หอคัมภีร์
ชายชราเซิ้งจงหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจกับทัศนคติที่เคารพเขาอย่างมากของเย่เฟิง แต่ภายในใจของเขานั้น ลอบหัวเราะเยาะเย่เฟิง
อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าเขาเพียงแค่ใช้เย่เฟิงช่วยให้เขาฟื้นความแข็งแกร่งของเขาเท่านั้น
เมื่อความแข็งแกร่งของเขาฟื้นขึ้นมาถึงระดับที่เพียงพอที่จะใช้วิชายึดร่าง เขาจะยึดร่างของเย่เฟิงในทันที
เรียกได้ว่าเย่เฟิงเป็เพียงหมากตัวหนึ่งที่เขาหลอกใช้ประโยชน์เท่านั้น และศักยภาพของเย่เฟิงก็ทำให้เขาพึงพอใจมากเช่นกัน
เริ่มฝึกตนแค่หนึ่งปีเท่านั้น แต่ก็สามารถมาถึงระดับฝึกปราณขั้นปลายได้ นับว่าเป็ศักยภาพที่ดีมากทีเดียว เหมาะแก่การเป็ร่างใหม่ของเขาอย่างยิ่ง
‘เฟิงเอ๋อร์ เ้าต้องพยายามต่อไป อนาคตของเ้านั้นไร้ขีดจำกัด สักวันหนึ่งเ้าจะยืนอยู่เหนือผู้คนทุกหมด กลายเป็การดำรงอยู่ที่ไม่มีใครเทียบเปรียบได้ มือซ้ายโอบกอดโลก มือขวาโอบกอดความงามนับไม่ถ้วน!’
หลังจากหัวเราะ ชายชราเซิ้งจงไม่ลืมที่จะเติมอาหารสมอง เพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจให้กับเย่เฟิง
‘ขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!’ เย่เฟิงรีบพยักหน้าอย่างตื่นเต้น ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน คาดหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็ตัวตนอย่างที่ชายชราเซิ้งจงพูด
เขาเริ่มฝึกตนด้วยความกระตือรือร้นในทันที ตอนนี้เขาอยู่ในระดับฝึกปราณขั้นปลายแล้ว อีกก้าวเดียวเท่านั้น จะทะลวงเข้าไปในระดับก่อตั้งปราณ
หากว่าเขาทำสำเร็จก่อนอายุยี่สิบปี เขาจะได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะและกลายเป็ศิษย์ในอย่างแน่นอน
เมื่อกลายเป็ศิษย์ใน เส้นทางของเขาก็จะราบรื่นขึ้น เพราะสามารถได้รับทรัพยากรการฝึกตนที่มากขึ้น ได้อยู่ในถ้ำฝึกตนที่ดียิ่งขึ้น
ที่สำคัญคือได้มีหน้ามีตา ไปไหนมาไหนก็จะได้รับการเคารพจากศิษย์นอกทั้งหมดที่มีอยู่ด้วยกันมากกว่าพันคน
เมื่อคิดถึงเื่นี้ ขนของเย่เฟิงก็ลุกด้วยความตื่นเต้น อันยากที่จะระงับ มุมปากต้องเผยรอยยิ้มแห่งความทะเยอทะยานออกมา
.........................................................
ตอนเช้า กู้เฉินออกจากถ้ำฝึกตนแต่เช้า เพื่อไปรับหินลมปราณร้อยก้อนที่หอภารกิจ
หอภารกิจเป็สถานที่สำหรับรับหินลมปราณ แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่รับหินลมปราณเท่านั้น ยังเป็สถานที่รับภารกิจด้วย
กู้เฉินในตอนนี้ไม่ได้สวมใส่ชุดสีดำอีกต่อไป เขาเปลี่ยนมาใส่ชุดสีฟ้าของสำนักกระบี่ดารา พร้อมกับห้อยตราหยกสำนักไว้ที่เอว
ใช้เวลาไม่นานมากนัก กู้เฉินก็เดินมาถึงหอภารกิจ ตลอดทางที่ผ่านมา เขาพบศิษย์ของสำนักมากมาย เดินผ่านไปมา
“ที่นี่คือหอภารกิจ”
ยืนอยู่หน้าหอภารกิจ ซึ่งเป็ตึกไม้ขนาดใหญ่ ที่สามารถรองรับคนได้จำนวนมาก กู้เฉินก็พึมพำออกมาเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปข้างใน
ข้างในมีศิษย์นอกจำนวนมาก เสียงพูดคุยกันสามารถได้ยินมาไม่ขาดสาย
กู้เฉินไม่สนใจใคร และก็ไม่มีใครสนใจเขา เขาเดินไปต่อแถวยังหน้าเคาน์เตอร์ไม้แห่งหนึ่ง ซึ่งมีคนต่อแถวอยู่ไม่กี่คน
คนเหล่านี้ เขาล้วนจำหน้าได้อยู่บ้าง ล้วนเป็ศิษย์ที่ผ่านการทดสอบกับเขาทั้งนั้น
ต่อแถวรออยู่ไม่นานก็ถึงคิวของเขา กู้เฉินรับถุงใส่หินลมปราณที่มีหินลมปราณใส่อยู่หนึ่งร้อยก้อนมา
หินลมปราณมีขนาดเล็กเป็อย่างมาก มันจึงไม่ได้หนักอะไรมาก แม้จะใส่ไว้ภายในถุงถึงหนึ่งร้อยหินลมปราณก็ตาม
หลังจากที่ได้รับหินลมปราณหนึ่งร้อยก้อนแล้ว เขาก็ออกจากหอภารกิจ ตรงไปที่หอคัมภีร์ในทันที
เมื่อรายงานตัวต่อผู้าุโที่รับผิดชอบ เขาก็ถูกปล่อยให้เข้าไปในหอคัมภีร์
ภายในหอคัมภีร์ ทำให้เขาเปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง มีชั้นวางคัมภีร์ขนาดใหญ่ เรียงรายอยู่ บนชั้นวางล้วนแล้วแต่มีคัมภีร์จำนวนมาก ซึ่งต่างก็เป็คัมภีร์วิชาและทักษะการต่อสู้ระดับหนึ่งเท่านั้น
ล้วนเป็เช่นนี้ ศิษย์นอกสามารถฝึกได้เพียงวิชาและทักษะระดับหนึ่งเท่านั้น
‘ระบบมาแลกเปลี่ยนกันเถอะ ฉัน้าคัมภีร์วิชาและทักษะการต่อสู้ที่ดีที่สุดที่นี่ คิดราคาการแลกเปลี่ยนเท่าไหร่?’ กู้เฉินพลันพูดในใจกับระบบ
ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถตรวจสอบแต่ละวิชาและคัมภีร์ได้เอง แต่แบบนั้น มันใช้เวลานานมากเกินไป เขาไม่ได้อยากเสียเวลาไปกับเื่นี้
ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือการสอบถามจากระบบ
[ไม่มากเลยโฮสต์ ระบบคิดเพียงแค่ห้าสิบเหรียญทองเท่านั้น!]
ระบบแทบจะตอบในทันที ด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้น ดูเหมือนว่าหากเป็เื่การแลกเปลี่ยน ระบบจะตอบรับเร็วมาก ต้องบอกว่าสมควรแล้วที่มีชื่อว่า ระบบแลกเปลี่ยนเท่าเทียม์
หลังทำการแลกเปลี่ยน เงินจำนวนห้าสิบเหรียญทองภายในแหวนของเขาก็หายไป สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือการมองเห็นว่าบนชั้นวางคัมภีร์ มีคัมภีร์สองเล่มเรืองแสงสีทองอยู่
กู้เฉินไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะเดินผ่านศิษย์หลายคนที่อยู่ภายในหอคัมภีร์นี้ เพื่อไปหยิบเอาคัมภีร์ทั้งสองเล่มมา
เมื่อเขาได้มันมาอยู่ในมือ เขาก็ตรวจสอบข้อมูลของคัมภีร์เล่มแรกก่อนอย่างรวดเร็ว
...
[คัมภีร์วิชากาลเวลา]
ระดับ : สิบ (สูงสุด)
คำอธิบาย : คัมภีร์วิชากาลเวลา ถูกบัญญัติสร้างขึ้นมาโดยเทพกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยา ผู้ฝึกวิชากาลเวลาสามารถใช้วิชากาลเวลาได้ มีทั้งหมดสี่รูปแบบด้วยกัน รูปแแบบที่หนึ่งหยุดเวลา รูปแบบที่สองดูดกลืนเวลา รูปแบบที่สามข้ามเวลา รูปแบบที่สี่ย้อนเวลา
...
ดวงตาของกู้เฉินเบิกกว้างขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับหัวใจภายในร่างกายเต้นแรง
เขาไหนเลยคาดคิดว่าวิชาภายในหอคัมภีร์ของศิษย์นอก จะมีวิชาระดับสิบอยู่เช่นนี้ ทั้งยังถูกสร้างโดยเทพกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยาอีก!
นี่นับเป็ครั้งที่สองแล้ว ที่เขาได้ยินชื่อเทพผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยา ครั้งแรกย่อมเป็เทพผู้สร้างชิน ผู้สร้างแหวนช่องว่างมิติของชินที่เขาสวมใส่อยู่เวลานี้
แต่เขาขบคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมวิชาระดับสูงขนาดนี้ ถึงมาอยู่ที่หอคัมภีร์ศิษย์นอกของสำนักกระบี่ดาราได้
‘ไม่แน่ว่าวิชานี้ อาจจะไม่มีใครฝึกมันได้ มันถึงได้ถูกโยนมาอยู่ที่นี่’ กู้เฉินอดคิดไปในทิศทางนี้ไม่ได้ และเขาก็คิดว่าความคิดของตัวเองน่าจะถูกต้อง
ไม่เช่นนั้น มันจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ไม่แน่ว่าอาจจะไม่มีใครรู้คุณค่าของมันด้วยซ้ำ
เพราะถ้าหากว่าเขาไม่มีระบบ ถ้าเขาเห็นมันผ่านๆ ตา เขาก็คงจะคิดว่ามันเป็วิชาปาหี่ เนื่องจากบนคัมภีร์เพียงบอกวิธีฝึกและอธิบายเื่รูปแบบเท่านั้น ไม่ได้บอกที่มาของมันไว้
จบบทที่ 15