ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 51 เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

            แต่ซูหมิงเยว่รู้ เวินเยว่ไม่ได้มาหานางหรอกชาตินี้นางกับเวินเยว่ไม่ได้เจอกันมากนัก ทั้งสองเจอกันแค่ในงานเลี้ยงชมดอกไม้ครั้งที่แล้วเวินเยว่มีความคิดอะไรกันแน่ถึงได้มาหานางเช่นนี้ นางไม่เข้าใจเลยจริงๆ แต่การมาของเวินเยว่ก็ถือเป็นการช่วยซูหมิงเยว่ที่ตกที่นั่งลำบากเอาไว้พอดี

            “หม่อมฉันไม่รู้มาก่อนว่าฮองเฮาเหนียงเหนียงไปสนิทกับคุณหนูซูตั้งแต่เมื่อไหร่”หลันหลินยิ้มแข็งทื่อ แค่เวินเยว่ปรากฏตัวก็ถือว่าขัดขวางเรื่องของนางแล้วเป้าหมายคงไม่ได้มีเพียงแค่นี้แน่

            เวินเยว่ไม่ได้ตอบคำถามของหลันหลิน แต่กลับมองนางด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยอำนาจก่อนจะพูดเสียงเย็น“เมื่อครู่ตอนที่เปิ่นกงเข้ามา เหมือนจะได้ยินหลันจาวอี้ถกเถียงกับคุณหนูซู อีกทั้งบ่าวรับใช้ของตำหนักจิ่นเหอเหมือนจะลงมือกับคุณหนูซูด้วยใช่หรือไม่?”

            เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา เหล่านางกำนัลที่ลงมือกับซูหมิงเยว่ก็ถึงกับตัวสั่นหน้าขาวซีด

            สายตาของหลันหลินเปล่งประกายวาบพร้อมกำปลายนิ้วตัวเองแน่น สีหน้าหวั่นวิตกนางฝืนยิ้มแล้วกล่าว “จะไปมีเรื่องแบบนั้นได้ที่ไหนกันเพคะเมื่อครู่จะต้องเป็นการเข้าใจผิดแน่เพคะ”

            “เข้าใจผิดหรือ?” น้ำเสียงของเวินเยว่แผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยอำนาจคุกคามที่ผู้อื่นไม่อาจสงสัยออกมา“เปิ่นกงไม่ยักรู้ว่าหลันจาวอี้เชิญคุณหนูซูเข้าวังมาโดยกระทำการเช่นนี้”

            ซูหมิงเยว่คอยสังเกตสีหน้าของเวินเยว่อยู่ตลอด พอฟังคำพูดของนางจบในใจก็ยิ่งไม่เข้าใจท่าทีของเวินเยว่ หรือว่าฮองเฮาจะมาช่วยนางแก้ไขสถานการณ์กัน?

            “ฮองเฮาเหนียงเหนียงอาจจะฟังผิดไป เป็นแค่ความเข้าใจผิดเท่านั้นเพคะ”

            สีหน้าของหลันหลินย่ำแย่ลงเรื่อยๆ บนหน้าผากก็มีเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมดนางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าซูหมิงเยว่นั้นเข้าหาเวินเยว่ตั้งแต่เมื่อไหร่อีกฝ่ายถึงได้มาช่วยออกหน้าแทนนางเช่นนี้

            “จริงหรือ” เวินเยว่ยกยิ้มน้อยๆ จากนั้นสายตาก็เลื่อนมาทางซูหมิงเยว่“เช่นนั้นเปิ่นกงถามคุณหนูซูดีกว่า ว่าเปิ่นกงนั้นเข้าใจผิดหรือไม่”

            หลันหลินได้ยินเข้าก็ยิ่งร้อนรนขึ้นกว่าเดิม สายตามองซูหมิงเยว่อย่างไม่พอใจและเตือน

            แต่คนถูกมองกลับไม่ได้แม้แต่ปรายตามองนางเลยหลันหลินโกรธจนกัดฟันแน่นแทบแตก ทำได้แค่ภาวนาในใจว่าซูหมิงเยว่นั้นจะรู้ว่าเวลาไหนเหมาะสมและไม่พูดจามั่วซั่วออกมา

            แต่เรื่องมักไม่เป็นไปดั่งที่หวัง ซูหมิงเยว่เองก็คิดไม่ถึงว่าเวินเยว่คนนี้จะโยนคำถามมาให้คงกำลังอยากให้ตนเลือกสักอย่าง ระหว่างเลือกเวินเยว่แล้วบอกความจริงทั้งหมดหรือเลือกหลันหลินแล้วปกป้องนางและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ถึงตอนนี้ซูหมิงเยว่จะยังไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเวินเยว่ถึงช่วยนางแต่การเลือกที่ฉลาดตอนนี้ก็ต้องเลือกอย่างแรกอยู่แล้วดังนั้นนางจึงใช้เวลาครุ่นคิดเพียงเล็กน้อย

            ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นน้อยใจทันทีแล้วเริ่มร้องไห้ไปกล่าวไป“เหนียงเหนียง เหนียงเหนียงโปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”

            “ซูหมิงเยว่!” หลันหลินรีบตวาดออกมา ในใจเต้นระทึกรู้สึกว่าเรื่องนี้แย่แล้ว

            “หลันจาวอี้” สายตาเวินเยว่กวาดมองไป หลันหลินถึงกับเงียบทันทีทำได้แค่กลืนคำพูดลงท้องตัวเองไป

            “เปิ่นกงอยู่ที่นี่ เจ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่ได้รับความยุติธรรมก็พูดออกมายังไม่เคยมีใครกล้าอวดดีตรงหน้าเปิ่นกงมาก่อน”

            ถึงแม้นางจะพูดกับซูหมิงเยว่ แต่คำพูดนั้นกลับสะท้อนให้หลันหลินฟัง ใบหน้าของหลันหลินถึงกับซีดสลับเขียวคล้ำ

            “เพคะ เหนียงเหนียง” ซูหมิงเยว่พูดไปแววตาเรียบนิ่งก็มองหลันหลินไป จากนั้นก็หัวเราะเสียงเย็นออกมา“เหนียงเหนียง เรื่องมันเป็นเช่นนี้เพคะ หลันจาวอี้บังคับลงโทษหม่อมฉันเพคะ”

            ต่อมาซูหมิงเยว่ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านขายผ้าและเหตุผลที่ทะเลาะกับองค์หญิงสีให้ฟังถึงแม้จะไม่ได้ใส่สีตีไข่ลงไป แต่พอฟังจบแล้ว คนที่มีเหตุผลต่างก็รู้ว่าองค์หญิงสีนั้นเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

            ซูหมิงเยว่เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะมองหลันหลินแล้วพูดต่อ“ส่วนเมื่อครู่หลันจาวอวี้ไม่ได้ถามเหตุผลแล้วลงโทษหม่อมฉันเลยเพคะ นางยังบอกอีกว่าคนของราชวงศ์ทำอะไรไม่ต้องมีเหตุผล”

            สีหน้าของหลันหลินย่ำแย่จนถึงขีดสุด สายตาที่จ้องซูหมิงเยว่เกลียดจนอยากจะถลกหนังนางออกมาผ้าเช็ดหน้าในมือถูกเล็บจิกจนเป็นรูหลายรู

            “ซูหมิงเยว่ เจ้าพูดอะไรไร้สาระออกไปกัน?” 

            หลันหลินดวงตาแดงก่ำ หากไม่ใช่เพราะเวินเยว่อยู่ตรงนี้ คาดว่านางคงจะพุ่งไปตรงหน้าซูหมิงเยว่แล้ว

            “หลันจาวอี้ หม่อมฉันเพียงแค่พูดความจริงเท่านั้น”

            สีหน้าเวินเยว่โกรธจัด นางมองหลันหลินด้วยแววตาไม่พอใจ “หลันจาวอี้ ที่คุณหนูซูพูดมานั้นเป็นความจริงหรือไม่?”

            หลันหลินส่ายหน้าอย่างแรง “ฮองเฮาเหนียงเหนียง นางกำลังโกหกเพคะ เรื่องไม่ได้เป็นไปอย่างที่นางพูด”

            เวินเยว่กลับไม่ฟังคำแก้ตัวของนางแล้วหรี่ตาลง “อำนาจของราชวงศ์เป็นสิ่งที่ให้เจ้าเอามาอวดดีตั้งแต่เมื่อไหร่คนของราชวงศ์ทำอะไรไม่ต้องมีเหตุผลหรือ หากคำพูดเช่นนี้ไปถึงหูฮ่องเต้ เจ้าคิดว่าจะเป็นอย่างไร?”

            หลันหลินได้ยินก็ชะงักไป ต่อมาทั้งร่างก็เริ่มสั่นจนควบคุมไม่อยู่“ข้าเปล่า ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะเพคะ เหนียงเหนียง”

            นางพูดไปก็ชี้นิ้วไปทางซูหมิงเยว่ ใบหน้าปกปิดความเกลียดชังเอาไว้ไม่มิด“เป็นเพราะนาง เป็นเพราะนางคนชั้นต่ำพูดจาไร้สาระนี่”

            “พอแล้ว หลันหลิน เปิ่นกงอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาทำตัวหยาบคาย”

            เวินเยว่พูดเสียงเย็นออกมา “การที่คุณหนูซูจะพูดโกหกหรือไม่นั้น คิดว่าเปิ่นกงจะไม่รู้อย่างนั้นหรือ?ลูกสาวของเจ้านิสัยเป็นอย่างไรเปิ่นกงก็รู้ดี ยโสโอหัง ไม่มีเหตุผลนี่แหละลูกสาวตัวดีที่เจ้าเลี้ยงมา ปกติแล้วเปิ่นกงหลับตาข้างเดียวแล้วก็ปล่อยไปมาตลอดแต่ครั้งนี้กลับไปทำเรื่องขายหน้านอกวัง แบบนี้จะให้ราชวงศ์เอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน?”

            เวินเยว่พูดเสียงเข้ม เมื่อคำพูดสุดท้ายจบลงก็ทำเอาหลันหลินถึงกับพูดไม่ออก

            หลันหลินอ้าปาก หาคำโต้แย้งกลับไม่ได้

            ภายในตำหนักก็เงียบไป

            “หลันหลิน” ผ่านไปครู่หนึ่งเวินเยว่ก็ยืนขึ้นทำลายความเงียบภายในเรือน“เห็นแก่ที่เจ้าอยู่ในวังหลังอย่างสงบเสงี่ยมมาตลอด ครั้งนี้จะถือว่าปล่อยไป สั่งสอนลูกสาวเจ้าให้ดี”

            หลันหลินกำเสื้อแน่นไม่พูด นางก้มหน้าลง แต่แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ 

            “เอาล่ะ เปิ่นกงไม่อยากอยู่ที่นี่นาน” นางพูดจบก็มองซูหมิงเยว่ “คุณหนูซูเจ้ากับข้าไม่ได้เจอกันเสียนาน ตามเปิ่นกงไปที่วังดีกว่าหรือไม่?”

            ซูหมิงเยว่ชะงักไป สายตาที่มองเวินเยว่นั้นแฝงไปด้วยความประหลาดใจไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ เวินเยว่ถึงได้เชิญนางแต่วันนี้เวินเยว่มาช่วยนางแก้ไขสถานการณ์ ไม่มีเหตุผลอะไรที่นางจะปฏิเสธคำเชิญของเวินเยว่

            “หม่อมฉันขอบพระทัยเพคะ ฮองเฮาเหนียงเหนียง”

            เวินเยว่สะบัดแขนเสื้อแล้วไม่ได้มองไปที่หลันหลินอีก จากนั้นก็พานางกำนัลออกจากตำหนักไปซูหมิงเยว่เองก็เดินตามหลังนางไป ตอนที่กำลังจะออกไปนั้น นางก็หันไปมองหลันหลินหนึ่งทีซึ่งหลันหลินเองก็จ้องนางกลับด้วยนัยน์ตาดุเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

            พอออกจากตำหนักใหญ่มาก็มุ่งหน้าออกจากตำหนักจิ่นเหอตอนที่เดินอยู่บนทางเดิน ซูหมิงเยว่ก็เห็นหนึ่งในประตูตำหนักถูกเปิดออก หากจำไม่ผิดห้องนั้นเป็นห้องที่มีเสียงกรีดร้องขององค์หญิงสีดังออกมาเมื่อครู่

            ตอนที่กำลังคิดอยู่นั้น สาวใช้คนหนึ่งก็ออกมาจากด้านในต่อมาคนที่ตามอยู่ด้านหลังกลับเป็นองค์หญิงสีท่าทางขององค์หญิงสีนั้นมีการปกปิดเล็กน้อย เหมือนคนกำลังหลบซ่อนอะไรบางอย่าง


    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382