สะบั้นมารสังหารเทพ (杀死魔鬼和神)

    ตอนที่ 36 เริ่มแผนการ

    ตอนที่ 36

    เริ่มแผนการ

             

            ในที่สุดก็ครบกำหนดสามวันตระกูลหลิวเริ่มการประชุมหารือครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงเช้าการหารือเริ่มต้นด้วยเรื่องราวจิปาถะทั่วไป ทุกอย่างดูปกติราบเรียบ จนกระทั่งถึงเรื่องราวรับมอบอำนาจบัญชาการสถานการณืในห้องหารือก็กลายเป็นเผ็ดร้อนขึ้นทันที แม้แรกเริ่มเปิดฉาก จะเกิดการโต้เถียงกันบ้างแต่เมื่อได้ฟังกำหนดการห้าวัน พร้อมทางหนีทีไล่ หากแผนการผิดพลาด เรื่องราวถุกผู้มีอำนาจหนุนหลังชักจูงไปในทิศทางที่เคยหารือกันนอกรอบมาก่อน สุดท้าย...การส่งมอบอำนาจ ผู้บัญชาการของตระกูลหลิวให้กับหลิวซีอิ๋งจึงลุล่วงไปได้โดยราบลื่น

             

            รุ่งเช้าวันใหม่ภายหลังจากได้รับมอบอำนาจบัญชาการ

             วันที่ 1

            ทันทีที่ได้รับอำนาจหลิวซีอิ๋งก็เริ่มดำเนินการตามแผน ที่หยางอี้ร่างขึ้น คัดเลือกผู้คนจัดตั้งกองกำลังผสมเคลื่อนที่ไว ทั้งสิ้นสี่กอง

            หยางเฉิงได้รับหน้าที่แตกต่างจำต้องปลอมตัวออกเดินทางไกล เพื่อไปพบปะกับผู้อาวุโสขวาโดยตรง

            ส่วนหลิวเหวินหงได้รับคำขอจากหยางอี้โดยตรง ทำการจัดตั้งกองกำลังจารชนจำนวนสองหน่วย หน่วยละห้านายซึ่งทุกคนต้องเน้นที่พลังฝีมือ และวิชาตัวเบา เพราะภารกิจของทั้งสองหน่วย คือการลอบสังหารทำให้หลิวเหวินหงตัดสินใจ มอบหมายหน้าที่นี้ให้กับ...หลิวอาน (ตารอง) รองประมุขตระกูลหลิวและน้องชายแท้ ๆ ของตนเอง ซึ่งมีฝีมือด้อยกว่าหลิวเหวินหงเพียงเล็กน้อย เป็นผู้รับผิดชอบส่วนสมาชิกอื่น ๆ ในกลุ่ม ล้วนเป็นหลิวอานคัดเลือกเองกับมือทั้งสิ้น

             

            แผนการทุกอย่างล้วนดำเนินไปตามที่หยางอี้กำหนดทุกประการเริ่มต้นจากสาน์สเรื่องการก่อกบฏภายในตระกูลหยาง รวมถึงขั้นตอนนัดแนะ ซึ่งถูกส่งไปยังไส้ศึกภายในก่อนจะพลั้งพลาด รั่วไหลไปสู่มือของหยางอวี่ถงด้วยความบังเอิญตั้งแต่วันก่อน

             

            หยางอวี่ถงแรกวางมาดใหญ่โตไม่เกรงกลัวตระกูลหลิว แต่เมื่อเห็นข้อความว่าตระกูลหลิว ผู้อาวุโสขวารวมถึงปรากฏกองกำลังพันธมิตร ซึ่งไม่รู้ที่มาที่ไปจำนวนมาก ตระเตรียมระดมกำลังบุกเข้าจู่โจมตระกูลหยางชนิดสายฟ้าแลบในอีกหกวันข้างหน้า เวลายามฟ้าสาง(ตรงกับกำหนดรับมอบอำนาจบัญชาการวันที่ห้าของหลิวซีอิ๋งพอดี) เมื่อเห็นจำนวนผู้บุกรุกมากล้นแถมเส้นทางที่ใช้ล้วนแตกต่าง จึงเกิดความหวาดระแวง เรียกตัวเสนาธิการเงา ผู้อยู่เบื้องหลังแผนการต่างๆ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาของตนเอง เพื่อปรึกษาหารือเป็นการด่วน

             

            เสนาธิการผู้นี้หลักแหลมสมราคาไม่คิดผลีผลาม แรกเอ่ยคำ ให้หยางอวี่ถงสงบจิตใจลงก่อน จึงค่อยเอ่ยต่อ ว่าให้มันวางมาตรการป้องกันเพื่อสืบข่าวข้อเท็จจริงที่รอบนอกก่อน ด้วยเกรงว่าจะเป็นแผนล่อเสืออกจากถ้ำของศัตรูหากยืนยันข่าวลือเป็นจริง จึงค่อยเริ่มดำเนินการรับมือ พร้อมแจกแจงจุดเด่น จุดด้อยของฝั่งตนเองและศัตรูว่าหากเกิดปะทะกันขึ้นจริง อย่างไรฝั่งตระกูลหยางก็ได้เปรียบแถมอาจจะสามารถกินรวบผลประโยชน์ที่มากขึ้น หากเลือกใช้ข้ออ้างเรื่องการถูกโจมตีก่อนนำมาขึ้นโต๊ะเจรจาในภายหลัง

            ...เมื่อฝั่งหนึ่งรู้หยางอี้ผู้ช่ำชองในการสร้างแผนลวง ย่อมต้องคาดเดาความคิดของคู่ต่อสู้ออกเช่นกัน

             

            วันที่2

            ตระกูลหลิวแม้มีกำลังพลไม่พอตามแผนที่ยกอ้างไปในจดหมาย แต่หยางอี้ร้ายกาจ ใช้วิธีแกะลาห่มหนังราชสีห์ปะปนจัดการปลอมแปลง ผู้คนที่รับหน้าที่อื่น ๆ ในตระกูล ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า บ่าวรับใช้หรือแม้แต่คนเลี้ยงม้า ให้สวมเกราะเบา สะพายศาสตราชั้นสูง ร่วมขบวนไปด้วยซึ่งขบวนทั้งหมดแบ่งออกเป็นสี่สาย แยกกันเดินทาง หนึ่งสายหลักเส้นทางเอิกเกริกง่ายสืบรู้ความจริง แม้ขบวนไม่ใหญ่ แต่เน้นสมจริง เพราะใช้เส้นทางสัญจรเช่นนี้ กลับปกปิดอาวุธผู้ฝึกตนมีฝีมือ ยิ่งทำตัวเรียบง่ายซุ่มซ่อน ส่วนสามขบวนรอง ดีร้ายปะปนเลือกเดินทางบุกฝ่าป่าดง ยากสืบข่าวจำแนกดีชั่ว กลับแต่งองค์ทรงเครื่องโดดเด่นสะพายดาบสวมเกราะ ดูฮึกเหิมน่าเกรงขาม เมื่อภาพลวงถูกสร้าง สายข่าวของหยางอวี่ถงในป่าดงส่วนใหญ่เป็นโจรร้าย ทำงานว่องไว แต่กลับไม่ละเอียดรอบคอบ แผนการล่อหลอกของหยางอี้จึงประสบผลง่ายดาย

             

            เมื่อได้รับรายงานว่ากองกำลังที่บุกมาเป็นของจริงแท้ หยางอวี่ถงก็นั่งไม่ติด เดินทางไปหาเสนาธิการเงาผู้อยู่เบื้องหลังพร้อมกับข่าวสารล่าสุด หลังการหารือยาวนาน หยางอวี่ถง ตัดสินใจแบ่งกองกำลังออกรับมือแยกไปทั้งสี่เส้นทาง ตามกลุ่มก้อนภายในของตน ได้แก่ กลุ่มโจรที่รับเข้ามาภายหลัง...รับศึกนอกเมืองทางทิศเหนือกลุ่มนักฆ่า...รับศึกนอกเมืองทางทิศใต้ กลุ่มกองกำลังผสมเมืองน้ำใสซึ่งรับเพิ่มมาจากการยึดอำนาจของตระกูลเหลยและเฟิง...ดูแลตามแนวป่าทิศตะวันตกใกล้เมืองส่วนสุดท้ายเส้นทางสัญจรหลัก เป็นกองกำลังตระกูลหยางดั้งเดิมซึ่งเวลานี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่เพราะเส้นทางสัญจรยืดยาวกำลังพลจึงกระจายออก ไม่เข้มแข็งหนาแน่นเช่นเดียวกับจุดป้องกันอื่น ๆ

             

            วันที่3

            ...เมื่อกองกำลังตระกูลหยางเริ่มเคลื่อนไหวหูตาที่ได้รับคำสั่งเฝ้าดูแต่แรก ย่อมเห็นชัด แต่เมื่อข่าวนี้ถูกส่งมาถึงหยางอี้กลับหายตัวไปจากตระกูลหลิวอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงจดหมาย และแผนการที่ตนร่างทิ้งเอาไว้ให้มารดาบ่งบอกเพียงว่า บัดนี้ตนเองได้ลักลอบเข้าเมืองน้ำใส พร้อมกับกลุ่มของท่านตารอง...หลิวอานเรียบร้อยแล้ว

             

            หลิวซีอิ๋งร้อนใจสติหลุดไปพักใหญ่ สุดท้ายนั่งตรอง ชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย รู้ว่าตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาคับขันไม่อาจปลีกตัวไปติดตามหยางอี้กลับมา จึงได้ส่งม้าเร็ว เร่งนำจดหมายไปมอบให้ท่านอาหลิวอานเพื่อกำชับ ให้ท่านอาช่วยดูแลหยางอี้ให้กับตนเองด้วย แต่สุดท้าย ม้าเร็วยังไม่ทันเดินทางถึงตระกูลหยางก็ปิดพื้นที่ตรวจตราเข้มงวดเสียก่อน

             

            ภายหลังเมื่อสงบจิตสงบใจได้ หลิวซีอิ๋งก็เปิดแผนการที่หยางอี้เขียนทิ้งไว้ เร่งดำเนินการต่อส่งจดหมายลับแผนการขั้นสุดท้าย ว่าทั้งหมดทำไป มิใช่เพื่อปะทะหักหาญ แต่มุ่งเป้าเพียงลอบสังหาร...หยางอวี่ถงเพียงคนเดียวเท่านั้น หลังจากนั้น ค่อยใช้แผนการ นอกในร่วมประสาน ยึดอำนาจก่อกบฎพร้อมเอ่ยคำปด ว่าผู้อาวุโสขวา เจรจากลุ่มกองกำลังน้ำใสให้ร่วมมือกับฝั่งตนสำเร็จแล้วก่อนทิ้งท้ายแยกแยะว่ากลุ่มนักฆ่า และโจรร้ายหากมีผลประโยชน์ยอมรับได้ ใครเป็นหัวหน้าพวกมันก็คงไม่สนใจ

             

            ยามบ่ายคล้อย...วันที่3

            ตระกูลหยางวางกำลังคุ้มกันแน่นหนาอยู่ก่อนมีหรือที่ข่าวเช่นนี้จะเล็ดลอดเข้าไปโดยไม่ถูกตรวจพบ ไส้ศึกที่แฝงอยู่ ไม่รู้เรื่องราวแต่ต้นจึงถูกคนของหยางอวี่ถงจับตัวเอาไว้ได้ เพราะตั้งแต่เริ่ม...หยางอี้เน้นกำชับว่าแผนการทั้งหมดล้วนรู้เพียงห้าคนเท่านั้น คือท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านตา ท่านตารอง(หลิวอาน)และตนเอง

             

            แม้หยางอวี่ถงอยากจะสังหารไส้ศึกผู้นี้ นำเลือดของมัน มาดับความเกรี้ยวกราดในใจ แถมยังเป็นการส่งสาส์นไปถึงฝั่งตรงข้ามที่บังอาจคิดลอบสังหารตน แต่เสนาธิการเงาของหยางอวี่ถง กลับห้ามเอาไว้เสียก่อนด้วยเหตุผลว่าไส้ศึกผู้นี้ ก็มิต่างจากมุสิกกลัวแสง หากทำทีพลั้งเผลอให้มันหลุดรอดการจับกุมย่อมเร่งมุดหลบหนีโดยไว คิดหาสถานที่ซุกซ่อนปลอดภัย เสนาธิการเงาผู้นี้ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าไส้ศึกผู้นี้จะเป็นคนนำทางตน ไปถึงรังลับของผู้อาวุโสขวา คิดใช้การสะกดรอยตาม เพื่อล้อมสังหารกลุ่มกบฏทั้งหมดไปพร้อมกันในคราเดียว

             

            แต่พอดีเวลานี้ทุกกลุ่มกองกำลังของหยางอวี่ถง ล้วนมีหน้าที่รับผิดชอบ แถมในเนื้อความจดหมายที่บอกว่ามีการเจรจากันของผู้อาวุโสขวา และกลุ่มกองกำลังผสมเมืองน้ำใสซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดคิดจะเรียกใช้ ก็เกรงว่าจะกลายเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ส่วนกลุ่มโจรและนักฆ่า ล้วนรักษาตำแหน่งป้องกันที่ห่างออกไปกว่าจะเรียกกลับมาถึง ก็คงชักช้าไม่ทันการณ์ พอดีเนื้อความในจดหมายลับก่อนหน้าระบุวันเวลาลงมือของกลุ่มพันธมิตรตระกูลหลิว คือ...ช่วงเช้ามืดของวันมะรืนซึ่งเสนาธิการเงาเชื่อว่า สถานที่ซ่อนตัวของผู้อาวุโสขวาน่าจะอยู่ไม่ห่างจากเมืองน้ำใสเท่าใดนัก หากแบ่งกองกำลังของตระกูลหยางส่วนหนึ่ง ออกไล่ติดตามไส้ศึกผู้นี้เมื่อพบเจอเป้าหมายได้ก่อน ก็เป็นสิ่งวิเศษยิ่ง และหากฉกฉวยจังหวะให้ดีสุดท้ายตระกูลหยางอาจจะได้ชัย ก่อนที่การรบพุ่งจะเกิดขึ้นในวันมะรืนเสียอีก

             

            หยางอวี่ถงได้ฟังเช่นนั้นก็เกิดฮึกเหิมมาดมั่น รีบสั่งให้กองกำลังยอดฝีมือที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งออกติดตามไปพร้อมเสนาธิการเงา เพื่อทำภารกิจข้างต้นให้สำเร็จโดยไวที่สุด

             

            ไส้ศึกของผู้อาวุโสขวาผู้นี้ไม่รู้ความ เมื่อถูกจับได้ ก็กลายเป็นตื่นตระหนก หลบหนีไปตามเส้นทางคุ้นเคยก่อนจะใช้วิธีผลัดม้า เปลี่ยนชุด คิดหลบเร้นการติดตาม แต่ทุกอย่าง ล้วนอยู่ในการคำนวณของเสนาธิการเงามันเพียงรุกไล่ติดตามแค่พอประมาณ ก่อนจะแสร้งทำที ถูกสลัดหลุด จนผู้คนหนีหายเข้ากลีบเมฆเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะไหวตัวทัน ไม่คิดเดินทางไปหาผู้อาวุโสขวาแจ้งข่าวว่าแผนลับรั่วไหล แต่กลับใช้วิธีอันชาญฉลาดแยบยล ระหว่างที่คุมตัวไส้ศึกทำทีพลั้งพลาดให้หลบหนี แต่ก่อนหน้าได้ลอบใส่ผงกำยานชนิดพิเศษเอาไว้ ซึ่งกลิ่นนี้จมูกมนุษย์ยากรับรู้แต่กลับสามารถใช้สุนัขที่ถูกฝึกฝนไล่ติดตามภายหลังเพราะกลิ่นชนิดนี้ติดแล้วยากลบเลือน

             

            ม้าเร็วที่ได้จากจุดเปลี่ยนม้าในหมู่บ้านห่างจากเมืองน้ำใสยี่สิบหลี่ ควบตะบึงฝ่าเส้นทางป่ารก เมื่อถึงชายป่ารกเจ้าของก็ปล่อยม้ากลับคืน ส่วนตนเอง อาศัยเดินเท้าฝ่าบึงน้ำใสตื้นเขินข้ามไปยังอีกฟากฝั่ง ก่อนจะเดินตัดตรงผ่านป่า จนพบเส้นทางสัญจรเล็ก ๆ สายหนึ่งส้นสุดที่ด้านหน้าป่ารก ไส้ศึกหลบหนี ร็ว่าเส้นทางถูกปกปิดด้วยค่ายกลพรางตา เมื่อขยับเคลื่อนหินใหญ่ให้เคลื่อนออกเส้นทางแท้จริง จึงเผยให้เห็นชัด เมื่อนั้นจึงค่อยมุ่งหน้า ตรงไปตามเส้นทาง

             

            เมื่อมาถึงที่หมายพอดีฟ้าใกล้มืด กระท่อมไม้หลายหลัง ปรากฏควันไฟหุงหาลอยขาว สายตาของผู้คนอ่อนล้า กวาดตาไล่มองไปยังบ้านเรือนที่ตั้งห่างมองหาสัญลักษณ์ที่คุ้นตา เมื่อนั้นพบเห็นค่อยโล่งใจ ว่าตนเองรอดชีวิตเสียทีแต่ระหว่างที่กำลังเดินตรงไป ค่อยปรากฏเสียงฝูงม้าย่ำกระทบพื้นฝุ่นผงที่ใต้เท้าตนสั่นสะเทือน ค่อยฉุกคิดได้ว่า ที่ผ่านมาหลบรอดออกจากเมืองน้ำใสง่ายดายอาจจะมิใช่เพราะฝีมือตนเอง

             

            เมื่อสมองตื้อตันคิดไม่ออกวิธีเดียวที่แจ้งเตือนได้ว่องไวและรวดเร็วที่สุดก็คือ...ตะโกน

            ทุกท่านโปรดหลบหนีคนร้ายมาถึงแล้ว ตระกูลหยางมาถึงแล้ว !!!

    คล้ายกับเรื่องสะบั้นมารสังหารเทพ (杀死魔鬼和神) ที่คุณอ่าน