ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 3 บทที่ 65 หมอเทวดากลับชาติมาเกิด รักษาโรคให้หายขาดทันที!

            “นายว่ายังไงนะ นายเป็นสัตวแพทย์สัตว์อสูร?”

            โจวสยงแคะหูตัวเอง คิดว่าได้ยินผิดไป

            เซี่ยวซิงอวี่ล้วงกระเป๋าหยิบนามบัตรยื่นให้

            โจวสยงรับนามบัตรมาดูแวบหนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นมองสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง

            “นายเป็นเภสัชกรพิเศษของสมาคมชางฉยงเหรอ?”

            “นามบัตรของเรามีตราประทับพิเศษของสมาคมไม่มีการปลอมแปลงครับ”

            สมาคมชางฉยงเป็นสมาคมอันดับสองในเมืองหลงอิ่นและยังติดอันดับ 50 สมาคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหลงกั๋ว

            เภสัชกรพิเศษของสมาคมระดับนี้มักเป็นสัตวแพทย์สัตว์อสูรระดับเทพ ที่มีวิชาแพทย์ยอดเยี่ยมเป็นที่ต้องการของคนใหญ่คนโต

            “น้องชายฉันรู้ว่าตราประทับของสมาคมไม่มีการปลอมแปลง แต่นายอายุแค่นี้เอง...”

            “ท่านเจ้าเมืองโจวครับท่านเพิ่งพูดไปไม่ใช่หรือครับว่า ‘วีรบุรุษมักถือกำเนิดในวัยหนุ่มสาว’?”

            คำถามโต้ตอบของเซี่ยวซิงอวี่ทำให้โจวสยงหัวเราะออกมา

            หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง โจวสยงก็ถามว่า“ในเมื่อน้องชายเป็นสัตวแพทย์สัตว์อสูรอาชีพงั้นช่วยตรวจรักษาอาการป่วยของสัตว์อสูรฉันหน่อยได้ไหม?”

            เซี่ยวซิงอวี่เดินไปข้างกายจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามอาศัยผลของเนตรปีศาจที่เหมือนกล้องจุลทรรศน์ ทำให้ระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำแล้วดึงแมลงขนาดเท่าเมล็ดข้าวออกมาจากขนของมัน

            แมลงตัวนั้นดูเหมือนมดสีเหลืองน้ำตาลมีฟันเลื่อยคมกริบอยู่รอบปาก

            “ท่านเจ้าเมืองโจวครับท่านประจำการอยู่ที่ชายแดนตะวันตกมาหลายปีแล้วแมลงแบบนี้คงจะเห็นจนชินตาแล้วใช่ไหมครับ?”

            “ซามั่นเถิง”

            “ใช่ครับ ซามั่นเถิงนั่นแหละ”

            จากนั้นดวงตาของเซี่ยวซิงอวี่ก็ส่องประกายด้วยปัญญา และอธิบายให้โจวสยงฟังอย่างคล่องแคล่ว

            “ซามั่นเถิงเป็นสัตว์อสูรแมลงธรรมดาๆมีสายเลือดต่ำต้อย ไม่มีธาตุใดๆ และไม่มีพลังโจมตี”

            “เนื่องจากลักษณะเฉพาะของมันซามั่นเถิงมักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลทรายที่แห้งแล้ง”

            “เมืองหวงเยียนเมืองชายแดนตะวันตกของหลงกั๋วที่ท่านประจำการอยู่ ก็ตั้งอยู่กลางทะเลทราย”

            โจวสยงหรี่ตาลง“นายเคยไปเมืองหวงเยียนเหรอ?”

            “ผมไม่เคยไปครับ”

            “แล้วนายรู้ได้ยังไง?”

            “เพราะอาการป่วยของสัตว์อสูรที่เกิดจากซามั่นเถิงอยู่ในขอบเขตการรักษาของผมครับ”

            ภายใต้สายตาที่สงสัยเล็กน้อยของโจวสยงเซี่ยวซิงอวี่พูดต่อว่า “ซามั่นเถิงชอบอาศัยอยู่ใต้ขนของสัตว์อสูรขนาดใหญ่”

            “สัตว์อสูรชนิดนี้ไม่มีพิษจะไม่ทำให้สัตว์อสูรถึงแก่ความตาย”

            “แต่มันจะวางไข่อย่างบ้าคลั่งและดูดไขมันกับเลือดใต้ผิวหนังของสัตว์อสูร”

            “นานวันเข้าจะทำให้สัตว์อสูรมีปัญหาผิวหนังรุนแรง คันไปทั่วทั้งตัว”

            “เนื่องจากอาการคันที่รุนแรงมากจะทำให้เกิดอาการหงุดหงิด วิตกกังวล เบื่ออาหาร และนอนไม่หลับเรื้อรัง”

            แม้โจวสยงจะยังคงเงียบ แต่จากสีหน้าของเขาก็ไม่ยากที่จะเห็นว่าคำพูดของเซี่ยวซิงอวี่ล้วนตรงประเด็น

            หลังจากครุ่นคิด โจวสยงถามว่า“น้องชาย นายมีวิธีรักษาไหม?”

            เซี่ยวซิงอวี่พยักหน้าอย่างใจเย็น

            “ถ้านายมีเวลา...”

            “ผมมีเวลา ตอนนี้เลย”

            เพื่อที่จะได้หญ้าหางฟีนิกซ์เซี่ยวซิงอวี่ก็รีบตอบก่อนใครเพื่อน

            “ตามฉันมา... หมอเซี่ยว”

            โจวสยงเหลือบมองนามบัตรอีกครั้งแล้วเปลี่ยนคำเรียกเซี่ยวซิงอวี่ใหม่

            คำเรียก “หมอเซี่ยว”แสดงถึงการยอมรับของโจวสยงที่มีต่อเซี่ยวซิงอวี่

            ยี่สิบนาทีต่อมา

            คฤหาสน์ตระกูลโจว

            วีรบุรุษผู้ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติอย่างโจวสยงผู้ที่สละความหนุ่มสาวไปหลายสิบปีเพื่อประจำการอยู่ชายแดนย่อมมีคฤหาสน์หรูหราอลังการเป็นของตัวเอง

            คฤหาสน์ใหญ่มาก ราวกับสวนหลวง

            นอกเหนือจากบ้านพักหลักแล้วยังมีห้องสันทนาการ ห้องพยาบาล และพื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆ อีกด้วย

            เซี่ยวซิงอวี่ถูกโจวสยงพาไปยังห้องพยาบาลสัตว์อสูร

            “หมอเซี่ยว ไม่ต้องปิดบังแล้วเจ้าซามั่นเถิงนี่แหละที่ทำให้ผู้ควบคุมสัตว์อสูรในเมืองหวงเยียนของเราต้องทนทุกข์ทรมาน”

            “อย่างเช่นจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามของฉัน พอถึงฤดูฝน ก็จะมีผื่นแดงขึ้นทั่วตัวคันจนทรมาน กินไม่ได้นอนไม่หลับ และสภาพการต่อสู้ก็แย่ลงเรื่อยๆ”

            นี่คือความน่ารังเกียจของซามั่นเถิงมันจะไม่ทำให้สัตว์อสูรถึงแก่ความตาย แต่จะทรมานสัตว์อสูรวันแล้ววันเล่าและอาจทำให้เกิดปัญหาทางจิตกับสัตว์อสูร ส่งผลให้สภาพการต่อสู้แย่ลงเรื่อยๆ

            โจวสยงยืนกอดอก เดินไปมาพลางถอนหายใจ

            “หลายปีมานี้ฉันก็เคยจ้างสัตวแพทย์สัตว์อสูรชื่อดังหลายคนมาแต่ก็ไม่มีใครสามารถกำจัดซามั่นเถิงบนตัวจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามได้จนหมด”

            “ที่เมืองหวงเยียนของเรามีผู้ควบคุมสัตว์อสูรประจำการอยู่กว่าพันคน สัตว์อสูรเกือบทุกตัวของพวกเขาก็กำลังถูกซามั่นเถิงทรมานอยู่เช่นกัน”

            เซี่ยวซิงอวี่พูดอย่างมั่นใจว่า“ท่านเจ้าเมืองโจวครับ ท่านไม่ต้องกังวลแล้วครับ มีผมอยู่ตรงนี้ผมจะกำจัดซามั่นเถิงบนตัวจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามให้หมดจดเอง”

            “หมอเซี่ยว งั้นก็ฝากด้วยนะ!”

            โจวสยงไม่มองเซี่ยวซิงอวี่ด้วยสายตาเหยียดหยามเพราะเขายังเด็กแต่เลือกที่จะเชื่อใจเด็กหนุ่มคนนี้

            เพราะเพียงแค่นี้ก็สามารถวิเคราะห์อาการป่วยของจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามได้อย่างแม่นยำในเวลาอันสั้นซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปทำได้

            “ท่านเจ้าเมืองโจวครับผมต้องการสมุนไพรบางอย่าง”

            “นายต้องการอะไรก็สั่งมาได้เลยที่บ้านฉันมีสมุนไพรทุกชนิด”

            คนรวยอย่างโจวสยง มีคลังยาประจำบ้านซึ่งเทียบได้กับร้านสัตว์อสูรทั่วไป

            เซี่ยวซิงอวี่เดินไปที่ตู้ยาเริ่มหยิบยาและผสมยา โดยปากก็พึมพำไม่หยุด

            “กลีบดอกลั่วอิ๋น 15 กรัม หญ้าเทียนจู๋ 20 กรัม ฝูหั่วหลิง 25 กรัม...”

            หลังจากเตรียมยาพื้นฐานแล้วเซี่ยวซิงอวี่ก็ล้วงกระเป๋าหยิบกระปุกออกมา

            ข้างในบรรจุยาปรุงลับเฉพาะที่เซี่ยวซิงอวี่เตรียมไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน

            เขาเทสมุนไพรทั้งหมดและยาปรุงลับเฉพาะลงในหม้อดินแล้วเคี่ยวประมาณครึ่งชั่วโมง

            ในที่สุดเซี่ยวซิงอวี่ก็สกัดเอาน้ำยาปรุงลับสีม่วงปริมาณประมาณ 50มิลลิลิตรออกมาได้

            “ท่านเจ้าเมืองโจวครับนี่คือน้ำยาปรุงลับที่ใช้รักษาซามั่นเถิงโดยเฉพาะครับ แก่นวิญญาณม่วง”

            “แค่ให้จักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามกินเข้าไปก็พอครับเห็นผลเร็วมาก”

            โจวสยงระมัดระวัง ถามว่า“หลังจากกินเข้าไปแล้ว จะมีผลข้างเคียงไหม?”

            “ทุกคนพูดกันว่ายาครึ่งพิษแต่แก่นวิญญาณม่วงที่ผมปรุงขึ้นมานั้นไม่มีพิษภัยใดๆสัตว์อสูรสามารถกินได้อย่างปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงครับ”

            มีคำกล่าวว่า: สงสัยคนอย่าใช้ใช้คนอย่าสงสัย

            ในเมื่อโจวสยงเลือกที่จะเชื่อเซี่ยวซิงอวี่แล้วเขาก็เชื่อจนสุดทาง

            “ดีมาก กินมันซะ”

            โจวสยงลูบขนจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามพลางเทแก่นวิญญาณม่วงเข้าปากมัน

            หลังจากกินเข้าไปแล้ว

            นาทีแรกดวงตาของจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามที่เคยแดงก่ำก็กลับมาเป็นปกติและรอยแดงก็จางลง

            นาทีที่สองขนของจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามที่เคยแห้งกร้านก็กลับมาเงางาม

            นาทีที่สามจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามนอนลงบนพื้นอย่างสงบ แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา

            โจวสยงถึงกับสะท้อนใจ

            “เจ้านี่ไม่ได้นอนหลับสบายแบบนี้มานานแล้ว”

            ขณะที่จักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามกำลังกรนขนของมันก็ร่วงหล่นลงมาเป็นจำนวนมาก รวมถึงซามั่นเถิงและไข่แมลงซามั่นเถิง

            ยาออกฤทธิ์แล้ว และเห็นผลทันที!

            ไม่ถึงห้านาทีซามั่นเถิงตัวสุดท้ายบนตัวจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามก็ร่วงหล่นลงพื้นกลายเป็นแอ่งเลือด

            “ยานี่มันมหัศจรรย์จริงๆ!”

            โจวสยงปรบมือชื่นชม

            “หมอเซี่ยว ต่อไป...”

            “ผมรู้ว่าท่านเจ้าเมืองโจวกำลังกังวลอะไรอยู่”

            เซี่ยวซิงอวี่ตบอกรับประกัน

            “ไม่ต้องห่วงครับซามั่นเถิงและไข่แมลงบนตัวจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามถูกกำจัดออกไปจนหมดแล้ว”

            “และฤทธิ์ของแก่นวิญญาณม่วงจะคงอยู่ในร่างกายของจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามตลอดไปทำให้ผิวหนังของมันมีกลิ่นพิเศษ”

            “กลิ่นนี้ไม่ฉุน ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และในขณะเดียวกัน กลิ่นนี้จะทำให้ซามั่นเถิงหลีกเลี่ยง ไม่กล้าเข้ามาอาศัยบนตัวมัน”

            “พูดอีกอย่างก็คือเมื่อท่านกลับถึงเมืองหวงเยียนจักรพรรดิแรดยักษ์แห่งสงครามก็จะไม่ถูกซามั่นเถิงทรมานอีกต่อไปแล้วครับ”

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่ลงมือก็แล้วไปแต่ถ้าลงมือเมื่อไร ก็จะกำจัดอาการป่วยให้หายขาดอย่างแน่นอน!

            “ไอ้หนุ่มนี่ นายมันหมอเทวดาจริงๆ!”

            โจวสยงตื่นเต้นอย่างยิ่งเซี่ยวซิงอวี่ช่วยเขาได้มาก ทำให้เขาติดหนี้บุญคุณอย่างใหญ่หลวง

            เซี่ยวซิงอวี่สร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาได้โดยไม่ต้องออกแรงใดๆ

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน