ธรณีคลั่ง(ใหม่)

    ตอนที่49 ดันเจี้ยนสีเขียวแตก2

     และเมื่อมันตามเขาทันมันก็ได้ฟาดกรงเล็บที่มีเปลวไฟเข้าใส่กลางหลังของเขาอย่างแรงจนเขากระอักเลือดคำโตและต้องดิ่งลงพื้นเร็วกว่าตอนขึ้นมาซะอีก

       "ตูม"

       เสียงร่างของภูมิกระแทกเข้าที่ตึกหลังหนึ่งจนพังถล่มลงกับเพื่อ

       ภูมิได้กระอักเลือดออกมาเป็นสาย เขาพยายามลุกขึ้น เมื่อออกมาจากซากตึก ได้แล้วเจ้าสิงโตวิหคก็ได้บินตามลงมา เขามองซ้ายมองขวาแล้วเจอเข้ากับมอนเตอร์อีกตัวที่อยู่ไม่ไกลจึงได้หวังจะให้มันช่วยอีกแรงเขาได้ออกตัววิ่งจากซากตึงไปยังได้ซ้ายพุ่งเข้าหามอนเตอร์ตัวนั้น

       มันเป็นสิ่งมีชีวิตสีดำมะเมื่อมทั้งตัวมีขนแขนและขนหน้าที่ยาวหลายเซนติเมตร มันยืนด้วยขาและแขนขนาดใหญ่เท่าตัวเขาและเป็นมัดๆ เหมือนคนออกกำลังกายเป็นประจำ ใบหน้าคล้ายมนุษย์เป็นอย่างมากและมีเขาที่เหมือนกวางอันแหลมคมขนาดใหญ่อยู่บนหัว

       มอนเตอร์ กอลิล่ากวาง lv.53

       รูปแบบพลัง เวทมนต์

       มีพลังโจมตีและพลังป้องกันที่สูง แต่มีความเร็วต่ำ

       " ติ่ง "

      " สกิล….เลื่อน…ระดับสูง

        กรุณา….. "

       ภูมิที่กำลังวิ่งฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิดรู้แต่ว่า ระดับสูง เพียงเท่านั้นและแล้วเขาก็เข้าใจในทันทีว่าอะไร ระดับสูง

       มอนเตอร์ กอลิล่ากวาง lv.53

       รูปแบบพลัง เวทมนตร์ 2 ธาตุ ได้แก่ ธาตุ ไฟและธาตุดิน 

       มีพลังโจมตีเวทมนตร์และป้องกันเวทมนตร์ที่สูง แต่มีความเร็วต่ำกว่ามอนเตอร์ระดับเดียวกัน

        เมื่อภูมิวิ่งเข้าใกล้มัน มันก็ได้ยืดตัวขึ้นยืนสองขาพร้อมกับกำปั้นที่มีห้านิ้วทุบออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ความสูงของมันนั้นเกือบๆ 5เมตรเห็นจะได้

        เมื่อเห็นภูมิวิ่งเข้าหาไม่มีที่ทางว่าจะหยุดมันก็ได้ใช้ แขนทั้งสองจับเข้าไปยังรถที่จอดนิ่งสนิทขึ้นมาแล้วเขวี้ยงเข้าใส่ภูมิที่กำลังวิ่งอยู่

           ภูมิได้วิ่งหลบออกซ้ายมือแล้ววิ่งตรงเข้าหามันต่อด้วยความเร็วสูงสุด ทำให้รถนั้นพุ่งไปโดนหน้าของเจ้าสิงโตวิหคเต็มๆ แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นอะไรเลย มันร้องคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่กอลิล่าแท่น โดยเลิกสนใจภูมิไปโดยปริยาย

       เจ้ากอลิล่าก็ได้ยกเท้าหลังที่มีกีบเท้าขึ้นใช้เท้ายันสวนเข้าใส่สิ่งโต จนกระเด็นกลับหลังไปหลายเมตรจากนั้นมันก็เลิกสนใจภูมิอีกตัวแล้ววิ่งไปตามร่างที่กำลังลอยตามแรงถีบของมันแทน

       เมื่อพวกมันเริ่มต่อสู้กันนั้นภูมิก็ได้ใช้บ้านหลังใกล้ๆ หลบซ่อนตัวจากมอนเตอร์ทั้งสอง

       "พี่ช่วยหนูด้วยหนูกลัว"

       เสียงของเด็กสาวพูดขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นภูมิหลบเข้ามาข้างในบ้าน ในรูปร่างของมนุษย์ปกติ ภูมิเมื่อเห็นเด็กสายวัยมัธยมก็ได้เดินเข้าไปหาเธอที่กำลังหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้าของบ้าน เธอยื่นออกมาเพียงแค่หน้าที่มีน้ำตาอาบสองแก้มพร้อมกับเสียงสะอื้นเบาๆ ที่เธอพยายามกลั้นมันเอาไว้สุดชีวิต ไม่ไกลจากตู้เสื้อผ้าตรงทางด้านขวาของกำแพงบ้านที่ตอนนี้ทะลุเป็นเศษซาก มันได้ทับร่างของชายและหญิงคู่หนึ่ง พวกเขาแน่นิ่งจมกองเลือดที่อาบย้อมพื้นกระเบื้องสีน้ำเงิน ภูมิได้เดินเข้าไปหาเด็กสาวที่กำลังร้องไห้ไร้เสียง เขาพาเธอออกจากตู้ แล้วพากันรีบเดินออกไปอีกฝั่งทางหลังบ้าน

       ภูมิได้ออกจากบ้านทางประตูหลัง และพยายามสอดส่องสายตามองไปยังบ้านหลังอื่นๆ ว่ายังมีคนที่รอดชีวิตหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่ พร้อมๆ กับคอยหลบซ่อนตัวตามบ้านเรือนเพื่อไม่ให้มอนเตอร์ที่เดินเพ่นพานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้เห็นพวกเขา ภูมิที่สีหน้าเศร้าหมองลงเรื่อยๆ เมื่อได้ก็เห็นผู้คนกำลังโดนฆ่าโดยที่เขาไม่สามารถออกไปช่วยได้และโดนกินเป็นอาหาร แล้วเขาก็ได้โทษตัวเองที่ต้องปล่อยให้คนตายโดยที่เขาช่วยอะไรไม่ได้เลยเพราะเขาสู้พวกมันไม่ได้เพราะมอนเตอร์ที่ออกมามีแต่เลเวลสูงๆ ทั้งนั้นและเลเวลต่ำสุดที่เขาเห็นก็มีแต่เลเวลเท่าเขาขึ้นไป อีกอย่างคือถ้าเขาออกไปมันจะเป็นอันตรายต่อคนที่อยู่กับเขาในตอนนี้

        ภูมิจึงได้พาพวกเขาหลบตามบ้านเรือนไปเรื่อยๆ การเดินทางเป็นไปอย่างช้าๆ เพราะเขาต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากถ้าถูกมอนเตอร์พบเห็นเข้าพวกเขาได้ตายกันหมดแน่ๆ

        พวกเขาใช้เวลาหลบหนีจนถึงเช้า มอนเตอร์ที่พวกภูมิพบเห็นก็เริ่มบางตาลงมากจนกระทั่งพวกเขาเดินทางออกมาจากโซนนั้นได้ในตอนเที่ยงภูมิก็ได้หารถให้ทุกคนขึ้นนั่งแล้วขับออกไป

        เมื่อมาถึงประตูกำแพงไม้ ภูมิก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นพวกนุชที่กำลังนั่งอยู่ในรถกระบะสีดำซึ่งอยู่ครบกันทุกคน 

       "ทำไมยังไม่หลบหนีไปอีก"

       เมื่อเห็นพวกเขาภูมิก็ได้เอ่ยปากขึ้นทันที

        "ก็รอพี่นั่นแหละ "

       นุชตอบคำถามของภูมิ เมื่อรถของภูมิได้มาจอดเทียบข้าง

       "คนอื่นๆ หนีกันไปหมดแล้วสินะ"

       ภูมิพูดขึ้นขณะที่นั่งอยู่ท้ายกระบะรถ

       "ใช่พี่ พวกทหารหนีเป็นกลุ่มแรกเลยน่าเกลียดมาก แล้วไม่คิดจะช่วยคนอื่นๆ ด้วยนะ ยังดีที่แถวนี้ยังไม่มีมอนเตอร์พวกเขาจึงได้หลบหนีไปได้ ไม่อย่างนั้นคงได้ตายกันหมด"

       แพรพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพวกทหารอยู่พอสมควร

       แต่ทว่าการพูดคุยของพวกเขาก็ต้องจนลงเมื่อได้มีมอนเตอร์หลายตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขาหลายสิบตัว มันวิ่งตามถนนสี่เลนและมีทั้งบนอากาศที่กำลังบินเข้ามา ภูมิเมื่อเห็นมอนเตอร์วิ่งและบินเขามา พร้อมๆ กับตะโกนเสียงดังลั้น

       "ไปเดียวเร็วๆ "

       รถคันที่ภูมิได้นั่งมานั้นได้ออกตัวจนกลุ่มควันตลบอบอวลแล้วก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจากนั้นปอนก็ได้ออกรถตามไป