“ รอบต่อไป !” หยางหลิวพูดกดดันคนอื่น ๆ อีกครั้ง
“ เฮ้ย ! หยางหลิว มึงบ้าไปแล้วเหรอ!? ” ว่านเซี่ยงพูดออกมาอย่างตกใจ
“ ใจเย็นหยางหลิว ! ” หลัวโก่วก็ไม่นึกไม่ฝันว่าหยางหลิวจะบ้าบิ่นขนาดนี้
“ เอ่อ... ” ส่วนกู๋เจ๋อที่รับรู้ถึงความกดดันแปลกๆ จากหยางหลิวคนแรก ก็ถึงกับพูดไม่ออกแม้เขาจะคิดไว้ว่าหยางหลิวคงทำอะไรที่เกินความคาดหมาย แต่เขาก็ไม่นึกจริง ๆว่าหยางหลิวจะเล่นทำแบบนี้เลย
หยางหลิวไม่รับฟังใครทั้งนั้น เมื่อเขารับเบียร์ที่พนักงานเสิร์ฟให้เขาก็ดื่มมันอย่างรวดเร็ว
“ พวกนายรีบดื่มได้แล้ว ไม่งั้นก็ยอมแพ้ไปซะ ! ”หยางหลิวพูดจาท้าทายเพื่อนของเขาอีกครั้ง
“ ลู่เอิน เหมยอี๋ พวกเธอช่วยห้ามหยางหลิวหน่อยสิ !” ฉางเฟิงเห็นท่าไม่ดี ดูเหมือนหยางหลิวจะเมาหนักเต็มที่จนทำให้พูดอะไรไม่คิดออกมา
ก่อนหน้านี้ฉางเฟิงอุตส่าห์ยอมแพ้เพื่อที่จะให้หยางหลิวได้พักผ่อนทว่าหยางหลิวกลับไม่สนใจ แถมยังตั้งหน้าเอาคืนอีกต่างหาก
“ สมน้ำหน้า ใครใช้ให้พวกนายคิดเกมบ้า ๆ นี้ขึ้นมาล่ะจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็ไม่สนใจแล้ว ไม่ต้องมายุ่งกับฉันเลย ” ส่วนลู่เอินเองก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี
หยางหลิวเป็นคนที่คอแข็งมากกว่าที่เธอคิดไว้ไม่แปลกเลยที่หยางหลิวดันทุรังไม่ยอมให้พวกเธอดื่ม อาจจะเป็นเพราะหยางหลิวรู้ว่าตัวเองฝืนดื่มได้นั่นเอง
‘ เดี๋ยวสิ ! แบบนี้ก็หมายความว่าตอนนั้นหยางหลิวไม่ได้เมาใช่ไหม? ’ ฉับพลันบนใบหน้าของลู่เอินก็แดงขึ้นอย่างน่าประหลาดเมื่อคิดไปถึงเรื่องที่โดนหยางหลิวโอบเอวทีเผลอ
ทีแรกที่ลู่เอินคิดไปว่าหยางหลิวเมา ก็เพราะหยางหลิวกล้าใช้มือโอบรัดเอวลู่เอินบวกกับอารมณ์หึงหวงที่มีผู้ชายหลายคนจ้องมอง ดังนั้นมันจึงทำให้เธอเข้าใจผิดไปไกลว่าหยางหลิวคออ่อนดื่มแอลกอฮอล์มากไม่ได้เมื่อถูกบังคับให้ดื่มเบียร์อย่างไม่ยุติธรรม ลู่เอินก็ตัดสินใจห้ามหยางหลิวไม่ให้ฝืนตัวเอง
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับตาลปัตรผลลัพธ์กลายเป็นว่าหยางหลิวสามารถดื่มเบียร์ได้ 30 แก้วอย่างสบาย ๆ โดยไม่ออกอาการว่าดื่มไม่ไหวแล้ว นี่มันก็หมายความว่าการกระทำในตอนนั้นของหยางหลิวไม่ได้เกิดเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจของเขาเองมากกว่า !
‘ หยางหลิวแกล้งเมางั้นสินะ ! ไอ้คนฉวยโอกาส! แย่ที่สุด ! ’ ลู่เอินหน้าแดงเข้าไปใหญ่จากความเขินอายเธออายจนไม่รู้จะทำยังไงดีจึงเสแสร้งทำเป็นรู้สึกโกรธบวกกับหงุดหงิดที่โดนหยางหลิวปั่นหัวเล่น
“ ลู่เอิน ช่วยห้ามหยางหลิวหน่อยเถอะ ” ขณะเดียวกันฉางเฟิงก็ขอร้องอีกครั้ง
“ ลู่เอิน ถ้าหยางหลิวทำแบบนี้ต่อไปเขาอาจจะเมาหนักจนลุกไม่ไหวก็ได้นะเรารีบไปห้ามเขากันเถอะ ” ส่วนเหมยอี๋พยายามชวนลู่เอินเช่นเดียวกันเพราะถ้าหากหยางหลิวเลิกเล่นเกมนี้ พวกเธอก็ไม่ต้องสารภาพความรู้สึกอะไรที่ว่านั่นแล้วเหมยอี๋จึงคิดว่าหยางหลิวไม่จำเป็นต้องฝืนเล่นอะไรแบบนี้อีก
“ ไม่ ! ปล่อยให้ตาบ้าพรรค์นั้นเมาจนตายไปเลย” ลู่เอินทั้งโกรธทั้งอายเธอจะไม่ห้ามไอ้คนเจ้าเล่ห์พรรค์นั้นอีกแล้ว
“ ลู่เอิน... ” เหมยอี๋ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลู่เอินแต่เธอก็สัมผัสได้ว่าลู่เอินกำลังโมโหหยางหลิวจริง ๆแม้จะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรก็ตามที
“ เฮ้อ ! ” ฉางเฟิงถอนหายใจแรงเมื่อเป็นแบบนี้ก็คงไม่มีใครห้ามหยางหลิวได้อีก
“ รีบดื่มได้แล้ว ! ” ขณะเดียวกันเสียงหยางหลิวก็ดังขึ้นเขาใช้สายตากดดันเพื่อน ๆ โดยเฉพาะรูมเมตของตนให้ดื่มต่อไป
“ ผมยอมแพ้แล้ว ”
“ ฉันก็ขอยอมแพ้ด้วย ”
“ ผมยอมแพ้ ”
“ แพ้แล้วล่ะ ”
“ ไม่ไหวแล้ว ยอม ๆ ”
ทว่าเพื่อนของเพื่อนลู่เอินกับเหมยอี๋กลับรีบขอยอมแพ้พวกเขาเห็นกันได้อย่างชัดเจนว่าหยางหลิวเริ่มเมามากขึ้นเรื่อย ๆ จนไร้เหตุผลดังนั้นจึงไม่มีใครอยากมีปัญหาอะไรกับหยางหลิว อีกอย่างหยางหลิวก็เป็นคนที่มาติวหนังสือให้พวกเขาด้วยพวกเขาจึงรู้สึกค่อนข้างเกรงใจ ซึ่งการจะทำตามใจหยางหลิวก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรสักหน่อย
แต่นอกจากคนพวกนั้น ยังมีอีกสามทีมที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
ซึ่งก็ได้แก่ว่านเซี่ยง หลัวโก่วและกู๋เจ๋อ ไอ้บ้ารูมเมตสามตัวที่แอบคิดไปว่าหยางหลิวจะคออ่อน และแพ้ในสิบแก้วนั่นเอง
“ พวกนายจะยอมแพ้หรือยัง ? หรือแค่นี้ก็ไม่ไหวแล้ว? หึหึ ” หยางหลิวถามเชิงท้าทายพวกบ้าสามตัวพร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันเล็ก ๆ
“ เกิดเป็นลูกผู้ชาย ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ! ยอมรับความพ่ายแพ้น่ะฝันไปเถอะหยางหลิว !คนอย่างหลัวโก่วไม่มีคำว่ายอมแพ้ ! มาฉันจะแข่งกับนายต่อ ”หลัวโก่วพูดออกมาอย่างกล้าหาญ แม้เขาจะกังวลใจอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้หรอก หลังจากนั้นหลัวโก่วก็ยกแก้วเบียร์ดื่มทันที
“ นั่นสินะ ในเมื่อพวกฉันเป็นคนท้านายคำว่าขอยอมแพ้จากปากพวกฉันน่ะไม่มีวันออกมาหรอกหยางหลิว ! ”จริง ๆ ว่านเซี่ยงอยากจะยอมแพ้นั่นแหละ แต่ในเมื่อไอ้บ้าหลัวโก่วดันพูดเท่ ๆ ออกมาแถมยังรับคำท้าซึ่งหน้า จะให้เขายอมแพ้หยางหลิวทั้ง ๆที่ตัวเองได้เปรียบมันก็ออกจะดูขายหน้าไปหน่อย
ไม่รวมว่าว่านเซี่ยงต้องการโชว์ความแมนให้ผู้หญิงที่คู่กับเขาได้เห็นอีกจะให้เขายอมแพ้ตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องว่านเซี่ยงจึงไม่ยินดีที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะสู้กับหยางหลิวดูสักตั้ง
เมื่อดื่มเบียร์จนหมดว่านเซี่ยงก็หันไปมองกู๋เจ๋อที่อยู่ไม่ไกล พร้อมเรียกชื่อกู๋เจ๋อที่กำลังลังเลใจเสียงดังว่า
“ กู๋เจ๋อ ! แล้วนายล่ะว่ายังไง ?จะยอมแพ้ก็รีบ ๆ พูดมา ไม่ต้องอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ! ”
แม้ว่านเซี่ยงจะใจสู้จนยอมแข่งกับหยางหลิวจริงทว่าเขาก็ไม่ลืมเพื่อนเกลอที่ร่วมแกล้งหยางหลิวอย่างกู๋เจ๋อไปโดยเด็ดขาด
มันใช่เรื่องที่ไหนที่จะให้เขากับหลัวโก่วต้องขายหน้ากันสองคน?
ขนาดมีสุขยังร่วมกันเสพ แต่เวลามีทุกข์จะปล่อยให้หนีไปคนเดียวได้อย่างไร?
“ แน่นอน... ฉันก็ต้องแข่งต่อไปอยู่แล้ว ฮ่า..ฮ่า ฮ่า ๆ” กู๋เจ๋อตอบด้วยเสียงสั่นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
ทีแรกกู๋เจ๋อตั้งใจจะยอมแพ้แต่พอทั้งว่านเซี่ยงทั้งหลัวโก่วพูดออกมาแบบนี้ จะให้เขายอมแพ้ได้ยังไง ?
แม้กู๋เจ๋อจะรู้สึกกลัวหยางหลิวจากส่วนลึกของหัวใจอย่างไรก็ตามความทะนงตนของกู๋เจ๋อก็เป็นนิสัยเสียที่แก้ไม่หาย ถ้าให้เขายอมแพ้โดยไม่สู้มันก็จะทำให้กู๋เจ๋อเสียหน้า ยิ่งกรณีที่คนอื่นเห็นเขายอมแพ้ ยิ่งเสียหน้าเป็นการใหญ่ดังนั้นกู๋เจ๋อจึงจำเป็นต้องสู้กับหยางหลิวให้ถึงที่สุดเช่นเดียวกัน
“ ต้องอย่างนี้สิเพื่อนรัก ! มา ๆไม่ชนะไม่เลิก ! ” หยางหลิวพูดเสียงดังอย่างอารมณ์ดีถ้าสังเกตตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด จะเห็นว่า “ เพื่อนรัก ”ที่หยางหลิวพูด เป็นการจงใจพูดย้ำอย่างชัดเจน
‘ จบแล้วชีวิตกู... ’ ยิ่งเห็นหยางหลิวมีท่าทีมั่นใจว่าจะชนะบวกกับรอยยิ้มสุดเจ้าเล่ห์นั่นก็ทำให้กู๋เจ๋อเข้าใจในทันทีว่าตัวเองต้องแพ้เหมือนครั้งก่อน ๆ แน่ แต่ถ้าจะให้กู๋เจ๋อยอมแพ้ก็คงไม่ทันแล้วจริงๆ
...
“ กู๋เจ๋อ นี่ถังอีกใบ ” ผู้หญิงอยู่ทีมเดียวกันกับกู๋เจ๋อส่งถังให้เขาอย่างสงสาร
“ ขะ...ขอบ..คุณ......มาก ” กู๋เจ๋อกล่าวขอบคุณอย่างทุลักทุเลเมื่อครู่กู๋เจ๋อดื่มมากจนเกินขีดจำกัด ทั้งเมาเละเทะทั้งอ้วกแตก ยิ่งกู๋เจ๋อคิดก็ยิ่งเสียใจที่ไปท้าทายหยางหลิว
“ ว่านเซี่ยง หลัวโก่ว เอ้านี่ ” ส่วนอีกด้านฉางเฟิงก็เอาถังใบใหม่ให้ว่านเซี่ยงกับหลัวโก่ว แต่ทั้งสองคนไม่มีสติสัมปชัญญะอีกแล้วพวกเขาแค่รับถัง แล้วก็กอดไว้อยู่อย่างนั้น
“ เอ่อ…หยางหลิว นายทำเกินไปหรือเปล่าเนี่ย? ” ฉางเฟิงหันไปถามหยางหลิวอย่างสงสัย เพราะหยางหลิวจงใจแกล้งทั้งสามคนจนเมาเละเลย
แต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้น หยางหลิวที่ดื่มเบียร์มากกว่าร้อยแก้วแล้วแต่ดูเหมือนเขาไม่มีทีท่าว่าจะเมาหนักแบบพวกว่านเซี่ยง หลัวโก่ว และกู๋เจ๋อเลย
“ ช่วยไม่ได้นี่ ใครใช้ให้พวกนายรวมหัวกันมาแกล้งพวกฉันล่ะ? ” หยางหลิวในตอนนี้ไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนคนเมาที่พูดจาไม่รู้เรื่องอีกต่อไปแล้วแต่ทว่าเขากลับเปี่ยมไปด้วยเหตุผลเหมือนจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ซึ่งคอยหลอกล่อแกะตัวน้อยทั้งสามให้ตกไปในหลุมพรางอย่างง่ายดาย
“ นายทำได้ยังไงหยางหลิว ? ฉันนึกว่านายคออ่อนซะอีก” เหมยอี๋ถามอย่างงง ๆ กลายเป็นว่าที่เธอห่วงหยางหลิวนั้นไม่จำเป็นแม้แต่น้อย
“ ก็ไม่มีอะไรหรอก เอ้อ ! ฉันว่าพวกเรากลับกันเถอะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ” หยางหลิวไม่ตอบตรง ๆ แต่เลี่ยงไปพูดถึงเรื่องเวลาแทนซึ่งตอนนี้ก็เลยเวลาเที่ยงคืนไปแล้ว หยางหลิวจึงเสนอให้กลับหอพัก
“ อื้อ ” ส่วนเหมยอี๋เมื่อรู้ว่าหยางหลิวไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากเธอก็สบายใจ แม้จะสงสัย แต่เธอก็ไม่ถามต่อ
หยางหลิวหันไปหาลู่เอินก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ ไปกันเถอะลู่เอิน ”
แต่ตัวลู่เอินกลับไม่สนใจเสียงเรียกเธอยังคงงอนหยางหลิวอยู่เหมือนเดิม
“ ลู่เอิน ไปกันเถอะ ” หยางหลิวเรียกอีกครั้งคราวนี้เขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ เธอด้วย เนื่องจากคิดว่าเธอจะไม่ได้ยิน
“ ไม่ต้องมาพูดกับฉันเลยไอ้คนเจ้าเล่ห์ หลอกลวงกันได้นะ! ” ลู่เอินแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อหยางหลิวอย่างโจ่งแจ้ง
“ ผมเจ้าเล่ห์ตรงไหนเนี่ย ? ” หยางหลิวถามอย่างงงๆ พร้อมกับเกาหัวเบา ๆ
“ ฮึ ! งั้นนายมาทำให้ฉันเป็นห่วงทำไมล่ะ ? ก่อนหน้านี้ก็ด้วย ดื่มสามแก้วก็แกล้งเมา เจ้าเล่ห์มากนะนายเนี่ย !” ลู่เอินพูดอย่างแง่งอน
“ ผมขอโทษนะลู่เอินที่ทำให้เป็นห่วงขอโทษที่เจ้าเล่ห์ด้วย ” เมื่อเข้าใจปัญหาหยางหลิวจึงยอมรับผิดแต่โดยดี แม้จริง ๆ แล้วหยางหลิวจะเคยบอกไปหลายครั้งว่าเขาดื่มไหวแต่เนื่องจากหยางหลิวไม่อยากให้ลู่เอินโกรธเขาไปมากกว่านี้เขาจึงยอมรับผิดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อตัดปัญหา
“ เหรอ ? ” ลู่เอินพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ อื้อ ” หยางหลิวตอบรับก่อนจะฉวยโอกาสที่ลู่เอินไม่ทันตั้งตัว คว้ามือของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาตเหมือนที่เคยทำ
“ หยางหลิว ! ” ลู่เอินหันมาจ้องตาหยางหลิวเขม็งเธอเพิ่งจะโกรธไปหยก ๆ ตอนนี้เขายังมาเอาเปรียบเธออีก
“ ทุกคน พวกผมขอตัวไปก่อนนะ ฉางเฟิงดูแลเจ้าพวกนั้นด้วยล่ะแล้วเจอกันที่ห้องพัก ” หยางหลิวก็ทำทีเป็นไม่รู้ไม่ชี้จับมือของลู่เอินโดยไม่ปล่อย พร้อมกันนั้นก็ใช้มืออีกข้างจับมือเหมยอี๋ รีบบอกลาเพื่อนๆ แล้วเดินออกจากผับไปในที่สุด
= = = = = = = == = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
เผื่อหลายๆ คนสงสัย หยางหลิวไม่ได้ใช้เงินซื้อทักษะย่อยดื่มเหล้าให้คอแข็งนะครับแต่หยางหลิวมีความสามารถด้านกีฬาระดับสูง เหมือนอย่างที่เคยอธิบายไปแล้วถ้ามีความสามารถนี้มันก็ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองเหนือมนุษย์ และอืิ่น ๆ อีกมาก ดังนั้นการที่ดื่มแอลกอฮอล์ก็เช่นกันครับ(ขออธิบายคร่าว ๆ เท่านี้)
นอกจากนี้จริง ๆ ว่าจะใส่ในเนื้อหาด้วย แต่หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นน้ำมากไปเลยไม่ได้ใส่เพิ่มขออธิบายด้านนอกแทนละกัน 55
= = = = = = = == = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =