“เช่นนั้นเป็นอันตกลงตามนี้ เจ้าจัดการเรื่องร้านได้เลยหลานปู่”
“เช่นนั้น เสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าออกไปตกลงเรื่องร้านต่อเลยนะเจ้าค่ะ”
"อืมไปเถิด มีเรื่องอันใดก็มาบอกปู่ได้เลยหลานรัก"
"เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าลานะเจ้าค่ะท่านปู่"
“ข้าลาขอรับท่านพ่อบุญธรรม”
“อืมม”
หลังจากนั้นตระกูลเป่ยจึงเดินออกไปยังร้านตรงหน้าที่เถ้าแก่หลิงยกให้ เมื่อรู้ว่าต้องซ่อมแซมหรือปรับปรุงอันใดสิ่งใดบ้าง จึงไปจัดการรายละเอียดและแบบร่างต่อที่ร้านรับสร้างที่เก่าเจ้าเดิม เป็นอันได้ข้อตกลงว่าจะปรับปรุงทั้งสามชั้นโดยที่
ให้ชั้นล่างสุดเป็นร้านขายสมุนไพร ที่ออกแบบให้คล้ายกับโซนขายเครื่องประดับจำพวกเพ็ชรในโลกเก่าที่นางจากมา การวางสมุนไพรจะทำชั้นเป็นตู้โชว์พร้อมใส่สมุนไพรลงในภาชนะบรรจุของร้าน คล้ายกับกล่องแหวนกำมะหยี่ในยุคปัจจุบัน เพื่อให้รู้ว่าสมุนไพรแต่ละชนิดนั้น ล้ำค้าแค่ไหน
ถัดมาที่ชั้นที่สอง จินเออร์วางแผนไว้ว่าจะเปิดเป็นร้านขายโอสถ โดยโอสถที่นางจะวางขายนั้น จะเป็นโอสถตั้งแต่ขั้นต่ำสุด ไปจนถึงขั้นสูงสุดที่สามารถหาซื้อได้ นั้นก็คือระดับสวรรค์ แต่ก็นะราคาที่นางตั้งใจจะขายก็คงสูงตามกันไป เพราะทั้งแต่ระดับเทวะเป็นต้นไป ก็ใช่ว่าจะพบเจอได้ง่ายๆ นอกจากนี้ยังมีโอสถระดับอนันตกาล ที่นางคิดจะวางขายเป็นโอสถตามใบสั่ง โดยราคาที่คิดจะคิดตามความพอใจของนาง เพราะนางเป็นเจ้าของจะเอาแต่ใจบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกละมั้ง
ชั้นบบนสุด นางวางแผนจะทำเป็นห้องรับรองของนางเองและห้องติดต่อผู้ซื้อขายที่มีระดับพิเศษขึ้นไปทั้งแต่ ระดับ สาม ระดับสอง และระดับหนึ่งคือระดับที่พิเศษที่สุด อย่างที่ว่าหากอยากให้ร้านเป็นที่พูดถึงและมีหน้ามีตาในสังคมไม่ว่าจะยุคไหนๆ การทำให้ร้านของตนเองมีสิทธิพิเศษจะเป็นตัวที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้อย่างแน่นอน
เมื่อเข้าไปถึงร้าน ปฏิกิริยาของเถ้าแก่ซื่อเฉิน ก็ไม่ต่างจากเถ้าแก่หลิงมากนัก เมื่อหันไปเห็นจินเออร์ เพียงแต่คำตอบที่เถ้าแก่ซื่อเฉินได้อาจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย ตรงที่ว่าจินเออร์ป่วยหนักตอนหน้าหนาว จนมีปรมาจารย์ท่านหนึ่งผ่านทางมาและได้ให้ยาที่ช่วยยื้อชีวิตและรักษาอาการนางไว้ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือรูปลักษณ์ของนางที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเถ้าแก่ซื่อเฉินก็ไม่ได้สงใสอันใดมากมาย นับว่าเป็นข้อดีของร้านแห่งนี้
สรุปว่าเถ้าแก่ซื่อเฉินจะรีบทำให้เสร็จภายใน 45 วัน เนื่องจากร้านเก่ามีสภาพที่ดีและมีเครื่องอำนวยความสะดวก รวมไปถึงของที่ใช้ได้เกือบเต็มร้อยอยู่แล้ว ระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขจึงน้อยกว่าเดิมจากที่จินเออร์คำนวณไว้ แต่เนื่องจากยังต้องรอเครื่องใช้และของตกแต่งที่ นางสั่งทำแบบใหม่โดยยึดรูปแบบจากภพก่อน เวลาที่ใช้จึงยืดออกไป
นางไม่ได้คิดว่าเสียเวลาไปมากนัก เพราะนางต้องการให้ร้านค้าโอสถแห่งนี้ ออกมาดีที่สุด เพราะมันจะใช้เลี้ยงครอบครัวนางเป็นหลักในช่วงระยะเริ่มต้น อีกทั้งยังตอบคำถามที่มาของเงินที่นางนำออกมาใช้ได้อีกด้วย เมื่อตกลงคุยเรื่องซ่อมแซมร้านค้ากับเถ้าแก่ซื่อเฉินเรียบร้อยร้อยแล้ว จึงมาคุยเรื่องการต่อเติมบ้านต่อ
“เช่นนั้นวันที่ข้าต่อเติมร้านค้าเจ้าเสร็จแล้ว วันถัดไปข้าจะไปต่อเติมบ้านของเจ้าต่อ ตามที่ได้คุยกันไว้ ก่อนหมดหน้าหนาว เจ้าว่าอย่างไร”
“ดีเจ้าค่ะ เถ้าแก่ ข้าอาจต้องใช้อาคารและโรงเรือนเร็ว ๆ นี้”
“กลัวจะร่ำรวยช้าหรือไร หืมม”
“เช่นนั้นเจ้าค่ะ อิอิ”
เมื่อตกลงเรื่องการต่อเติมบ้านและปรับปรุงร้านค้าเรียบร้อยแล้ว จินเออร์จึงแนะนำให้ท่านตาและท่านพ่อซื้อของไปเพิ่มเติมในครานี้ ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้ ต่างๆ ของบ้านเป่ยและครอบครัวซู เพราะนางมีภารกิจที่จะต้องทำหลังจากกลับไป และคาดว่า จะไม่ได้เข้าเมืองอีกบ่อยๆ เป็นแน่
“เถ้าแก่เจ้าค่ะ ข้าอยากได้ต้นเหมยกุ้ย ฮวามีสีใดบ้างเจ้าค่ะ”
“อืมม มีสีแดง สีชมพู และสีเหลืองขอรับคุณหนู คุณหนูต้องการสีใดหรือ”
“อืม ข้าอยากได้สีขาวเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะมีสักต้นหรือไม่”
“เอ่อ ขอโทษด้วยนะขอรับคุณหนู สีขาวนั้นเป็นพันธุ์ที่หายากมาก โดยการนำเข้าแต่ละที่ต้องรอจากชาวโพ้นทะเลไกลขอรับ นานๆ ทีถึงจะมีมาสาเหตุจากที่กลีบเหมยกุ้ยฮวาของมันมีสีขาวที่ช้ำง่าย และเห็นชัดเจน จึงมีราคาแพงและหายากขอรับ”
“เช่นนั้นหรือเจ้าค่ะ ไม่เป็นไรเจ้าคะ ข้าขอเหมยกุ้ยฮวาสีเหลืองเพียงต้นเดียวก็ก็พอเจ้าค่ะ”
“ได้ขอรับคุณหนูรอสักครู่”
“มิใช่ว่า ริมฝั่งต้นสีแดงนั้นคือเหมยกุ้ยฮวาสีขาวรึ”
“อ่ะ คุณชาย จริงๆ ด้วยขอรับ”