Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 40


    แม้จะมีแต่เสียงที่ดังออกมา แต่ผู้คนในห้องนี้ก็รับรู้ได้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงของใคร พวกเขาตกตลึงกันยกใหญ่หลังจากยินเสียง นทีเองก็หันไปมองที่ดวงวิญญาณดวงนั้นก่อนจะเอยกล่าวออกมา “น้องสาวผู้รักพี่อย่างนั้นเหรอ มันก็ได้อยู่หรอก แต่ฉันจะได้อะไรเป็นการตอบแทนจากการแลกเปลี่ยนกับชีวิตน้อยๆของคนพวกนี้กันละ” วิญญาณน้องสาวที่ได้ฟังก็มองดูอย่างอึ้งๆ เธอพิจารณาตัวเอง เธอก็ไม่ได้มีอะไรที่พอจะเป็นสมบัติที่มีค่าติดตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว พลังวิญญาณก็ไม่ได้มีมากมายอะไรที่พอจะมอบให้กับชายตรงหน้าได้เลย แต่เธอก็เห็นสิ่งหนึ่งที่พอจะแลกเปลี่ยนได้เธอจึงกล่าวออก “หากเป็นตัวของเราเอง ท่านผู้แทนแห่งความตายจะยินดีรับไว้หรือไมเจ้าค่ะ” เธอพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดูกังวล การที่เธอเป็นวิญญาณมาหลายปีมันทำให้เธอรับรู้ถึงอะไรๆที่ค่อนข้างเยอะ และการแลกเปลี่ยนด้วยวิญญาณของเธอมันคงจะมีค่าที่สุด แต่ในทางกลับกับเธอจะต้องทุกข์ทรมารจากผู้ที่เธอมอบวิญญาณให้ ผู้ที่ได้ควบคุมวิญญาณของคนอื่น หรือการทำสัญญาวิญญาณจะทำให้ผู้ที่ควบคุมสามารถทำอะไรก็ได้กับวิญญาณที่ยอมทำสัญญาด้วยได้โดยไม่มีขอแม้ ต่อให้เป็นการฆ่าคน เธอก็ต้องทำ นทีเองที่ได้เห็นได้ยินอย่างนั้นก็จงใจพูดขึ้นมาว่า “แม้ฉันจะทรมารวิญญาณของเธอจนแหลกสลายไม่ได้เกิดใหม่เธอก็จะยอมทำอย่างนั้นหรือ” วิญญาณสาวได้แต่พยับหน้าตอบกล่าวมาอย่างนั้น แต่ตัวของพี่ชายหรือหัวหน้าคนร้ายได้คุกเข่าลงอีกคนหลังจากได้ยินประโยคที่นทีกล่าว “ได้โปรดเถอะครับ ได้โปรดปล่อยวิญญาณน้องสาวของผมให้เป็นอิสระด้วยเถอะครับ เธอต้องทุกข์ทรมารก่อนตายจากไอ่ผู้ชายคนนั้นมานานนับปียังไม่พอ ยังต้องมาสละวิญญาณตัวเองในครั้งนี้อีกหรือ ผมคงยอมรับไม่ได้ ได้โปรดเถอะครับ ได้โปรดปล่อยเธอไป จะให้ผมคนนี้ทำอะไรผมก็ยินดีที่จะทำทุกอย่าครับ” “พวกเราเองก็ด้วยครับ น้องกี้ก็เหมือนน้องสาวของเราทั้งหมดครับหัวหน้า” ลูกน้องทีเหลือก็พูดออกมาอย่างพร้อมใจกัน และน้ำตาที่ไหลรินออกมา ในใจของพวกเขาที่ตอนแรกเหมือนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ทำใจยอมรับความจริงได้ ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่มีพลังแข็งแกร่งจริงๆ และเท่าที่ฟังจากเสียงของน้องสาวพวกเขาแล้ว ชายคนนี้คงจะเป็นตัวตนที่สามารถทำให้วิญญาณอยู่ภายใต้การควบคุมได้จริงอย่างที่น้องสาวเธอว่ามา ตัวหัวหน้าเองก็ไม่แน่ใจมากนักว่าชายคนนี้เป็นใคร แต่ที่แน่ใจได้ก็คือเขาสามารถควบคุมวิญญาณของน้องสาวเขาได้ คนที่เป็นน้องสาวที่เขาเหลืออยู่คนเดียวมาทั้งชีวิตถึงแม้จะมีเพียงแค่เสียงทำไมเขาจะจำไม่ได้ และน้องสาวกำลังเสนอวิญญาณของตัวเธอเองเพื่อช่วยชีวิตของพวกเขาจะให้เขาปล่อยผ่านได้อย่างไง แต่จะให้เขาสู้กับชายที่มีพลังที่มากกว่าที่เขาก็ไม่สามารถเทียบชั้นได้แม้แต่น้อย ได้อย่างไร สู้ใช้ตัวเองของคัวเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนจะไม่ดีกว่าหรือ เขาจึงตัดสินใจพูดออกไปเมื่อกี้ออกไป แต่เมื่อผู้ที่เป็นน้องสาวได้ยินก็เอยกับตัวของพี่ชายว่า “พี่ชิน ปล่อยให้น้องเป็นข้ารับใช้ของท่านผู้แทนเทพแห่งความตายเถอะ พี่ชินควรใช้ชีวิตที่เหลืออย่างที่เคยอยากจะเป็นมาและมีความสุขมันต่อไปเถอะนะ” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับใช้มือประครองหน้าของพี่ชายสุดที่รักของเธอ ซึ่งตัวของพี่ชายเองก็สัมผัสได้ถึงมือเล็กๆที่เขาคิดถึงนั้นได้ น้ำตาของเขาก็เริ่มจะไหลรินออกมาอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาเขาทำตามใจตัวเองจนทำให้น้องสาวต้องทุกข์ทรมารมาโดยตลอด และเขาต้องทำแบบนี้อีกกี่ครั้งกันหรอที่ให้น้องเป็นผู้เสียสละ ลูกผู้ชายอย่างเขาจะต้องเป็นคนปกป้องน้องสาวของตัวเองซิถึงจะถูก “น้องกี้ น้องจะให้พี่รู้สึกแย่แบบนี้ไปอีกมากแค่ไหนกัน ทั้งที่น้องยอมสละตัวเองให้กับผู้ชายคนนั้นยังไม่พอ คราวนี้ยังมาสละวิญญาณเพื่อพวกพี่อีกแล้วหรอ พี่ไม่ยอมหรอก น้องนั้นแหละควรจะจากไปที่ๆดีกว่านี้ อย่าได้ห่วงพี่เลย น้องควรจะได้พักผ่อนทั้งกายและทั้งจิตใจ” แล้วทั้งคู่ก็ทะเลาะกันอย่างกับเด็กโดนแย่งลูกอมอย่างไงอย่างงั้น เมื้อกี้ยังเป็นบทละครน้ำเน่าที่พอจะเรียกน้ำตาได้แล้วแท้ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นฉากที่สองพี่น้องทะเลาะกันซะอย่างงั้น นทีที่ตอนนี้กำลังโมโหและไม่พอยังหิวมากอีกด้วย ก็เริ่มรำคาญทั้งสองคนก็พูดขึ้นว่า “โอ๊ย! จะเถียงกันอีกนานไม เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เธอนะที่เป็นน้องสาวไปสู่สุขติซะ ส่วนตัวนายที่เป็นพี่ชายมาทำงานให้กับฉัน โอเคไม ถ้าโอเคฉันจะได้รีบไปกินข้าว ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนนี้กำลังเดือดมากแล้วด้วย ถ้าช้าจะฆ่าทิ้งให้หมดเลย เห้อ” นทีที่ร่ายยาวออกมาทำให้ทุกคนรวมถึงวิญญาณอีกหนึ่งตนในห้องตกใจ พวกเขาได้แต่พยับหน้ารับคำตอบ “เอาละเธอนะมานี้จะส่งตัวไปให้ยมทูตคนอื่น เพราะตอนนี้ฉันขี้เกียร ส่วนพวกนาย เตรียมตัวออกรถ ฉันหิวข้าวแล้วโว๊ย” ตัวของน้องสาวถูกส่งออกไปหาพวกยมทูตกานต์ และนทีได้โทรไปบอกพวกยมทูตก่อนที่จะตัวไปแล้วจึงไม่มีปัญหาอะไร พวกเขาเดินทางมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วเดินเข้าไปให้ห้องวีไอพีเพื่อรับประทานอาหาร และเพื่อที่จะพูดคุยกับพวกของชินด้วย พวกเขามีกันทั้งหมด 15 คนรวมตัวของนทีและชินด้วย ห้องที่พวกเขาทานอาหารก็เลยต้องใช้ห้องวีไอพีขนาดกลาง นทีทำการสั่งอาหารตามปกติของเขา พวกของชินเองก็สั่ง แต่ไม่ได้สั่งมากมายนัก นทีที่เห็นดังนั้นแล้วมันขัดหูขัดตาก็เลยสั่งจัดมาชุดใหญ่ 1 ชุด และเมื่ออาหารมาถึงนทีก็ไม่จำเป็นต้องรอใครรีบซัดก่อนเลยเป็นคนแรก แต่พวกที่มาด้วยไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องมันเลยสักคำเดียว เมื่อนทีเห็นพวกเขาไม่ทานอะไรก็พูดขึ้นมาอย่างติดตลกว่า “เอ้าๆรีบๆทานกันได้แล้ว อาหารมื้อสุดท้ายเฉียวนะนั้น ฮ่าๆ” เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็ได้สติแล้วก็หันมองหน้ากัน ภายในใจของทุกคนก็พูดขึ้นมาว่า ‘ไหนๆก็มื้อสุดท้ายแล้ว ก็ขอกินมันให้เต็มที่สักหน่อยก็แล้วกัน’ 10 นาทีผ่านไป “ขอสั่งอาหารเพิ่ม.......”“ขอสั่งเหล้าเพิ่ม.......” เสียงของแต่ละคนดังขึ้นหลังจากที่นทีบอกว่าเขาจะเป็นเลี้ยงเอง และสามารถสั่งเพิ่มได้ แต่ละคนสั่งที่กำลังสั่งเพิ่มกันอย่างเมามันตานทีได้แต่ทำสีหน้ามองบนก่อนจะพูดกับตัวเองเบา “เห้อ ไม่น่าไปบอกพวกมันอย่างนั้นเลย”

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน