ตอนที่เก้าสิบสาม น่าตบจังนังผมบลอนด์!!!
“หากเธอยอมเป็นแฟนผมแล้วก็ฟังผมที่เป็นผู้ชายของเธอ”
ผมยกระบบปิตาธิปไตยที่ด้วยเหตุผลบางประการทั้งทางตะวันตกและตะวันออกเห็นตรงกันในเรื่องการต่อสู้กับอำนาจภายนอกจะเป็นหน้าที่ของผู้ชาย
หากมองในภาพรวมแล้วรู้สึกเหมือนผู้ชายคือหมากที่ใช้แล้วทิ้งอย่างไรชอบกล
คนเรามีสำนึกในตนเองไม่อยากจะโทษสังคมแต่นั่นคือแนวคิดที่ผิด
เราจะปฏิบัติตัวไปอีกอย่างที่สังคมมี incentive จูงใจให้เราทำลงไปอีกอย่างได้อย่างไรกัน?
“มีเงินและจัดการพวกเจ้าบิฟได้สาวๆจะมาชอบ”
หากแนวคิดนี้อยู่ในแนวโชวเน็นคนอ่านคงมองว่าเราคือพวกหลงตนเอง
แต่นี่คืออเมริกันไฮท์สคูล ที่เกิดอะไรขึ้นจะมีคนเอาอุปกรณ์เวทย์มาเล่นงานพวกหนุ่มนักกีฬาและเจ้าบิฟเสมอ
หมายความว่าต่อให้ผมพยายามจะหลีกเลี่ยงแค่ไหน
พวกบอนนี่ที่ต้องการมีผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นบอยเฟรนด์ของพวกเธอก็จะผลักผมออกไปข้างหน้าให้ทะเลาะกับผู้ชายคนอื่นนั่นเอง
แต่เสียใจด้วยนะ
นี่คือโลกที่มีแอนนาเป็นนางเอก
ผู้ชายส่วนใหญ่ก็งั้นๆล่ะ กระจอกไม่ก็เป็นวายร้ายตราบใดที่ผมไม่สู้กับแอนนาหรือตัวละครหญิง
ผมไม่คิดว่าผมจะแพ้ใคร
เพราะแม้แต่แวมไพร์ระดับมาสเตอร์หรือเอลเดอร์ก็มีจุดอ่อนในด้านแสงอาทิตย์ต่างๆ
นี่คือความโกงของสายวิทยาศาสตร์ล่ะ
แบบเดียวกับแบทแมนหากเราเตรียมตัวเอาไว้ก่อน จะหาใครเอาชนะสายวิทยาศาสตร์ยากมาก
สายวิทยาศาสตร์ทำได้ตั้งแต่จับวิญญาณขังในแผ่นซีดีจนถึงย้อนเวลานั่นเอง
บอนนี่จับก้นตนเองและทำท่าโกรธพร้อมกับอับอาย
นี่คือสาเหตุที่กฎหมายปัจจุบันห้ามทำร้ายร่างกายหรือสัมผัสร่างกายผู้หญิง
เพราะการต่อสู้ด้วยคำพูดนั้นผู้หญิงได้เปรียบกว่าผู้ชายเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญมากกว่าผู้ชายหลายเท่าแต่การปะทะด้วยกำลังอย่างกะทันหันนั้นพวกเธอจะเสียเปรียบกว่าแบบเดียวกับฉากที่พระเอกโชวโจวเอามือฟาดกำแพงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆฝ่ายหญิงหรือบังคับจูบเธอ
เอ๊ะ อย่างนี้มันวงจรอุบาทว์นี่หว่า?
มันสนับสนุนวิวัฒนาการให้มีแต่คนที่ใช้กำลังกับผู้หญิงหรือบังคับใจพวกเธอเท่านั้นถึงจะทำให้พวกเธอใจเต้นได้
คนดีมีคุณธรรม ไม่แตะมือผู้หญิงเพราะจะผิดผีและฮาราม
“นะนาย แค่เป็นแฟนไมได้หมายความว่านายจะทำอะไรก็ได้นะ”
ป้าบ
ผมตีก้นเธอไปอีกที
จนเธอเอามือกุมก้นอีกครั้งและจะเอื้อมมือตบผมแต่ผมฟาดก้นเธอไปอีกครั้งเธอก็น้ำตาเล็ดและถอยไป
“ทะทำไมต้องรุนแรงกันด้วย”
ปิตาธิปไตยและการใช้ความรุนแรงในครอบครัวจงเจริญ
“บอนนี่ฟังนะ เธอไม่ได้มีความจำเป็นต้องเป็นคู่แข่งกับลินดาเลยโน่นคู่แข่งของเธออยู่ตรงนู้นนู่น”
ผมเอานิ้วโป้งชี้ไปทางแอนนา
แอนนาเลิกคิ้ว
“เดี๋ยวก่อนชั้นเกี่ยวอะไรด้วย?”
“เธอเก่งที่สุดในทีมน่ะ”
ผมบอกกล่าวกับแอนนนาตามความเป็นจริง
“เป็นคู่แข่งกับแอนนาที่เก่งที่สุดและเทเลอร์ที่เก่งรองลงมาผมสัญญาว่าหากเธอชนะแอนนาหรือเทเลอร์ได้ ผมจะซื้อกระเป๋ารุ่นล่าสุดจากนิตยสารโว๊กว๊ากให้”
พระพุทธเจ้าและไบเบิ้ลกล่าวเอาไว้ว่าจงให้อาหาร เสื้อผ้า และกามาต่อภริยาของเจ้าแม้จะมีภริยาน้อยก็ตาม
ผู้ชายเราอาจจะเผลอคิดว่า
แค่ความรักก็พอแล้วพวกเรารักกันแม้จะไม่ซื้อของให้ก็ตาม
นั่นก็เป็นความคิดโรแมนติกดีแต่ผิดมหันต์
เราเป็นใครถึงกล้าไม่เห็นด้วยกับพระพุทธเจ้าหรือคัมภีร์ไบเบิ้ลที่ผ่านการทดสอบของการเวลามาหลายพันปีแล้ว
“กระเป๋าใหม่?”
บอนนี่เริ่มมีสีหน้าที่ดีขึ้น
หากเราอยู่ในแนวโรแมนติกจะบอกว่าเราไม่ต้องการสิ่งของแต่ชาวสวนแม่ลูกสามจะรังเกียจเดียดฉันท์หากเราพยายามจะจีบผู้หญิงโดยให้ปิ่นปักผมราคาถูกๆและแนะนำเพื่อนหญิงของตนเองให้ไปหาผู้ชายที่รวยกว่านั้นที่มีบ้านในปักกิ่งแทน อย่าไปแต่งงานกับคนงานจนๆไร้อนาคต
เราถูกนำเสนอว่าชาวสวนแม่ลูกสามเป็นคนฉลาด
ไม่ใช่คนที่เราควรจะถีบลงบ่องูแบบเรื่อง300
“นี่นี่ เลโอนาร์ด เธอจะซื้อกระเป่าใหม่ให้ชั้นหรือ?”
สาวๆเชียร์ลีดเดอร์คนอื่นๆเริ่มเข้ามาใกล้ผม
ราวกับเป็นฉากในซีรี่ย์ตอนที่เลโอนาร์ดถูกหวยร่ำรวยและมีสาวๆเชียร์ลีดเดอร์ล้อมรอบก่อนที่จะเสียเงินไปเพราะแอนนาจนทุกอย่างกลับคืนสู่สถานะเดิม
ผมรู้สึกปวดในท้องอย่างมาก
ที่ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าการร่ำรวยมีเงินทองทำให้ผู้หญิงยังอยู่กับเราไม่ใช่ความเป็นคนดีอย่างพระเอกไลท์โนเวลหรือมังงะ
“แล้วชั้นมาเกี่ยวอะไรกับนายด้วย?”
แอนนาถามอย่างโมโหกอดอก
“ผมจะซื้อกระเป๋ารุ่นล่าสุดให้กับคนที่ชนะน่ะหากเธอชนะก็เอากระเป๋ารุ่นใหม่ไปเลย”
หากโชคชะตามีจริงนี่คือวิธีที่ผมเอาไว้คัดง้างโชคชะตาว่าแอนนาจะหาเรื่องมาให้เลโอนาร์ดอีกหรือไม่
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
แอนนากลับหน้าแดง
“พูดอะไรของเธอ ไม่ยุ่งด้วยแล้ว”
แอนนาเดินดุ่มๆจากไป
เดี๋ยวก่อนอะไรของเธอ เธอมีแนวคิดแบบนางเอกโชวเน็นที่เป็นสายต่อสู้หรืออยู่ตามป่าเขาเรอะ?ที่เชื่อเรื่องการเอาข้าวของมาให้คือการสารภาพรัก?
หรือแอนนาอยู่ในระบบจีบสาวบ้านไร่ Harvest M—N
ที่ความสัมพันธ์จะเพิ่มขึ้นเมื่อให้ข้าวของมากพอ
นี่มันทุนนิยมนี่มันสามานย์จริงๆ