จอมอาคมกู้บัลลังก์

    บทที่ 49: พยัคฆ์ซ่อนเล็บ

    ราตรีนั้นมืดมิดและอึกทึก...


    เสียงกัมปนาทจากประตูเมืองทิศใต้ยังคงดังมาเป็นระยะๆ...ทำหน้าที่เป็นฉากหลังอันน่าสะพรึงกลัวให้แก่ภารกิจอันสำคัญของคำอินทร์


    เขานำทหารองครักษ์ฝีมือดีที่สุดของเจ้าเมืองห้าสิบนาย...วิ่งทะยานไปตามตรอกซอกซอยที่มืดมิดของเมืองชากังราว


    ทุกนายเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงและเงียบกริบสมกับเป็นทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีที่สุด...สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังแผ่นหลังของเด็กหนุ่มนิรนามที่กำลังวิ่งนำอยู่เบื้องหน้า...ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...ทั้งความเชื่อมั่นในคำสั่งของเจ้าเมือง...และความเคลือบแคลงสงสัยในความสามารถของผู้นำจำเป็นคนนี้


    แต่คำอินทร์ไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น...สมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับการแผ่ "จิตสัมผัสกระแส" ออกไปเบื้องหน้า


    เขารู้สึกได้ถึงกระแสพลังอันเย็นเยียบและอำมหิตของศัตรูที่กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้กำแพงเมืองฝั่งตะวันออกทุกขณะจิต


    "เร็วเข้าอีก!" เขาสั่งเสียงเรียบแต่เด็ดขาด "พวกมันกำลังจะปีนกำแพงแล้ว!"


    เหล่าทหารองครักษ์เมื่อได้ยินดังนั้นก็เร่งฝีเท้าขึ้นทันที...ความสงสัยในใจถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัว...ลางสังหรณ์ของเด็กคนนี้แม่นยำราวจับวาง!


    ในที่สุด...พวกเขาก็มาถึงแนวกำแพงฝั่งตะวันออก...


    บริเวณนี้แตกต่างจากประตูเมืองทิศใต้อย่างสิ้นเชิง...มันเงียบสงัดและมืดมิด...มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ที่ส่องลงมาอาบไล้ใบหน้าของเหล่าทหารให้ดูขาวซีด


    เบื้องล่างของกำแพงคือเขตวัดร้างและป่าช้าเก่า...บรรยากาศชวนให้ขนหัวลุกยิ่งนัก


    คำอินทร์ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุดและเข้าที่กำบังในเงามืดของเชิงเทิน...เขาหลับตาลงอีกครั้ง...เพ่งสมาธิไปยังกระแสพลังของศัตรู...


    "พวกมันอยู่ที่นั่น" เขากระซิบพลางชี้ไปยังส่วนหนึ่งของกำแพงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล "กำลังใช้ขอเกี่ยวและเชือกปีนขึ้นมา...เคลื่อนไหวได้เงียบเชียบและรวดเร็วมาก...พวกมันไม่ใชทหารธรรมดา"


    หัวหน้าหน่วยทหารองครักษ์พยักหน้ารับ...เขาส่งสัญญาณมือให้ทหารทุกคนเตรียมอาวุธให้พร้อม...รอคอยคำสั่งเข้าโจมตี


    ไม่นานนัก...เงาตะคุ่มของร่างแรกก็ปรากฏขึ้นที่ขอบกำแพง...ตามมาด้วยร่างที่สอง...ร่างที่สาม...พวกมันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วและเงียบกริบราวกับแมวป่า...สมกับเป็นหน่วยลอบสังหารชั้นยอด


    "เข้าตี!" คำอินทร์สั่งการทันทีที่ศัตรูประมาณสิบคนขึ้นมาบนกำแพงได้สำเร็จ!


    เหล่าทหารองครักษ์ของสยามทะยานออกจากที่ซ่อน! การซุ่มโจมตีเริ่มต้นขึ้น!


    เคร้ง! ฉัวะ! อ๊าก!


    เสียงเหล็กกระทบกันดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด! ทหารพม่าหน่วยลอบสังหารแม้จะมีฝีมือสูง...แต่เมื่อถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว...พวกมันก็เสียหลักไปชั่วขณะ! ทหารองครักษ์ของสยามซึ่งมีฝีมือไม่ด้อยไปกว่ากันและยังได้เปรียบเรื่องการเตรียมตัว...ก็สามารถสังหารศัตรูระลอกแรกไปได้หลายนาย!


    การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด...แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายสยามกำลังจะได้เปรียบ


    แต่แล้ว...ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าแผนการซุ่มโจมตีนี้กำลังจะสำเร็จ...


    ฟุ่บ!


    เงาร่างสายหนึ่งก็ได้ทะยานขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่าง...ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าหน่วยลอบสังหารคนอื่นๆ หลายเท่าตัว! ร่างนั้นไม่ได้ใช้เชือก...แต่กลับเหมือนดีดตัวขึ้นมาจากพื้นดิน...แล้วร่อนลงบนยอดกำแพงอย่างนุ่มนวลราวกับขนนก!


    คำอินทร์สัมผัสได้ถึงกระแสพลังของมันทันที! มันไม่ใช่พลังที่บ้าคลั่งดุจอ่องเมี้ยะ...แต่กลับเย็นเยียบ...เฉียบคม...และอันตรายราวกับอสรพิษร้าย!


    บุรุษผู้นั้นมีรูปร่างโปร่งบาง...สวมใส่เกราะหนังสีดำสนิทที่เข้ารูป...เผยให้เห็นความคล่องแคล่วว่องไว...ที่เอวของเขาสะพาย "ดาบคู่โค้ง" ที่ดูแปลกตา...และใบหน้าของเขาที่อยู่ใต้เงาจันทร์นั้น...เรียบเฉยและไร้ความรู้สึก...แต่ดวงตากลับส่องประกายอำมหิตอย่างน่ากลัว


    "สะโดะ!" หัวหน้าหน่วยลอบสังหารพม่าที่เหลือรอดอุทานชื่อของมันออกมาด้วยความยินดี


    แม่ทัพนักฆ่าผู้นี้...นามว่าสะโดะ...ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง...ทันทีที่เท้าของมันแตะพื้น...ร่างของมันก็หายวับไป!


    ฉัวะ! ฉัวะ!


    ทหารองครักษ์ฝีมือดีสองนายของสยามล้มลงไปกองกับพื้น! เลือดพุ่งออกจากลำคอ! พวกเขาตายก่อนที่จะได้ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น!


    เพลงดาบคู่ของสะโดะ...รวดเร็วและร้ายกาจราวจิตวิญญาณแห่งความตาย! มันร่ายรำอยู่ท่ามกลางวงล้อมของทหารสยาม...ดาบโค้งในมือทั้งสองวาดลวดลายเป็นวงโคจรมรณะ...ทุกครั้งที่มันตวัดดาบ...จะมีหนึ่งชีวิตที่ดับสูญ...


    คำอินทร์เห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่า...เขาต้องหยุดมันด้วยตนเอง!


    "ถอยออกมา! จัดกระบวนทัพรับมือคนที่เหลือ! คนนี้ข้าจะจัดการเอง!" เขาตะโกนสั่งเหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังเสียขวัญ...แล้วพุ่งเข้าใส่ร่างของสะโดะทันที!


    เคร้งงงงงง!


    ดาบของคำอินทร์ปะทะเข้ากับดาบคู่ของสะโดะ! ประกายไฟแตกกระจาย!


    การดวลระหว่างยอดฝีมือได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง!


    แต่การต่อสู้ครั้งนี้แตกต่างออกไป...มันคือการปะทะกันระหว่างความเร็วและความคล่องแคล่วโดยแท้! เพลงดาบของทั้งสองรวดเร็วจนน่าตื่นตะลึง! ผู้ที่ฝีมือไม่ถึงขั้น...จะมองเห็นเป็นเพียงเงาสีเงินสองสายที่พุ่งเข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น!


    คำอินทร์ใช้เพลงดาบที่เรียนรู้มาจากหลวงปู่...ซึ่งเน้นความมั่นคงและหนักแน่น...เข้าต่อสู้


    ส่วนสะโดะ...ใช้เพลงดาบที่เน้นความพริ้วไหวและจู่โจมจากมุมที่คาดไม่ถึง


    ทั้งสองสู้กันอย่างสูสี...ผลัดกันรุกผลัดกันรับ...ยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบอย่างชัดเจน...


    แต่ในขณะที่คำอินทร์กำลังมุ่งสมาธิทั้งหมดไปกับการต่อสู้เบื้องหน้า...เขาก็พลันสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง!


    หน่วยลอบสังหารของพม่าที่เหลืออยู่...หลังจากที่สะโดะเข้ามาถ่วงเวลาคำอินทร์ไว้...พวกมันกลับแยกตัวออกจากการต่อสู้กับเหล่าทหารองครักษ์! แล้ววิ่งตรงไปยังเป้าหมายอื่น!


    เป้าหมายของพวกมัน...คือ "ยุ้งฉางหลวง" และ "คลังแสง" ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกำแพงเมืองฝั่งนี้นี่เอง! ในมือของพวกมัน...คือคบเพลิงและวัตถุบางอย่างที่ดูคล้ายระเบิดดินดำ!


    "แย่แล้ว! นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน!" คำอินทร์อุทานในใจ


    การบุกขึ้นกำแพงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผน...เป้าหมายที่แท้จริงคือการ "ก่อวินาศกรรม" จากภายใน! 


    พวกมันต้องการเผาเสบียงและทำลายอาวุธ! เพื่อตัดกำลังของเมืองชากังราวให้หมดสิ้นไปในการโจมตีครั้งต่อไป!


    เขาถูกหลอก! ท่านเจ้าเมืองถูกหลอก! พวกเราทุกคนถูกหลอก!


    คำอินทร์พยายามจะถอนตัวจากการต่อสู้เพื่อไปขัดขวาง...แต่สะโดะก็รู้ทัน! มันเร่งเพลงดาบให้รวดเร็วและดุดันยิ่งขึ้น! ตรึงคำอินทร์ไว้ไม่ให้ไปไหนได้!


    "ช้าไปแล้ว...ไอ้หนู" สะโดะแสยะยิ้มเป็นครั้งแรก...เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาและสาแก่ใจ "ในขณะที่แกกำลังเล่นอยู่กับข้า...เมืองของแก...ก็กำลังจะลุกเป็นไฟ!"


    สิ้นเสียงของมัน...คบเพลิงหลายอันก็ถูกขว้างลอยละลิ่วขึ้นไปบนหลังคาของยุ้งฉางหลวงที่ทำจากไม้และฟางแห้ง!


    เปลวไฟได้ลุกพรึ่บขึ้นทันที! แสงสีส้มของมันสาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณ...เผยให้เห็นถึงความพ่ายแพ้ในภารกิจแรกของคำอินทร์...และความหายนะครั้งใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น...

    คล้ายกับเรื่องจอมอาคมกู้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน