ร้านรับซื้ออายุขัยโลกวิญญาณ

    หลินฟางซิน-ใส่ร้ายป้ายสี

    แต่ความเลวร้ายในสิ่งที่หลินฟางซินต้องเจอหลังจากที่ต้องเสียบิดาของตนไป ไม่ใช่แค่เรื่องการไม่ได้รับการต้อนรับครอบครัวฝ่ายมารดาเพียงเท่านั้น เพราะนางดันไปเป็นที่ถูกตาต้องใจของขุนนางหนุ่มตระกูลซูที่เป็นหัวหน้าของนายท่านเจินผู้เป็นลุงเข้า

     

     

    ซึ่งเรื่องนี้จะไม่เลวร้ายเลยหากขุนนางหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่ชายในฝันของเจินซูฮวาที่นางหมายมาดว่าตนเองจะต้องได้แต่งให้เขามาตั้งแต่ที่นางได้พบกับเขาครั้งแรก

     

     

    อีกทั้งขุนนางหนุ่มผู้นั้นยังเคยให้คำสัญญาว่าจะแต่งเจินซูฮวาเข้าตระกูลอีกด้วย แต่เหมือนเขาจะฉลาดไม่น้อยที่ไม่ได้บอกคนตระกูลเจินเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าตนเองจะแต่งคุณหนูเจินผู้นี้เข้าไปในฐานะอะไร

     

     

    ดังนั้นการเดินทางมาสู่ขอหลินฟางซินเพื่อไปเป็นภรรยาเอกกับเจินซูฮวาไปเป็นอนุภรรยาถึงจวนตระกูลเจิน จึงเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เสียจนกดดันทั้งนางและทุกคนในตระกูลเจินอย่างอ้อม ๆ เลยไม่น้อยทีเดียว

     

     

    ชายหนุ่มต้องการชื่อเสียงหลินฟางซินที่เป็นผู้มีความสามารถและน่าชื่นชมมาเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลซูในฐานะฮูหยินของเขา ส่วนเจินซูฮวาชายหนุ่มเพียงแค่ต้องทำตามที่เคยให้คำสัญญากับคนตระกูลเจินไว้เพียงเท่านั้น เพราะนางไม่ได้มีความสามารถหรือหน้าตาที่จะโดดเด่นมากพอจะทำให้เขามีหน้ามีตาในสังคมมากขึ้นได้เหมือนญาติผู้พี่ของนางเลยแม้แต่นิดเดียว

     

     

    นายท่านเจินปฏิเสธได้ไม่เต็มปากมากนักเรื่องที่หลินฟางซินไม่อยากแต่งงาน เพราะนางเองก็ยังไม่ได้หมั้นหมายกับคุณชายตระกูลอื่น อีกทั้งชายหนุ่มก็มีความสำคัญต่อหน้าที่การงานของเขามาก แม้ว่าจะคับข้องใจที่บุตรสาวของตนเองต้องแต่งไปเป็นอนุภรรยาของขุนนางหนุ่มตระกูลซูแทนที่จะเป็นฮูหยินเอกอย่างที่ได้หมายมาดไว้ แต่คนตระกูลเจินก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับเพียงเท่านั้น เพราะความสมัครใจของสตรีเพียงสองนางที่ต้องแต่งออกหรือจะมีความสำคัญเท่ากับหน้าที่การงานที่พวกเขาต้องทำเพื่อค้ำจุนตระกูลเจินต่อไปในอนาคต

     

     

    หลินฟางซินนึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องมาโดนบังคับแต่งงานเช่นนี้ แต่ด้วยความที่นางไม่ได้มีญาติผู้ใหญ่และเส้นสายมากพอที่จะหนุนหลังให้นางมีปากมีเสียงได้ เรื่องทุกอย่างจึงจำเป็นต้องกล้ำกลืน 

     

     

    กล้ำกลืนเป็นภรรยาเอกของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งเคยพบหน้าไม่กี่ครั้ง และยังต้องคอยมองสายตาเกลียดชังของเจินซูฮวาที่มองมายังนางตลอดเวลาหลังจากนี้อีกอย่างไม่อาจทำอะไรได้

     

     

    แต่เหมือนว่าสวรรค์จะไม่ค่อยอยากให้นางต้องกล้ำกลืนกับทั้งสองคนที่กล่าวมาเสียเท่าไหร่

     

     

    เนื่องจากในวันแต่งงานของนางกับขุนนางหนุ่มที่ต้องแต่งเจินซูฮวาเข้ามาพร้อม ๆ กันนั้น คนที่หลินฟางซินจะเข้าหอด้วยที่ควรเป็นสามีของนาง กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มมากฝีมือที่เจินซูฮวาแอบว่าจ้างมาเพื่อทำลายหลินฟางซินอย่างตั้งใจแทน

     

     

    หลินฟางซินถูกเล่นงานโดยที่บ่าวหน้าห้องและสาวใช้คนสนิทของนางถูกคนของเจินซูฮวาขัดขวางเอาไว้อย่างแนบเนียน หน้าเรือนหอในคืนนั้นจึงทางสะดวกเสียจนใคร ๆ ก็สามารถเดินเข้าไปหานางได้อย่างง่ายดาย 

     

     

    แม้หญิงสาวจะยังไม่ได้ถูกล่วงเกินมากนัก แต่กว่าสามีหมาด ๆ ของนางมาหานางที่ห้องได้ เขาก็พบกับชายหนุ่มผู้ลึกลับที่กำลังเปลื้องผ้าของนางจนเกือบจะสำเร็จอยู่แล้ว

     

     

    เมื่อผู้บุกรุกเห็นว่าที่สามีของหลินฟางซิน เขาก็รีบเร้นกายออกไปจากเรือนหอของทั้งสองในทันที ชายหนุ่มผู้นี้มีวรยุทธ์ไม่น้อย เพราะเขาไปมาอย่างไม่เกรงกลัวผู้คุ้มกันของเรือนนี้เลยสักนิด นับว่าครั้งนี้เจินซูฮวาเตรียมการมาเป็นอย่างดีมากจริง ๆ

     

     

    หลินฟางซินที่เพิ่งจะหลุดจากการคุกคามของชายแปลกหน้ามาได้ เมื่อหันไปมองหน้าห้องก็พบกับเจ้าบ่าวของตนเองมองมาด้วยสีหน้ากรุ่นโกรธ

     

     

    เจินซูฮวาที่แสดงท่าทีตกใจกับเสียงดังเอะอะเดินมาที่เรือนหอของหลินฟางซิน ก่อนที่จะเอ่ยป้ายสีหาว่านางนัดคนรักเก่าให้มาพลอดรักที่นี่อย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วนางยังไม่เคยมีคนรักเลยสักคนเสียด้วยซ้ำ

     

     

    หลินฟางซินแม้จะพยายามอธิบายกับสามีของตนมากเพียงใด แต่คำพูดของเจินซูฮวาที่เอ่ยออกมาก่อนหน้านี้นั้นก็ได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับนางไปแล้ว

     

     

    ขุนนางหนุ่มจึงไม่เชื่อในสิ่งที่หลินฟางซินพยายามบอกและสั่งคนพาตัวนางไปไว้ที่เรือนท้ายจวนทันทีตั้งแต่วันเข้าหอ ก่อนที่เขาจะเดินไปยังเรือนของเจินซูฮวาอย่างไม่ไยดีหญิงมีราคีในสายตาของเขาอีกต่อไป

     

     

    ซึ่งความคิดของชายหนุ่มก็ไม่ได้ผิดไปเสียเท่าไหร่ ด้วยความที่มีชายอื่นเห็นเรือนร่างของเจ้าสาวก่อนที่เขาจะได้เห็นมันเสียอีก นั่นก็ถือว่านางมีราคีและไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างก่อนหน้านี้ที่เขาได้คาดหวังเอาไว้แล้วนั่นเอง

     

     

    หลินฟางซินที่จู่ ๆ ก็ถูกกระทำราวกับไม่ใช่คน จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกคับแค้นใจ แต่ตัวนางเองก็ทำอะไรไม่ได้นัก เพราะหลังจากวันนั้น สามีในนามของนางก็ป่าวประกาศไปทั่วว่านางล้มป่วยกะทันหันจนต้องรักษาตัวอยู่ในจวนอย่างเงียบ ๆ ห้ามใครขอเข้าพบหรือมารบกวนโดยเด็ดขาด 

     

     

    ในความคิดของขุนนางตระกูลซูนั้นเพื่อเป็นการรักษาหน้าของเขาเอง เขายินยอมให้คนอื่นรู้แบบนี้ก็ยังดีกว่าให้คนอื่นรู้เรื่องที่ฮูหยินที่เพิ่งแต่งเข้ามานัดชายชู้เข้ามาพลอดรักกันถึงในเรือนหอของเขาเป็นไหน ๆ 

     

     

    หลินฟางซินแม้จะสามารถส่งข่าวให้คนของตนเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของด้านนอกได้บ้าง แต่พวกเขาก็ไม่ได้สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออะไรนางได้มากนัก ดังนั้นชีวิตในเรือนท้ายจวนของนางจึงไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นเสียเท่าไหร่

     

     

    อีกทั้งเมื่อมีข่าวออกไปว่านางล้มป่วย อนุเจินหรือก็คือเจินซูฮวาในยามนี้ก็อยากให้นางล้มป่วยจนตกตายไปเสียจริง ๆ ให้รู้แล้วรู้รอด เพราะถ้าเป็นแบบนั้น นางเองก็จะได้ขึ้นเป็นฮูหยินเอกตามที่ตัวเองได้วาดฝันเอาไว้ตั้งแต่แรก

     

     

    การวางยาหลินฟางซินที่อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากจึงเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีเจินซูฮวาและคนตระกูลเจินคอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย เพราะในยามนี้พวกเขารับช่วงออกหน้าช่วยเหลือหลินฟางซินดูแลกิจการในมือของนางเอาไว้ เพื่อรอให้นางหายจากอาการป่วยอยู่ นั่นหมายความว่าหากนางตายขึ้นมาจริง ๆ สมบัติของนางบางส่วนก็จะตกไปเป็นของตระกูลเจินด้วย

     

     

    แผนการของเจินซูฮวานั้นราบรื่นเป็นอย่างมาก เมื่อครอบครัวตระกูลซูก็เห็นด้วยกับการกำจัดหลินฟางซินที่สร้างความอับอายให้กับพวกเขาเช่นกัน อีกทั้งสินสมรสที่หลินฟางซินนำติดตัวมาด้วยในครั้งนี้ก็จะตกเป็นของตระกูลซูโดยชอบธรรมไปด้วย

     

     

    เมื่อทุกฝ่ายเห็นผลประโยชน์จากการตายของนาง การที่นางควรจะแค่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงและอยู่ในเรือนอันทรุดโทรมไร้คนเหลียวแลในตอนแรก จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมการวางแผนสังหารนางอย่างจริงจัง จากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้สนใจให้ค่าชีวิตของนางไปโดยปริยาย

     

     

    หลินฟางซินหรือฮูหยินน้อยตระกูลซูล้มป่วยและจากไปหลังจากที่แต่งเข้ามาในตระกูลซูได้เพียงไม่กี่เดือน แต่ไม่กี่เดือนสำหรับคนอื่นนั้นดูจะสั้นมากกว่าสิ่งที่หลินฟางซินได้เจอมาตลอดช่วงที่ยังมีลมหายใจอยู่ในเรือนตระกูลซูแห่งนี้อยู่ไม่น้อย

     

     

    ทุกคนเสพสุขกับสมบัติที่นางและครอบครัวของนางสร้างและทิ้งเอาไว้อย่างไม่รู้สึกละอายใจกันเลยแม้แต่คนเดียว เจินซูฮวาเสพสุขกับสินสมรสทั้งหมดที่ตกมาเป็นของตระกูลซูที่ในยามนี้นางเป็นฮูหยินเอกดูแลทุกอย่างในจวนตระกูลซูเรียบร้อยแล้ว

     

     

    ตระกูลซูได้ผลประโยชน์จากทรัพย์สินของภรรยาเอกผู้ล่วงลับอย่างล้นหลามไม่ต่างจากตระกูลเจินที่ได้กิจการต่าง ๆ ที่เคยอยู่ในมือพ่อลูกตระกูลหลินมาอยู่ภายใต้การดูแลของพวกเขาต่ออย่างมั่งคั่งไม่ต่างกัน

     

     

    เถ้าแก่เนี้ยสาวแห่งร้านรับซื้ออายุขัยโลกวิญญาณถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยใจหลังจากที่เห็นเรื่องราวของวิญญาณสาวตรงหน้า

     

     

     

    #น่าสงสารเกินไปแล้วหนูหลินลูก

    o(〒﹏〒)o

    #ยัยน้องฟางหรง หนูจะถอนหายใจหลังรู้เรื่องของลูกค้าแบบนั้นไม่ได้ ทำงานลูกทำงานนนนน

    ⋌༼ •̀ ⌂ •́ ༽⋋

     

    #งานไม่ใหญ่แน่นะวิ//ยัยน้องไม่ได้กล่าวค่ะ แหะๆๆ

    (❍ᴥ❍ʋ)

    #คุณรี้ดผู้น่ารักทั้งหลายคะ ไรท์มีเรื่องสอบถามฮะ ภรรยาน้อยของขุนนางในนิยายจีนโบราณส่วนใหญ่เขาใช้คำว่า อนุภรรยาหรือภรรยารอง เหรอคะ ไรท์ไม่แน่ใจว่าใช้ถูกหรือเปล่า แก้ไปแก้มาอยู่หลายรอบเลยค่ะ

    (ขอความกรุณาสงเคราะห์นักเขียนตัวน้อย ๆ สมองน้อย ๆ คนนี้ด้วยงับ เพราะจู่ ๆ คลังคำศัพท์ในหัวน้อย ๆ ของไรท์ก็ช็อตกระทันหันเลยฮะ)


    #ขอบคุณที่ติดตามมากนะคะ

    ʕ•ᴥ•

    คล้ายกับเรื่องร้านรับซื้ออายุขัยโลกวิญญาณ ที่คุณอ่าน