ย้อนอดีตกับระบบ Ai

    บทที่ 2 : วางแผน

    วางแผน
    ตอนนี้ฉิงเฉินกำลังเรียบเรียงความคิดของตัวเอง เพราะกว่าที่ชิงเสวี่ยเซียนจะประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตทางรถยนต์ก็อีกหนึ่งปีต่อจากนี้
    เขายังเหลือเวลาอีกหนึ่งปี และแน่นอนว่าเขาจะไม่อยู่เฉยๆ เขาต้องวางแผนเตรียมการใช้ชีวิตในโลกอดีตแห่งนี้
    ในอนาคต 30 ปีข้างหน้าที่เขาจากมา เขาก็เป็นเพียงแค่เด็กกำพร้าที่องค์กรลับ รับมาเลี้ยง เขาจึงไม่มีห่วงใดๆในโลกอนาคต
    และหากถามว่าเขาสำนึกขอบคุณองค์กรลับหรือเปล่า? ฉิงเฉินจะตอบเลยว่าเขารู้สึกสำนึกขอบคุณจริงๆ แต่เขาก็คิดว่าได้ชดใช้ และตอบแทนให้พวกองค์กรลับไปหมดแล้ว ในตลอดเวลาหลายปีที่อยู่ในองค์กรลับ
    แต่แม้ว่าเขาจะเรียบเรียงความคิดของตัวเองแล้ว ฉิงเฉินก็ยังคิดไม่ออกว่าตัวเองจะทำอะไรก่อนในยุคนี้ จึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะถามเรย์เรีย
    “เรย์เรียในโลกอดีตแบบนี้ ผมควรจะทำอะไรก่อนเป็นอย่างแรก?”
    [หากหมายเลข 9 ขอคำแนะนำเพื่อจะดำเนินชีวิตในยุคนี้ เรย์เรียขอแนะนำให้คุณสร้างรากฐานของตัวเองขึ้นมา โดยการทำธุรกิจส่วนตัวบางอย่าง จากการคำนวนของระบบ คุณสมควรจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ไม่อาจเทียบได้กับในโลกอนาคต]
    “เป็นความคิดที่ดีมาก”
    ฉิงเฉินพยักหน้าในทันทีสำหรับคำแนะนำของเรย์เรีย ในโลกที่เทคโนโลยียังไม่พัฒนาเทียบเท่าในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้าแบบนี้ แน่นอนว่าเขาจะสามารถสร้างรายได้อย่างมาก และมีความมั่นคงในชีวิต
    “ถ้าหากจำไม่ผิด ในกล่องไม้นั้นมีทองคำแท่งอยู่” เขาลูบคางของตัวเองและยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังกล่องไม้ขนาดกลางๆที่วางอยู่มุมห้อง
    เมื่อมาถึงฉิงเฉินไม่ลังเลที่จะเปิดกล่องไม้ออกมาในทันที
    แกร่ก!
    เสียงไม้แตกหักดังขึ้นเบาๆ ดูเหมือนว่ากล่องไม้ที่สร้างจากโลกอนาคตอันนี้ จะไม่สามารถต้านทานสายธานของอุโมงค์มิติเวลาได้...จึงทำให้มันแตกออกเวลาเปิด
    หลังจากเปิดกล่องไม้ออก ดวงตาทั้งคู่ของฉิงเฉินสว่างขึ้นเล็กน้อย ภายในกล่องไม้ประกอบไปด้วยทองคำแท่งขนาดเท่าฝ่ามือมากกว่า 20 แท่ง และมีกระเป๋าสะพายหลังสีดำอยู่ ทองคำแต่ละแท่งนั้นเปล่งประกายแสงสีทอง ซ้อนทับเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
    สาเหตุที่มีทองคำมากกว่า 20 อยู่ภายในกล่องไม้ในบ้านหลังนี้ ก็เป็นเพราะทางองค์กรลับ ได้คาดการณเอาไว้แล้วเช่นกัน ว่าฉิงเฉินอาจจะไม่สามารถกลับไปได้ พวกเขาจึงนำทองคำเหล่านี้มาเตรียมใว้ เพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายในโลกอดีตแห่งนี้
    “เรย์เรียราคาทองคำแท่งในปัจจุบันคือเท่าไหร่?”
    [ราคาทองคำแท่งในปัจจุบันอยู่ที่ 5 แสนหยวนต่อหนึ่งแท่ง]
    เรย์เรียตอบแทบจะในทันทีที่ฉิงเฉินถาม เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ 1 แท่งต่อ 5 แสนหยวน หากนับรวมทั้ง 20 แท่ง เมื่อขายออกไป เขาก็จะได้รับเงินมากถึง 10 ล้านหยวน!
    “เอาล่ะเรย์เรีย เมืองโคลเวอร์อยู่ห่างจากที่นี่เท่าไหร่?” ฉิงเฉินดึงกระเป๋าสะพานหลังสีดำออกจากภายในกล้องไม้ ก่อนจะเปิดมันและนำทองคำทั้งหมดใส่เข้าไป
    เขาปิดมันจนมิดชิด จากนั้นเขานำกระเป๋าขึ้นสะพายไปที่หลังของตัวเอง
    เขาไม่ต้องการจะเสียเวลา จึงอยากจะนำทองคำแท่งไปขายในทันที ยิ่งไปว่านั้นคือท้องของเขามันส่งเสียงคำรามแล้ว จึงไม่แปลกที่ฉิงเฉินอยากจะไปขายทองคำ และไปหาร้านอาหารอร่อยๆ เพื่อถมท้องของตัวเอง
    [ห่างออกไปจากที่นี่ประมาณ 10 กิโลเมตรโดยประมาณจะถึงเมืองโคลเวอร์]
    “พวกเราจะไปที่นั่นกัน” ฉิงเฉินก้าวเดินเปิดประตูออกจากบ้านไป
    ข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยความมืดมิด ในตอนกลางคืนเช่นนี้ ค่อนข้างจะยากแก่การเดินทาง แต่มันไม่เป็นปัญหาสำหรับฉิงเฉิน เขาชินกับความมืดมากกว่าแสงสว่างเสียอีก เพราะงานส่วนมากที่องค์กรลับมอบให้ ก็คือการลอบสังหาร ภายใต้ความมืดมีคนหลายร้อยที่ถูกเขาฆ่าไป
    “เดินตรงไปข้างหน้าอีกไม่กี่เมตร จะพบถนนที่นำไปสู่เมืองโคลเวอร์”
    เสียงของเรย์เรียดังขึ้นภายในสมองของฉิงเฉิน เขาเดินออกไปตามทางที่เรย์เรียบอกในทันที
    ถึงแม้ว่าเรย์เรียจะเป็นเพียงเอไอ แต่เธอก็มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง เธอไม่ใช่แค่เพียงรอตอบคำถามเท่านั้น เธอรู้ว่าเวลาไหนควรจะพูดอะไร และในเวลานี้เธอก็คอยซัปพอร์ต (Support)โดยที่ฉิงเฉินไม่ต้องเอ่ยถาม
    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตามเส้นทางที่ฉิงเฉินเดินผ่านมันเต็มไปด้วยป่าไม้อันรกร้าง ดูเหมือนบ้านที่ถูกส่งย้อนเวลามาพร้อมกับตัวเขา จะมาปรากฏตรงกลางป่าพอดี
    แต่ในความเป็นจริงบริเวณนี้ ในอนาคตมันถูกสร้างเป็นตึกที่รุ่งเรือง เป็นหนึ่งในสถาบันวิจัยขององค์กรลับ
    แต่ตอนี้ไม่ใช่โลกอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้า มันจึงเป็นได้เพียงแค่ป่าอันรกร้างเท่านั้น
    ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง ฉิงเฉิงก็เดินออกจากป่ามาถึงถนน เขามองซ้ายและมองขวาสลับไปมา เพื่อหวังว่าจะมีรถผ่านมาสักคัน
    แต่ดูท่าว่าฉิงเฉินจะโชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขายืนรออยู่ถึงชั่วโมงกว่าๆ ไม่มีแม้แต่รถสักคันเดียวผ่านทางมา สุดท้ายเขาเลือกที่จะไม่ยืนรออีกต่อไป และเริ่มเดินตามทางเพื่อมุ่งไปยังเมืองโคลเวอร์
    อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาเริ่มเดินไปได้ไม่ไกล เสียงรถยนต์ก็ได้ยินมาจากข้างหลัง ดวงตาของฉิงเฉินสว่างขึ้นแทบจะในทันที เขาหยุดและหันไปยกมือโบกรถที่กำลังวิ่งมา
    รถที่กำลังวิ่งมานั้นเป็นรถกระบะยี่ห้อมาสด้า (Mazda) เก่าๆสีเทาคันหนึ่ง แสงไฟหน้ารถสว่างมาแต่ไกลในความมืด รอไม่นานเท่าไหร่ รถก็วิ่งมาจอดที่ด้านหน้าของฉิงเฉิน สามารถมองเห็นชายชราและหญิงชราบนที่นั่งคนขับและข้างคนขับได้
    ฉิงเฉินวิ่งเข้าไปด้านข้างรถกระบะ ขณะที่ชายชราคนขับลดกระจกลง พร้อมๆกับพูดขึ้น “พ่อหนุ่มจะไปไหนเหรอ?”
    “สวัสดีครับคุณลุง ผมต้องการที่จะไปเมืองโคลเวอร์ ไม่ทราบว่าคุณลุงสามารถให้ผมติดรถไปด้วยได้ไหม?” ฉิงเฉินยิ้มอย่างเป็นมิตร ทักทายทำความเคารพชายชรา และหญิงชราตามมารยาท
    ชายชราคนขับรถสำรวจดูฉิงเฉินเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเขาแต่งตัวในชุดสูทสีดำเก่าๆชายชราก็พยักหน้า
    ในความคิดของชายชรา ชายหนุ่มตรงหน้าคงจะเป็นคนยากจน ที่ต้องการเข้าไปหางานทำในเมืองโคลเวอร์แน่นอน เพราะดูจากสูทเก่าๆแล้ว คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
    จบบทที่ 2