ตอนที่ 55
ศึกตัดสินหุบเขาพรางอากาศ·การมาถึง
ต่อมาเฉินหมิงจึงเริ่มพิจารณาถึงศึกตัดสินของหุบเขาพรางอากาศบ้าง คิดว่าถึงเวลาที่ตนเองจะต้องพัฒนาพลังฝีมือเพิ่มขึ้นมาอีกระลอกแล้ว ในตอนนี้ ปราณรู้แจ้งของเขามีอยู่มากมายจนเกือบถึงสามหมื่นแต้ม ส่วนค่าจริยธรรมนั้นได้เหือดแห้งไปภายในพริบตา หลงเหลือไว้เพียงประมาณหกร้อยแต้มเท่านั้น
เคล็ดอีกาเพลิงไม่จำเป็นที่จะต้องเลื่อนขั้นให้เข้าสู่ขอบเขตสู่วิถีขั้นที่เก้า หากขอบเขตของเต้ากงมีความแตกต่างกันมากจนเกินไป ก็ไม่เหมาะที่จะใช้จัดตั้งค่ายกลจตุลักษณ์
ส่วนเคล็ดมังกรคชสารได้ทะลวงไปอีกขั้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จะขาดก็แต่การผนึกรวมเข้าสู่ประเภทวิถีอีกแค่ขั้นเดียวเท่านั้น หากไม่มีค่าจริยธรรมให้ใช้ ก็คงต้องฝึกปรือด้วยตัวเองแล้วล่ะ
ขอบเขตที่ถูกผนึกไว้ก่อนหน้านี้ถูกปลดผนึกแล้ว เฉินหมิงใช้ปราณรู้แจ้งไปเกือบหมื่นแต้มในลมหายใจเดียวเท่านั้น เพื่อทำให้《เคล็ดมังกรคชสาร》《เคล็ดอีกาเพลิง》《สายลมโหมล้างสงัด》《คัมภีร์ครามวารีโอสถ》ทั้งหมดเลื่อนขั้นเข้าสู่ขอบเขตสู่วิถีขั้นที่เจ็ด ในที่สุดการฝึกปรือของเขาก็ยืนอยู่ในขอบเขตขุนพลปีศาจแล้ว
พลังฝีมือเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล พลังทำลายของค่ายกลจตุลักษณ์เองก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ค่าดัชนีความเสี่ยงเองก็ดีดตัวขึ้นสูงจนถึง 360 หน่วย หลุดพ้นจากการขึ้นชื่อว่าเป็นราชาปีศาจหน้าใหม่
หากเป็นการต่อสู้กันตัวต่อตัว คาดว่าพันธมิตรหกราชาและราชาปีศาจทั้งหลายต่างไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตนเอง
ถึงอย่างไรตนเองก็ยังมี【ปลงชีพกษัตริย์】 ที่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติพลังมนตร์ตราของตนเองได้ และในส่วนนี้ไม่ถูกนับรวมอยู่ในค่าดัชนีความเสี่ยง
อีกทั้งเรื่องของราชาปีศาจราชสีห์ ก็ไม่สามารถที่ปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปได้อีก หากไม่ใช่เพราะราชาปีศาจราชสีห์อาลัยอาวรณ์รากฐานในหุบเขาพรางอากาศ ไม่ยินยอมที่จะจากไป แต่หากราชาปีศาจราชสีห์ไปจากสถานที่แห่งนี้ หลบซ่อนอยู่ภายใจกลางขุนเขานับสิบหมื่นค่อยๆทำการฝึกปรือ กลืนกินปีศาจชั้นสูงในขณะที่ยังเป็นราชาปีศาจ จนกระทั่งวันที่เขาได้สำเร็จสู่การเป็นจ้าวราชาปีศาจ นั่นจะกลายเป็นเวลาของภัยพิบัติครั้งใหญ่!
เมื่อตัดสินใจเสร็จ เฉินหมิงจึงกำชับกับหลิงเซียน พร้อมกับมุ่งหน้าไปยังสนามรบหุบเขาพรางอากาศ
รอจนเฉินหมิงไล่ตามมาถึงสนามรบหุบเขาพรางอากาศ จนสามารถที่จะเห็นได้ว่าบนสนามรบเต็มไปด้วยโครงกระดูกของสัตว์ปีศาจ กระดูกสีขาวเหนืองแน่นอยู่เป็นสาย นั่นเป็นร่องรอยที่ถูกเพลิงไฟขนาดใหญ่ลุกโหม เฉินหมิงที่เหยียบอยู่บนเมฆปีศาจร่อนลงสู่ภายใจกลางตำหนักใหญ่ของพันธมิตรหกราชา เมื่อเหล่าปีศาจชั้นสูงพบเฉินหมิงต่างพากันแสดงความเคารพต่อเขา ด้วยเพราะการฆ่าฟันชนชั้นระดับราชามากถึงสองคน อำนาจอิทธิพลของเฉินหมิงภายในพันธมิตรหกราชา จึงมีมากกว่าอำนาจของราชาปีศาจทั้งห้าตนไปแล้ว
ทว่าราชาปีศาจทั้งห้าตนหาได้ใส่ใจแต่อย่างไรไม่ นี่บอกได้แต่เพียงว่าเฉินหมิงนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด อีกทั้งเฉินหมิงยังเป็นพวกเดียวกันกับพวกเขา ยิ่งเฉินหมิง แข็งแกร่งเท่าใด พันธมิตรหกราชาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
เฉินหมิงคล้ายกับได้ผงาดขึ้นสู่เส้นทางของจ้าวราชาปีศาจ โดยส่วนใหญ่แล้วจ้าวราชาปีศาจมักเกิดอยู่ในหมู่สัมพันธ์มิตรราชาปีศาจ เมื่อจ้าวราชาปีศาจตนหนึ่งปรากฏขึ้น ก็จะได้รับความจงรักภักดีจากราชาปีศาจตนอื่นที่อยู่ภายในสัมพันธ์มิตรราชาปีศาจ ราชาปีศาจเหล่านั่นก็จะมีสถานะเหมือนกับเรือที่ขึ้นสูงเหนือระดับน้ำ[1]
พวกเขาต่างเริ่มคาดหวังที่จะให้เฉินหมิงขึ้นเป็นจ้าวราชาปีศาจให้เป็นที่สำเร็จ และได้ขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ปกครองของขุนเขานับสิบหมื่น
เฉินหมิงไม่จำเป็นต้องไปรายงานตัว เพียงแต่เดินเข้าสู่ภายในกระโจมทันที ราชาปีศาจทั้งห้าตนต่างพากันทราบข่าวแต่แรก จึงได้มารออยู่ในที่แห่งนี้มานานแล้ว ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำกล่าว : “น้องเฉินหมิง อาการบาดเจ็บของเจ้าฟื้นคืนกลับมาแล้วงั้นหรือ?”
เฉินหมิงผสานมือยิ้มแล้วกล่าว : “ขอบคุณพี่ใหญ่พยัคฆ์ดำที่เป็นห่วง อาการบาดเจ็บของข้า ดีขึ้นมากแล้ว”
เฉินหมิงหันไปมองราชาปีศาจทั้งห้าที่เหลืออยู่ภายในกระโจมใหญ่ พร้อมกับสาดดวงตาคมกล้าเป็นประกายขึ้นวูบหนึ่ง ทำการเปิดใช้งาน【ปกครอง】 : “ตอนนี้ จะเป็นช่วงเวลาท้ายสุดที่จะเริ่มศึกตัดสินกันแล้ว!”
ราชาปีศาจงูเหลือมดำยกสุราที่อยู่ในจอกซดไปจนหมดในอึกเดียว : “กำลังรอคำพูดประโยคนี้ของน้องเฉินหมิงอยู่เลย! พวกเราไม่อาจรอคอยได้อีกต่อไปแล้ว!”
ราชาปีศาจจิ้งจอกขาวเดินมายังข้างกายของเฉินหมิง จนกลิ่นหอมหวนแตะเข้าที่ปลายจมูก : “ครั้งนี้เรามีค่ายกลจตุลักษณ์ของน้องเฉินหมิงช่วยเหลือ พวกเราจะต้องจัดการกับราชาปีศาจราชสีห์ได้อย่างแน่นอน!”
เฉินหมิงเองก็ไม่ต้องการที่จะปล่อยราชาปีศาจราชสีห์ไปอยู่แล้ว จึงได้เอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง : “การฆ่าราชาปีศาจราชสีห์ในครั้งนี้ แน่นอนว่าย่อมไม่อาจที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ ยังไงก็ต้องจัดการให้ได้ในครั้งเดียว อย่าได้ให้เขาหลบหนีไปได้ มิเช่นนั้นคงจะต้องเกิดผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน!”
ราชาปีศาจเต่าตอบ : “นี่ย่อมแน่นอนอยู่แล้ว หากว่าราชาปีศาจราชสีห์หลบหนีไปได้ มีหรือที่พวกเราจะอยู่กันได้อย่างสงบสุข”
ภายใจกลางกระโจมใหญ่ต่างพากันตัดสินใจแล้วว่านี่จะเป็นศึกตัดสิน พร้อมทั้งถ่ายทอดคำสั่งอย่างรวดเร็ว ขุนพลปีศาจเองก็ได้ถ่ายทอดคำสั่งต่อกองทัพปีศาจใต้การบังคับบัญชาของพวกเขา : “เช้าวันพรุ่งนี้ในศึกตัดสินที่หุบเขาพรางอากาศ พวกเราจะต้องทำลายล้างหุบเขาพรางอากาศให้ได้ในคราเดียว ! ”
กองทัพปีศาจทั้งหมดเริ่มระดมพล บริวารของราชาปีศาจทั้งห้า ปีศาจชั้นสูงกว่าพัน และสัตว์ปีศาจอีกนับไม่ถ้วน นี่ถือเป็นสงครามการต่อสู้ระหว่างชนชั้นราชา การพัวพันในศึกนี้ยังมีราชาปีศาจด้วยกันทั้งหมดเจ็ดตน ทันทีที่เริ่มศึกขึ้น จะต้องกลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกจารึกไปทั่วทั้งรอบข้างของหุบเขาพรางอากาศอย่างแน่นอน!
ราชาปีศาจตนอื่นต่างไม่อาจละสายตาจากการมองไปยังใจกลางสงครามครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นระหว่างพันธมิตรหกราชาและหุบเขาพรางอากาศไปได้ อีกทั้งยังมีราชาปีศาจบ่างตนกล่าวว่า : “ในศึกนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดรอดผู้ใดตาย ล้วนแต่ทำให้อีกขุมกำลังใหญ่ตระหง่านมากยิ่งขึ้น!”
เดิมทีก็มีราชาปีศาจที่หวั่นไหวหันไปพึ่งพิงราชาปีศาจราชสีห์ แต่ว่าพันธมิตรหกราชาได้ใช้สภานะที่ไร้ผู้ต้านเข้าห้ำหั่นราชาทั้งสอง จนทำให้ราชาปีศาจที่เคลื่อนไหวกันอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังต้องลดธงหมดไฟ จนไม่กล้าที่จะมีความคิดเช่นนี้อีก : “สองสิงพยัคฆ์ห้ำหั่น ควรยืนดูอยู่บนป้อมจะดีที่สุด ! ”
“เล่าลือกันว่าราชาปีศาจเฉินหมิงที่พึ่งขึ้นมาใหม่ ซึ่งปรากฏตัวออกมาได้ไม่นาน เป็นผู้นำไปสู่สถานการณ์ลบล้างหุบเขาพรางอากาศ ด้วยพลังเพียงหนึ่งเดียว ยังสามารถทำให้สถานการณ์ที่ไม่เป็นรองกันเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้ อีกทั้งยังสามารถสังหารชนชั้นราชาไปได้อีกถึงสองท่าน หากว่าอำนาจของพันธมิตรหกราชาไม่เสื่อมโทรมลง เฉินหมิงผู้นี้ก็คงมีโอกาสได้ขึ้นเป็นจ้าวราชาปีศาจอย่างแน่นอน!”
“หลังจากนี้อีกหลายร้อยปี จะเกิดจ้าวราชาปีศาจขึ้นอีกตนแล้ว!”
“ราชาปีศาจราชสีห์ผู้ทรงอำนาจแห่งใต้หล้า ถึงกับต้องมาถูกทำลายด้วยเงื้อมมือของเฉินหมิง สถานการณ์ในตอนนี้เองก็ใช่ว่าจะชัดเจนนัก กระนั้น ถึงอย่างไรก็ยังเป็นราชาปีศาจราชสีห์ ! เป็นราชาปีศาจราชสีห์ผู้ทรงอำนาจแห่งยุค”
ศึกใหญ่ที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า หลังจากที่เฉินหมิงและราชาปีศาจทั้งห้าได้ตัดสินใจที่จะเปิดศึกตัดสิน ทันใดนั้นก็ได้รับภารกิจเจาะจงให้ทำลายล้างหุบเขาพรางอากาศ: “ภารกิจระดับ D การล้างแค้นที่ล่าช้า ทำลายล้างหุบเขาพรางอากาศ-หุบเขาพรางอากาศได้ฆ่าพี่ชายทั้งสองของคุณและท่านอาทั้งสาม ความสัมพันธ์แห่งสายเลือด คงมีแต่ต้องใช้เลือดและชีวิตของศัตรูจึงจะสามารถลบล้างได้ ขอให้ทำลายล้างหุบเขาพรางอากาศ”
ฆ่าสังหารราชาปีศาจราชสีห์ : จะสามารถมีระดับความสำเร็จได้ถึง 30%
ฆ่าสังหารขุนพลปีศาจวานร : จะสามารถมีระดับความสำเร็จได้ถึง 5%
ฆ่าสังหารขุนพลปีศาจหมาป่าเผือก : จะสามารถมีระดับความสำเร็จได้ถึง 5%
“........”
เมื่อได้ผ่านการเตรียมการมาหนึ่งคืน พริบตาเดียวก็มาถึงวันที่สอง ขุนพลปีศาจยี่สิบกว่าตนเริ่มสั่งการนำทัพใหญ่เผ่าปีศาจบุกโจมตีหุบเขาพรางอากาศ หุบเขาพรางอากาศถือครองภูมิประเทศที่ได้เปรียบ หากต้องสู้กันขึ้นมาจริง ก็ยังไม่อาจบอกผลแพ้ชนะได้ชัดเจน ยังคงต้องดูผลแพ้ชนะระหว่างราชาปีศาจอีกที จึงจะสามารถตัดสินทิศทางของสงครามว่าจะไปยังทิศทางใดได้
ที่ด้านบนหุบเขาพรางอากาศ เมื่อขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกพบว่าทั่วภูเขาและท้องทุ่งล้วนแต่เต็มไปด้วยผืนธงใหญ่ของพันธมิตรหกราชากำลังโบกสะบัด เผ่าปีศาจอยู่กันเต็มดั่งครอบฟ้าคลุมดิน ปีศาจชั้นสูงเต็มผืนฟ้า ส่วนบนผืนดิน สัตว์ปีศาจกรีธาทัพกันวุ่นวาย จนกลายเป็นพื้นที่สีดำไปทั้งสาย คล้ายกับสายน้ำที่ไหลทะลักออกมา : “อือ วันนี้พันธมิตรหกราชาคิดที่จะเปิดศึกตัดสินแล้วอย่างงั้นหรือ?”
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกหันไปมองยังการบุกโจมตีนี้ ทราบว่าวันนี้ต้องไม่ปกติแน่ๆ : “จะกลัวก็เพียงแต่ว่ากระทั่งเฉินหมิงเองก็มาด้วย พันธมิตรหกราชาจึงรู้สึกว่าสามารถพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของท่านใต้เท้าราชาปีศาจราชสีห์ได้ รีบไปรายงานต่อใต้เท้าราชาปีศาจราชสีห์ พันธมิตรหกราชาได้กรีธาทัพมาเปิดศึกตัดสินแล้ว!”
หลังจากที่ราชาปีศาจราชสีห์ได้รับข่าว ซึ่งอยู่ด้านบนป้อมปราการที่สร้างขึ้นภายในหุบเขาพรางอากาศพร้อมกับหันลงไปมองทางด้านล่าง จากนั้นทอดสายตามองไปยังทัพใหญ่พันธมิตรหกราชาที่อยู่ทางด้านล่าง : “ในเมื่อเป็นศึกตัดสิน อย่างนั้นเจ้าพวกชนชั้นมุสิกไร้ความกล้าก็คงจะปรากฏตัวกันแล้วกระมั่ง?”
หลังจากทัพใหญ่ของพันธมิตรหกราชาเดินทัพมาถึงที่หมาย เฉินหมิงและราชาปีศาจทั้งห้าก็ได้มาถึงสนามรบด้วยเมฆปีศาจอย่างพร้อมเพรียงกัน ราชาปีศาจราชสีห์หันไปมองในที่ห่างไกล สงครามครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ราชาปีศาจราชสีห์มองไปยังราชาปีศาจทั้งหกตน พลางหัวเราะออกมายกใหญ่แล้วกล่าว :“ชนชั้นมุสิกขี้ขลาด มีกันหกตนจึงหาญกล้าที่จะมาเปิดศึกกับข้า ช่างสมกับที่พวกเจ้าเป็นพวกชนชั้นสวะกันเสียจริง!”
เฉินหมิงยิ้มแล้วกล่าว : “ราชาปีศาจราชสีห์ บัดนี้เจ้ากล่าวเรื่องเหล่านี้มาจะไปมีประโยชน์อะไร? วันนี้ในปีหน้า หญ้าหน้าป้ายสุสานของเจ้าจะสูงขึ้นหนึ่งจั้ง!”
ราชาปีศาจราชสีห์หันไปมองทางเฉินหมิงด้วยดวงตาที่ค่อยๆแดงก่ำขึ้น : “เฉินหมิง หากว่าไม่ใช่เพราะเจ้า! เจ้าสวะทั้งห้าตนนี้ก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า หากไม่กลืนกินเจ้าทั้งเป็น ก็คงยากที่จะขจัดความแค้นที่อยู่ในใจของข้าไปได้!”
เฉินหมิงที่มีประกายวงแหวน【ปกครอง】 สามารถที่จะเพิ่มขวัญกำลังใจ บัดนี้เองเขาได้ปลดปล่อยกลิ่นอายมารครอบคลุมไปทั้งผืนฟ้า ก่อนปล่อยดาบโลหิตมายาสมุทรพุ่งตรงไปที่หุบเขาพรางอากาศ พร้อมกับออกคำสั่งเพื่อเปิดศึก :“วันนี้ จักสังหารราชาอีกตน!”
.
.
.
.
[1] มีสถานภาพสูงตามไปด้วย