และเป็นเวลาเดียวกับผู้ขับขี่รถแข่งอีกคันหนึ่งที่มีรถแข่งสีดำคันใหญ่"มฤตยูดำ" ก็เปิดใช้พลังพิเศษของเขา ลำแสงทรงพลังถูกปล่อยออกมาจากสัตว์จำแลงของเขาเผาทำลายกิ่งไม้ที่ขวางอยู่ด้านหน้าจนไม่เหลือซาก
ลำแสงทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางเถาวัลย์และรากต้นไม้ไม่สามารถจับต้องเขาได้
มฤตยูดำพุ่งผ่านป่าพิศวงไปอย่างรวดเร็ว
เสียงเชียร์จากผู้ชมดังกึกก้องไปทั่วสนามแข่งขันเมื่อเห็นนักแข่งใช้พลังพิเศษระดับสูง เพื่อข้ามผ่านอุปสรรคในป่าพิศวงทุกคนต่างตื่นเต้นและประทับใจกับความสามารถของเหล่านักแข่ง
ไม่นานนักแข่งระดับสูงก็ข้ามผ่านอุปสรรคสุดท้ายของป่าพิศวงออกมาด้วยพลังพิเศษของแต่ละคน
ป่าพิศวงที่เริ่มมืดมิดลงไปเรื่อยๆจากการขยายตัวของกิ่งไม้จำนวนนับไม่ถ้วน เพื่อปิดล้อมคนที่หลงเหลืออยู่
เสียงเชียร์จากผู้ชมในสนามแข่งเริ่มเปลี่ยนไปเป็นเสียงกระซิบกระซาบด้วยความกังวลเมื่อพวกเขาสังเกตเห็นว่ารถแข่งสีแดงที่พวกเขาเชียร์ ยังไม่สามารถฝ่าผ่านต้นไม้ยักษ์ออกจากป่าพิศวงได้
นักแข่งหลายคนใช้พลังพิเศษของตนเองพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังไม่เห็นพายุโลหิต
“เกิดอะไรขึ้นกับเขา?” เสียงหนึ่งจากฝูงชนถามขึ้น
“บางทีระดับพลังของเขาอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะฝ่าฟันอุปสรรคนี้ได้”อีกเสียงหนึ่งตอบกลับมา ด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
ในอัฒจันทร์พิเศษ ใบหน้าของเหล่าของกลุ่มคณาจารย์เจ้าหน้าที่และแขกผู้มีเกียรติหลายคนก็แสดงความเคร่งเครียด
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หน้าจอแสดงผล ที่ตอนนี้ภาพภายในป่ามืดมิดจนแทบมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายในได้
กลุ่มเพื่อนของนาฟบางคนเริ่มกระสับกระส่ายบางคนก็เริ่มสวดภาวนาให้นาฟผ่านพ้นป่าพิศวงนี้ออกมาได้
ในขณะที่ผู้ชมกำลังเฝ้าดูด้วยความกังวลใจภาพบนจอยักษ์ฉายให้เห็น รถแข่งสีฟ้าที่ถูกห่อหุ้มด้วยฟองอากาศโปร่งใส กำลังมุดผ่านต้นไม้ยักษ์ออกมาอย่างง่ายดาย
ราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านอุปสรรคอย่างไร้ความต้านทาน
แต่ในขณะเดียวกันถัดไปอีกฟากหนึ่งก็เกิดร่อยรอย บางอย่างทะลุทะลวงออกมา
“เปรี๊ยง!”
เสียงฟาดของบางสิ่งปะทะกับต้นไม้ยักษ์ดังกึกก้อง
และกิ่งไม้ใหญ่ถูกผ่าออกเป็นทางยาวโดยของมีคมขนาดใหญ่สุดท้ายรถแข่งสีแดงก็พุ่งผ่านอุปสรรคออกมาได้พร้อมๆ กับแคทเธอรีน
ผู้ชมในสนามต่างตะลึงเสียงเชียร์กึกก้องกัมปนาทเมื่อทั้งสองคนปรากฏตัวออกมาจากป่าพิศวงได้สำเร็จทั้งสองคนเร่งเครื่องรถแข่งของตนอย่างสุดกำลัง พุ่งทะยานสู่ด่านต่อไปที่รออยู่ข้างหน้า
แคทเธอรีนหันมามองนาฟด้วยความทึ่งในความสามารถของเขาก่อนที่จะส่งยิ้มให้เล็กน้อยเป็นสัญญาณของความชื่นชม นาฟตอบรับด้วยการพยักหน้าทั้งสองคนรู้ดีว่าการแข่งขันยังไม่จบและยังมีอีกหลายสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญในด่านต่อไป
เสียงของผู้ประกาศดังขึ้นทั่วสนามแข่งขันจับใจทุกคนที่เฝ้าดูการต่อสู้ที่ดุเดือดบนจอภาพขนาดใหญ่เหนือสนาม
"ในขณะนี้ นักแข่งเหลืออยู่เพียง 12 คันเท่านั้นที่เข้าสู่ด่านต่อไป” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกดดัน
“เหล่านักแข่งที่สามารถฝ่าฟันความโหดร้ายของป่าพิศวงมาได้บัดนี้ต้องเผชิญกับพายุทรายที่หมุนวนอย่างรุนแรงไม่เพียงแต่ต้องต่อสู้กับสภาพอากาศที่โหดร้ายแต่ยังต้องประลองความสามารถเพื่อเอาชนะคู่แข่งอีกด้วย!"
กล้องจับภาพไปที่รถแข่งแต่ละคันที่กำลังจะเข้าสู่พายุทรายนักแข่งทุกคนมุ่งมั่นที่จะผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้ผู้ประกาศยังคงรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ผู้ประกาศกล่าวต่อด้วยเสียงเคร่งเครียด"พายุโลหิตและแคทเธอรีน วิลสัน เป็นสองคันสุดท้ายที่เข้าสู่พายุทะเลทรายแม้ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับอุปสรรคที่หนักหน่วง แต่พวกเขายังไม่ยอมแพ้พวกเขากำลังทุ่มเทสุดกำลังเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไปให้ได้!"
เสียงเชียร์ของผู้ชมดังก้องทั่วสนาม
เมื่อพ้นจากป่าพิศวงที่เต็มไปด้วยอันตราย เข้าสู่ด่านต่อไป “ทะเลทรายแห่งความตาย”ทรายที่หมุนควงขอบฟ้าพื้นที่ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยพายุทรายที่หมุนวนอย่างรุนแรง
มองไปไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเม็ดทรายสีทองที่ถูกลมพัดจนลอยตัวเต็มอากาศอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุ
นักแข่งทุกคนปรับสภาพรถแข่งของตนให้พร้อมสำหรับสภาพพื้นที่ใหม่โครงสร้างของล้อเปลี่ยนไปเป็นล้อที่มีร่องลึกเพื่อการยึดเกาะที่ดียิ่งขึ้น ปรับช่วงล่างของรถให้ยืดหยุ่นและดูดซับแรงกระแทกได้ดีเครื่องยนต์ของรถแข่งแต่ละคันถูกปรับให้มีแรงบิดสูงขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการเร่งความเร็วในสภาพพื้นทราย
เสียงรถแข่งดังสนั่นขึ้นอีกครั้งเมื่อพวกเขาพุ่งเข้าสู่พายุทะเลทรายรถแข่งทุกคันเปิดระบบป้องกันที่ทันสมัยเพื่อป้องกันทรายที่กัดกร่อนเข้ามาในเครื่องยนต์
ขณะที่องค์ชายและองค์หญิงใช้พลังพิเศษของตนสร้างเกราะป้องกันเพื่อบรรเทาผลกระทบของพายุ
นักแข่งที่ตามมาติดๆ พยายามเร่งความเร็วเพื่อเบียดขึ้นมาอยู่ตำแหน่งที่ดีกว่า
ลมทรายพัดเข้ามาอย่างรุนแรง ทรายละเอียดที่กระแทกเข้ากับเกราะของรถแข่งแต่ละคันทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงนาฟที่ติดตามมาในกลุ่มท้ายต้องใช้ทักษะการขับขี่ที่ฝึกฝนมาเพื่อรักษาสมดุลและทิศทางขณะที่เปิดพลังสัมผัสแห่งห่วงเวลาฝ่าฟันพายุทรายนี้
รวมทั้งเริ่มใช้พลังลมหายใจมังกรที่ผสานอยู่ในร่างกายเพื่อสร้างม่านพลังบางๆรอบตัว ป้องกันทรายที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
พื้นดินใต้ล้อรถแข่งเป็นทรายละเอียดที่ยากจะควบคุมรถแข่งบางคันเริ่มมีอาการลื่นไถล นักแข่งต้องใช้ทักษะสูงในการบังคับทิศทางเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียการควบคุม