ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 ตระกูลโม่ถูกทำลาย!

           ตระกูลโม่

            ผู้คนจำนวนมากได้มารวมตัวกันที่นี่แต่คนส่วนใหญ่นั้นไม่กล้าที่จะเข้าไปในที่พักตระกูลโม่ มีเพียงนักรบจากตระกูลใหญ่ๆที่มารอกันอยู่เป็นเวลานานก่อนที่จะค่อยๆ เข้าไปในตระกูลโม่

            หลังจากนั้นความน่าสังเวชของตระกูลโม่ก็ปรากฏต่อสายตาผู้คน

            นอกจากเด็ก ผู้หญิง และคนธรรมดาแล้วเหล่าผู้อาวุโสและผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูลโม่ต่างก็บาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก

            ศพที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้นทำให้ทุกคนตกใจนี่มันเกือบจะเหมือนการฆ่าล้างตระกูลแล้ว!

            “ผู้อาวุโสตระกูลโม่และผู้นําตระกูลล้วนตายหมดแล้ว!”คนที่พบศพของโม่ฉางเซิงและคนอื่นๆ ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

            ในตอนนั้นเอง นักรบผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลหลินก็มาถึง

            ในฐานะที่เป็นตระกูลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฐานหลินไห่ตระกูลหนึ่งในฐานหลินไห่เกือบถูกสังหารทั้งตระกูล การที่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นตระกูลหลินไม่สามารถอยู่เฉยได้

            “คารวะท่านหลินเจ๋อ!”

            เมื่อผู้ฝึกยุทธ์เห็นชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาพวกเขาก็เริ่มโค้งคำนับ

            หลินเจ๋อมองไปรอบๆ ก่อนพยักหน้าเบาๆจากนั้นก็ตรวจสอบศพของทุกคนในตระกูลโม่

            “ฆาตกรน่าจะมีเพียงคนเดียว นักรบเหล่านี้ล้วนถูกดาบสังหารเห็นได้ชัดว่าทักษะดาบของฆาตกรน่ากลัวมาก น่าจะเป็นทักษะดาบขั้นเชี่ยวชาญจากการประเมินของฉัน ฆาตกรน่าจะเป็นนักรบที่เก่งด้านทักษะดาบ!” หลินเจ๋อวิเคราะห์

            “นักรบผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ทักษะดาบ?”

            ทุกคนในที่นี้ต่างคิดทบทวนอย่างละเอียด แต่คิดๆแล้วดูเหมือนว่าฐานหลินไห่จะไม่มีนักรบผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้!

            “ตระกูลโม่เองก็มีนักรบผู้เชี่ยวชาญอยู่นี่?แล้วนักรบผู้เชี่ยวชาญคนนั้นล่ะ?”

            มีคนถามขึ้นมา

            “ถามคนของตระกูลโม่สิ? ต้องมีคนเห็นเหตุการณ์แน่!” นักรบชั้นยอดคนหนึ่งเสนอ

            ดังนั้นทุกคนจึงไปพบคนตระกูลโม่ที่ยังมีชีวิตอยู่หลังจากได้สอบถามข้อมูลแล้ว พวกเขาก็เข้าใจสถานการณ์

            “ท่านหลินเจ๋อ ผมได้ถามให้ชัดเจนแล้วมีคนที่สวมหน้ากากผีบุกเข้ามาในตระกูลโม่ นักรบทุกคนล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแม้แต่นักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลโม่ โม่ฉางชิงก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเขาได้หนีไปแล้ว และฆาตกรก็ไล่ตามไป พวกเขาไปยังทิศทางนั้น!”

            นักรบคนหนึ่งชี้ไปที่ทิศตะวันออกขณะพูด

            ทิศตะวันออกเป็นที่ตั้งของตระกูลหลินแต่ถนนไปยังตระกูลหลินไม่ได้มีเพียงแค่ถนนเส้นเดียวทิศทางที่หลินเจ๋อมานั้นไม่ใช่ถนนเดียวกับถนนที่โม่ฉางชิงหนีไปเขาจึงไม่พบศพของโม่ฉางชิงระหว่างทางมา

            “ท่านหลินเจ๋อ พวกเราไปดูกันดีไหม?”

            นักรบชั้นยอดคนหนึ่งถามด้วยเสียงต่ำ

            พวกเขาอยากจะรู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงกันแน่แต่พวกเขาก็กลัวว่าจะเจอฆาตกรคนนั้น ฆาตกรที่สังหารได้แม้แต่นักรบชั้นยอดแถมพวกเขาก็ไม่รู้ว่าแม้แต่นักรบผู้เชี่ยวชาญอย่างโม่ฉางชิงหนีรอดไปได้หรือไม่

            “ไปดูกันเถอะคนคนนั้นน่าจะมีความแค้นกับตระกูลโม่จึงบุกเข้ามาในตระกูลโม่เช่นนี้พวกเราไม่ได้มีปัญหากับคนคนนั้น และฉันก็คงไม่ได้เป็นเป้าหมายของเขา นอกจากนี้ฉันเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลหลินคนคนนั้นคงไม่บ้าคลั่งพอที่จะเป็นศัตรูกับตระกูลหลินของฉันหรอก ถ้ายังไงทุกคนก็ไปพร้อมกับฉันเถอะ!”หลินเจ๋อพูดเบาๆ

            ดังนั้น นักรบกลุ่มหนึ่งจึงตามหลินเจ๋อไป

            ระหว่างทางโม่ฉางชิงได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เขาหลบหนีเขาได้ทิ้งเลือดไว้บนพื้น เมื่อพวกเขาตามรอยเลือดไปพวกเขาก็ได้พบกับศพของโม่ฉางชิงอย่างรวดเร็ว

            “โม่ฉางชิงตายแล้ว!”

            นักรบชั้นยอดคนหนึ่งเหงื่อแตกพลั่ก

            นี่คือนักรบผู้เชี่ยวชาญตัวเขานั้นไม่อาจจะบรรลุถึงระดับนี้ได้ไปตลอดชีวิต ในสายตาของเขานักรบผู้เชี่ยวชาญเปรียบได้กับดวงตะวันที่ไม่มีวันมอดดับอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ตอนนี้นักรบผู้เชี่ยวชาญที่สูงส่งราวกับมาจากสวรรค์กลับถูกฆ่าตาย

            เรื่องนี้ช่างน่าตกใจมาก!

            หลินเจ๋อรีบเข้าไปตรวจสอบศพของโม่ฉางชิง

            เขาตรวจสอบไปพลางพูดไปพลาง “ผิวของโม่ฉางชิงนั้นแก่ขึ้นมากเขาควรจะใช้ทักษะลับบางอย่างก่อนตายมีข่าวลือว่าโม่ฉางชิงได้รับวิชาลับที่เพิ่มความแข็งแกร่งที่ต้องแลกกับอายุขัยมาซึ่งดูแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องจริงแต่โม่ฉางชิงที่ใช้ทักษะลับกลับทำได้เพียงแค่หลบหนีเท่านั้นซึ่งนี่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้ดีแต่น่าแปลกที่ทําไมฆาตกรถึงตามทันในสถานการณ์ที่โม่ฉางชิงบาดเจ็บ? เป็นไปได้ไหมว่าคนผู้นั้นก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน?”

            จากนั้นหลินเจ๋อก็เห็นลูกเหล็กในมือของโม่ฉางชิงเขามองไปที่บาดแผลที่ถูกเข็มเหล็กทิ่มแทงบนศพของโม่ฉางชิงและเข็มเหล็กที่กระจัดกระจายอยู่บนผนัง

            “นี่คืออาวุธลับ เถี่ยลี่จู มีข่าวลือออกมาว่ามันมาจากกองกําลังลึกลับเป็นหนึ่งในอาวุธลับที่ใช้พลีชีพ มันทรงพลังมากในระยะประชิดแม้แต่นักรบผู้เชี่ยวชาญก็ยังยากที่จะหลบพ้นจากการโจมตีของอาวุธลับนี้มีเพียงนักรบผู้เชี่ยวชาญที่มีระดับสูงสุดเท่านั้นที่สามารถหลบหนีจากการโจมตีของอาวุธลับชิ้นนี้ได้!”

            นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเจ๋อเห็นอาวุธลับในตํานานเขาจึงอุทานออกมาอย่างอดไม่ได้

            ดูจากสภาพศพแล้ว โม่ฉางชิงคงเปิดใช้งานอาวุธลับก่อนตายอีกทั้งยังเปิดใช้งานได้สำเร็จ

            “คนผู้นั้นยังไม่ตายแน่ แต่คาดว่าคงบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน!”

            หลินเจ๋อพิจารณา

            ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็มืดครึ้ม

            การที่ตระกูลโม่เกือบจะถูกทำลายทั้งตระกูลนั้น เขาไม่สนใจแต่การที่มีนักรบผู้เชี่ยวชาญลึกลับปรากฏตัวขึ้นที่ฐานหลินไห่แต่ตระกูลหลินกลับไม่มีข่าวคราวใดๆนี่ไม่ใช่เรื่องดี

            คําถามคือชายคนนี้เป็นใคร? ทําไมต้องฆ่าตระกูลโม่?และมันจะส่งผลร้ายกับตระกูลหลินหรือไม่?

            คําถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตระกูลหลินต้องรีบเร่งพิจารณา

            “ทุกคน ฉันขอตัวก่อน!”

            หลินเจ๋อรีบจากไปทันที

            “ผู้อาวุโสของตระกูลโม่แทบจะไม่เหลือเลยสักคนตระกูลโม่ในตอนนี้จบสิ้นแล้วใช่หรือไม่?”

            มีคนเอ่ยปากขึ้นมาอย่างกะทันหัน

            ทันทีที่พวกเขาพูดจบ นักรบจำนวนไม่น้อยก็แยกตัวไปและบางคนก็แอบเข้าไปในตระกูลโม่อีกครั้ง

            ค่ำคืนนี้ หลังจากที่ตระกูลโม่เพิ่งผ่านพ้นภัยพิบัติแห่งการทำลายล้างตระกูลไปก็เกิดการปล้นสะดมขึ้นอีกครั้ง

            ไม่รู้ว่ามีผู้ฝึกยุทธ์กี่คนที่เข้ามาในตระกูลโม่และขโมยทรัพย์สินของตระกูลโม่ไป

            ท่ามกลางความโกลาหลไม่มีใครรู้เลยว่าใครเป็นคนขโมยทรัพย์สินของตระกูลโม่ไปกันแน่แม้ว่าตระกูลหลินจะสืบเรื่องในภายหลัง แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะสืบหาใครอีกทั้งใครเล่าจะเสี่ยงชีวิตเพื่อทวงถามความยุติธรรมให้ตระกูลโม่?

            ที่สำคัญกว่านั้นคือตระกูลโม่เองก็มีศัตรูอยู่ไม่น้อยก่อนหน้านี้มีโม่ฉางชิงอยู่ด้วย ตระกูลอื่นๆ ก็ไม่กล้าทำอะไรตระกูลโม่

            แต่ตอนนี้โม่ฉางชิงตายแล้ว นักรบชั้นยอดของตระกูลโม่ก็ไปตายหมดแล้วเช่นกัน

            ตระกูลโม่ในตอนนี้นั้นเป็นเพียงแค่ลูกแกะเท่านั้นลำพังเพียงแค่การจะอยู่รอดในฐานหลินไห่ได้หรือไม่นั้นยังเป็นปัญหา

            อาจกล่าวได้ว่าตระกูลโม่ได้ถูกลบชื่อออกจากฐานหลินไห่อย่างเป็นทางการแล้ว

            หลังจากกลับถึงบ้าน

            เย่เทียนก็รีบจัดการศพของนักรบชั้นสูงตระกูลโม่ทั้งสิบคนส่วนการจัดการที่ว่านั้นคือการนำศพออกไปโยนทิ้งตามถนนทุกแห่ง

            ในค่ำคืนนี้คนตระกูลโม่ถูกสังหารไปมากมายต่อให้มีศพเพิ่มมาอีกสิบศพก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

            วันรุ่งขึ้น

            เย่เทียนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาออกไปเดินเล่นและกลับมาฝึกฝนต่อที่บ้าน

            ในเวลานี้ตระกูลหลินกําลังหารือเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลโม่อยู่

            ที่พักตระกูลหลิน

            หลินเจ๋อกําลังรายงานสถานการณ์กับพี่ชายของเขาหลินว่านหลี่ซึ่งเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลหลิน

            “พี่ใหญ่ จากการสืบสวนของผมเมื่อคืนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นเบื้องต้นผมคิดว่าเป็นการฆ่าเพื่อล้างแค้น แต่ฆาตกรคือใครกันแน่ ผมยังคงสับสนเหตุผลที่จะลงมือมันมีมากเกินไปแต่คนที่มีอำนาจพอที่จะทำลายตระกูลโม่ทั้งตระกูลได้กลับไม่มีสักคน!”

            หลินเจ๋อพูดอย่างจนปัญญา

            “จากปากผู้รอดชีวิตของตระกูลโม่มีผู้ต้องสงสัยหรือไม่?”

            หลินว่านหลี่ถาม

            “น่าสงสัย?”

            หลินเจ๋อคิดอย่างรอบคอบแล้วนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

            “พี่ใหญ่ ยังมีคนตระกูลโม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ และหนึ่งในนั้นคือโม่หยวนผมได้รับข้อมูลจากปากของเขาว่าบางทีมันอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่ผมไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถพอที่จะทำลายตระกูลโม่ได้!”