(จบ)ระบบวิวัฒนาการสัตว์อสูร

    บทที่ 35 โดยไม่คาดคิด

    บทที่ 35 โดยไม่คาดคิด


    “จากที่ข้ารู้มา ตอนที่ท่านเป็นยังเยาว์ พ่อบ้านจ้าวเป็นผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอด โปรดชี้แนะข้าด้วย”


    หลินฮ่าวพูดอย่างจริงใจ ในช่วงครึ่งปีที่อยู่ในจวนตระกูลจ้าว เขาได้ฟังเรื่องราวของพ่อบ้านใหญ่จ้าวมาไม่น้อย


    แม้ว่าจ้าวหรงจะอายุหกสิบปีและร่างกายไม่เหมือนเมื่อก่อน แต่ความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 4 ยังเหนือกว่าคนหนุ่มสาวหลายคน


    “ข้าไม่คู่ควรกับคำชื่นชมเช่นนั้น แต่ถ้าท่านสนใจ ข้าสามารถให้คำชี้แนะบางอย่างแก่ท่านได้ขอรับ”


    จ้าวหรงพูดด้วยรอยยิ้มในดวงตาอันฝ้าฟางว่า "วีถีวรยุทธ์นั้นไม่มีสิ่งที่มากไปกว่า ‘ความเข้าใจและการฝึกฝน’ สองคำนี้"


    "ท่านออกกำลังแขนแบบนี้ทุกวัน แม้ว่ากำลังของท่านจะเพิ่มขึ้น แต่ส่วนอื่นของร่างกายจะไม่ได้รับการพัฒนาตามไปด้วยขอรับ"


    หลินฮ่าวถามอย่างครุ่นคิด "หมายความว่าส่วนอื่นของร่างกายจะยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างนั้นหรือ?"


    "รับมือ!"


    ทันใดนั้น จ้าวหรงตะโกนพร้อมทั้งออกหมัดตรงเข้าหาหลินฮ่าว


    ด้วยมุมมองของแมลงวันกังฟู ท่าทางการโจมตีของอีกฝ่ายจึงปรากฏอยู่ในห้วงจิตใจของเขา


    หลินฮ่าวพลันรวบรวมพลังวิญญาณในร่างและต่อยออกไปตามสัญชาตญาณ


    โครม!


    หมัดทั้งสองปะทะกันจนเกิดเสียงดังกึกก้อง


    จู่ ๆ หลินฮ่าวก็รู้สึกถึงแรงกดดัน อดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังครึ่งก้าว


    ถ้าเขาไม่รู้สึกว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย  เขาคงสั่งให้แมลงวันกังฟูและทารันทูลาออกมาแล้ว


    “ท่านเขยใหญ่เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกันงั้นหรือ?”


    จ้าวหรงจ้องหน้าหลินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ


    เขาไม่คาดคิดว่าหลินฮ่าวไม่เพียงเป็นผู้ใช้อาคมเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดเส้นเลือดแห่งจิตวิญญาณอีกด้วย


    แม้ว่าจะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 1 สิ่งนี้ก็ยังน่าตกใจอยู่ดี


    เนื่องจากผู้ฝึกยุทธ์ที่เป็นผู้ใช้อาคมนั้นมีไม่มากนักในโลกของการต่อสู้


    สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีใครฝึกฝน แต่คนที่มีความสามารถในการฝึกฝนวิถีการต่อสู้ทั้งสองสายในเวลาเดียวกันนั้นหายากมาก


    “พ่อบ้านจ้าว หมัดของท่านมีจุดประสงค์อะไร?”


    ในตอนนี้ เสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยของหลินฮ่าวทำให้จ้าวหรงกลับมามีสติอีกครั้ง


    เขาหัวเราะและครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวว่า "ท่านเขยใหญ่ หมัดเมื่อครู่นี้ แม้จะแข็งแกร่งและทรงพลัง แต่ก็ยังขาดความระเบียบและจินตภาพ"


    เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลินฮ่าวก็ถามว่า "ท่านหมายถึงข้าใช้แต่กำลังงั้นหรือ?"


    จ้าวหรงยื่นหมัดมาตรงหน้าหลินฮ่าวและพูดอย่างใจเย็นว่า "ถ้าให้กล่าวคงเป็น การตอบสนองทางกายภาพของท่านไม่สามารถตามการตอบสนองของจิตสำนึกได้ทัน เช่นเดียวกับความเร็วในการชกที่ตามความเร็วของสติสัมปชัญญะของท่านไม่ทันขอรับ"


    หลินฮ่าวครุ่นคิดและถามฃด้วยความสงสัย "แล้วจะบรรลุถึงสิ่งนั้นได้อย่างไร?"


    "คำเดียว ฝึกฝน!"


    จ้าวหรงเอ่ยว่า "ต้องฝึกความแข็งแกร่งทั่วทั้งร่างกายเท่านั้น แทนที่จะสร้างความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว เช่นนั้นถึงจะบรรลุผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ขอรับ"


    หลินฮ่าวตกตะลึงและตระหนักได้ในทันที เขาส่งยิ้มให้จ้าวหรงและเอ่ยว่า "ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ"


    "ข้าหวังว่าสิ่งนี้จะมีประโยชน์ต่อท่านขอรับ"


    จ้าวหรงยิ้มและพยักหน้า เขาชื่นชมท่าทีในการรับฟังคำแนะนำอย่างจริงใจของหลินฮ่าว 


    ซึ่งแตกต่างจากลูกหลานตระกูลจ้าว พวกเขาล้วนหยิ่งผยองและอาศัยเพียงทรัพยากรของตระกูล ทั้งยังยึดติดกับฐานะ จึงไม่เคยให้ความเคารพต่อเขาในฐานะผู้อาวุโส


    "ข้ามีบางอย่างที่ต้องทำ ดังนั้นข้าจะไม่รบกวนการฝึกฝนของท่านแล้วขอรับ"


    หลังจากพูดอย่างนั้น อีกฝ่ายก็เดินหลังค่อมเหมือนชายชราทั่วไปออกจากลานบ้าน


    "ออกกำลังกายครอบคลุมทั้งร่างกาย...ต้องทำเช่นไร?"


    หลังจากที่พ่อบ้านจ้าวจากไป หลินฮ่าวก็เริ่มคิดถึงปัญหานี้


    ในการฝึกยุทธ์ เขายังอยู่ในช่วงคลำหาทางด้วยตัวเอง 


    ทั้งนี้คำชี้แนะของพ่อบ้านจ้าวก็มีประโยชน์มาก


    เนื่องจากจ้าวหรงโจมตีด้วยหมัดในตอนนั้น ท่าทางการโจมตีทั้งหมดของอีกฝ่ายอยู่ในใจของเขา แต่การตอบสนองของร่างกายกลับไม่สามารถเป็นไปตามอย่างที่คิด ดังนั้นเขาจึงต้องล่าถอยเมื่อเข้าปะทะ


    หากเป็นปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ เมื่อโดนจ้าวหรงโจมตี อีกฝ่ายจะเป็นผู้คุมเกมและล้มคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว


    "สิ่งนั้นไง เกราะแรงโน้มถ่วง"


    ดวงตาของหลินฮ่าวเป็นประกาย เมื่อเขานึกถึงสมบัติที่ตัวเอกนวนิยายใช้ในชาติที่แล้ว


    กุญแจสำคัญของเกราะแรงโน้มถ่วงอยู่ที่คำว่า ‘แรงโน้มถ่วง’


    หน้าที่ของมันคือปรับแรงโน้มถ่วงหลายเท่าระหว่างตัวมันเองกับโลกภายนอกเพื่อทนต่อแรงโน้มถ่วง


    หากสวมมันไว้บนร่างกายทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไป ทุกส่วนของร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้น


    อุปกรณ์ประเภทนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกร่างกาย


    เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินฮ่าวจึงรีบออกจากจวนตระกูลจ้าวตรงไปร้านหลอมอาวุธ


    ทว่าก่อนไปถึงที่ร้าน หลินฮ่าวได้เข้าไปเปลี่ยนอำพรางตัวในตรอก


    หลินฮ่าวตบถุงผ้าสีทองที่ผูกรอบเอวและหยิบหน้ากากออกมาใส่


    ตั้งแต่ซื้อกระเป๋าเก็บของ การพกพาสิ่งของต่าง ๆ ก็สะดวกขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย


    แม้ว่าพื้นที่ในกระเป๋าเก็บของจะไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก แต่ก็มากพอที่จะเก็บบัตรทอง ดาบสังหารมังกร และสิ่งที่จำเป็นสำหรับการปิดบังตัวตน


    เมื่อเขามาถึงร้านหลอมอาวุธ ช่างตีเหล็กเผ่าคนแคระกำลังยืนอยู่ข้างเตา


    เขากำลังหล่อกล่องทองแดงที่มีขนาดต่างกัน โดยมีสัญลักษณ์ประจำตระกูล เช่น มังกรและวิหคเพลิงสลักอยู่บนกล่อง


    หลินฮ่าวรู้ว่าขุนนางที่มีชื่อเสียงบางคน เมื่อพวกเขาจัดงานแต่งงาน จะสั่งหีบกล่องเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เพื่อใส่สินสอดทองหมั้นและตั้งเครื่องราง ดังนั้นคนนอกก็จะขโมยไปไม่ได้


    “ตระกูลหลิน?”


    หลินฮ่าวสังเกตเห็นว่าตัวอักษรหลินถูกสลักไว้ที่ด้านข้างของกล่อง ทำให้เขาสงสัยขึ้นมา


    ตอนนี้ ช่างตีเหล็กเผ่าคนแคระสังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามาในร้าน


    แต่เมื่อพบว่าเป็นหลินฮ่าว สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด เขาขมวดคิ้วและพูดว่า "เจ้าเอาดาบของบรรพบุรุษข้าไปแล้ว จะมาที่นี่อีกทำไม?"


    หลินฮ่าวยิ้มและพูดว่า "แน่นอนว่ามาทำเงินให้เจ้า ข้าต้องการสร้างอาวุธส่วนตัว"


    “สองวันนี้ข้าไม่ว่าง ไปร้านอื่นเถอะ”


    ช่างตีเหล็กเผ่าคนแคระโบกมือและพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด


    "สิ่งที่เจ้ากำลังหล่อตอนนี้เป็นของตระกูลหลินในเมืองเทียนอู่ใช่หรือไม่?" หลินฮ่าวถามด้วยความสงสัย


    ช่างตีเหล็กเผ่าคนแคระกล่าวโดยไม่ลังเลว่า "ใช่ ในเดือนหน้าจะมีบุตรสาวคนหนึ่งของตระกูลหลินแต่งงาน เพราะสินสอดทองหมั้นที่มากเกินไป พวกเขาจึงคิดที่จะสร้างกล่องชุดขึ้นมา"


    หลินฮ่าวรู้สึกไม่สบายใจและถามว่า "เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครกำลังจะแต่งงาน"


    "ชื่อของนางคือหลินหว่านหรง สาวงามที่มีชื่อเสียงในโรงประมูลใต้ดิน"


    ช่างตีเหล็กเผ่าคนแคระส่ายหัวและถอนหายใจ "ตระกูลหลินได้ส่งตัวนางไปแต่งงานกับชายชราผู้หนึ่ง เพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลหลี่ ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน"


    พี่หญิงหว่าน!


    เมื่อเขาได้ยินว่า หลินหว่านหรงคือคนที่จะแต่งงาน ใบหน้าของหลินฮ่าวพลันมืดมนลง


    ในตระกูลหลิน เขาเกิดมาตาบอดแต่ยังพอมีฐานะในตระกูลอยู่บ้าง


    และคนที่ใส่ใจกับเขาที่สุดในตระกูลหลิน ก็คือหลินหว่านหรง บุตรสาวบุญธรรมของตระกูลหลิน


    ในความประทับใจของหลินฮ่าว หลินหว่านหรงเป็นเหมือนพี่สาวแท้ ๆ ดูแลเขาตั้งแต่เธอยังเด็ก และเป็นกำลังใจในวันที่เขาอ่อนล้า


    นางควรจะมีความสุขในการแต่งงาน แต่เมื่อได้ยินว่านางกำลังจะแต่งงานกับชายชรา หลินฮ่าวก็รู้สึกเสียใจมากโดยไม่มีเหตุผล


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ระบบวิวัฒนาการสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734