หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 100 โจมตีในความมืด

    ตอนที่100 โจมตีในความมืด

    ที่แนวหน้าสำคัญของสนามรบกลิ่นเลือดกับควันดินปืนยังคงลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศซากรถกับกำแพงคอนกรีตถูกกระสุนและแรงระเบิดฉีกกระจายถนนทั้งสายแทบมองไม่เห็นพื้นเดิม เพราะตอนนี้มันถูกย้อมเป็นสีแดงของเลือด

    และตรงกลางของความเงียบนั้นออสก้ายืนอยู่เพียงลำพัง ดาบในมือยังคงมีเลือดไหลหยดลงพื้นเป็นสาย

    เมื่อครู่ออสก้าเพิ่งฟันดาบออกไป

    ผู้มีพลังขั้นสูงจากพันธมิตรราชาที่คุมแนวรบนี้ถูกคมดาบผ่าลงตั้งแต่ไหล่จนถึงเอวร่างของอีกฝ่ายแยกออกเป็นสองส่วนอย่างช้าๆ ก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นคนละทิศเลือดพุ่งกระจายบนพื้นถนนอวัยวะภายในตกไปกองอยู่กับพื้นกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่ว

    ผู้มีพลังขั้นสูงที่เคยคุมแนวรบนี้...ตายแล้วออสก้าสะบัดดาบหนึ่งครั้ง เลือดที่เกาะอยู่บนคมเหล็กกระเด็นลงพื้น ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบสนามรบอย่างเย็นชา

    การต่อสู้ที่นี่จบลงแล้วศพของทหารพันธมิตรนอนเกลื่อนเต็มถนนส่วนทหารมืดของค่ายมิดไนท์กระจายตัวควบคุมพื้นที่ บางคนกำลังตรวจสอบศพบางคนเก็บอาวุธที่ยังใช้ได้ บางคนยืนเฝ้าระวังอยู่ตามมุมตึกเหมือนเงามืดแนวหน้าสำคัญของพันธมิตรราชาตกอยู่ในมือของค่ายมิดไนท์เรียบร้อยแล้ว

    ในตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านหลังโฮมเดินเข้ามาพร้อมทหารมืดอีกหลายคน เสื้อคลุมของเขาสะอาดไม่มีรอยเลือดเลยสีหน้าก็ยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม

    แม้ว่าพึ่งจะใช้ปืนพกเหยี่ยวจัดการคนไปมากกว่าสิบก็ตามเดินมาหยุดข้างออสก้า โฮมก็กล่าวทันที

    “แนวหน้าแตกหมดแล้ว”

    ออสก้าหันมามอง โฮมจึงพูดต่ออย่างเรียบเฉย

    “เรากำจัดแนวหน้าหมดแล้วส่วนพวกที่เหลือก็แค่หนูตัวเล็กๆ ไม่มีความสำคัญอะไรอีกแล้ว”

    “มีกองกำลังพันธมิตรราชาที่กำลังส่งมาสนับสนุนเราสามารถซ้อนแผนอ้อมไปทำลายค่ายของพันธมิตรราชาให้หมดแล้วค่อยมุ่งหน้าไปค่ายแกนนอน แต่ไปถึงอาจจะไม่มีอะไรเหลือแล้ว”

    โฮมมองไปยังเมืองที่มืดมิดด้านหน้าส่วนดวงตาของออสก้าเป็นประกายขึ้นทันทีเขามองไปยังความมืดของเมืองที่ทอดยาวอยู่ไกลออกไปที่นั่นยังมีค่ายของพันธมิตรราชาอยู่อีกหลายแห่ง และหลายค่ายอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแนวหน้าของพวกเขาพังไปแล้ว

    ออสก้ายิ้มบางๆ “งั้นจะรออะไรอยู่”

    เขายกดาบขึ้นพาดไหล่เลือดที่ยังเกาะอยู่บนคมเหล็กสะท้อนแสงไฟวาบหนึ่ง

    “ไปกันเลย” ออสก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำออสก้ากลับเต็มไปด้วยความกระหายในสงครามมานานแล้ว และตอนนี้มีโอกาสแล้วก็ไม่คิดจะปล่อยมันไปแน่นอน

    ...

    ค่ายแกนนอนในยามค่ำคืนดูเหมือนสัตว์เหล็กขนาดมหึมาที่กำลังหมอบซ่อนเขี้ยวเล็บอยู่กลางเมืองร้างมีกำแพงค่ายสูงราวสามเมตร สร้างจากเศษเหล็ก ซากรั้ว และแผ่นโลหะจากอาคารที่พังทลายถูกเชื่อมปะติดปะต่อกันอย่างหยาบกระด้างจนดูเหมือนโครงกระดูกของสัตว์ประหลาด

    บางจุดยังมีรอยไหม้ดำจากการเชื่อมบางจุดบิดเบี้ยวราวกับจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ แต่สุดท้ายมันก็ยังยืนอยู่และมันก็ยังเป็นสิ่งเดียวที่คั่นระหว่างคนข้างในกับโลกด้านนอกอันเต็มไปด้วยความตาย

    บนกำแพงมีทหารยืนเฝ้าอยู่หลายจุดไฟสปอตไลต์กวาดส่องลงไปด้านล่างเป็นช่วงๆลำแสงสีขาวเย็นตัดผ่านม่านฝุ่นในอากาศจนดูเหมือนหิมะสีสกปรกของโลกาวินาศทุกครั้งที่แสงไฟสาดผ่านซอมบี้ที่เดินโซซัดโซเซอยู่ไม่ไกลเสียงปืนก็มักดังตามมาเสมอ

    ปัง! ซอมบี้ตัวหนึ่งหัวสะบัดแล้วล้มลงข้างซากรถที่ไหม้จนดำเป็นตอทหารบนกำแพงคนหนึ่งเป่าลมออกจากจมูกก่อนจะบ่นอย่างหงุดหงิด

    “คืนนี้แม่งมาเยอะกว่าปกติอีก”

    อีกคนยังไม่ทันตอบเสียงแปลกประหลาดก็ดังขึ้นจากด้านล่าง ไม่ใช่เสียงลากเท้าของซอมบี้แต่เป็นเสียงฝีเท้า

    “ได้ยินไหม” ทหารที่พึ่งยิงซอมบี้ไปถามขึ้นมา

    “เงียบสิวะ กูตั้งใจฟังอยู่” ทหารอีกนายตวาดอย่างรำคาญ

    พอหุบปากได้พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังชัดมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงเท้าหลายสิบคู่ทั้งรวดเร็วและหนักแน่น ดังมาเป็นจังหวะ ทหารบนกำแพงชะงักแล้วหันไปมองแทบพร้อมกันความเย็นวาบไหลขึ้นมาจากต้นคอในทันที

    “เฮ้ย...”

    “เสียงอะไรวะ”

    “ส่องไฟไปตรงนั้น!”

    ทหารรีบวิ่งไปคุมไฟสปอตไลต์มันรีบหมุนสปอตไลต์หันไปตามเสียงที่ได้ยิน ลำแสงสีขาวพุ่งฝ่าความมืดออกไปในวินาทีนั้นเองก็เห็นเงาร่างกลุ่มหนึ่งได้พอดีพวกมันกำลังวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่สูงมาก มุ่งหน้ามายังกำแพง

    “ไม่ใช่ซอมบี้”

    “ฉิบหายแล้ว นั้นมันทหาร”

    สิ่งที่ทหารค่ายแกนนอนบนกำแพงเห็นนั้นคือ “ทหารมืด”

    ทหารมืดสวมเกราะเหล็กหนาแน่นแนบไปกับร่างดาบและโล่สะท้อนแสงวาบเย็นราวกับฝูงสัตว์ล่าที่สวมเขี้ยวเล็บเหล็กไว้ทั้งตัวและตรงหัวขบวนมีทหารมืดที่ดุร้ายวิ่งนำหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่า

    ออสก้าถือโล่เหล็กกลม T1 กับดาบพิฆาตเหล็ก T1กำลังพุ่งเข้ามาโดยไม่ลดความเร็วแม้แต่น้อยราวกับว่าอาการบาดเจ็บที่เคยสู้กับลูก้าไม่เคยมีอยู่เลย

    โล่กลม T1นี้ถูกส่งมาให้พร้อมกับบารอนและพลปืน ทหารบนกำแพงคนหนึ่งเพิ่งเบิกตากว้าง

    ปัง! เสียงปืนดังขึ้นเพียงนัดเดียวหน้าอกของเขาทะลุเป็นรูทันที ร่างทั้งร่างกระเด็นไปชนโครงเหล็กของกำแพงก่อนจะล้มลงท่ามกลางเสียงร้องตกใจของคนรอบข้าง

    แล้วนรกก็เปิดออกในชั่วพริบตา

    “ศัตรู!”

    “ศัตรูบุก!”

    “ประจำปืนๆ ยิงมันเร็วเข้า”

    เพราะว่าค่ายแกนนอนอยู่บนจุดสูงสุดของเขตดัลลัสมานานแล้วไม่มีการบุกมาที่ค่ายนานแล้ว แถมทหารพวกนี้ก็เป็นทหารหน้าใหม่แม้จะมีหน้าเก่าบ้างก็หย่อนยานกันหมดแล้ว ต่างพากันลนลานไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนดีแต่สุดท้ายพวกเขาก็เข้าประจำตำแหน่งของตัวเองได้

    “ยิง! ยิงแม่งเลย!”

    ปืนกลบนกำแพงเริ่มทำงานทันทีเสียงกราดยิงดังสนั่นราวกับผ้าใบทั้งผืนถูกฉีกเป็นทางยาว สายกระสุนสีส้มพุ่งลงใส่กองกำลังทหารมืดที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งแต่ภาพที่ทหารบนกำแพง จินตนาการไว้ว่าทหารพวกนั้นต้องโดนฉีกเป็นเศษเนื้อจากปืนกลที่พวกมันยิงกลับไม่เกิดขึ้น

    ออสก้าวิ่งอยู่หัวขบวน โล่เหล็กกลม T1 ในมือซ้ายถูกยกขึ้นบังกระสุน ส่วนมือขวากำดาบพิฆาตเหล็กแน่นแววตาของเขาเย็นและนิ่งเหมือนหินผา

    กระสุนหลายสิบนัดกระแทกใส่โล่และเกราะเสือดาวT1 ของทหารมืดแนวหน้า เกิดเสียงแกร๊งๆต่อเนื่องเหมือนลูกเหล็กโปรยใส่แผ่นโลหะยักษ์ถ้าเป็นเกราะสิงโตทารัสคงต้านกระสุนปืนกลพวกนี้ได้เกือบทั้งหมดแต่เกราะเสือดาวเบาและบางกว่า ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังมีโล่ต่อให้กระสุนจะยิงทะลุมันก็ต้องซ้ำในบริเวณเดิมอย่างน้อยหนึ่งถึงสองครั้ง

    พวกทหารมืดไม่เคยหยุดวิ่งยากมากที่กระสุนจะยิงในตำแหน่งเดิมได้แต่แรงปะทะถ้าเป็นคนธรรมดาคงจะล้มลงกระดูกหักและวิ่งต่อไม่ไหวแล้วแต่ไม่ใช่กับพวกทหารมืด พวกเขาไม่เจ็บปวด ไม่เกรงกลัวใช้เพียงโล่ปกป้องส่วนหัวไว้ก็วิ่งต่อไปได้

    “เร็วขึ้นอีก!”

    “ฆ่า!” ออสก้าตะโกนเร่งสุดเสียง

    ทหารโล่ด้านหน้าห้าสิบนายเร่งฝีเท้าขึ้นพร้อมกันพวกมันยกโล่ซ้อนเป็นมุมรับกระสุนอย่างแม่นยำ ด้านหลังแนวโล่ ทหารมืดที่สวมเกราะเหล็กธรรมดาอีกจำนวนมากพุ่งตามมาไม่ห่างราวกับคลื่นดำที่มีแกนกลางเป็นเหล็กกล้า

    ทางด้านขวาบารอนนำหน่วยพลปืนสองร้อยนายเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว ชุดเกราะหนังเนลสัน T1 ทำให้พวกเขาดูเบาและเร็วแนบเนียนไปกับสนามรบกลางคืนไม่ส่งเสียงใดๆ

    ปืนพกเหยี่ยว T1 ถูกยกขึ้นแทบพร้อมกัน

    ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

    เสียงปืนของฝ่ายค่ายมิดไนท์ดังขึ้นถี่ยิบกระสุน T1 พุ่งเข้าหากำแพงราวกับฝนเหล็ก

    ทหารบนป้อมยิงแทบไม่ทันตั้งตัวบางคนหน้าอกระเบิด บางคนถูกยิงทะลุหัวไหล่จนหมุนล้มบางคนหลบลงไม่ทันก็โดนกระสุนเจาะผ่านคอจนเลือดสาดลงมากับแสงไฟ

    กลิ่นดินปืนร้อนจัดลอยตัดกับกลิ่นสนิมและกลิ่นคาวเลือดความเงียบในตอนกลางคืนถูกทำลายด้วยเปลวไฟจากปากกระบอกปืนและเสียงร้องตะโกนของคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าศัตรูมาถึงหน้ากำแพงแล้ว

    “เกิดอะไรขึ้น”

    “แจ้งท่านลอร์ดเร็วเข้า”

    “ต้องการกำลังเสริมที่กำแพง”

    “ยิงๆ อย่าหยุด”

    “พระเจ้าหัวแกหายไปแล้ว”

    “อ้า!”

    ทุกอย่างกำลังสับสนและวุ่นวายเต็มไปหมดแต่ออสก้ากลับไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว

    เมื่อถึงเชิงกำแพงเขากระแทกเท้าลงกับพื้นอย่างรุนแรง แล้วกระโดดขึ้นไปร่างทั้งร่างทะยานพ้นระดับหัวคนราวกับสัตว์ประหลาดสีดำดาบในมือฟันใส่ทหารบนกำแพงคนแรกทันที

    ฉัวะ! ร่างนั้นขาดจากไหล่ถึงอกเลือดร้อนสาดใส่ใบหน้าของทหารอีกคนที่อยู่ข้างกันจนอีกฝ่ายชะงักและนั่นก็เพียงพอแล้วให้บารอนพุ่งตามขึ้นมาจากด้านข้าง

    ปืนพกเหยี่ยว T1 ในมือบารอนยิงใส่กลางหน้าผากทหารคนนั้นในระยะประชิดจนหัวของอีกฝ่ายระเบิดกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ก่อนบารอนจะดึงดาบพิฆาตเหล็ก T1 ออกมาอย่างรวดเร็ว มือขวาถือปืนพกเหยี่ยว T1

    มือซ้ายกำดาบแน่นทั้งปืนและดาบทำงานประสานกันราวกับเขาฝึกใช้มันมาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายอยู่แล้วทุกก้าวที่พุ่งไปข้างหน้ามีแต่ความเด็ดขาด ปืนลั่นหนึ่งนัด ศัตรูด้านหน้าล้ม

    ดาบฟันอีกครั้ง ร่างข้างทางก็ขาดออกจากกันเขาไม่หยุด ไม่หันกลับ และไม่เสียจังหวะให้แม้แต่น้อยราวกับหอกคมที่ถูกขว้างออกไปแล้วไม่มีวันหันกลับฝ่าแนวทหารของค่ายแกนนอนตรงเข้าไปด้านหน้าอย่างดุดันและต่อเนื่อง

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน