นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 126 สนธิสัญญากับราชาโจรสลัด

            ตอนที่ 126 สนธิสัญญากับราชาโจรสลัด

             

             

            “ทายาทตระกูลดยุค?” นิทานถามกลับ คนใหญ่คนโตเช่นนั้นสมควรมีผู้ติดตามและการป้องกันมากมาย กลับยังถูกลักพาตัวไปได้?

             

            ในเผ่าซือบาสและเผ่ารูเบียสจะใช้ลำดับยศเหมือนกันหากก็แตกต่างจากอาณาจักรไฟกัลป์ ตระกูลดยุคจะเทียบเท่าได้กับตระกูลเจ้าพระยาของอาณาจักรไฟกัลป์ และหากอินจันทร์หายตัวไปแน่นอนว่าตระกูลอุทุมพรย่อมไม่อยู่เฉย

             

            นิทานเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดการสืบสวนจึงยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้

             

            “ใช่ เด็กชายคนนั้นที่เจ้าช่วยไว้คือ มีครูส เรนนัส ทายาทแห่งตระกูลเรนนัส” โรนัลเอ่ยขึ้น

             

            นิทานและโอไรออนนึกถึงใบหน้าของเด็กชายเผ่ารูเบียสผู้กล้าหาญคนนั้น เขาเป็นคนหนึ่งที่มีสติดีที่สุดในเหตุการณ์และให้ความร่วมมือกับแผนของนิทานเป็นอย่างดี

             

            ถึงว่า ฉลาดและเข้มแข็งเชียว ได้รับการปลูกฝังมาดีนี่เอง นิทานคิดถึงภาพยามที่เด็กชายคนนั้นกลืนกระดาษคำสั่งของเขาเพื่อทำลายหลักฐาน แล้วจึงเดินไปทำตามแผนได้อย่างว่องไวและแม่นยำ

             

            “แล้วคนระดับนั้นไม่มีผู้คุ้มกันเลยเหรอครับ? สมบัติป้องกันตัวอีก” นิทานถามกลับ คนเช่นนั้นจะถูกลักพาตัวไปง่าย ๆ ได้อย่างไร อย่างตัวอินจันทร์เองก็มีตาไกรคอยคุ้มกันตลอดเวลา

             

            “มี ย่อมมี หากตอนนั้นเป็นการทดสอบของตระกูลที่ท่านมีครูสต้องเดินทางออกไปทำการทดสอบที่ทะเล และตอนนั้นเองที่พวกโจรสลัดสามานย์นั่นบุกโจมตีสำเภาของท่าน!” ความโกรธเกรี้ยวรุนแรงลุกโชนขึ้นในนัยน์ตาสีแดงดั่งเลือดของเอวาน

             

            “ผู้คุ้มกันที่รอดออกมาได้เป็นผู้รายงานพร้อมภาพฉายหลักฐานจากการต่อสู้ นอกนั้นเสียชีวิตสิ้น! แม้แต่ผู้คุ้มกันระดับนักสลักโทที่เป็นสหายของข้า! พวกเราตามรอยหลายวิธีแล้วแต่กลับไม่พบร่องรอยเลย” โรนัลเอ่ยต่ออย่างโกรธเกรี้ยว

             

            นิทานเข้าใจต้นเหตุของความก้าวร้าวของโรนัลและเอวานได้ทันที สหายของเขาเสียไปในเหตุการณ์นั้น

             

            "โชคยังดีที่ผู้รอดชีวิตผู้นั้นมีคำแห่งพลังอันหายากเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ข้ามมิติจึงรอดออกมาได้หวุดหวิด มิเช่นนั้นพวกข้าคงมิอาจทราบแม้แต่น้อยว่าเกิดอะไรขึ้น" เอวานส่ายหน้าอย่างหัวเสีย

             

            “โจรสลัดเหรอครับ?” นิทานฉงน เขาคิดว่าโจรสลัดเพียงไม่กี่กลุ่มย่อมไม่มีทางต้านทานแสนยานุภาพของเผ่ารูเบียสได้

             

            “เป็นกลุ่มโจรสลัดที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน จากคำให้การ หัวหน้าของพวกมันแข็งแกร่งถึงระดับผู้แสวงวิถี” โรนัลกัดฟัน

             

            ได้ยินดังนั้นนิทานก็ขมวดคิ้ว ขุมพลังระดับนั้นไม่ธรรมดาเลย แต่ก็สมควรไม่มากพอจะหาเรื่องเผ่ารูเบียสที่มีราชาผู้แข็งแกร่ง แต่ย่อมมากเกินพอสำหรับการลักพาตัวทายาทดยุคผู้หนึ่ง สมบัติอะไรก็ตามที่มีครูสมีย่อมไม่มีทางต้านได้

             

            ถ้าผู้ที่ลักพาตัวเป็นถึงผู้แสวงวิถี งั้นทำไมมีครูสตอนที่ฉันไปช่วยดันอยู่กับนักสลักโทล่ะ แปลก ไม่สมเหตุสมผลแม้แต่น้อย ยามลักพาตัวถึงกับใช้ผู้แสวงวิถี หากกลับปล่อยมาอยู่กับนักสลักโทง่าย ๆ เช่นนี้

             

            “ราชาโจรสลัดท่านว่ายังไงบ้างครับ” นิทานเอ่ยถามขึ้น จากที่เขาเข้าใจ ราชาโจรสลัดทั้งสองเป็นพันธมิตรกัน และเป็นทั้งศัตรูและพันธมิตรกับมหาอำนาจที่เหลือ

             

            พวกเขาแข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำ หากเป็นบนน่านน้ำกองกำลังอื่นไร้หนทางต่อกรกับพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่อาจรับมือการรวมพลังกันของขุมอำนาจทั้งหมดได้เช่นกัน 

             

            ด้วยสมดุลพลังอันเปราะบางเช่นนี้จึงเกิดเป็นการตราสนธิสัญญาขึ้น

             

            ไม่มีเขตน่านน้ำที่ปลอดภัย โจรสลัดสามารถออกปล้นในมหาสมุทรและแม่น้ำสายหลักได้ หากขุมอำนาจประจำเรือหรือตัวแทนก็สามารถออกกำจัดและตั้งค่าหัวได้เช่นกัน ราชาโจรสลัดทั้งสองจะไม่ยุ่มย่ามเรื่องนี้

             

            ในทางกลับกัน เรือสินค้าใดที่เลือกยอมแพ้จะถูกสั่งห้ามการย่ำยีผู้บริสุทธิ์และการค้าทาสโดยเด็ดขาด หากโจรสลัดกลุ่มใดฝ่าฝืน สองราชาโจรสลัดจะไม่ให้การรับรองกลุ่มโจรสลัดนั้นอีกและถือเป็นศัตรูต่อโจรสลัดทั้งหมดในสังกัด

             

            ข้อดีที่โจรสลัดได้รับคือการที่พวกเขาสามารถขึ้นบกและใช้งานเมืองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องโดนทางการไล่ล่าตลอดเวลา แน่นอนว่านักล่าค่าหัวและนักผจญภัยย่อมเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

             

            หากเลือกเดินทางด้วยน่านน้ำก็จะได้รับความเร็วและความสะดวก หากก็แลกด้วยความปลอดภัยหากมีกำลังไม่เข้มแข็งพอ ขุมกำลังสามารถป้องกันและกำจัดโจรสลัดได้เต็มที่ หากโจรสลัดก็ต้องยินยอมที่จะไม่ทำร้ายผู้ที่ก้มหัวคำนับ

             

            แม้โดยรวมแล้วราชาโจรสลัดจะดูเหมือนเสียเปรียบ แต่ก็เพราะว่าในภาพรวมแล้วราชาโจรสลัดทั้ง 2 นั้นอ่อนแอกว่าขุมกำลังอื่น แม้หากนับกำลังส่วนบุคคลราชาโจรสลัดทั้ง 2 จะมิได้ด้อยกว่าหัวหน้าขุมกำลังบนบกก็ตาม 

             

            ขุมกำลังโดยรวมพวกเขามิอาจเทียบขุมกำลังอื่นได้แม้แต่น้อย เพราะพวกเขาเป็นโจรสลัดที่ไม่ได้เป็นปึกแผ่นกันอย่างแท้จริง แม้แต่ 2 ราชาโจรสลัดก็ไม่ใช่พันธมิตรที่แท้จริง แม้ตัวพวกเขาเองจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่อาจต้านทั้งขุมกำลังเพียงลำพัง 

             

            สนธิสัญญานี้จึงเกิดขึ้นโดยที่โจรสลัดเป็นฝั่งเสียเปรียบเล็กน้อย หากก็มีความอิสระในการออกปล้นหากตนมีพลังเพียงพอและสามารถใช้งานเมืองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง นี่คือสิ่งที่โจรสลัดได้รับผ่านความแข็งแกร่งของ 2ราชาของพวกตน โจรสลัดทั้งหลายจึงมักเลือกอยู่ภายใต้สังกัดของราชาโจรสลัด

             

            นี่คือสิ่งที่นิทานตั้งข้อสังเกต การค้าทาสนั้นผิดสนธิสัญญาอย่างชัดเจน

             

            “ราชาโจรสลัดแห่งน่านน้ำเหนือกล่าวว่ากลุ่มโจรสลัดดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสังกัดตน เขาสามารถรับรู้เหตุการณ์ได้ทั่วท้องสมุทร เขามั่นใจเรื่องนี้” เอวานตอบ

             

            “เขาไม่ช่วยเหลือหรือครับ” นิทานขมวดคิ้วน้อย ๆ

             

            “เหอะ มันเรียกค่าตอบแทนในระดับที่น่าหัวเราะออกมาน่ะสิ ค่าตอบแทนนั้นหากตระกูลเรนนัสจ่ายออกไปทั้งตระกูลก็หมดอนาคตแล้ว” โรนัลสบถ

             

            “โจรสลัดยังไงก็เป็นโจรสลัด ยิ่งราชาที่แสนต่ำทรามด้วยแล้ว” เอวานตวาดอย่างหัวเสีย

             

            “แล้วราชาโจรสลัดแห่งน่านน้ำใต้ล่ะครับ” นิทานถามต่อ

             

            “ติดต่อไม่ได้ ท่านหัวหน้าตระกูลเรนนัสได้ติดต่อด้วยตนเองแล้วหากกลับไม่พบร่องรอยเลย” โรนัลส่ายหน้า

             

            เหมือนเรื่องจะลึกกว่าที่คิดแฮะ นิทานคิด เรื่องหลายอย่างดูจะอีนุงตุงนังกันไปหมดจริง ๆ การลักพาตัวทายาทตระกูลดยุคเผ่ารูเบียสที่เกิดขึ้นโดยโจรสลัด แม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้แต่ตระกูลดยุคกลับไม่อาจตามร่องรอยได้ เมื่อติดต่อขอความช่วยเหลือจากราชาโจรสลัดเขากลับปัดความรับผิดชอบเสียอย่างนั้น

             

            “จนท่านมีครูสได้รับการช่วยเหลือจากเจ้านี่ล่ะ ไม่ว่าจะเป็นนักตามรอยหรือใช้วิธีการใดพวกเราก็ไม่อาจเสาะหาตัวท่านพบ แต่เจ้าที่เป็นเพียงผู้เรียนรู้กลับพบตัวท่าน แถมยังช่วยออกมาได้อีกด้วย” อริยะเข็มโลหิตที่นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น

             

            “โจรสลัดกลุ่มที่บุกโจมตีนั้นก็เป็นถึงผู้แสวงวิถี แต่ที่เจ้าเจอกลับเป็นลูกเรือกระจอก ๆ ระดับนักสลักโทเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ยังเอาชนะลูกเรือที่ช่ำชองการต่อสู้ทั้งยังมีระดับนักสลักเอกหลายต่อหลายคนรวมถึงนักสลักโทผู้นั้นได้ด้วยตนเอง เจ้าคงยังไม่ลืมไปสินะว่าเจ้าเป็นเพียงผู้เรียนรู้” อริยะเข็มโลหิตกล่าวต่ออย่างเนิบช้า

             

            นิทานยิ่งฟังก็ยิ่งเข้าเค้า ไม่แปลกเลยที่เผ่ารูเบียสจะมองว่าตัวเขาเองอาจร่วมมือกับอีกฝั่ง หลาย ๆ อย่างมันแปลกเกินไปจริง ๆ

             

            เขาพยักหน้ารับน้อย ๆ หากเป็นตัวเขาเองก็คงสงสัยเช่นกัน คงกล่าวโทษเผ่ารูเบียสในเรื่องนี้ไม่ได้ ตัวนิทานเองก็ยากจะอธิบายเช่นกัน เขาเพียงโชคดีเท่านั้นถึงได้พบตัวเด็กเหล่านั้น และการช่วยเหลือนั้นก็มาจากพละกำลังของเขาเองรวมถึงกลยุทธ์และการลอบโจมตี

             

            “ยิ่งคนที่เจ้านำติดตัวมาด้วยยิ่งทำให้พวกเราได้แต่ต้องระแวง หวังว่าเจ้าจะเข้าใจว่าเผ่ารูเบียสข้ากับเผ่าซือบาสนั้นมีความสัมพันธ์เช่นไร” อริยะเข็มโลหิตกล่าวเสียงเย็นขณะมองไปที่โอไรออน

             

            นิทานขมวดคิ้วน้อย ๆ เหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้เผ่ารูเบียสจะสงสัยเผ่าซือบาสก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่เขาไม่พอใจที่เด็กตัวน้อยคนนี้ถูกสงสัยและกดดัน

             

            “จะบอกว่าเผ่าซือบาสมีเอี่ยวเรื่องนี้หรือครับ โอไรออนพึ่ง 10ขวบแถมเป็นเด็กกำพร้านะครับ” นิทานตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว เขารู้สถานภาพของตนเองแล้ว เขาสมควรปลอดภัยจึงสามารถพูดได้มากขึ้น

             

            “โอไรออนอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อันนั้นพวกข้าย่อมขออภัย แต่หากเผ่าซือบาสไม่เกี่ยวสิที่เราจะไม่มีทางเชื่อ” นัยน์ตาของอริยะเข็มโลหิตสาดประกาย ความเกลียดชังนับหมื่นปีนั้นฝังรากแน่นลึกโดยแท้จริง

             

            “ผมยินดีรับการสอบปากคำครับ” โอไรออนก้าวขึ้นหน้ามาตอบอย่างแน่วแน่ เขามั่นใจว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ยิ่งการที่เขามีตัวตนอยู่ข้างนิทานทำให้นิทานดูน่าสงสัยยิ่งขึ้นทำให้เขารู้สึกผิด

             

            “ยอดเยี่ยม ว่ากันตามตรง เพียงได้พูดคุยกับพวกเจ้าไม่นานข้าก็มั่นใจแล้วว่าพวกเจ้าบริสุทธิ์ หากขอโปรดเข้าใจด้วยว่าเรื่องนี้สำคัญยิ่ง” อริยะเข็มโลหิตกล่าว

             

            “แล้วจะตรวจสอบยังไงหรือครับ” นิทานถามขึ้น

             

            “ที่บาราทรัมมีสมบัติที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ ยิ่งอยู่ภายใต้สายตาของพวกข้ายิ่งทำให้พวกข้ามั่นใจได้ อีกทางหนึ่งคือหลังจากที่ตรวจสอบแล้วว่าท่านมีครูสไม่ได้รับการหลอนประสาทใด ๆ พวกเจ้าก็จะเป็นอิสระ” อริยะเข็มโลหิตกล่าวตอบ

             

            "อาจหละหลวมไปบ้าง แต่เพียงท่านมีครูสไม่ได้ถูกหลอกลวงก็มากเพียงพอแล้ว ประวัติของพวกเจ้าขาวสะอาด ได้รับการยอมรับจากราชวงศ์ไฟกัลป์ รวมถึงพวกข้าก็ตรวจสอบเจ้าด้วยตนเองระหว่างทางแล้ว สมควรเพียงพอ"

             

            นิทานพยักหน้ารับน้อย ๆ ถือว่าสมเหตุสมผล หากพวกเขาไม่ได้โกหกหรือมีครูสไม่ได้ถูกหลอกนั่นหมายความว่าพวกเขาบริสุทธิ์

             

            “ขอบคุณครับ หวังว่าหลังจากผมได้รับการปล่อยตัวแล้วจะได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชมนครใต้ดิน บาราทรัมอันยิ่งใหญ่หน่อยนะครับ ผมเคยแต่ได้ยินชื่อในหนังสือเรียนมานานแล้ว” นิทานยิ้มน้อย ๆ

             

            “ย่อมแน่นอน บาราทรัมไม่ได้ปิดประเทศแต่อย่างใด เพียงแต่อาจต้องตรวจสอบก่อนเข้า หากเจ้าบริสุทธิ์ข้ายินดีพาเจ้าไปชมสถานที่สวยงามมากมายของบาราทรัม ใกล้ถึงงานเทศกาลกะเทาะแร่แล้ว พวกเจ้าสามารถเข้าชมได้ ยังมีถ้ำหมื่นสีแสนผลึก ที่นั่นคือสถานที่งดงามอันดับที่ 3 แห่งมหาทวีป” เอวานทางด้านหลังพลันเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

             

            “ถ้ำหมื่นสีแสนผลึกเหรอครับ” โอไรออนนัยน์ตาลุกวาว เขาไม่เคยได้ยินที่แห่งนั้นมาก่อน

             

            “ใช่ เผ่ารูเบียสข้าเป็นเอกด้านการรังสรรค์ อาณาจักรของเราอยู่ใต้ดิน จึงมีผลึกวิเศษและสมบัติล้ำค่าตามธรรมชาติมากมาย ถ้ำหมื่นสีแสนผลึกเป็นหนึ่งในนั้น ที่แห่งนั้นอัดแน่นไปด้วยผลึกแร่นับล้านชนิดที่ส่องประกาย เกิดเป็นภาพราวกับจินตนาการที่เป็นจริง” โรนัลเอ่ยอย่างภูมิใจ

             

            โอไรออนเผยยิ้มชวนฝัน เขาพยายามนึกภาพหินแร่นับล้านที่เปล่งประกายอย่างงดงาม สำหรับคนที่ไม่เคยไปไหนมาก่อนอย่างเขา การได้เห็นภาพอันน่าตระการตาเช่นนั้นย่อมไม่ต่างจากฝันที่เป็นจริง

             

            “แล้วมีครูสยังไม่ได้รับการตรวจสอบอีกหรือครับ ผมไม่ได้ตำหนิอะไรนะครับ แค่ผมมองว่ามันผ่านมาหลายวันแล้ว ตระกูลดยุคไม่น่าจะล่าช้าได้ถึงเพียงนั้น” นิทานถามขึ้น

             

            “ตามจริงแล้วท่านมีครูสได้กล่าวยืนยันด้วยตนเองตั้งแต่วันแรกแล้วว่าเจ้าคือผู้มีพระคุณ หากแต่ท่านดยุคเรนนัสพบเห็นรอยแผลบนร่างของท่านมีครูสจึงยืนยันให้ท่านรักษาตัวก่อน การสอบสวนจึงได้เริ่มในวันนี้เท่านั้น” เอวานตอบ

             

            “ส่วนหนึ่งที่พวกข้าต้องลงมือรุนแรงเป็นเพราะท่านดยุคเรนนัสเห็นบาดแผลของท่านมีครูส” โรนัลเสริม

             

            นิทานพยักหน้าน้อย ๆ ยิ่งได้ยินเช่นนั้นเขายิ่งสบายใจ หากตัวเด็กชายที่ชื่อมีครูสคนนั้นยืนยันเองงั้นตัวเขาย่อมไม่ต้องกังวลอะไรนัก

             

            ระหว่างการเดินทางนั้นพวกเขาเพียงสนทนาทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ดูเหมือนว่าด้วยความเร็วของกงจักรนี้จะไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายวันอย่างที่อริยะเข็มโลหิตบอก เพียงเช้าวันถัดมาก็ใกล้ถึงจุดหมายแล้ว

             

            “ใกล้ถึงแล้ว เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น” นิทานบิดขี้เกียจน้อย ๆ การนั่งอุดอู้อยู่ในที่แคบเช่นนี้เกือบทั้งวันก็เป็นอะไรที่อึดอัดอยู่เหมือนกัน ส่วนโอไรออนก็ดูภาพฉายของท้องฟ้าอย่างเพลิดเพลินไม่ก็พูดคุยกับโรนัลและเอวาน ส่วนคีตานั้นหลับปุ๋ยแทบตลอดการเดินทาง


    คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน