กลุ่มของเรนเดลทั้งเจ็ดคนเดินทางมายังห้องเรียนที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ห้องแรกของชั้นสอง ส่วนห้องถัดไปนั้นจะเป็ห้องที่สองจนถึงห้องที่ห้า และห้องเรียนห้องที่หกขึ้นไปนั้นจะต้องเดินขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ในส่วนของห้องเรียนนั้น จะแบ่งออกเป็สองส่วนในห้องเดียวกัน ส่วนแรกเป็พื้นที่เรียนภาคทฤษฏี ซึ่งจะมีโต๊ะหมดทั้งสิบเอ็ดตัว ถูกแบ่งเป็แถวละสามตัว ยกเว้นแถวหลังสุดที่มีสองที่นั่ง นักเรียนทุกคนไม่จำเป็ต้องแย่งที่นั่งกัน เพราะมีป้ายชื่อติดไว้แล้ว ว่าแต่ละคนต้องนั่งไหน
และส่วนพื้นที่เรียนภาคปฏิบัตินั้น จะเป็พื้นที่ลานประลองซึ่งถูกครอบคุมด้วยเวทป้องกันระดับเจ็ด อยู่ด้านหลังถัดไปจากพื้นที่เรียนภาคทฤษฏี ทำให้คาบเรียนที่ต้องเน้นปฏิบัติ ไม่จำเป็ต้องย้ายที่เรียนเลยแม้แต่น้อย
“โจแอนนา ลูเธอร์” เซร่าเอ่ยทักสองคนที่เธอรู้จัก ดูเหมือนสองคนนี้จะมาก่อนกลุ่มของเธอ และยังอยู่ห้องหนึ่งเหมือนกับเธอด้วย ลูเธอร์โบกมือทักทาย ในขณะที่โจแอนนาพยักหน้าให้สั้นๆ
“อ้าว คุณไพรมารี่” โคโตโนฮะกล่าวทักโจแอนนาด้วยเสียงแหลมสูง “บังเอิญจังเลยนะคะ ที่อยู่ห้องหนึ่งเหมือนกัน...ทำอีท่าไหนคะ ถึงได้มาอยู่ห้องที่ดีที่สุดได้”
“ก็ทำอีท่าเดียวกับที่เธอทำนั่นแหละ” โจแอนนากล่าวตอบห้วนๆด้วยน้ำเสียงเบื่อๆ ดูเหมือนเธอจะไม่มีอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงมากนัก โคโตโนฮะจึงหยุดคุยกับเธอ ก่อนที่จะไล่สายตาหาที่นั่งของตัวเอง
แผนผังที่นั่งเรียนของแต่ละคน นับจากขวามือสุดตรงทางเข้าห้องเรียน ยันซ้ายสุดใกล้หน้าต่างมีดังนี้
แถวหน้าสุด เป็ที่นั่งของโจแอนนา เ้าชายเรียวจิ และโจเซพ ซึ่งเป็ชื่อที่เรนเดลไม่รู้จัก ส่วนแถวที่สอง เป็ที่นั่งของเซร่า เรนเดล และไอริน แถวที่สาม เป็ที่นั่งของโคโตโนฮะ เ้าชายนิโคลัส และฮายาโตะ ส่วนแถวสุดท้าย เป็ที่นั่งของเร็น และลูเธอร์
ไม่นานนัก เ้าชายนิโคลัส และคนที่ชื่อโจเซพก็ตามเข้ามาในห้องเรียน โจเซพนั้นมีผมบลอนด์ทอง ตาสีฟ้า ผิวขาวซีด ซ้ำยังตกกระตามใบหน้าและลำตัวเหมือนโมรอคไม่มีผิด เรนเดลเดาว่าน่าจะเป็พันธุกรรมของคนในอาณาจักรเสือขาว และเขาก็เดาว่าอีกฝ่ายมาจากอาณาจักรนี้แน่ๆ
“สวัสดีครับทุกคน” ชายชื่อโจเซพกล่าวขึ้นเพื่อให้ทุกคนสนใจในตัวเขา ทันทีที่เขาย่างเท้าเข้ามาในห้องเรียน
“ผมขอแนะนำตัวสักเล็กน้อยนะครับ ผมมีนามว่า โจเซฟ อามาเดอุซ เป็บุตรของโจชัวร์ อามาเดอุซ ดำรงตำแหน่งมาเกรฟ (Margrave) แห่งปราการูเาไวท์ฮอร์น เป็ขุนนางชั้นสูง...ถึงจะเคยพบหน้าทุกคนเป็ครั้งแรกก็จริง แต่ผมรู้จักเพื่อนร่วมห้องทุกคนอย่างดี เนื่องจากสืบข้อมูลมาแล้ว”
“มาจากอาณาจักรเสือขาวสินะ” นิโคลัสกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “ฉันรู้จักตระกูลนายดี ในอดีตพวกเราเคยรบพุ่งกันบ่อยๆ”
“ในสมัยที่ตระกูลท่านยังไม่ถูกสถาปนาเป็เชื้อพระวงศ์สินะครับ คุณวูล์ฟซอน” โจเซฟกล่าวพลางฉีกยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าแบบกวนๆ “ยุคภัยพิบัตินี่มันดีจริงๆนะครับ เปลี่ยนจากพวกไพร่เป็ขุนนาง เปลี่ยนจากพวกขุนนางเป็เ้า ไม่มีใครคิดถึงคุณค่าที่แท้จริงของสายเือันบริสุทธิกันเลยสักนิด ก้าวข้ามวรรณะตัวเอง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเดิมแล้วตนเองเป็ใคร คงจะเหลือเพียงอาณาจักรเสือขาวของเราเท่านั้น ที่ยังเห็นคุณค่า และรักษาไว้ซึ่งสิ่งที่ถูกต้อง”
“อยากพูดอะไรก็เชิญ...อาณาจักรของแก มันผลิตคนแบบแกออกมาด้วยแม่พิมพ์เดียวกันนั่นแหละ ไม่ต่างกันเลยสักนิด” นิโคลัสกล่าวพลางกลับไปนั่งโต๊ะของตัวเอง ก่อนจะเปิดหนังสือของคาบเรียนที่จะถึงขึ้นมาเตรียมพร้อม
“ทักทายจบไปหนึ่งคนแล้ว” โจเซฟกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ขอให้ผมได้มีโอกาสทักทายทุกคนตามมารยาทเถอะครับ”
โจเซฟเดินไล่จับมือทักทายกับโคโตโนฮะ ไอริน ฮายาโตะ เร็น โจแอนนา และลูเธอร์ เหลือเซร่ากับเรนเดล ที่โจเซฟไม่จับมือด้วย เขาแค่ยิ้มทักทาย ก่อนจะเดินผ่านทั้งสองคนไปหาเ้าชายเรียวจิ
และเมื่อเขาเดินมาอยู่เบื้องหน้าเ้าชายเรียวจิ ทุกคนคาดเดาว่าเขาจะทำความเคารพหรือคุกเข่า แต่ทว่า…
โจเซฟกลับยื่นมือออกมา เพื่อจะจับมือกับเรียวจิอย่างเท่าเทียมกัน ทำเอาฮายาโตะและเร็นมองโจเซฟตาค้าง
เรียวจิไม่สงสัยหรือเอ่ยถามใดๆ เขายิ้มรับก่อนจะจับมือด้วย ฮายาโตะกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ ก่อนเขาจะอดสงสัยไม่ได้ จนต้องเอ่ยถาม
“ทำไมไม่ทำความเคารพเ้าชายของเรา อาณาจักรเสือขาวถือยศศักดิ์เป็สำคัญไม่ใช่หรือ”
“ไม่ได้ถือยศศักดิ์ แต่ถือตามสายเืและวรรณะ” โจเซฟกล่าวพลางส่งยิ้มให้ฮายาโตะ “เ้าชายเรียวจิ เป็เ้าชายลำดับที่สาม เกิดจากสนมเอกซึ่งเป็บุตรีของไดเมียว(เ้าแคว้น)ตระกูลโฮตารุ อนาคตท่านไม่มีสิทธิครองราชย์ และเชื้อสายของท่านในกาลต่อไปก็จะต้องตกลงมาเป็ขุนนาง ซึ่งทัดเทียมกับตัวข้า...เพราะปู่ของข้า ก็เคยเป็เ้าชายเช่นเดียวกับเ้าชายเรียวจิมาก่อน”
“จะบอกว่าท่านกับข้า เรามีความเสมอภาคกันสินะ ด้วยสายเืที่ไม่แตกต่าง” เรียวจิกล่าวถามเสียงเรียบ พลางยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
“ตามนั้น เ้าชายเรียวจิ” โจเซฟตอบกลับ
“โอหังนักนะแก” ฮายาโตะกัดฟันกรอด เขาพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของโจเซฟจนยับยู่ยี่ แต่ทว่าโจเซฟกลับไม่มีทีท่าว่าจะโต้ตอบแม้แต่น้อย
“ฮายาโตะ ใจเย็นก่อน” เรียวจิยกมือห้าม ทำให้ฮายาโตะหยุดและถอยออกมาทันที
“ถูกดั่งที่ท่านว่า ข้าเป็บุตรของสนมเอก” เรียวจิกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ไม่มีความโกรธหรือความเศร้าเจือปนในน้ำเสียงเขาเลยแม้แต่น้อย “เราแนะนำตัวกันครบแล้ว ก็แยกย้ายกันนั่งที่เถอะนะ เพื่อความสะดวกของอาจารย์ หากท่านจะมาสอน”
“ฉันขอถามอะไรสักข้อ” เป็โจแอนนาที่เอ่ยถามขึ้นมา เธอมองไปที่เซร่าก่อนจะกล่าว “ทำไมคุณถึงไม่จับมือกับเซร่า น้องสาวของฉัน เธอเป็คนของตระกูลไพรมารี่เช่นกัน การกระทำของคุณ กำลังลบหลู่ตระกูลของฉันนะคะ”
“โจแอนนา” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม ที่เธอถูกเรียกว่าน้องสาว โจแอนนากำลังปกป้องเธออยู่
“พวกลูกคนรอง หรือลูกอนุ มันก็แค่อะไหล่สำรองของตระกูล ที่มีไว้ชดเชยกรณีตัวหลักตายหรือสืบทอดอำนาจไม่ได้แค่นั้นแหละ...เื่นี้เ้าชายเรียวจิเองก็น่าจะรู้ดีเหมือนกัน ใช่มั้ยครับ” โจเซฟกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะไปนั่งที่ของตน ซึ่งอยู่ริมหน้าต่าง
“แย่ที่สุด” โจแอนนาถอนหายใจอย่างแรง ก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตนซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้าห้อง “แกมันไม่น่าชื่อเดียวกับพ่อฉันเลย ทำชื่อโจเซฟตกต่ำเปล่าๆ”
ส่วนเรียวจิเองนั้นมีทีท่าสงบนิ่ง ก่อนจะนั่งที่นั่งซึ่งอยู่ประจันหน้ากับโต๊ะอาจารย์ ที่นั่งของเขาขนาบไปด้วยโจเซฟ และโจแอนนา
เซร่านั้นเมื่อโดนตอกย้ำไปขนาดนั้น ดวงตาเธอเริ่มแดงก่ำ โคโตโนฮะรีบเข้ามาปลอบประโลมเธอทันที ส่วนเร็นและฮายาโตะมองหน้ากันราวกับให้สัญญาณ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่นั่ง
เมื่อทุกคนนั่งที่ของตัวเอง เรนเดลหันไปมองเซร่าที่อยู่ทางขวามือ กับมองเยื้องไปด้านหลังอีกนิดหน่อย ซึ่งโคโตโนฮะนั่งตรงนั้น ทั้งสองกำลังคุยกันจึงไม่ได้สนใจเรนเดล ส่วนไอรินที่นั่งทางซ้ายมือของเรนเดลกำลังเหม่อมองไปทางหน้าต่าง มีัสีขาวตัวใหญ่บินผ่านไปมา เรนเดลเดาว่าเธอคงคิดถึงฟรังซัวร์อยู่
เ้าจิ้งจอกขาวหม่นของเรนเดละโมานั่งที่โต๊ะของเขา ก่อนจะกระดิกหางทำตาบ้องแบ๊ว เรนเดลเกาคางและหูให้มันระหว่างรออาจารย์มาสอน
เรนเดลลูบไล้ขนจิ้งจอกด้วยท่าทีเหม่อลอย เขาชำเลืองมองเซร่าที่ยังดูเศร้าสร้อยอยู่ ก่อนเรนเดลจะนึกอะไรออก เขามองที่จิ้งจอก และมองที่เซร่า
“เซร่า มันคิดถึงเธอน่ะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะอุ้มจิ้งจอกยกให้เซร่า เธอปาดน้ำตาก่อนจะเริ่มรับมันมากอดแนบอก
“ถ้าฉันมีสัตว์อัญเชิญเป็ของตัวเองก็ดีสิ” เซร่ากล่าวลอยๆ ขณะที่กำลังดึงนิ้วออกจากปากเ้าจิ้งจอกที่เริ่มงับนิ้วมือเธอเล่น
“ฉันก็อยากได้เหมือนกันนะ สัตว์อัญเชิญ” โคโตโนฮะกล่าว “แต่เพราะฉันจะสอบมิโกะ สิ่งอัญเชิญต้องเป็วัตถุศักดิ์สิทธิเท่านั้น เพื่อให้มอนสเตอร์ตัวนั้นส่งเสริมเราได้”
“ทางฉันคงไม่มีปัญญาซื้อค่ะ” เซร่ากล่าวพลางถอนใจ “สื่ออัญเชิญดีๆส่วนมาก ซื้อรถม้าและเรือได้เลย ท่านพ่อไม่ให้เงินฉันมาทำเื่แบบนี้แน่ๆ”
สำหรับโคโตโนฮะ เรนเดลคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่เซร่าเรนเดลมีสื่ออัญเชิญพร้อมให้เธอนำไปใช้ เรนเดลคิดว่าจะช่วยเหลือเธอ แต่ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าวอะไร อาจารย์ก็มาก่อน
อาจารย์ฟิลิปปา อาจารย์ผู้ถนัดธาตุมืดและเป็คนที่เรนเดลเจอบ่อยที่สุด นับั้แ่เข้าโรงเรียน เดินเข้ามาก่อนจะยิ้มรับให้กับนักเรียนทุกคน เธอส่งยิ้มหวานให้เรนเดลเป็พิเศษ ก่อนจะมายืนที่หน้าห้องเรียน
“นักเรียนทุกคน วันนี้เป็วันแรกที่เราพบกันอย่างเป็ทางการ ในฐานะอาจารย์ประจำห้อง อาจารย์มีนามว่า ฟิลิปปา ฟิลิปปาเฉยๆ ไม่มีนามสกุลนะจ๊ะ”
แน่นอนว่าโจเซฟเบ้ปากทันที เมื่อได้ยินว่าอาจารย์เป็พวกไร้สกุล แต่เขาต้องเก็บกิริยาเอาไว้ เพราะที่นี่ อาจารย์มีอำนาจมากกว่าเขา
ระหว่างอาจารย์แนะนำตัว เธอเผลอสะดุดเข้ากับจิ้งจอกของเรนเดล เธอหยุดการบรรยายก่อนจะรีบเดินดุ่ยๆมาหาเขาทันที
“เจอตัวแล้ว...มันอยู่กับเธอเองหรือจ๊ะ เรนเดลจ๋า” อาจารย์อุ้มจิ้งจอกขึ้นมาทันที มันส่งเสียงร้องโหยหวนเมื่อถูกพรากจากเรนเดล ก่อนจะพยายามดีดดิ้นเต็มที่
“ของอาจารย์หรือครับ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย อันที่จริงเขาแอบเสียดายเล็กน้อย เพราะเริ่มจะผูกพันธ์กับมันเสียแล้ว
“เคยเป็ของส่วนกลางน่ะ” อาจารย์กล่าว ก่อนจะคืนจิ้งจอกขาวให้เรนเดล “สัตว์ภูติอัญเชิญตัวนี้ มันถือกำเนิดขึ้นจากลูกแก้วทดสอบเข้าโรงเรียน ที่เธอใช้ทดสอบน่ะเรนเดล ครูไม่แน่ใจว่าเธอทำอะไรกับลูกแก้ว แต่เมื่อสองวันก่อน ลูกแก้วมีการเพิ่มพลังงานในตนเองอย่างเอ่อล้น...ใช่แล้วจ๊ะ มันถือกำเนิดใหม่กลายเป็สัตว์ภูติอัญเชิญด้วยตัวเอง”
“ถือกำเนิดมาได้สองวันแล้วหรือครับ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย “และก่อนหน้านี้มันอยู่ไหนครับอาจารย์”
“อาจารย์เป็คนเก็บมันไว้เองจ๊ะ” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวเสียงค่อย “ไม่มีเ้าของ ไม่มีใครอยู่ในพิธีขณะนั้น เป็ธรรมดาที่ครูต้องเก็บมันเข้าส่วนกลางนะเรนเดล ครูไม่ได้มีเจตนาจะพรากมันจากเธอ”
เรนเดลย้อนนึกกลับไป เขาเคยใช้ลูกแก้วทดสอบเข้าเรียนฝึกโคจรเวทประสานขั้นสูง ไม่คิดว่ามันจะพัฒนาตนเอง จนเกิดเป็สัตว์ภูติได้
“อาจารย์ไม่ผิดหรอกครับ เพราะแต่เดิมลูกแก้วนั้นมันก็เป็ของโรงเรียน...และผมจะทำยังไง ถึงจะชดใช้ลูกแก้วลูกนั้น ที่กลายเป็สัตว์ภูติของผมครับ”
“อืม...แค่หาแกนกลางสัตว์เวท หรือศิลานักปราชญ์มาคืนก็ได้ แค่นี้มูลค่าก็เท่ากันแล้ว” อาจารย์กล่าวพลางครุ่นคิด “แต่มูลค่ามันสูงมากน่ะสิ ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆด้วย”
“ผมมีศิลานักปราชญ์อยู่อันนึงครับ...เลิกเรียนแล้วผมจะนำมาให้อาจารย์” เรนเดลกล่าวตอบรับคำขอของเธอ ทำเอาอาจารย์มีสีหน้าใเล็กน้อย แต่ทว่าด้วยความที่เธอรู้ฐานะที่แท้จริงของเรนเดล จึงมองว่าเรนเดลน่าจะมีใน เธอไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินไปหน้าห้องเรียน
เรนเดลสังเกตุว่าโจเซฟชำเลืองมองมาดูเหตุการณ์ทุกอย่าง ก่อนที่จะหันกลับไป เมื่อถูกเขาสบตา
“ขอโทษที่ให้รอนานนะนักเรียนจ๋า” อาจารย์กล่าวขึ้น ก่อนจะเริ่มลงมือเขียนอะไรบางอย่างลงกระดานดำ “เอาล่ะ นี่เป็การพบกันครั้งแรกของเรา อาจารย์จะขอทวนความรู้นักเรียนหน่อยนะจ๊ะ เป็คำถามง่ายๆ แต่จอมเวทบางคนชอบหลงๆลืมๆกัน”
บนกระดานอาจารย์เขียนธาตุของเวททั้งเจ็ดสายลงไป คือธาตุไฟ น้ำ สายฟ้า ดิน ลม แสง และมืด จากนั้นเธอกันหามามองนักเรียนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ธาตุของเวทมนตร์ในโลกนี้ มีเจ็ดสาย ที่มนุษย์ฝึกได้ อาจารย์อยากจะให้ใครก็ได้ ช่วยไล่ตารางการได้เปรียบ หรือเสียเปรียบธาตุของเวทมนตร์ให้ทีนะจ๊ะ”
โจเซฟยกมือคนแรกทันที ก่อนจะเริ่มกล่าวเมื่อได้รับอณุญาตจากอาจารย์
“ตามที่อาจารย์เขียนเลยนั่นแหละครับ ไฟแพ้น้ำ น้ำแพ้สายฟ้า สายฟ้าแพ้ดิน ดินแพ้ลม ลมแพ้ไฟ ส่วนธาตุแสงและความมืดพ่ายแพ้กันเองครับ”
“มั่วหรือเปล่าครับ ท่านขุนนาง” ฮายาโตะที่ได้โอกาสพูดขัดเขาทันที “ธาตุแสงกับมืดเป็อิสระต่อกัน ไม่ได้แพ้กันเลยนะครับ และไม่ได้เปรียบ หรือเสียเปรียบธาตุไหนด้วย”
“มันก็เหมือนกันนั่นแหละ เพราะมันพ่ายแพ้กันเองไง ผลเลยออกมาเสมอ” โจเซฟกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ก็บอกว่าไม่เหมือนไง อย่าเข้าใจเอาเองสิ” ฮายาโตะโต้กลับทันที
“สิ่งที่ฉันพูดนั้น กล่าวมาจากคัมภีร์พระเวท” โจเซฟกล่าวเสียงขุ่น “แล้วคำพูดของนายล่ะ มาจากไหน”
“ฉันก็ศึกษามาจากคัมภีร์พระเวท” ฮายาโตะโต้กลับทันควัน “บางทีพระเวทของนาย อาจคนละฉบับกับของฉันก็ได้นะ”
“คัมภีร์พระเวทที่อาณาจักรเสือขาว เป็คีมภีร์ของแท้” โจเซฟกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นอกนั้นเป็ของปลอมหรือถูกบิดเบือน คนละฉบับดั่งที่นายว่านั่นแหละ”
สุดท้ายทั้งสองคนหันไปมองหน้าอาจารย์ ราวกับจะขอคำตอบ อาจารย์ยิ้มรับก่อนจะกวาดสายตามองนักเรียนโดยทั่ว
“แล้วพวกเธอล่ะ คิดว่าความคิดใหนถูกต้อง” อาจารย์กล่าวพลางกวาดตามองโดยทั่ว
นักเรียนทุกคนทำท่าครุ่นคิด ไม่มีใครอยากตอบ ดูเหมือนว่าพวกเขาอยากจะให้อาจารย์เฉลยเช่นกัน
“ไม่มีใครอยากตอบหรือจ๊ะ” อาจารย์กล่าวด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้ม “ครูจะให้คะแนนพิเศษสิบคะแนน สำหรับคนที่ตอบมา”
แน่นอนว่าไม่มีใครเสนอหน้าสักคน อาจารย์จึงถอนใจ ก่อนจะหยิบผลึกคริสตัลใสส่องประกายออกมา มันมีอักขระเวทเื่แสงสีรุ้งอยู่ข้างใน โคโตโนฮะตาลุกวาวทันที
“ผลึกพรแห่งมารดา การันตีว่าอาวุธเวทจะเป็ธาตุแสงแน่นอน หรือหากใช้อัญเชิญสัตว์ภูติอัญเชิญ ก็จะออกมาเป็สัตว์ศักดิ์สิทธิระดับสูง”
โคโตโนฮะยกมือทันที พร้อมๆกับเ้าชายเรียวจิ ทั้งสองมองหน้ากันทันที
“เ้าชายเรียวจิได้ตอบก่อน” อาจารย์กล่าวชื่อองค์ชาย ทำเอาโคโตโนฮะคอตก พร้อมเม้มปากเสียบางเฉียบ และส่งเสียงแหลมเล็กๆออกมา ดูท่าเธอคงอยากจะกรี๊ดเพราะไม่ได้ของที่เธออยากได้สุดชีวิต
“คำตอบคือธาตุแสงและมืดเป็อิสระต่อกันครับอาจารย์”
โคโตโนฮะคอตกทันที เพราะเรียวจิตอบเหมือนที่เธอคิด เหลือแต่เหตุผลเท่านั้น ว่าเรียวจิจะอธิบายยังไง ระหว่างนี้โจเซฟส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดกับตัวเองว่าจักรวรรดิัไฟกำลังหลงผิด
“ไหนลองว่ามาสิคะ เ้าชาย”
“ตามตำนานคัมภีร์พระเวท แสงคือตัวแทนของอาตมัน และความมืดคือตัวแทนของศักติ ทั้งสองสิ่งนี้ทรงอำนาจทั้งคู่ และเป็อิสระต่อกัน”
“ผิดค่ะเ้าชาย และก็ช่วยศึกษาเื่ตำนานพระเวทใหม่ด้วยนะคะ เชิญนั่งลงค่ะ” อาจารย์กล่าวพลางส่งยิ้ม เรียวจินั่งคอตก ในขณะที่โคโตโนฮะรีบยกมือเสนอตัวเองขึ้นมาทันที
“แสงและความมืดไม่ได้แพ้ทางกันค่ะ สาเหตุก็เพราะว่าธาตุมืดและธาตุแสง สองสายนี้ทรงพลังกว่าธาตุที่เหลือ เวลาปะทะกันจึงรุนแรงกว่าปกติ จอมเวทบางคนเลยเข้าใจผิดว่ามันแพ้ทางกันเองค่ะ แต่ถ้าหากนำเวทสองสายนี้ไปปะทะกับเวทธาตุอื่น ในระดับความรุนแรงเวทที่เท่ากัน จะสังเกตุได้ว่าผู้ใช้เวทสองสายนี้ จะเสียพลังมานาน้อยกว่า เพราะเวทของพวกเขารุนแรงกว่าค่ะ”
“ถูกต้องค่ะนักเรียน และหลักการนี้ก็มีสอนในสาขาวิศวกรรมมานานะจ๊ะ” อาจารย์กล่าวพลางมองไปที่โคโตโนฮะด้วยสายตาชื่นชม “ใครสอนหนูนี่ พื้นฐานแน่นดีจัง”
“คุณพ่อน่ะค่ะ” โคโตโนฮะกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิ “ท่านได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขานี้ จากมหาวิทยาลัยเวทมนตร์ที่จักรวรรดิัไฟเลยนะคะ”
นักเรียนทุกคนพร้อมใจกันปรบมือให้กับโคโตโนฮะ ยกเว้นโจเซฟ เขายกมือขึ้นคัดค้าน
“เธอกำลังชี้นำให้พวกเราหลงผิดครับอาจารย์ ตามตำนานพระเวทเที่ยงแท้ที่บันทึกเอาไว้ มันก็บอกอยู่แล้วนี่ครับ ว่าแสงกับความมืดเป็อริกัน และแพ้ทางกันเอง ไม่มีอะไรถูกต้องเท่ากับพระเวท”
“นายต่างหากที่เข้าใจผิด” เรนเดลซึ่งฟังอยู่นานตัดสินใจกล่าวขึ้นแทนอาจารย์ “ลองไปเอาคัมภีร์พระเวทมาเปิดกางดูก็ได้ และนายจะพบว่าไม่มีเลย ที่เขียนไว้ว่าพลังสองสายนี้เป็อริ และแพ้ทางกันเอง ในคัมภีร์บอกแค่ว่าพลังทั้งสองต่างกันสุดขั้วเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความขัดแย้งและเกื้อกูลกันอยู่ตลอดเวลา...ตรงนี้ล่ะ ที่น่าจะทำให้ตีความผิด”
อาจารย์เรียกคัมภีร์พระเวทออกมาจากเวทช่องเก็บของ ก่อนจะกางบทแรกเริ่มเพื่อช่วยกันดู จริงดั่งที่เรนเดลว่า ไม่มีการบอกว่าเวททั้งสองสายเป็อริกัน ยกเว้นแต่จะตีความเอาเองถ้าหาก้าเช่นนั้น
“นี่มันพระเวทเที่ยมเท็จ” โจเซฟกล่าวด้วยความไม่พอใจ “ไว้ว่างๆผมจะเอาของแท้มาให้ดู”
“ยอมรับซะเถอะไอ้ขุนนาง ว่านายกำลังแถ” ฮายาโตะกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ
เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย อาจารย์จึงสั่งให้นักเรียนนั่งกับที่ เพื่อที่จะสอนต่อ ทุกคนต่างเตรียมสมุดและหนังสือขึ้นมาตามที่อาจารย์กล่าว ยกเว้นโจเซฟที่ยังนั่งนิ่งราวกับคนเหม่อลอย
หลังจากนั้น อาจารย์ฟิลิปปาก็สอนเื่การวาดวงเวทเบื้องต้น และการทำให้เวทสัมฤทธิผล ซึ่งเป็ความรู้ที่นักเรียนมีอยู่แล้ว พวกเขาจึงฟังผ่านๆ มีเพียงเซร่า และลูเธอร์เท่านั้น ที่ดูจะตั้งใจจดทุกคำที่อาจารย์พูด
และแล้วเวลาที่เรียวจิรอคอยก็มาถึง หลังจากคาบบ่ายที่อาจารย์เลิกสอนแล้ว เรียวจิออกไปยืนหน้าห้อง เพื่อจะพูดคุยเื่ใช้ห้องเรียนเป็ที่ทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะห้องหนึ่งจะสามารถรับเควสพิเศษหรือภารกิจจากอาจารย์ได้
แต่ทว่าโจเซฟไม่อยู่ฟัง เขาพูดแค่ว่าอยากทำอะไรก็ทำ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านพักของตัวเองทันที
โจเซฟเดินออกนอกโรงเรียน และไปยังสถาณที่อโคจร เขาเข้าไปในร้านเบียร์ซึ่งตอนกลางวันเปิดเป็ร้านขายสปาเก็ตตี้และสตูรสเด็ด ก่อนจะกระซิบรหัสลับกับคนขาย เพื่อให้คนขายพาเขาไปยังห้องพิเศษ
ที่ห้องพิเศษซึ่งอยู่ใต้ดิน โจเซฟพบโมรอคในสภาพมีผ้าพันแผลเต็มตัว กับนักเรียนหลากหลายชั้นปี ั้แ่ปีหนึ่งถึงปีสามจำนวนสามสิบกว่าคน ส่วนใหญ่นักเรียนพวกนี้คล้ายๆกัน คือมีผิวขาวซีด และตกกระ บ่งบอกว่าพวกเขาเป็คนจากอาณาจักรเสือขาว
“มาซะทีนะ โจเซฟน้อย” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยทักโจเซฟทันทีที่เขาก้าวผ่านประตู โจเซฟที่กำลังทำหน้าเครียดเปลี่ยนสีหน้าเป็ปลาบปลื้มทันที เมื่อได้เห็นบุคคลตรงหน้า
หญิงสาวหัวแดงไว้ทรงหางม้า ตาสีเขียวสดใสกำลังยืนอยู่หน้าโจเซฟ เธอคือมาจิน่า นักเรียนปีสองที่อยู่ในสภานักเรียนนั่นเอง และเป็เพื่อนกับอัสรัน ที่เรนเดลช่วยชีวิตเอาไว้ในเมืองของอันเดด
โจเซพคุกเข่าทันที เมื่อเห็นมาจิน่า ก่อนจะค่อยๆจูบมือที่มาจิน่ายื่นมาให้ และตามด้วยก้มลงไปจูบที่รองเท้าของเธอ
“ถวายบังคมเ้าหญิงรัชทายาทลำดับที่สอง ท่านมาจิน่า” โจเซฟกล่าวอย่างนอบน้อม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยความปิติยินดี ที่ได้แสดงความเคารพนายเหนือหัวของตน
“ในนี้เธอเรียกยศฉันได้ โจเซฟ แต่ข้างนอกขอให้รู้เอาไว้ว่าฉันเป็แค่บุตรีของท่านดยุคเท่านั้น”
“รับทราบขอรับ องค์หญิง” โจเซฟกล่าวขานรับ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
มาจิน่าเดินมายืนด้านหน้าของนักเรียนที่มาจากอาณาจักรเสือขาว ก่อนเธอจะเริ่มป่าวประกาศข่าวสารเมื่อเห็นว่าทุกคนมากันครบแล้ว เธอชูมือขึ้นก่อนจะะโคำสวดประจำอาณาจักรเสือขาวทันที
“พระเวทยิ่งใหญ่!! วรรณะสำคัญยิ่ง!! เชื้อสายที่บริสุทธิ!!” มาจิน่ากล่าวะโสุดเสียง ส่งผลให้นักเรียนสามสิบกว่าคนะโตาม จนเสียงดังลั่นห้องใต้ดิน
“และพวกเราที่มาจากอาณาจักรเสือขาว ซึ่งนับถือพระเวทอันเที่ยงแท้ ควรจะกระทำสิ่งใด!!” มาจิน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาสีเขียวของเธอจ้องทุกคนถมึงทึง
“พวกเราจะล้มล้าง!! และกลืนกินสมาคมจอมเวทอาร์คาเดีย!!” กลุ่มนักเรียนทุกคนต่างเปล่งเสียงพร้อมเพรียงกัน ทำเอามาจิน่าพอใจเป็อย่างยิ่ง
“พวกท่านทั้งหลายที่มาจากอาณาจักรเสือขาว!! จงอย่าลืม!! และจงตระหนักให้ดี!! ว่าเรามีหน้าที่ชี้นำพวกคนบาป ให้กลับมาเชื่อและนับถือในหลักการพระเวทที่แท้จริง”
สิ้นเสียงของมาจิน่า นักเรียนทุกคนก็แยกย้ายกันออกจากห้องใต้ดิน ปากสวดพึมพำว่าพระเวทยิ่งใหญ่ วรรณะสำคัญยิ่ง เชื้อสายที่บริสุทธิไม่หยุดปาก เหลือเพียงมาจิน่าและโจเซฟที่มองไล่หลังทุกๆคน ด้วยสีหน้าเป็สุข