“ท่านพ่อ ข้าเจออีกอันแล้วขอรับ”มู่หยางิ่ชูทองคำแท่งอันที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ส่งให้มู่หยางเซิง
“ท่านพ่อ ข้อก็เจอเ้าค่ะ ตรงนี้ข้าเจอสองอันเลยเ้าค่ะ” มู่เหม่ยอวี้นำทองคำแท่งมายื่นให้มู่หยางเซิงบ้าง
เสียงพูดและการงมเก็บทองคำในน้ำเป็อยู่เช่นนี้มานานมากกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว ่แรกๆ ก็ยังตื่นเต้นกันดีอยู่หรอกผ่านไปประมาณสามเค่อ ก็หายตื่นเต้นกันแล้ว มันเหมือนเป็ประโยคบอกเล่ามากกว่า
ทองคำที่มู่เหม่ยอวี้ส่งมาให้มีสองขนาดเท่ากับของมู่หยางิ่อันหนึ่งและใหญ่กว่าอีกอันหนึ่ง
ทองคำที่งมเก็บมาได้จากลำธาร มู่หยางเซิงพิจารณาดูเขาเห็นว่ามันมีรูปภาพกลมๆ ขีดๆ โค้งๆ เหมือนสัญลักษณ์อะไรสักอย่างจะว่าเป็ตัวอักษรก็ไม่น่าจะใช่ เพราะไม่เหมือนกับที่เขาเคยเห็นสัญลักษณ์นี้บุ๋มลึกลงไป ลักษณะคล้ายกันทั้งหมด ไม่เหมือนกันแค่เพียงที่ขนาด และภาพสัญลักษณ์ที่อยู่แถวล่างสุดเท่านั้น้าสุดมันเป็รูปวงกลมสองวงซ้อนกัน และมีรูปสามเหลี่ยมอยู่ในวงกลมบรรทัดต่อมามันเป็ภาพสัญลักษณ์ที่เขาไม่เข้าใจความหมาย เป็ภาพ GOLD แถวต่อมาเป็ภาพสัญลักษณ์ 999.9 และภาพสัญลักษณ์แถวล่างสุดนี่แหละที่มันแตกต่างกันบ้างบางอันก็เหมือนกัน อย่างเช่นอันที่มู่หยางิ่ส่งมาให้มันเป็ภาพสัญลักษณ์ 300g. อันที่มู่เหม่ยอวี้ส่งมาให้มันเป็ภาพสัญลักษณ์ 300 g. หนึ่งอัน และ 500 g. หนึ่งอัน เขาไม่เข้าใจความหมายไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต แต่เขาคาดเดาว่าถ้ามันไม่ใช่หมายถึงขนาด ก็คงหมายถึงน้ำหนักเพราะขนาดและน้ำหนักนี้มันไม่เท่ากัน อันที่เป็ภาพ 500 g. เขาลองกะน้ำหนักคร่าวๆน่าจะมีน้ำหนักประมาณ หนึ่งชั่ง ส่วนอันที่เป็ 300 g. น้ำหนักน่าจะประมาณหกเหลียง
ทองคำที่เขางมได้ บางอันอยู่บนพื้นกรวดพื้นดินใต้น้ำบางอันอยู่ใต้พื้นดินเล็กน้อย บางอันก็อยู่ลึกลงไปหน่อยโผล่ออกมาเหนือพื้นเล็กน้อยเท่านั้น เลยไม่รู้ว่ามันจมอยู่นานหรือยังมันอยู่เป็กลุ่มบ้าง โดยที่บางบริเวณอยู่รวมกันถึงห้าอันบางบริเวณก็มีเพียงอันเดียว บางอันอยู่ใกล้ๆ กันบางอันในรัศมีหนึ่งเมตรจากทองแท่งที่หาเจอ ก็หาไม่เจออีกเลยก็มี สรุปคือ มันมีกระจายทั่วไปหมดเขาจึงไม่รู้ว่ามันจะมีทองมากน้อยเพียงใด
‘โอ ข้าจะรวยแล้วสินะ ครอบครัวของข้าจะสบายไม่ลำบากอีกต่อไปแล้ว ข้าจะขายทองแล้วนำเงินไปทำอะไรบ้างดีนะ”มู่หยางเซิงจิตใจเริ่มคิดฟุ้งซ่านแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ” มู่หยางเซิงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดเมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงมู่หยางิ่
“มีอะไรหรือิ่เอ๋อร์”มู่หยางเซิงถามแก้เขินอายที่ตนเผลอเหม่อลอย
“ข้าถามท่านพ่อหลายครั้งแล้วแต่ข้าเห็นท่านเงียบไปไม่ตอบสักที ข้าก็เลยเรียกขอรับ”
“อ้อ เช่นนั้นรึ แล้วเ้าจะถามอะไรล่ะ” เขาถามบุตรชาย
“ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้วน้องรองก็ดูท่าจะหนาวมากจนปากเริ่มเขียวแล้วขอรับ ข้าเกรงว่านางจะป่วยไข้ได้วันนี้เราพอกันก่อนดีหรือไม่ขอรับ”
มู่หยางเซิงมองบุตรสาวแล้วมองท้องฟ้าเห็นว่าใกล้จะค่ำแล้วอย่างที่บุตรชายกล่าวจริงๆ ก็รู้สึกสงสารบุตรสาวเขาจึงกล่าวขึ้น “ได้สิ วันนี้เราพอเท่านี้ก่อนเถอะ”
“แต่...” มู่เหม่ยอวี้อยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง
“ไม่มีแต่หรอกลูก เรากลับกันเถอะ ถึงแม้ว่าทองจะมีค่าแต่ลูกๆ มีค่าต่อพ่อมากกว่า หากลูกต้องป่วยได้ไข้หรือเป็อะไรไปเพราะหาทองพ่อคงเสียใจไปตลอดชีวิต” มู่หยางเซิงบอกบุตรสาวของเขาอย่างอ่อนโยน
“อีกอย่างนี่ก็จะค่ำแล้ว มองอะไรก็แทบจะไม่เห็นพรุ่งนี้เราค่อยมาหากันใหม่ก็ได้ ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เื่นี้ยิ่งถ้าใครมาเห็นอาจจะสงสัยเอาได้”มู่หยางเซิงให้เหตุผลเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้บุตรสาวรู้สึกไม่สบายใจ
มู่เหม่ยอวี้รู้สึกตื้อในลำคอ รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวนี่สินะครอบครัว ดีเหลือเกินที่ได้มาอยู่ในครอบครัวนี้
“เ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว”
‘อูย หนาว’ มู่เหม่ยอวี้ปากสั่นยกมือขึ้นลูบแขนทั้งสองข้างของตนเอง
แล้วมู่หยางิ่กับมู่เหม่ยอวี้ก็เดินขึ้นฝั่งมู่หยางเซิงมองซ้ายมองขวา ดูว่ามีใครผ่านมาหรือไม่เมื่อเห็นว่าไม่มีใครก็เดินขึ้นฝั่งมา แต่ว่าก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีก
ทองที่ใส่ในถุงย่ามที่เตรียมมา เยอะจนล้นทองที่มู่หยางเซิงเอาใส่ไว้ในอกเสื้อมีหลายอัน ก็ไปตุงที่ท้องจนเหมือนคนตั้งครรภ์ตอนอยู่ในน้ำก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอลุกขึ้นจากน้ำก็รู้สึกถึงความหนักในทันทีทั้งสามคนมองหน้ากัน มู่เหม่ยอวี้หัวเราะคิกเพราะรู้สึกว่าท่านพ่อจะพุงพลุ้ยเป็ลุงเคนตักกี้มู่หยางเซิงหน้าขึ้นริ้วเป็สีแดง กระแอมแล้วกล่าว
“อะแฮ่ม เก็บเพลินไปหน่อย” มู่หยางเซิงพูดไปหน้าแดงไป
มู่เหม่ยอวี้หัวเราะไม่ไว้หน้าบิดาเลย มู่หยางเซิงยิ่งอายหนักขึ้นไปอีกมู่เหม่ยอวี้จึงพยายามหยุดหัวเราะ
มู่หยางเซิงไม่รู้ว่าตนควรจะรู้สึกอย่างไรดีเพราะถุงย่ามที่เตรียมมา ไม่พอใส่ ใครจะไปคิดล่ะ ที่บุตรสาวบอกว่าเห็นเป็สิบมันจะเยอะขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่แค่สิบ แต่หลายสิบ จะเป็ร้อยแล้วต่างหากเมื่อใดกันที่ทองคำจะหาง่ายเหมือนหัวผักกาดได้ขนาดนี้
“แล้วเราจะทำอย่างไรกับทองเหล่านี้ดีขอรับถ้าเราเอาไปทั้งหมดนี่ หากเจอคนอื่นๆ ระหว่างทาง พวกเขาต้องสงสัยแน่ว่าเราขนอะไรมาถ้าพวกเขารู้เข้าพวกเขาอาจจะมาแย่งชิง หรือไม่ก็มางมหาที่นี่เอาทองไปจนหมด”มู่หยางิ่กล่าวขึ้น
มู่หยางเซิงรู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดของบุตรชายและแอบรู้สึกภูมิใจที่บุตรชายเป็คนรอบคอบ
“นั่นสิเ้าคะ ถ้าใครมาเห็นเข้าเราคงหมดโอกาสแล้วละเ้าค่ะ ดีไม่ดีอาจจะอันตรายไปถึงท่านแม่และน้องเล็กด้วยหากพวกเขาเกิดโลภแล้วคิดปล้นชิง”
มู่หยางเซิงขมวดคิ้ว ใช่แล้ว เขาลืมนึกถึงเื่นี้ไปเสียสนิทคิดแค่ว่าจะขนทองไปให้ได้มากที่สุดจนลืมเื่ความปลอดภัยของครอบครัว
“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เราเอาทองกลับไปแค่ครึ่งถุงนี่ก่อน้าก็หาผักหาหญ้าอะไรใส่เข้าไปบางส่วนที่เล็กหน่อยก็นำไปใส่ในเสื้อผ้าของพวกเ้าบ้าง ที่เหลือก็เอาไปแอบไว้ในพุ่มไม้หาอะไรปิดอีกทีก่อนแล้วดึกๆ สักยามห้าย พ่อกับิ่เอ๋อร์ ค่อยมาเอาไป” มู่หยางเซิงบอกความคิดตนเอง
“เช่นนั้นข้าก็ว่าดีเ้าค่ะ”
“ข้าก็ว่าดีขอรับ”
เมื่อตกลงกันได้ ทั้งสามคนก็ช่วยกันนำทองไปซ่อนและบางส่วนเอาติดตัวกลับไป แล้วรีบเดินทางกลับบ้าน
ในคราแรก มู่หยางเซิงก็รู้สึกตื่นเต้นจนไม่คิดถึงเหตุผลที่ไปที่มาของทองคำเหล่านี้แต่เมื่อตระหนักถึงจำนวนทองที่พบเจอในวันนี้เขาก็รู้สึกถึงความไม่เป็เหตุเป็ผลขึ้นมาแล้วเขาสงสัยว่าทองคำเหล่านี้เป็ของใครมาทำตกไว้ หรือมันเกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่อันหลังคงต้องตัดทิ้ง เพราะมันมีภาพตัวอักษรต้องมีคนทำไว้อย่างแน่นอนแล้วถ้าเป็คนทำ คนผู้นั้นเป็ใครเล่า ทำไมจึงมาทิ้งทองไว้ที่นี่แล้วทิ้งไว้ั้แ่เมื่อไร ทุกอย่างชวนให้สงสัยไปหมด
มู่เหม่ยอวี้เห็นมู่หยางเซิงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดขณะที่เขามองทอง นางก็เริ่มร้อนรน ‘สติมาปัญญาเกิด ท่านพ่อต้องสงสัยแน่ๆ เลย’นางเริ่มหาทางคลายความสงสัยของมู่หยางเซิงโดยการเบี่ยงเบนความคิด
“ของพวกนี้สวยจริงๆ เลยนะเ้าคะท่านพ่อท่านพ่อบอกว่ามันเรียกว่าทองคำหรือเ้าคะ”
“ใช่แล้วละลูก ทอง หรือ ทองคำ”
“มันขายได้ราคามากเลยหรือเ้าคะท่านพ่อจึงรีบมาเก็บเช่นนี้” มู่เหม่ยอวี้ถามต่อ ด้วยความสงสัยเหลือประมาณ
“ใช่แล้วละลูก มันมีราคาสูงมากพ่อไม่รู้ว่ามันเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่มันนิยมถูกนำมาทำเป็เครื่องประดับมาก”บิดายังคงตอบบุตรสาวอย่างใจเย็น
“ขายได้ราคาสูงจริงๆ หรือเ้าคะ ถ้าขายได้ราคาสูงจริงๆทำไมชาวบ้านไม่มาเก็บไปเล่าเ้าคะ มันไม่ได้เก็บยากเหมือนจับปลาสักหน่อยมันว่ายน้ำหนีก็ไม่ได้” นางทำเป็พูดปากยื่นปากยาวทำเป็บ่นพึมพำในตอนท้ายแต่ก็พอให้ได้ยิน ทำเหมือนตัวเองไร้เดียงสา(ร้ายเดียงสาสิไม่ว่า)
มู่หยางเซิงทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะตอบบุตรสาวอย่างไรดีเพราะเขาเองก็งงๆ กับที่มาของมันเช่นกัน
“เอ่อ ชาวบ้านก็คงจะไม่เคยลงไปงมมันกระมังน้องรองพวกเขาคงไม่รู้ว่าที่นี่มีทอง ไม่งั้นพวกเขาคงมางมหาไม่เหลือถึงมือพวกเราแล้ว”มู่หยางิ่ช่วยบิดาหาเหตุผลมาตอบ
“ใช่แล้วลูก เพราะลำธารมันก็ไหลเข้าไปในหมู่บ้านเราด้วยพวกเขาจึงไม่จำเป็ต้องมาใช้น้ำถึงในลำธารบนูเานี่นอกจากเดินผ่านแล้วก็อาจจะแวะมาบ้าง” มู่หยางเซิงให้การสนับสนุนเหตุผลของบุตรชาย
“อ้อ เป็เช่นนี้นี่เอง คิกๆ เรานี่โชคดีจริงๆที่รู้ก่อนชาวบ้าน” แล้วนางก็หัวเราะคิกๆ คักๆ กับความโชคดีของตัวเองและแอบเหล่ตามองบิดา เห็นเขาเริ่มผ่อนคลายคิ้วบ้างแล้ว
“ต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องอดอยากแล้วสินะเ้าคะถ้าท่านพ่อนำทองไปขาย”
“ใช่แล้ว ต่อไปพวกเราจะมีเงินซื้ออาหารมากมายเลยละ”มู่หยางเซิงยิ้มแล้วตอบบุตรสาว
มู่เหม่ยอวี้หัวเราะเริงร่า แล้วะโโลดเต้นรีบวิ่งกลับบ้าน พอห่างตาบิดานางก็หยุดหัวเราะ และอมยิ้มมุมปากดวงตาเผยความเ้าเล่ห์ออกมา