ตอนที่ 13 ใครได้เปรียบ
“ พวกเจ้าไม่ต้องใส่ใจเรื่องของข้าและสหายหรอก เอาเป็นว่าใช้ฝีมือของพวกเจ้ามาคุยกับข้าบนลานประลองแทนก็แล้วกัน ” ไม่สนใจที่จะต่อความยาวสาวความยืดอีก และรีบก้าวเท้าเดินตามอี้หลานและฟงหมิง ชายหนุ่มที่ถูกดึงแขนทันที ปล่อยให้เพื่อนของนาง 3 คน ต่างยืนมองกันอย่างมึนงงทันที “ ซีเหนียงไม่น่าใช่ผู้หญิงแบบนี้นะ ” ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนเงียบตั้งแต่แรก ก็พึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ เพราะหากตาไม่บอดก็รู้ ว่าซีเหนียงนั้นแอบทำคะแนนแข่งกับสหายศิษย์ของนางอี้หลานแน่ๆ “ แน่ล่ะ ซีเหนียงไม่ควรเก็บเขาไว้เพียงคนเดียว หึ่ม ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะซ่อนเขาไว้ได้มิดชิด ผู้ชายเช่นนี้ข้ารู้สึกได้เขาต้องมีชื่อเสียงในอนาคตแน่....ในตอนนั้นต่อให้ซีเหนียงอยากจะซ่อน ข้าก็ใคร่รู้นางจะใช้วิธีใด ” ฝูหนิงแอบยิ้มออกมาเบาๆระหว่างเดินตามพวกซีเหนียงไป “ นี่เจ้าจะไปไหน พวกเรานัดกับสงเหลาไว้แถวนี้นะ ” และชายร่างสูงเห็นเพื่อนสาวของนางเดินออกไปก็รีบทักทันที “ จะรอสงเหลาก็เรื่องของเจ้า แต่ข้าไม่ใช่ผู้ติดตามของมัน เพราะงั้นข้าอยากจะไปไหนมันก็เรื่องของข้านะ ” ไม่เห็นไปมองสหายนางเป็นครั้งที่สอง ตัวฝูหนิงรีบเดินออกไปทันที และทางอู่เทียน พอได้ยินอย่างนี้ก็ช็อคทันที ก่อนที่เขาจะหันไปมองเพื่อนสาวอีกคน ก็พบว่าหายไปตั้งนานแล้ว ตอนนั้นก็เหลือเขาเพียงคนเดียวแล้วในตอนนี้ ซึ่งหากดูดีๆ จากตอนแรกที่มีคนจับตามองแต่เขา ตอนนี้พอสองสาวเดินไป สายตาเหล่านั้นก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน และท้ายสุดตัวเขาก็ไม่ต่างกับลูกศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มลูกศิษย์ “ เทียน แล้วหลิงฉี และฝูหนิงล่ะไปไหน ” ตอนนั้นระหว่างที่อู่เทียนกำลังยืนงงไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ก็มีเสียงคุ้นเคยดังออกไปมาจากด้านข้าง พบเป็นชายหนุ่มผมแดงหน้าตาดีคนหนึ่งที่เดินมา ตอนนั้นสายตารอบข้างก็หันกลับมามองกลุ่มเขาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มผู้มาใหม่สงเหลา เป็นแชมป์ชายที่ชนะงานประลองเมื่อครั้งที่แล้วนั่นเอง และนั่นจึงทำให้เขาพอมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในหมู่ลูกศิษย์ไม่ธรรมดา “ พวกนางเดินไปยังสนามประลองล่วงหน้าแล้ว.... ” ไม่รู้จะพูดยังไง หากจะบอกว่าพวกนางสนใจผู้ชายคนหนึ่ง และพากันเฮโลเดินตามกันไป ตัวเขาก็แทบจะไม่เชื่อเรื่องนั้น อู่เทียนจึงไม่คิดจะบอกเรื่องภายในหัวออกไป “ งั้นหรือ? พวกนางเหล่านี้ จากตอนแรกที่คิดมาเกาะแกะรอบๆข้า แต่ครานี้กลับดูไม่สนใจ หรือพวกนางพบเจอใครน่าสนใจกว่าข้ากัน ” สงเหลาถามออกมาด้วยความสงสัย ระหว่างที่คิ้วของเขาขมวดเบาๆ และคิดว่าเรื่องราวครั้งนี้ดูจะไม่ธรรมดาอย่างที่คิดแล้ว จึงเร่งให้อู่เทียนเดินเข้าไปยังสนามประลอง ที่ตอนนั้นเหล่าลูกศิษย์ต่างเดินไปมองป้ายชื่อของตัวเองที่ติดอยู่ตรงต้นไม้ ที่ถูกเขียนชื่อไว้แล้วว่าตนเองต้องพบเจอกับใครในการประลอง และเวลาประลองก็ถูกกำหนด ตอนนั้นฟงหมิงที่เดินมาถึง ก็ได้รับการอธิบายจากอี้หลานหมดแล้ว ว่าสำนักใช้ระดับการสุ่มหา ไม่เน้นลูกศิษย์ว่าต้องเจออ่อนกับอ่อน หรือเจออ่อนกับเก่ง ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ ตอนนั้นฟงหมิงที่ยืนนำมือไขว้หลัง ก็อ่านชื่อของตัวเอง ที่เหมือนได้ไปเจอกับลูกศิษย์คนหนึ่งที่ดูท่าจะเป็นผู้ชาย “ ตงเก้า ชื่อน่าสนใจ ” พึมพำกับตัวเอง ในตอนนั้นฝ่ามือของเขาก็นวดไปยังปลายกระบี่เบาๆ ระหว่างรอยยิ้มเกิดขึ้นบนหน้า “ ตงเก้า? ชื่อนี้ไม่เคยได้ยิน ดูท่างานประลองครั้งที่แล้ว คงไม่ได้ติดท๊อป 30 แน่ ข้าจึงจำไม่ได้ ” และตอนนั้นฝูหนิงกล่าวออกมาอย่างดูมั่นใจ โดยตั้งแต่นางเดินตามมา แน่นอนว่าต้องหาโอกาสเข้าใกล้กลุ่มฟงหมิงอยู่แล้ว และนางพอสบโอกาส ไม่ปล่อยให้ซีเหนียงได้กล่าวอะไร ฉวยโอกาสทันที “แม่นางเป็นคนมีความรู้กว้างขวางและดูเป็นคนรู้จักกับซีเหนียง ข้าฟงหมิงยินดีที่ได้รู้จักแม่นาง แต่ถามได้หรือไม่ ลูกศิษย์ระดับท๊อป 30 นี่พลังอยู่ระดับใดกัน ” ฟงหมิงเห็นหญิงสาวคนนี้สร้างโอกาสอยากพูดคุยด้วย ตอนนั้นเขาก็ไม่รอให้ซีเหนียงปิดโอกาส ตอบกลับไปทันที โดยทางฝูหนิงได้ยินอย่างนั้นดวงตาก็เปล่งประกายทันที ระหว่างจ้องมองหน้าหล่อของอีกฝ่าย ก่อนจะยืดอกขึ้นเบาๆด้วยท่าทีมั่นใจในอะไรบางอย่าง “ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะคุณชายฟง ข้าฝูหนิง ส่วนระดับท๊อป 30 ความเป็นจริงเราต้องแบ่งเป็นท๊อป 30 และ ท๊อป10 เพราะพลังจะห่างกันค่อนข้างมาก แต่ถ้าท่านถามท๊อป 30 ข้าต้องบอกว่าคนเหล่านั้นอยู่ระดับดินขั้นที่ 7 กันขึ้นไปทั้งหมด ” ฝูหนิงนึกคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบยาวออกมา
“ พวกเจ้าไม่ต้องใส่ใจเรื่องของข้าและสหายหรอก เอาเป็นว่าใช้ฝีมือของพวกเจ้ามาคุยกับข้าบนลานประลองแทนก็แล้วกัน ” ไม่สนใจที่จะต่อความยาวสาวความยืดอีก และรีบก้าวเท้าเดินตามอี้หลานและฟงหมิง ชายหนุ่มที่ถูกดึงแขนทันที ปล่อยให้เพื่อนของนาง 3 คน ต่างยืนมองกันอย่างมึนงงทันที “ ซีเหนียงไม่น่าใช่ผู้หญิงแบบนี้นะ ” ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนเงียบตั้งแต่แรก ก็พึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ เพราะหากตาไม่บอดก็รู้ ว่าซีเหนียงนั้นแอบทำคะแนนแข่งกับสหายศิษย์ของนางอี้หลานแน่ๆ “ แน่ล่ะ ซีเหนียงไม่ควรเก็บเขาไว้เพียงคนเดียว หึ่ม ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะซ่อนเขาไว้ได้มิดชิด ผู้ชายเช่นนี้ข้ารู้สึกได้เขาต้องมีชื่อเสียงในอนาคตแน่....ในตอนนั้นต่อให้ซีเหนียงอยากจะซ่อน ข้าก็ใคร่รู้นางจะใช้วิธีใด ” ฝูหนิงแอบยิ้มออกมาเบาๆระหว่างเดินตามพวกซีเหนียงไป “ นี่เจ้าจะไปไหน พวกเรานัดกับสงเหลาไว้แถวนี้นะ ” และชายร่างสูงเห็นเพื่อนสาวของนางเดินออกไปก็รีบทักทันที “ จะรอสงเหลาก็เรื่องของเจ้า แต่ข้าไม่ใช่ผู้ติดตามของมัน เพราะงั้นข้าอยากจะไปไหนมันก็เรื่องของข้านะ ” ไม่เห็นไปมองสหายนางเป็นครั้งที่สอง ตัวฝูหนิงรีบเดินออกไปทันที และทางอู่เทียน พอได้ยินอย่างนี้ก็ช็อคทันที ก่อนที่เขาจะหันไปมองเพื่อนสาวอีกคน ก็พบว่าหายไปตั้งนานแล้ว ตอนนั้นก็เหลือเขาเพียงคนเดียวแล้วในตอนนี้ ซึ่งหากดูดีๆ จากตอนแรกที่มีคนจับตามองแต่เขา ตอนนี้พอสองสาวเดินไป สายตาเหล่านั้นก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน และท้ายสุดตัวเขาก็ไม่ต่างกับลูกศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มลูกศิษย์ “ เทียน แล้วหลิงฉี และฝูหนิงล่ะไปไหน ” ตอนนั้นระหว่างที่อู่เทียนกำลังยืนงงไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ก็มีเสียงคุ้นเคยดังออกไปมาจากด้านข้าง พบเป็นชายหนุ่มผมแดงหน้าตาดีคนหนึ่งที่เดินมา ตอนนั้นสายตารอบข้างก็หันกลับมามองกลุ่มเขาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มผู้มาใหม่สงเหลา เป็นแชมป์ชายที่ชนะงานประลองเมื่อครั้งที่แล้วนั่นเอง และนั่นจึงทำให้เขาพอมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในหมู่ลูกศิษย์ไม่ธรรมดา “ พวกนางเดินไปยังสนามประลองล่วงหน้าแล้ว.... ” ไม่รู้จะพูดยังไง หากจะบอกว่าพวกนางสนใจผู้ชายคนหนึ่ง และพากันเฮโลเดินตามกันไป ตัวเขาก็แทบจะไม่เชื่อเรื่องนั้น อู่เทียนจึงไม่คิดจะบอกเรื่องภายในหัวออกไป “ งั้นหรือ? พวกนางเหล่านี้ จากตอนแรกที่คิดมาเกาะแกะรอบๆข้า แต่ครานี้กลับดูไม่สนใจ หรือพวกนางพบเจอใครน่าสนใจกว่าข้ากัน ” สงเหลาถามออกมาด้วยความสงสัย ระหว่างที่คิ้วของเขาขมวดเบาๆ และคิดว่าเรื่องราวครั้งนี้ดูจะไม่ธรรมดาอย่างที่คิดแล้ว จึงเร่งให้อู่เทียนเดินเข้าไปยังสนามประลอง ที่ตอนนั้นเหล่าลูกศิษย์ต่างเดินไปมองป้ายชื่อของตัวเองที่ติดอยู่ตรงต้นไม้ ที่ถูกเขียนชื่อไว้แล้วว่าตนเองต้องพบเจอกับใครในการประลอง และเวลาประลองก็ถูกกำหนด ตอนนั้นฟงหมิงที่เดินมาถึง ก็ได้รับการอธิบายจากอี้หลานหมดแล้ว ว่าสำนักใช้ระดับการสุ่มหา ไม่เน้นลูกศิษย์ว่าต้องเจออ่อนกับอ่อน หรือเจออ่อนกับเก่ง ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ ตอนนั้นฟงหมิงที่ยืนนำมือไขว้หลัง ก็อ่านชื่อของตัวเอง ที่เหมือนได้ไปเจอกับลูกศิษย์คนหนึ่งที่ดูท่าจะเป็นผู้ชาย “ ตงเก้า ชื่อน่าสนใจ ” พึมพำกับตัวเอง ในตอนนั้นฝ่ามือของเขาก็นวดไปยังปลายกระบี่เบาๆ ระหว่างรอยยิ้มเกิดขึ้นบนหน้า “ ตงเก้า? ชื่อนี้ไม่เคยได้ยิน ดูท่างานประลองครั้งที่แล้ว คงไม่ได้ติดท๊อป 30 แน่ ข้าจึงจำไม่ได้ ” และตอนนั้นฝูหนิงกล่าวออกมาอย่างดูมั่นใจ โดยตั้งแต่นางเดินตามมา แน่นอนว่าต้องหาโอกาสเข้าใกล้กลุ่มฟงหมิงอยู่แล้ว และนางพอสบโอกาส ไม่ปล่อยให้ซีเหนียงได้กล่าวอะไร ฉวยโอกาสทันที “แม่นางเป็นคนมีความรู้กว้างขวางและดูเป็นคนรู้จักกับซีเหนียง ข้าฟงหมิงยินดีที่ได้รู้จักแม่นาง แต่ถามได้หรือไม่ ลูกศิษย์ระดับท๊อป 30 นี่พลังอยู่ระดับใดกัน ” ฟงหมิงเห็นหญิงสาวคนนี้สร้างโอกาสอยากพูดคุยด้วย ตอนนั้นเขาก็ไม่รอให้ซีเหนียงปิดโอกาส ตอบกลับไปทันที โดยทางฝูหนิงได้ยินอย่างนั้นดวงตาก็เปล่งประกายทันที ระหว่างจ้องมองหน้าหล่อของอีกฝ่าย ก่อนจะยืดอกขึ้นเบาๆด้วยท่าทีมั่นใจในอะไรบางอย่าง “ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะคุณชายฟง ข้าฝูหนิง ส่วนระดับท๊อป 30 ความเป็นจริงเราต้องแบ่งเป็นท๊อป 30 และ ท๊อป10 เพราะพลังจะห่างกันค่อนข้างมาก แต่ถ้าท่านถามท๊อป 30 ข้าต้องบอกว่าคนเหล่านั้นอยู่ระดับดินขั้นที่ 7 กันขึ้นไปทั้งหมด ” ฝูหนิงนึกคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบยาวออกมา (จบ)ปล.ตอนนี้กำลังลงวันเว้นวัน ในอนาคตถ้าเริ่มแต่งออกจะลงถี่ขึ้นนะครับ (จบ)ปล.ตอนนี้กำลังลงวันเว้นวัน ในอนาคตถ้าเริ่มแต่งออกจะลงถี่ขึ้นนะครับ