เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 100 กลับบ้านนอก (1)

            หลิงเมิ่งไม่เพียงแสดงออกด้วยท่าทีก้าวร้าว แม้แต่คำพูดก็ไม่น่าฟังถึงแม้เมื่อชาติก่อนซูอินจะเจอความรู้สึกเช่นนี้อยู่ไม่น้อย ในใจของเธอก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

            แต่เธอเข้าใจว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชน จำเป็นต้องมีสติและมั่นคง

            หากใครเป็นคนหาเรื่อง คนนั้นเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

            ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้เธอไม่แสดงท่าทีเดือดร้อนและนำหลักฐานออกมาแสดงในช่วงเวลาสำคัญได้อย่างเหมาะเจาะ

            เมื่อหลักฐานอยู่ตรงหน้า หลิงเมิ่งพลันตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแสดงความรู้สึกไม่อยากเชื่อ “เป็นไปได้ยังไง…นี่…นี่คงเป็นเช็คปลอมสินะ”

            ซูอินหลุดขำ “อยู่ต่อหน้าคนมากมาย ฉันจะทำแบบนั้นได้หรือ”

            “ถ้างั้นเธอ…”

            หลิงเมิ่งพูดไม่ออกก่อนจะได้ยินเสียงอู๋อู๋ที่ขึ้นมาช่วยเธอกล่าวเสริม “อินอินไปเอาเงินเยอะแยะแบบนั้นมาจากไหน”

            หลิงจื้อเฉิงรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน

            ซูอินหรี่ตาเล็กน้อย เงินก้อนนี้ได้มาจากการพนันทายผลบอลแถมยังเป็นบ่อนใต้ดิน เธอไม่มีทางพูดออกไปแน่นอน

            ยังดีที่เธอไม่จำเป็นต้องอธิบายให้คนเหล่านี้ฟัง

            ใบหน้าที่ยังคงประดับรอยยิ้มทำให้เธอเบี่ยงเบนสถานการณ์หนักให้กลายเป็นเบา“ก็ต้องมาจากการหาเงินสิพวกคุณก็รู้ว่าฉันเป็นคนโชคดีมาตลอด”

            ตั้งแต่เกิดก็ถูกอุ้มผิดตัว ได้ใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองเมื่อรู้ตัวว่าอีกไม่นานต้องกลับไปอยู่ชนบทเธอก็ได้ช่วยเด็กคนหนึ่งที่ฐานะทางบ้านร่ำรวย ทำให้เธอโชคดีมากขึ้นกว่าเดิม

            สามคนพ่อแม่ลูกตระกูลหลิงต่างพากันชะงัก

            เธอไม่เปิดโอกาสให้สามคนจากตระกูลหลิงได้เอ่ยปากรีบพุ่งประเด็นไปที่ความประสงค์ของตัวเองทันที

            “ช่วงนี้เกิดเรื่องมากมาย เดิมทีความสัมพันธ์ของเราก็ไม่ดีอยู่แล้วเกิดเรื่องวุ่นวายในวันนี้อีก เราทั้งสองฝ่ายก็คงยากจะยอมให้กัน วันดีๆแบบนี้ถึงแม้ไม่ค่อยเหมาะสมที่จะคุยเรื่องที่ทำให้หดหู่ใจแต่บางอย่างก็จำเป็นต้องพูด แม้ว่าอาจทำให้ฉันดูเป็นคนไม่ดีก็ตาม”

            ในหัวของหลิงจื้อเฉิงนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่แววตาที่แน่วแน่ทั้งสองฝ่ายสบกัน ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจในทันที

            ทั้งที่เลี้ยงดูเธอเหมือนบุตรสาวแท้ๆ มาตลอดสิบหกปีแท้ๆ…

            ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่คนย่อมไม่ใช่ตอไม้ในใจของเขาจะไม่รู้สึกผูกพันได้อย่างไร เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แม้แต่ตัวเขาก็แยกไม่ออกว่าอยากรั้งอินอินไว้เพื่อประโยชน์ของโรงแรมหรือเป็นเพราะความรู้สึกที่บิดามีต่อบุตรสาวกันแน่

            “ตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ พวกคุณเลี้ยงดูฉันมาสิบหกปีความรู้สึกตรงนั้นคงไม่มีวันจางหาย ตอนนี้ฉันเป็นเพียงเด็กชนบทคนหนึ่งแต่พวกคุณเป็นคนมีหน้ามีตาในเมือง ฐานะสูงส่งอีกทั้งตอนนี้ก็ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาการมีฉันอยู่คงสร้างความทุกข์และความไม่พอใจต่อตระกูลหลิง ฉันจึงคิดว่าหลังจากนี้หากไม่มีเรื่องจำเป็น พวกเราอย่าติดต่อกันอีกจะดีกว่าค่ะ”

            สีหน้ามุ่งมั่น ซูอินก้มตัวเล็กน้อย “ขาดฉันไปพวกคุณสามคนก็จะยิ่งมีความสุข”

            ในที่สุดก็ได้เอ่ยคำพูดเหล่านี้ต่อหน้าเพื่อนสนิทและบุคคลมีหน้ามีตาในเมือง ซูอินรู้สึกโล่งใจมากขึ้น

            “ถ้างั้นก็เอาตามนี้นะคะ”

            เธอเอ่ยคำพูดนั้นออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจซูอินมองสองสามีภรรยาตระกูลหลิงด้วยแววตาหนักแน่นจากนั้นจึงก้าวออกไปจากห้องจัดเลี้ยง

            อวี๋ฉิงรีบตามเธอออกมาทันที

            “อินอิน”

            ซูอินพยักหน้า แววตายังคงหนักแน่นไม่เปลี่ยนแปลง

            “เธอ…ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

            ด้านหน้าโรงแรมคุณหนูผู้เย่อหยิ่งไม่อาจห้ามตนเองไม่ให้แสดงความเป็นห่วงเธอ

            เห็นได้ชัดว่ามีความหดหู่อยู่ในน้ำเสียงของซูอิน “ฉิงฉิง ช่วยเรียกรถให้ฉันได้ไหม”

            แน่นอนว่าไม่มีปัญหา!

            คุณหนูอวี๋โบกมือ รถของตระกูลอวี๋ที่จอดอยู่หน้าโรงแรมแล่นมาจอดคนขับรถสวมถุงมือสีขาวลงมาเปิดประตูก่อนที่ทั้งสองคนจะขึ้นไปนั่งเบาะหลัง

            รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกห่างจากบริเวณโรงแรมหลิงกวงในที่สุดซูอินที่พยายามฝืนเข้มแข็งก็ทนต่อไปไม่ไหวเธอพิงไหล่ของอวี๋ฉิงพร้อมร่างกายที่สั่น

            “นี่ เธออย่าร้องไห้สิ”

            อวี๋ฉิงร้อนใจ คุณหนูถูกคนคอยปลอบโยนมาตลอดการปลอบโยนคนอื่นเป็นครั้งแรกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีท่าทีแข็งทื่อไปบ้าง

            เมื่อปลอบได้สักพัก เธอก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ

            เสียงร้องไห้ไม่ควรเป็นแบบนี้หรือเปล่า

            เธอประคองไหล่ของซูอินขึ้นมาใบหน้าเล็กที่สดใสและมีเสน่ห์จากการแต่งหน้าเผยรอยยิ้มสดใสแบบในช่วงฤดูใบไม้ผลิไม่มีสีหน้าของคนที่อยากร้องไห้เลยสักนิด

            อวี๋ฉิง : …

            หลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เธอจึงกลับมาแสดงท่าทีเย่อหยิ่งเช่นเดิม“แบบนี้สิถึงจะถูกปล่อยปละละเลยเธอมาตั้งหลายปีแบบนั้น ฝนตกหิมะตกก็ไม่เคยมารับที่โรงเรียนแม้แต่งานประชุมผู้ปกครองยังไม่เคยเข้าร่วม จะเก็บเอาไว้ทำไมล่ะ”

            คำพูดนี้ถูกต้องที่สุด!

            ซูอินพยักหน้าเห็นด้วย

            เธอใช้ชีวิตพัวพันยุ่งเหยิงมาสองชาติภพ วันนี้ได้แก้ไขเรื่องวุ่นวายนี้ต่อหน้าผู้คนมากมายคงไม่ต้องบอกว่าตอนนี้เธอรู้สึกดีมากเพียงใด

            “เมื่อกี้เธอเห็นหน้าหลิงเมิ่งไหม ฮ่าๆ”

            อวี๋ฉิงไม่ชอบหลิงเมิ่งเอามากๆ ไม่ใช่เพราะแค่เรื่องแย่งชิงชุดราตรีกันถึงแม้คุณหนูแห่งตระกูลอวี๋จะเย่อหยิ่ง แต่เรื่องใช้เหตุและผลเธอเข้าใจเป็นอย่างดีอย่าว่าแต่เรื่องอื่น แค่การที่หลิงเมิ่งถูกบิดามารดาในชนบทเลี้ยงดูมาหลายปีอีกทั้งเหมือนจะถูกเลี้ยงอย่างทะนุถนอม ทว่ากลับแสดงออกต่อคนชนบทที่เลี้ยงดูตนเองมาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์จุดเล็กๆ นั้นทำให้เห็นนิสัยอีกฝ่ายได้ทันที

            “ทำไมฉันจะไม่เห็น เมื่อเช้าตอนที่เพิ่งมาถึง พอเห็นหน้าฉันสีหน้าเธอก็ดำคร่ำเครียดอย่างกับตอนที่แม่ของฉันอบพายเลยละ”

            “คุณป้าหรงน่ะหรือ”

            “ใช่ ปกติแม่ฉันทำอาหารไม่เป็น นานๆ ทำครั้งก็แทบจะเกิดหายนะยังดีที่พ่อของฉันทำอาหารเป็น”

            ซูอิน : …

            คุณป้าหรงที่ดูใจดีคนนั้นน่ะหรือดูเหมือนว่าเธอจะได้รู้อะไรบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อเข้าแล้วสินะ

            สีหน้าของอวี๋ฉิงเริ่มไม่สบายใจ โชคดีที่โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นเสียก่อนเธอจึงรีบรับโทรศัพท์

            “ค่ะคุณพ่อ หนูกับอินอินอยู่บนรถของเรา เธอไม่เป็นไรค่ะ”

            เอ่ยจบเธอจึงเปิดสปีกเกอร์โฟน ซูอินยิ้มก่อนจะเอ่ยทักทาย “คุณอาอวี๋คะฉิงฉิงออกมากับหนูค่ะ”

            “ไม่เป็นไร หนูสบายดีมากค่ะ ขอบคุณคุณอาอวี๋นะคะ”

            ยังไม่ทันรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากอีกครั้ง จู่ๆ ก็เกิดเสียงวุ่นวายก่อนจะได้ยินเสียงอู๋อู๋กรีดร้อง “ทำไมไม่มีเสียงแล้วล่ะ”

            ในขณะที่ซูอินกำลังงุนงง อวี๋หมิงกวงก็รีบอธิบาย “หลังจากที่อินอินเดินออกไปประธานหลิงตั้งใจจะขึ้นไปพูดอะไรสักหน่อย แต่ลำโพงไม่ดัง”

            ซูอินเข้าใจแล้วว่า “พูดอะไรสักหน่อย” นั้นคือการลบล้างความผิด

            ด้วยคารมคมคายของหลิงจื้อเฉิงและท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนเล็กน้อยก็คงพอทำให้เรื่องนี้ผ่านไปได้

            แต่ปัญหาเรื่องลำโพง

            จากที่เธอรู้โรงแรมหลิงกวงมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกด้านฮาร์ดแวร์ครบครันโดยเฉพาะห้องจัดเลี้ยงซึ่งมีไว้สำหรับจัดงานเลี้ยงโดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ จู่ๆ จะเกิดปัญหาได้อย่างไร

            ในมุมที่ไม่มีใครรู้รอลิฟต์อยู่หลายรอบในที่สุดผู้จัดการห้องจัดเลี้ยงก็เดินมาถึงห้องควบคุมด้วยความเร็วเทียบเท่าหอยทากเขาค่อยๆ หาปุ่มเปิดปิดลำโพงอย่างเอื่อยเฉื่อยจากนั้นจึงเลื่อนสวิตช์ลงแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม

            จัดการเสร็จแล้วก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไปโดยไม่บอกกล่าว

            แน่นอนว่าซูอินไม่รู้เรื่องที่ไม่ได้ถูกเปิดเผยเหล่านี้แค่คิดว่าแม้แต่พระเจ้าก็ยังช่วยเธอ

            อารมณ์ดีจัง

            เธอนั่งอยู่ในรถพร้อมหัวเราะคิกคักไปกับอวี๋ฉิงและแน่นอนว่าซูอินไม่ลืมเรื่องหลักที่ต้องทำ

            เธอสามารถนำเงินสองแสนหยวนออกมาใช้ แต่การช่วยเหลือนักเรียนยากจนเธอจะตรวจสอบได้อย่างไรว่าคนเหล่านั้นต้องการเงินช่วยเหลือจริงๆ ไม่ใช่การแอบอ้างนี่เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็เป็นเรื่องหยุมหยิมด้วยเช่นกัน

            เมื่อชาติก่อนตระกูลหลิงจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาโดยเฉพาะซึ่งเดิมทีเธอก็คิดจะใช้กลุ่มนั้น และเข้าเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนกองทุนการกุศลนี้เธออาจจะมีสิทธิ์พูดในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย และอาจจะสามารถทำหน้าที่กำกับดูแลแต่วันนี้ตัดสินใจตัดขาดกันแล้ว แน่นอนว่าเธอไม่สามารถใช้ตัวเลือกนี้

            ครุ่นคิดครู่หนึ่งเธอจึงนึกถึงตระกูลที่ทำธุรกิจด้านเดียวกันอย่างตระกูลอวี๋

            ซึ่งปฏิกิริยาตอบกลับของคุณหนูตระกูลอวี๋คือ “ตกลงสิ ไม่มีปัญหา”

            ตอบรับอย่างมีความสุขขนาดนี้เลยหรือซูอินไม่เพียงประทับใจในความมีคุณธรรมของเพื่อน ในตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกกังวล “เธอไปถามคุณอาอวี๋ก่อนดีกว่าไหม”

            “วางใจเถอะ เรื่องดีๆ แบบนี้คุณพ่อของฉันไม่มีทางปฏิเสธ”

            ในเมื่ออวี๋ฉิงแสดงท่าทีมั่นใจขนาดนี้ ซูอินก็โล่งใจเธอไตร่ตรองแล้วว่าพรุ่งนี้จะกลับชนบท ทำให้ไม่ได้ไปที่อื่นกับอวี๋ฉิงแต่เดินทางกลับโรงแรมทันที

            ตระกูลอวี๋จัดการเรื่องนี้อย่างรวดเร็วบ่ายวันนั้นซูอินได้รับข่าวจากอวี๋ฉิงว่า อวี๋หมิงกวงสั่งให้เลขาฯจัดตั้งกลุ่มแล้ว โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานกิจการพลเรือนสำนักงานด้านการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างจริงจังในการช่วยเหลือนักเรียนเพื่อการกุศล

            เมื่อสบายใจแล้วซูอินก็นอนหลับอย่างสบายใจ วันต่อมาเธอตื่นแต่เช้าสองสามีภรรยาตระกูลซูเดินทางมาถึงแต่เช้าเช่นกัน เมื่อเตรียมสัมภาระเรียบร้อยแล้วเธอจึงร่ำลาคนที่โรงแรม จากนั้นนั่งรถบัสกลับชนบท

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382