สวี่มั่วลองค้นหาในเน็ตดูปรากฏว่าเว็บไซต์นิยายที่ใหญ่ที่สุดของโลกนี้ชื่อว่า ‘Feilu[1]’ (ไหนๆ ก็เข้ามาใน Feilu แล้ว ขออนุญาตอวยนิดหน่อย)บนเว็บมีนิยายอยู่มากมาย
เขาเปิดเข้าไปสุ่มกดดูเล่มหนึ่งจากหน้าแนะนำ พบว่ายอดตัวเลขต่างๆสูงจนน่าตกใจ
ตอนแรกเขายังนึกว่าเว็บไซต์โกงตัวเลข แต่พอศึกษาดูถึงเข้าใจว่าโลกนี้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์งานเขียนมากการละเมิดลิขสิทธิ์อันน่ารังเกียจที่เต็มไปหมดในโลกก่อนของเขา ที่นี่แทบไม่มีเลย
ผู้คนก็มีจิตสำนึกเรื่องลิขสิทธิ์สูงการอ่านนิยายแทบทั้งหมดล้วนเป็นแบบเสียเงิน
นิยายยอดฮิตบน Feilu แต่ละเรื่องมียอดคลิกนับพันล้านยอดกดเก็บเข้าคอลเลกชันหลักล้าน ยอดติดตามหลักแสนโดยเฉพาะยอดติดตามที่เป็นการจ่ายเงินซื้อ ซึ่งในโลกก่อนของเขาแทบเป็นไปไม่ได้แต่ในโลกนี้กลับเป็นเรื่องปกติ
สภาพแวดล้อมในวงการที่ดีขนาดนี้ คนเขียนนิยายย่อมมีเยอะผลงานก็มีมหาศาล ทว่าสวี่มั่วหยิบอ่านนิยายยอดนิยมอยู่ไม่กี่เรื่องก็รู้สึกผิดหวังเพราะมันกลับไม่ใช่สิ่งที่เขาตามหา
ไม่ใช่ว่านิยายเหล่านั้นคุณภาพแย่ เพียงแต่ไม่ใช่แบบที่เขาอยากได้พูดง่ายๆ ก็คือ…นิยายแนวพระเอกโกง นิยายแบบที่อ่านเพื่อคลายเครียดใช้ฆ่าเวลา อ่านแล้วสะใจ ชวนให้อิน
ทว่าทิศทางของวงการนิยายออนไลน์ในโลกนี้ต่างออกไป
สวี่มั่วลองอ่านอยู่หลายเรื่อง พบว่าทั้งสำนวนทั้งการวางพล็อตต่างก็ถือว่าดีมากแต่เนื้อเรื่องกลับมักใส่เหตุการณ์ที่ชวนให้หงุดหงิดเข้ามา
สรุปง่ายๆ คือ มักจะทรมานตัวเอกอยู่เรื่อยๆ แถมยังเป็นการทรมานจริงจังแบบโศกเศร้าสะเทือนใจ บางทียังมีพล็อตยกนางเอกให้คนอื่น หรือแนวถูกแย่งไปอีก
เป็นแบบนี้หนึ่งถึงสองเรื่องก็ว่าไปอย่างแต่นี่ทุกเรื่องที่อ่านเจอดันเป็นหมด ทำให้สวี่มั่วรู้สึกเซ็งสุดๆ
ไม่ใช่ว่านิยายพวกนี้ไม่ดี เพียงแต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากได้
นี่มันอะไรเนี่ย! โลกนี้ไม่มีนิยายแนวพระเอกโกงบ้างหรือไง!
ในที่สุดหลังจากอ่านไปแล้วเจอพล็อตบ้าชวนหงุดหงิดก่อนจะถึงแสนคำอีกเล่ม สวี่มั่วก็ทนไม่ไหวกดเข้าไปเขียนรีวิวบ่นสองสามประโยคในหน้าความเห็นของเรื่องนั้น
“มั่วมั่ว ตื่นได้แล้ว! มากินข้าวก่อนกินเสร็จแล้วค่อยไปนอนต่อ!!”
เสียงของจ้าวลี่อิ่งดังขึ้นมาพอดี
สวี่มั่วลืมตาแล้วเงยหน้ามองเห็นเธอกำลังยกถาดเนื้อวัวกับซี่โครงชิ้นโตออกมาจากในครัว
ดีเลย กำลังหิวพอดี กินก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
สวี่มั่วปิดจอระบบ พลิกตัวกระโดดลงจากโซฟา เดินไปหาจ้าวลี่อิ่ง
ตอนที่เธอกำลังจะเอาถาดวางกับพื้นเขากลับกระโดดขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหารแทน
จ้าวลี่อิ่งชะงักไปนิด แล้วหัวเราะพลางดุว่า “มั่วมั่ว ทำอะไรน่ะรีบลงมาเลย! ใครบอกให้ขึ้นไปนั่งบนโต๊ะกัน ลงมากินดีๆ”
สวี่มั่วกลอกตาใส่ “ไม่เอา! ให้นั่งกินกับพื้นมันไม่โอเคเลยฉันจะกินบนโต๊ะ!!”
“โฮ่ง โฮ่ง…บรู๋ววว…”
เสียดายที่จ้าวลี่อิ่งได้ยินเป็นแค่เสียงเห่าแต่จากท่าทางกับสีหน้าของฮัสกี้ เธอก็พอเดาออกว่ามันกำลังประท้วง
“แก…” จ้าวลี่อิ่งเบิกตากว้างเหมือนจะโกรธแต่พอเห็นหน้าบวมๆ ที่น่าสงสารก็ใจอ่อนขึ้นมา ทั้งหงุดหงิดทั้งขำ “เอาเถอะ!ถือว่าแกเป็นผู้ป่วย วันนี้ยกเว้นให้ก็แล้วกัน ยังไงในบ้านก็มีแค่เราอยู่แล้ว…”
เธอพูดพลางวางถาดลงบนโต๊ะ แล้วดันไปตรงหน้าสวี่มั่ว “เอ้า กินสิฉันตั้งใจทำให้แกเยอะเป็นพิเศษเลยนะ”
ถือว่าใช้ได้…
สวี่มั่วพยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนมองถาดเนื้อวัวตรงหน้าแต่แล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะได้กลิ่นประหลาดโชยมา
นี่มัน…กลิ่นยา?
สวี่มั่วเข้าใจทันทีคงเป็นเพราะจ้าวลี่อิ่งแอบใส่ยาที่ได้มาจากโรงพยาบาลสัตว์ลงไปในนั้น
“เป็นอะไรไป มั่วมั่ว ทำไมไม่กินล่ะ”จ้าวลี่อิ่งเห็นฮัสกี้จ้องเนื้ออยู่นานไม่ขยับก็งง “ไม่หิวเหรอไม่น่าจะใช่นะ…กินเถอะ กินแล้วแผลที่หน้าจะได้หายเร็วๆ”
เฮ้อ! ช่างมันเถอะ ใส่ยาก็ใส่ยา!
สวี่มั่วถอนหายใจ แล้วก้มลงกัดเนื้อเข้าปากหนึ่งคำ
พอต้องกินบนโต๊ะด้วยร่างสุนัขย่อมรู้สึกเก้ๆ กังๆ ไปบ้างแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่าต้องก้มหน้ากินบนพื้น
“แบบนี้สิถึงจะน่ารัก! กินช้าๆ นะ เดี๋ยวติดคอ”
จ้าวลี่อิ่งยิ้มกว้างก่อนหันกลับเข้าไปยกกับข้าวของตัวเองออกมาจากครัว มานั่งตรงข้ามสวี่มั่วแล้วเริ่มกินด้วยเช่นกัน
[1]Feiluเว็บอ่านนิยายแนวแฟนตาซีของจีน และเป็นเว็บที่นิยายเรื่องนี้เผยแพร่อยู่