เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 48 ปะทะจักรพรรดิพรหมเทพ

    เทียนมายืนอยู่ข้างเรือมีกองทหารเตรียมไปกับองค์หญิงเจิ้งหนันหยวนอี้ 300 คน

    มีบ่าวไพร่คนสนิทองค์หญิงอีก 10 คน มี หัวหน้าคุมทัพคือแม่ทัพ ฉางอี้ เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับ จักรพรรดิ์อัครเทพ กับ รองหัวหน้าอีกสองคน เป็นราชันอัครเทพระดับ 70 ทั้งคู่ และมีกุนซืออีก หนึ่ง คนชื่อว่า เหลียงจง ส่วนคณะทูตของจักรวรรดิคิงส์หยาง มีหัวหน้าทูต กับลูกน้องอีก 10 คน หัวหน้าทูตมีพลังระดับราชันเท่านั้น นอกนั้นก็แค่อัครพรหมเทพ ระดับต้นเท่านั้น

    องค์จักรพรรดิเจิ้งหนันพร้อมเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย ต่างมาส่งกันเต็มไปหมด องค์จักรพรรดิเจิ้งหนัน

    กอดธิดาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วหันมาบอกกันเทียน

    “ ฝากดูแลหยวนอี้ด้วยนะ” เทียนได้แต่พยักหน้ารับไว้อย่างเดียว องค์หญิงหยวนอี้หันมองหน้าเทียน สงสัยว่า ทำไมไม่เอ่ยฝากกับท่านแม่ทัพ ฉางอี้ ทำไมมาฝากตนไว้กับเด็กชายวัย ไม่ถึง 10 ขวบ ที่แต่งกายคล้ายนักพรต ตัวเล็กนิดเดียว

    จากนั้นทั้งหมดก็ขึ้นเรือพญาหงส์ ลำใหญ่จุคนได้กว่า 500 คน แต่ขบวนขององค์หญิงครั้งนี้มีไม่ ถึง 400 คน มีห้องพักว่างอยู่มากมาย องค์หญิงให้เทียนอยู่ใกล้ๆ ตามที่จักรพรรดิสั่ง แล้ว ห้องนอนก็ต้องติดกัน ตามสั่งเช่นกัน

    “ นักพรตน้อย เจ้ามีดีอะไร ดูแล้วจักรพรรดิดูเชื่อใจเจ้านัก ถึงให้มาอยู่ใกล้ชิดองค์หญิงซะขนาดนี้” นางกำนัลคนสนิทขององค์หญิง เอ่ยถามในขณะที่เทียนนั่งอยู่ใน ห้องนั่งเล่นส่วนตัว โดยมีองค์หญิงก็นั่งฟังอยู่ด้วย

    “ ก็พอมีดีบ้างแต่ไม่มากนัก เพียงแต่ว่าข้าเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักม่านกู่ มาครั้งนี้เพื่อหาประสบการณ์เท่านั้น แต่ข้าเก่งเรื่องสร้างสิ่งนี้ ข้ามอบให้พวกท่านเป็นของขวัญ ที่พบหน้ากันครั้งแรกก็แล้วกัน ” เทียนมอบกำไล สร้อยคอ แหวน ตุ้มหู ปิ่นปักผม มอบให้นางกำนัลทุกคน แต่ไม่ได้ให้องค์หญิง ที่ได้แต่นั่งอยู่ในม่านมุก มองออกมาด้วยความสนใจ

    “ พวกพี่สาวใส่แล้ว จะมีพลังเพิ่มขึ้นอีก สี่ระดับ แล้วยังไม่พอยังสามารถต้านพิษได้เกือบทุกชนิด หากใครมีพลังไม่เกินระดับ อัครพรหมเทพ ระดับกลางไม่มีใครทำร้ายท่านได้เลย เพราะเครื่องประดับพวกนี้ข้าสร้างมาพร้อมกันสามแบบ

    คือเป็นการป้องกันพิษ ป้องกันการโจมตี และเพิ่มพลังยุทธ์ไปในตัว” เทียนกอดอกอธิบาย ทั้งหมดลองของโดยให้อีกฝ่ายโจมตี สุดท้ายคนโจมตีกระเด็นถอยหลังออกไปเป็นไปอย่างน่าอัศจรรย์ คราวนี้คนสนิทรีบเอาเครื่องประดับวิญญาณนี้เอาไปให้องค์หญิง และคนสนิททั้งสองดู แค่พอเห็นเท่านั้นก็รีบเดินออกมาทันที

    “ นักพรตน้อย นี่เจ้าทำเองจริง ๆ หรือนี่” องค์หญิงเปิดหน้ามาคุยกับเทียนแล้ว

    “ ใช่แล้ว ถ้าองค์หญิงสนใจ กระหม่อมจะทำให้ต่อหน้าพระองค์เลยก็ได้นะ”

    “ จริงนะ ข้าอยากให้เจ้าทำปิ่นปักผม กับ กำไล ให้เป็นอาวุธวิญญาณบ้าง” องค์หญิงนำปิ่นปักผม กับกำไลมา วางไว้ต่อหน้าเทียนทันที

    เทียนหยิบกำไลออกมาถือไว้ เป็นกำไลหยกสีเขียว เทียนหยิบเหรียญทองคำออกมา แล้วปล่อยพลังนิรันดร์เพื่อสร้างศัสตราวุธเข้าไป กำไลสีเขียวก็ค่อยๆ รวมกับเหรียญทองคำ แล้วใส่อักขระจอมเวทย์เข้าไปอีกกลายเป็นอาวุญวิญญาณชิ้นหนึ่งขึ้นมา โดยทองคำหลอมรวมเข้าไปหยกเขียว กลายเป็นหยกเขียวลายทองฝังอยู่ ส่งแสงออกมาเป็นประกายสวยงาม เทียนให้องค์หญิงลองสวมดู

    “ องค์หญิง ลองปล่อยพลังเข้าไปในหยกก่อน แล้วค่อยๆ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย” องค์หญิงทำตามทันที พอองค์หญิงใส่พลังเข้าไป ร่างกายขององค์หญิงค่อย ๆ หายไป นางกำนัลคนสนิทตกใจ ร้องหาองค์หญิงไปทั่ว

    “ องค์หญิงถอนพลังออกมาจากหยกได้แล้ว” เทียนเอ่ยเบาๆ

    จากนั้นร่างขององค์หญิงก็ค่อย ๆ ปรากฏออกมา สร้างความตกใจให้กับทุกคนยิ่งนัก แม้กระทั่งตัวองค์หญิงเอง

    “ นักพรตน้อยเจ้าเก่งยิ่งนัก นี่เรียกว่ากำไลอะไร” องค์หญิงเอ่ยถาม

    “ นี่เรียกว่ากำไลล่องหน กระหม่อมตั้งใจทำให้องค์หญิงโดยเฉพาะ เมื่อมีเหตุอันตรายให้ใช้วิธีนี้หลบออกมา” เทียนเป็นจอมเวทย์เรื่องนี้ทำได้สบายอยู่แล้ว

    “ ขอบใจเจ้ามาก” เหลือปิ่นปักผมอีกอัน เทียนนำมาผสมกำหยกสีดำ แล้วใช้พลังนิรันดร์ที่สาม แล้วใส่ยันต์เข้าไปอีก จากหยกโลหะสีทอง กลายเป็นปิ่นโลหะผสมหยกสีดำไปแล้ว

    “ นี่คือปิ่นป้องกันพลังโจมตี และพิษ เพื่มพลังในการต่อสู้อีก 4 ระดับ” องค์หญิงชอบมาก เพราะเครื่องประดับโดนอัพเกรดให้สวยขึ้น จากนั้นเทียนก็ยังมอบเกราะ มังกรขนเม่นให้องค์หญิงไว้ใส่อีกตัว หลังจากเทียนอัพเกรดแล้ว พลังระดับราชัน

    ก็ไม่อาจทำร้ายคนใส่ให้เกิดอันตรายได้ องค์หญิงเข้าไปในห้องแล้วลองใส่ทันที

    พอเดินออกมา ชุดนี้กับไม่มีใครมองเห็นว่า องค์หญิงได้สวมชุดเกราะเลย เหมือนมันล่องหนไปแล้ว แล้วตั้งแต่นั้น ทั้งองค์หญิง ทั้งบ่าวทุกคนต่างให้ความเป็นกันเองกับเทียน ทำให้เทียนนั่งอยู่ในห้ององค์หญิงอย่างสบายใจ ระยะเวลาเดินทางไปที่จักรวรรดิคิงส์หยาง ต้องใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน พอเข้าวันที่ สองก็เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ มีสัตว์บินได้ประเภทอีกา นับหมื่นตัว บุกเข้ามาโจมตีเรือลำนี้จนต้อง สั่งให้รีบจอดลงพื้น ก่อนที่จะถูกโจมตีร่วงลงมาเอง เทียนออกมาดู ยังไม่ทันจะขับไล่อีกา ไป แม่ทัพก็สั่งให้ เรือจอดลงพื้นดินแล้ว เพื่อความปลอดภัย

    ในขณะที่มองไปบนท้องฟ้า ยังมีอีกา ลอยอยู่เต็มท้องฟ้าไปหมด เทียนยังไม่ทำอะไร รอดูเหตุการณ์ไปก่อน คิดว่าอีกไม่นาน คนที่สร้างเรื่องต้องปรากฏออกมาอย่างแน่นอน

    แม่ทัพฉางอี้ สั่งให้ทุกคนเดินทางด้วยเท้าไปก่อน จนกว่าอีกาพวกนี้จะจากไป

    แม่ทัพนำรถม้าออกจากมิติส่วนตัว แล้วเก็บเรือหงส์บิน แล้วทั้งหมดก็เดินทางต่อ

    เทียนนั่งรถม้าไปกับองค์หญิง เพื่อความปลอดภัย แล้ว เทียนก็ส่งจิตออกไปตรวจสอบโดยรอบ หากว่ามีอันตราย ก็จะได้ป้องกันไว้ก่อน ในที่สุดเทียนก็สัมผัสได้ว่ามีกองกำลังมาเตรียมรอไว้จริงๆ มีกองกำลังประมาณ สามพันคนไม่รู้เป็นใคร

    พวกมันคงเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว เทียนบอกองค์หญิงให้เตรียมตัวไว้ เทียนเรียกให้กระรอก 5 สีออกมา แล้วสั่งให้มันคุ้มครององค์หญิงเอาไว้ แล้วเทียนก็ออกจากรถม้าไปข้างนอก แม่ทัพฉางอี้ ยกมือให้ทุกคนหยุด เพราะว่ามีม้าศึก เกือบสามพันคน เตรียมพุ่งเข้ามาทางนี้ แม่ทัพฉางอี้สั่งเตรียมพร้อม แล้วก็กระโดดอ้อมไปต้านทัพเพียงคนเดียว แล้วใช้พลังจักรพรรดิพรหมเทพ ขั้นต้น ปล่อยพลังออกไป

    ฝ่ายตรงข้ามที่มา ก็มีฝีมือ ระดับจักรพรรดิพรหมเทพเช่นกัน จึงปล่อยพลังออกมาปะทะกัน เสียงดัง โครม พลังของทั้งสอง ทำให้ต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงราบเป็นหน้ากลอง

    บนท้องฟ้า มีปรมาจารย์ระดับ จักรพรรดิพรหมเทพ อีก 2 คนยืนกอดอกมองดูอยู่

    “ พี่ใหญ่แค่ระดับ จักรพรรดิพรหมเทพแค่คนเดียว ถึงกับให้พวกเราต้องมาช่วยลงมือเลยหรือ” ชายชุดสีแดงเอ่ย ออกมาแบบสบาย ๆ

    “ เป็นคำสั่งองค์รัชทายาท เรื่องนี้จะพลาดไม่ได้ ฆ่าพวกมันให้หมด แล้วจับองค์หญิงเจิ้งหนันหยวนอี้ไป” ชายชุดน้ำเงิน ออกคำสั่งอย่างแผ่วเบา

    เทียนออกมาจากรถม้า แล้วขว้างหยกค่ายกล 5 ธาตุออกไป จนครบแปดทิศแล้ว

    บอกองค์หญิงกับทุกคนห้ามลงจากรถม้า แล้วเทียนก็หายกลายเป็นลมออกไป

    ลอยอยู่บนฟ้า มองมาที่กองทัพสามพันคนกำลังเข้ามา ทหารทั้งสามร้อยคนคงต้านไม่ไหวแน่ ส่วนด้านบนยังมี ยอดยุทธ์ที่น่ากลัวอีก 2 คนยืนมองอยู่ ต้องกำจัดยอดยุทธ์สองคนนี้ก่อน เทียนเปลี่ยนร่างเป็นซูเทียน แล้วลอยออกไปยืนขวาง สองจักรพรรดิที่กำลังปล่อยพลังลงมา เทียนใช้ปีกคุณเผิง ปล่อยไปปะทะ ทันที โครม ! พลังของทั้งสองที่ปล่อยมาสลายไป

    “ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกัน มีพลังแค่ราชันยุทธ์เท่านี้หาญกล้ามาขวาง พวกเราจักรพรรดิยุทธ์เชียวหรือ” คนชุดน้ำเงินเอ่ยถามทันทีด้วยความสงสัยว่าเทียนคือใครแล้วแอบใช้พลังตรวจสอบว่ายังมีใครอยู่อีกหรือไม่

    “ ข้าแค่ผ่านมา เห็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก อดไม่ได้ที่จะเข้าช่วย ข้าขอเตือนพวกเจ้าทั้งสองคนไว้ก่อน หยุดได้ก็หยุดซะ หาไม่ข้าจะเป็นคนหยุดพวกเจ้าเอง”

    เทียนเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แค่พลังยุทธ์แค่นี้ คิดหรือว่า จะทำอะไรข้าได้” คนชุดแดงหัวเราะออกมาเสียงดัง ที่ได้ฟังคนระดับพลังยุทธ์อ่อนกว่า กลับมาขู่พลังยุทธ์มากกว่า

    แต่ว่าชายชุดน้ำเงินเริ่มตระหนก ที่เห็นเทียนยังนิ่ง ไม่สะทกสะท้านทั้งที่เจอคนที่มีพลังยุทธ์มากกว่า ขณะที่จะพูดเตือนศิษย์น้อง ก็เห็นร่างของศิษย์น้องหายไปเข้าโจมตีเทียนเสียแล้ว เทียนได้แค่ส่ายหัวไม่พูดอะไร พอสัมผัสว่าชายชุดแดงมาใกล้ตัว เทียนแค่ยกแขนขึ้นแล้วปล่อยธนูยิงตะวัน เข้าใส่ดอกเดียว ร่างของชายชุดแดง ถูกยิ่งเข้าที่หน้าอก ลอยลิ่วออกไปไกล แล้วร่างก็ระเบิดทันที ตูม !

    ชายชุดน้ำเงินเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ แล้วโมโหยิ่งนัก ที่เห็นว่าเทียนมีอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงขนาดนี้ แม้แต่พลังปราณจักรพรรดิที่คุ้มกาย ยังไม่สามารถต้านทานได้เลย จึงชักกระบี่พุ่งเข้าใส่เทียน แล้วปล่อยพลังจักรพรรดิพรหมเทพเข้ากดดันให้เทียนขยับไม่ได้ เพราะคิดว่าเทียนคงมีธนูวิเศษแค่นี้ แค่หลบไม่ให้ถูกยิง คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่า เทียนได้ร่ายเวทย์กักขัง เอาไว้ตรงด้านหน้า ถึงแม้ไม่สามารถกักขังได้นาน แต่ก็สามารถทำให้หยุดได้ชั่วครู่ ทำให้ชายชุดน้ำเงินถึงกับตกใจที่ร่างกายอยู่ก็ขยับไม่ได้ พอเริ่มปล่อยพลังระดับจักรพรรดิออกมาเพื่อให้หลุด แต่ไม่ทันแล้ว ลูกธนูยิงตะวันพุ่งเข้าเจาะกะโหลก ตายคาที่ เทียนเดินเข้ามาดูดพลังยุทธ์และความทรงจำที่สมองออกมาจนหมด

    “ รัชทายาท กล้าส่งคนมาเพื่อล้มพิธีอภิเษกสมรส เพื่ออะไรกัน?” เทียนสงสัย

    แต่ต้องรีบไปดูองค์หญิงก่อน เห็นกองทัพเข้าโอบล้อม ทหารทั้งสามร้อยคน ที่เวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง ทหารที่เหลือต่างเข้ามาล้อมรถม้าขององค์หญิงเอาไว้

    ทหารเกือบสามพันคนไม่สามารถเข้ามาได้ เพราะเจอเจ้ากระรอก ห้าสีไล่เผาไฟ

    จนกองทหาร แตกกระเจิงไป ส่วนที่เข้าไปได้ ก็เจอค่ายกลด่านแรกคือค่ายกลปฐพี ยังไม่มีใครเข้าใกล้ได้เลย ส่วนแม่ทัพฉางอี้ ก็สู้กับหัวหน้าโจร จนบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่

    พอเห็นว่ามีค่ายกลป้องกันเอาไว้ แม่ทัพฉางอี้เลยถอยเข้ามาอยู่ในค่ายกลทันที ส่วนทหารสามพันคนถูกเจ้ากระรอกปล่อยไฟออกจากปาก จนกองทัพ สามพันเหลือไม่ถึง พัน แต่ก็ไม่ยอมหนี ได้แต่ล้อม กลุ่มขององค์หญิงหยวนอี้ อยู่รอบ ๆ ไม่ให้หนีไปไหนได้ แล้วรอคำสั่งจากหัวหน้าโจรอีกที กระรอกห้าสีก็ถอยออกมาเพื่อป้องกันองค์หญิง ไม่ติดตามไป เทียนกลับมาเป็นเด็กวัย 9 ขวบหลี่เทียนตามเดิม แล้วเริ่มรักษาคนเจ็บทันที เทียนรักษาแม่ทัพฉางอี้ก่อน พอหายแล้วก็ค่อยไปรักษาทุกคนจนหายเป็นปกติ บางคนแค่แขนหัก ขาหัก เทียนแค่ใช้มือดึงแขน ขาให้เข้ามาเป็นปกติ แล้วพลังเทพเซียนบริสุทธ์ปล่อยเข้าไป สักพักก็หาย แต่บางคนบาดเจ็บหนัก แขนขาด ขาขาด ถูกแทงไส้ไหล พวกเจ็บหนักพวกนี้ ต้องใช้เม็ดยาระดับสวรรค์ให้กิน ไม่ช้า ทั้งหมดก็หายดี เป็นปกติ องค์หญิงหยวนอี้

    และคนสนิท ท่านแม่ทัพ รองแม่ทัพ กุนซือ และทหารทุกคน ไม่คิดว่า เด็กวัย 9 ขวบ จะรักษาอาการของทุกคนให้หายเป็นปกติได้ ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นหมอที่ไหนจะใจเย็นและรักษาอาการทุกคนอย่างสงบเหมือนเด็กชายคนนี้เลย

    จากสายตาที่ผ่านมามองว่า เทียนเป็นนักพรตน้อยที่มาฝึกตน เดี๋ยวนี้ทุกคนต่างให้ความเคารพเทียน อย่างจริงใจ

    แม่ทัพเชิญทุกคนมาหารือกัน ว่าจะทำอย่างไรต่อดี โดยเชิญเทียนเข้าร่วมฟังด้วย

    “ เวลานี้พวกมัน ยังดักรอเราอยู่ กำลังพวกเราเหลือเพียง 180 คนเท่านั้น ถ้าหากเราบุกเข้าไปคงไม่รอดแน่ๆ” รองแม่ทันคนที่ 1 รายงาน

    “ พวกเราคงต้องเรียกกำลังเสริม ท่านทูต สามารถส่งนกพิราบแจ้งข่าวไปในจักรวรรดิคิงส์หยาง ขอความช่วยเหลือจะได้ไหม” แม่ทัพฉางอี้เอ่ยถามทูตของคิงส์หยางที่เวลานี้เหลือกันอยู่แค่ 5 คนเท่านั้น

    “ ไม่สามารถติดต่อได้เลย พวกเราส่งออกไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่ถูกพวกมันยิงตายทั้งหมด” ทูตเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ

    “ ท่านกุนซือเหลียงจง ท่านช่วยออกความคิดหน่อยเถอะ พวกเราควรทำอย่างไรดี” แม่ทัพฉางอี้ เอ่ยถามกุนซือเหลียงจง เพราะเห็นเขานั่งนิ่งไม่พูดอะไรเลย

    “ ท่านแม่ทัพ ข้าว่า พวกเราอาจกลายเป็นชนวนให้เกิดสงครามแน่แล้ว” กุนซือพูดคำนี้ทุกคนต่างตกใจ และไม่เข้าใจ

    “ ท่านกุนซือ โปรดอธิบาย” องค์หญิงนั่งฟัง เริ่มสงสัย

    “ เรื่องนี้ข้าคิดมาหลายคืน ถ้าจักรวรรดิคิงส์หยางเจตนาดีจริงทำไมไม่ส่งองค์ชายใหญ่มากับคณะทูต ก่อน แต่กลับให้พวกเราส่งตัวองค์หญิงมาอภิเษกสมรสก่อนส่วนโจรทั้งสามพันคนนี้ เท่าที่ข้าสังเกต ดูรองเท้า ล้วนทำมาจากจักรวรรดิคิงส์หยาง

    ส่วนศพคนที่ตายส่วนใหญ่ล้วนหน้าตาเกลี้ยงเกลา ซึ่งหน่วยทหารเท่านั้นถึงได้มีระเบียบแบบนี้ ถ้าเป็นโจร พวกมันคงไม่โกนหนวดโกนเคราออกหมดขนาดนี้

    แล้วที่สำคัญที่สุด อาวุธที่ใช้ ล้วนเป็นอาวุธที่ทำจากเหล็กกล้า ถึงแม้ไม่มีตราแต่ก็เป็นอาวุธที่ทำกองทหารอย่างแน่นอน ใครๆ ดูก็รู้ ถ้าข้าเดาไม่ผิด กลุ่มคนเหล่านี้

    น่าจะเป็น นักรบเผ่าเว่ย ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าเป็นคนขององค์ชายรัชทายาท จริงไหมท่านทูต” เหลียงจงเอ่ยถามไปทางท่านทูตที่ได้แต่กำมือแน่นไม่พูดอะไรออกมา เพราะเขารู้แล้วตั้งแต่โจรเหล่านี้วิ่งเข้ามา ไม่มีโจรร้ายใดใด ที่จะมีกองกำลังมากถึงขนาดนี้ ได้แค่แค้นใจพูดไม่ออก ที่จงรักภักดีมาตลอด สุดท้ายก็กลายเป็นเบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้น

    “ เรื่องนี้องค์ชายรอง ซีหยางนั้นจะรู้เห็นด้วยหรือไม่” แม่ทัพเอ่ยถามกุนซือเหลียงจง

    “ รู้หรือไม่รู้ ก็ไม่มีผล เพราะจะอย่างไร รัชทายาทต้องการทำสงครามครั้งนี้ อำนาจทางการทหารกลุ่มนี้ ก็อยู่ในมือองค์รัชทายาท องค์ชายรองซีหยางไม่มีอำนาจอะไรอยู่แล้ว

    เพราะฉะนั้น พวกมันต้องส่งคนมาฆ่าพวกเราจนหมดอย่างแน่นอน พวกท่านลองคิดดู ว่าองค์จักรพรรดิเจิ้งหนันเฉิน จะทำเช่นไร เมื่อรู้ว่าพวกเราถูกฆ่าตายหมด แล้ว องค์ชายใหญ่ก็พลอยถูกฆ่าไปด้วย” กุนซือเอ่ยถามทุก ๆ คน ทำให้ทุกคนได้แต่นิ่งคิด

    “ แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี ท่านกุนซือ” รองแม่ทัพที่ 1 เอ่ยขึ้นมา แต่องค์หญิงเริ่มมีน้ำตาเอ่อขึ้นมาแต่ไม่พูดอะไร ทุกคนต่างนิ่งเงียบ ไม่รู้จะทำอย่างไร ถอยก็ไม่ได้ เดินต่อไปก็ไม่ได้ เทียนเห็นทุกคนเงียบเลยเอ่ยออกไปว่า

    “ ก็เดินหน้าต่อไป เข้าจักรวรรดิคิงส์หยาง แล้วพาตัวองค์ชายใหญ่กลับบ้าน...”

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน