่เอาแต่ใจสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับคุณนายหยางเป็อย่างมาก
หากเป็เนื้อหาในนิยายคุณนายหยางกับโจวเสี่ยวถงไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าใดนักส่วนหยางเจินกับโจวเสี่ยวถงก็ดั่งกับน้ำมันกับเชื้อไฟพอเข้าใกล้กันเมื่อไหร่ก็ทะเลาะเบาะแว้งกันแทบจะทุกครั้งสาเหตุการตายของคุณนายหยางและหยางเจินก็เป็เพราะหยางเจินอยากจะกลั่นแกล้งโจวเสี่ยวถงคิดว่าโจวเสี่ยวถงลงมือทำอาหารเพื่อเอาอกเอาใจสามีเธอก็เลยชิงตัดหน้าเอาอาหารที่โจวเสี่ยวถงทำให้สามีนำไปกินกับคุณนายหยางก่อนผลสุดท้ายก็เลยได้รับพิษตายพร้อมกันทั้งแม่และลูกส่วนหยางจิ่วก็เลยรอดตายไปได้
แต่ตอนนี้ในเมื่อสวีอี้ถงอยากใช้ชีวิตดีๆก็ไม่ควรจะมีเื่ขัดใจกับคนที่มากบารมีโดยเฉพาะคนที่ควบคุมเื่การเงินของคนทั้งบ้านเช่นนี้เธอยิ่งไม่ควรจะมีเื่ขัดแย้งด้วยคุณนายหยางคนนี้ชอบคนที่ขยันขันแข็งมีความพยายามที่จะพัฒนาความรู้ความสามารถตลอดเวลา และสิ่งที่เธอเกลียดมากที่สุดก็คือคนที่พยายามเข้าหาเธออย่างไร้ซึ่งความจริงใจดังนั้นจึงเป็เื่ยากสำหรับโจวเสี่ยวถงที่จะทำให้คุณนายหยางพึงพอใจแต่สำหรับสวีอี้ถงแล้วนี่ไม่ใช่เื่ที่ยากอันใด ก็แค่ต้องทำตัวหน้าหนาสักนิด ฉากหน้าทำเป็ไม่กระตือรือร้นที่จะเข้าหาแต่ฉากหลังกลับค่อยๆสร้างความพึงพอใจเพื่อตีสนิท มันอาจจะดูเหมือนเป็เื่ยาก แต่สำหรับคนอย่างสวีอี้ถงแล้วมันกลับไม่ใช่เื่ยากอะไรในเมื่อสวีอี้ถงรู้ถึงความชอบและความไม่ชอบของคุณนายหยางได้เป็อย่างดี
“สวัสดีค่ะฉันคือโจวเสี่ยวถงค่ะ”สวีอี้ถงพอจะรู้บ้างแล้วว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้คุณนายหยางพึงพอใจถ้าหากอยากจะมีชีวิตดีๆ ต้องรู้จักเข้าหาให้ถูกคนในเมื่อบ้านหยางมีผู้เป็ใหญ่คือคุณนายหยางดังนั้นเธอจึงควรจะผูกมิตรกับคุณนายหยางเอาไว้
“ได้ยินว่าเธอไปส่งอาหารให้คุณพ่อมาหรือ”เมื่อคุณนายหยางถามเช่นนี้สวีอี้ถงก็พยักหน้ารับ
“ใช่แล้วค่ะคุณพ่อมักจะลืมกล่องอาหารเอาไว้ที่บ้านเสมอ ส่วนใหญ่คุณแม่และพี่สาวของฉันจะเป็คนนำไปส่งแต่วันนี้ฉันวางพอดีก็เลยอาสาเอาอาหารไปส่งให้คุณพ่อค่ะ” สวีอี้ถงพูดคำว่า “อาสา”ได้อย่างไม่อายปากโดยไม่สนใจคุณแม่โจวที่ยืนกะพริบตาปริบๆ ในตอนที่ได้ยินคำว่า“อาสา” จากปากของลูกสาว
“ช่างเป็เด็กสาวที่น่ารักจริงๆแดดร้อนเช่นนี้แต่ยังอาสานำอาหารไปส่งให้คุณพ่อของเธอที่ไร่ชาอีก”เมื่อคุณนายหยางพูดจาชมเชยเช่นนี้สวีอี้ถงก็ยิ้มรับคำชมอย่างไร้ซึ่งความละอายทำให้คุณแม่โจวพลันรีบหันไปมองทางอื่นในทันทีในใจก็ได้แต่คิดว่าความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีของลูกสาวของเธอจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน