เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1

    ตอนที่ 44 เหมยกุ้ยฮวา

    “เช่นนั้นเป็นอันตกลงตามนี้ เจ้าจัดการเรื่องร้านได้เลยหลานปู่”
     

    “เช่นนั้น​ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าออกไปตกลงเรื่องร้านต่อเลยนะเจ้าค่ะ”
     

    "อืมไปเถิด มีเรื่องอันใดก็มาบอกปู่ได้เลยหลานรัก"
     

    "เจ้าค่ะ​ เช่นนั้นข้าลานะเจ้าค่ะท่านปู่"
     

    “ข้าลาขอรับท่านพ่อบุญธรรม​”
     

    “อืมม”
     

    หลังจากนั้นตระกูลเป่ยจึงเดินออกไปยังร้านตรงหน้าที่เถ้าแก่หลิงยกให้​ เมื่อรู้ว่าต้องซ่อมแซมหรือปรับปรุงอันใด​สิ่งใดบ้าง​ จึงไปจัดการรายละเอียดและแบบร่างต่อที่ร้านรับสร้างที่เก่าเจ้าเดิม​ เป็นอันได้ข้อตกลงว่า​จะปรับปรุงทั้งสามชั้นโดยที่​
     

    ให้ชั้นล่างสุดเป็นร้านขายสมุนไพร​ ที่ออกแบบให้คล้ายกับโซนขายเครื่องประดับจำพวกเพ็ชรในโลกเก่าที่นางจากมา การวางสมุนไพรจะทำชั้นเป็นตู้โชว์​พร้อมใส่สมุนไพรลงในภาชนะบรรจุของร้าน คล้ายกับกล่องแหวนกำมะหยี่ในยุคปัจจุบัน​ เพื่อให้รู้ว่าสมุนไพรแต่ละชนิดนั้น ล้ำค้าแค่ไหน
     

    ถัดมาที่ชั้นที่สอง​ ​จินเออร์วางแผนไว้ว่าจะเปิดเป็นร้านขายโอสถ​ โดยโอสถที่นางจะวางขายนั้น​ จะเป็นโอสถตั้งแต่ขั้นต่ำสุด​ ไปจนถึงขั้นสูงสุดที่สามารถหาซื้อได้​ นั้นก็คือระดับสวรรค์ แต่ก็นะราคาที่นางตั้งใจจะขายก็คงสูงตามกันไป เพราะทั้งแต่ระดับเทวะเป็นต้นไป ก็ใช่ว่าจะพบเจอได้ง่ายๆ นอกจากนี้ยังมีโอสถระดับอนันตกาล ที่นางคิดจะวางขายเป็นโอสถตามใบสั่ง​ โดยราคาที่คิดจะคิดตามความพอใจของนาง​ เพราะนางเป็นเจ้าของ​จะเอาแต่ใจบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกละมั้ง
     

    ชั้นบบนสุด นางวางแผนจะทำเป็นห้องรับรองของนางเองและห้องติดต่อผู้ซื้อขายที่มีระดับพิเศษขึ้นไปทั้งแต่ ระดับ สาม ระดับสอง และระดับหนึ่งคือระดับที่พิเศษที่สุด อย่างที่ว่าหากอยากให้ร้านเป็นที่พูดถึงและมีหน้ามีตาในสังคมไม่ว่าจะยุคไหนๆ การทำให้ร้านของตนเองมีสิทธิพิเศษจะเป็นตัวที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้อย่างแน่นอน
     

    เมื่อเข้าไปถึงร้าน ปฏิกิริยาของเถ้าแก่ซื่อเฉิน ก็ไม่ต่างจากเถ้าแก่หลิงมากนัก เมื่อหันไปเห็นจินเออร์ เพียงแต่คำตอบที่เถ้าแก่ซื่อเฉินได้อาจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย ตรงที่ว่าจินเออร์ป่วยหนักตอนหน้าหนาว จนมีปรมาจารย์ท่านหนึ่งผ่านทางมาและได้ให้ยาที่ช่วยยื้อชีวิตและรักษาอาการนางไว้ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือรูปลักษณ์ของนางที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเถ้าแก่ซื่อเฉินก็ไม่ได้สงใสอันใดมากมาย นับว่าเป็นข้อดีของร้านแห่งนี้ 
     

    สรุปว่าเถ้าแก่ซื่อเฉินจะรีบทำให้เสร็จภายใน 45 วัน เนื่องจากร้านเก่ามีสภาพที่ดีและมีเครื่องอำนวยความสะดวก รวมไปถึงของที่ใช้ได้เกือบเต็มร้อยอยู่แล้ว ระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขจึงน้อยกว่าเดิมจากที่จินเออร์คำนวณไว้ แต่เนื่องจากยังต้องรอเครื่องใช้และของตกแต่งที่ นางสั่งทำแบบใหม่โดยยึดรูปแบบจากภพก่อน เวลาที่ใช้จึงยืดออกไป
     

    นางไม่ได้คิดว่าเสียเวลาไปมากนัก เพราะนางต้องการให้ร้านค้าโอสถแห่งนี้ ออกมาดีที่สุด เพราะมันจะใช้เลี้ยงครอบครัวนางเป็นหลักในช่วงระยะเริ่มต้น อีกทั้งยังตอบคำถามที่มาของเงินที่นางนำออกมาใช้ได้อีกด้วย เมื่อตกลงคุยเรื่องซ่อมแซมร้านค้ากับเถ้าแก่ซื่อเฉินเรียบร้อยร้อยแล้ว จึงมาคุยเรื่องการต่อเติมบ้านต่อ

     

    “เช่นนั้นวันที่ข้าต่อเติมร้านค้าเจ้าเสร็จแล้ว วันถัดไปข้าจะไปต่อเติมบ้านของเจ้าต่อ ตามที่ได้คุยกันไว้ ก่อนหมดหน้าหนาว เจ้าว่าอย่างไร”
     

    “ดีเจ้าค่ะ เถ้าแก่ ข้าอาจต้องใช้อาคารและโรงเรือนเร็ว ๆ นี้”
     

    “กลัวจะร่ำรวยช้าหรือไร หืมม”
     

    “เช่นนั้นเจ้าค่ะ อิอิ”
     

    เมื่อตกลงเรื่องการต่อเติมบ้านและปรับปรุงร้านค้าเรียบร้อยแล้ว จินเออร์จึงแนะนำให้ท่านตาและท่านพ่อซื้อของไปเพิ่มเติมในครานี้ ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้ ต่างๆ ของบ้านเป่ยและครอบครัวซู เพราะนางมีภารกิจที่จะต้องทำหลังจากกลับไป และคาดว่า จะไม่ได้เข้าเมืองอีกบ่อยๆ เป็นแน่
     

    “เถ้าแก่เจ้าค่ะ ข้าอยากได้ต้นเหมยกุ้ย ฮวามีสีใดบ้างเจ้าค่ะ”
     

    “อืมม มีสีแดง สีชมพู และสีเหลืองขอรับคุณหนู คุณหนูต้องการสีใดหรือ”
     

    “อืม ข้าอยากได้สีขาวเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะมีสักต้นหรือไม่”
     

    “เอ่อ ขอโทษด้วยนะขอรับคุณหนู สีขาวนั้นเป็นพันธุ์ที่หายากมาก โดยการนำเข้าแต่ละที่ต้องรอจากชาวโพ้นทะเลไกลขอรับ นานๆ ทีถึงจะมีมาสาเหตุจากที่กลีบเหมยกุ้ยฮวาของมันมีสีขาวที่ช้ำง่าย และเห็นชัดเจน จึงมีราคาแพงและหายากขอรับ”
     

    “เช่นนั้นหรือเจ้าค่ะ ไม่เป็นไรเจ้าคะ ข้าขอเหมยกุ้ยฮวาสีเหลืองเพียงต้นเดียวก็ก็พอเจ้าค่ะ”
     

    “ได้ขอรับคุณหนูรอสักครู่”
     

    “มิใช่ว่า ริมฝั่งต้นสีแดงนั้นคือเหมยกุ้ยฮวาสีขาวรึ”
     

    “อ่ะ คุณชาย จริงๆ ด้วยขอรับ”


     

     

     

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1 ที่คุณอ่าน