หลังการระเบิดของภูเขาไฟผู้คนในเมืองหนานซานซึ่งถือว่าใกล้ภูเขาไฟที่สุดนั้น รู้สึกได้ถึงอุณภูมิที่สูงขึ้น จนหน้ากลัวกระแสลมร้อนนั้นพัดผ่านต้นไม้ต่าง ๆ ถูกเผาเป็นเถ้าถ่านทันที
“ภูเขาไฟกำลังประทุ พวกเราต้องรีบวิ่งไม่งั้นต้งอตายที่นี่อย่างแน่นอน”มีการประกาศเตือนกันอย่างต่อเนื่องในเมืองหนางซานผู้คนต่างวิ่งกันอย่างโกลาหลเพราะตระหนักถึงอันตราย
ไฟสวรรค์นั้นแม้ว่าจะเป็นเปรวไฟขนาดเล็กแต่ก็สร้างความเสียหายได้สูงมากจางเฉินนั้นไม่ได้ทราบเรื่องราวภายนอก เขาจ้องหาโอกาสเพื่อจะได้รับไฟพิภพอยู่ถ้าหากได้กลืนเมล็ดไฟสวรรค์เพิ่มอีกครั้งจางเฉินก็มั่นใจว่าไฟสุริยะของเขาก็จะพัฒนาไปอีกขั่นหนึ่ง
หลังจากจางเฉินตัดสินใจได้แล้ว เขาก็เดินไปหาเปรวไฟเล็ก ๆที่ส่องแสดงประกายสีแดงเข้มนั้น แม้ว่าทุกที่นั้นจะเต็มไปด้วยแม๊กม่าแต่จางเฉินนั้นได้รับการปกป้องจากไฟสุริยะ แมกม่านั้นตางแยกเป็นทางให้เขาสามารถอยู่ในแมกม่าคล้ายกับการดำน้ำ แต่อยู่ได้ไม่นานนัก
เปรวไฟขนาดเล็กนั้นดูเหมือนจะรู้สึกถึงการบุกรุกที่แปลกประหลาดมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงสองสามครั้งแล้วก็ลอยหลบหนีอยู่ในพื้นที่แม๊กม่าเมื่อมันตื่นเต้นก็ยิ่งทำให้ไฟนั้นร้อนแรงมากขึ้นเปรวไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นขยายขนาดใหญ่ขึ้นและท้องฟ้านั้นเริ่มกลายเป็นสีแดงคลอบคลุมภูเขาและพื้นที่ใกล้ ๆรวมถึงเมืองหนานซานด้วย
จางเฉินนั้นพอจะรู้ได้ว่า ไฟสวรรค์นั้นจะไม่ยอมให้ตัวเองเข้าใกล้การแร่งพลังงานไฟแบบนี้เป็นการเตือนของไฟสวรรค์ขนาดเล็กแต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลวงความคิดของจางเฉินได้เขาใช้เวทย์เคลื่อนย้ายในพริบตาเข้าประชิดไฟพิภพตัวน้อยทันที
จางเฉินใช้มือจับไฟพิภพนั้น แม้มันจะพยายามต้อสู้เพื่อหนีออกจากมือจางเฉินหรือเร่งความร้อนมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถดิ้นรนหนีออกจากมือจางเฉินได้ดูเหมือนว่าไฟสวรรค์นี้จะรวมพลังวิญญาณของสวรรค์และโลกแล้วก่อจิตสำนึกของตนเองอยู่แล้ว ถ้าอีกหน่อยมันเติบโตเต็มที่มันคงออกเผาผลาญบ้านเมืองผู้คนอย่างเลวร้าย
จางเฉินนั้นดูดไฟพิภพเล็ก ๆ เข้าสู่ร่างกายตนเอง
พลังงานที่ร้อนจัดแผ่ไปทั่วร่างของจางเฉินทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก แม้แต่จิตวิญญาณก็รู้สึกสั่นคลอน
ไฟสวรรค์นั้นต่อสู้ในร่างกายของจางเฉินอย่างโหดร้ายเมื่อมันรู้สึกว่าจางเฉินกำลังพยายามกลืนกินมัน มันยิ่งเพิ่มพลังของมันทุนแรงยิ่งขึ้นหวังจะเผาไหม้จางเฉินในคราวเดียวให้เป็นผุยผง
จางเฉินนั้นพบว่า เนื้อเยื้อในร่างกายของเขานั้นถูกไฟลุกลามไปทั่วทำให้เจ็บปวดอย่างมากจนต้องร้องตะโกนออกมาเสียงดัง ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงอย่างมากจางเฉินพยายามผลักดันไฟพิภพนั้นเข้าหาไฟสุริยะ ไฟสุริยะนั้นแข็งแกร่งกว่าไฟพิภพมากเพราะว่ามันพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้วเมือก่อนหน้านี้มันจึงเริ่มกลืนกินไฟพิภพอย่างรวมเร็ว ทำให้จางเฉินเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
“น่ากลัวจริง ๆ ข้านึกว่าจะต้องตายเสียแล้ว”จางเฉินเมื่อรู้สึกผ่อนคลายขึ้นก็เริ่มเบาใจ
ไฟสรุยิระนั้นปลิวไหวอย่างรุนแรง คล้ายมันได้เจออาหารอร่อยเมื่อกลืนกินไฟพิภพแล้วก็ปลดปล่อยพลังสวรรค์และโลกที่มีอยู่ในไฟพิภพเข้าสู่ร่างกายจางเฉิน
จางเฉินเมื่อได้รับพลังจำนวนมากก็นั่งสมาธิกำหนดลมปราณไร้ลักษณ์วิ่งไปทั่วร่างกายเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกเผาไหม้เมื่อร่างกายได้รับการซ่อมแซม ความเจ็บปวดที่เหลืออยู่ก็ค่อย ๆ หายไปเขารู้สึกถึงพลังงานที่รุนแรงในร่างกายทำให้รู้สึกมีความสุขเล็กน้อยแล้วทำการเปลี่ยนพลังสวรรค์และโลกนั้นเป็นพลังปราณ
จางเฉินอยู่ในกระบวนการบ่มเพาะพลังปราณกว่าสองชั่วยามเมื่อพบว่าพลังปราณนั้นถึงจุดสูงสุดของระดับห้าแล้วเขาก็พุ่งผ่านกำแพงปราณเข้าสู่ระดับหกทันทีพลังงานที่เพิ่มขึ้นนั้นไหลผ่านเส้นลมปราณทั่วร่างอย่างรวดเร็วทำให้ร่างกายของเขาได้รับการปรับปรุงอีกครั้ง
พลังงานนั้นบริสุทธิ์เป็นอย่างมากนอกจากช่วยเสริมสร้างร่ายกายแล้วมันยังพัฒนาพลังจิตวิญญาณของเขาด้วย
เมื่อจางเฉินกลืนไฟพิภพขนาดเล็กนี้จนหมดภูเขาหนานซานนั้นก็ขาดการสนับสนุนพลังงานไฟ ทำใหแมกม่าที่ร้อนแรงนั้นค่อย ๆ หยุดลงบางส่วนถอยกลับสู่พื้นโลก บางส่วนนั้นดับลงกลายเป็นเถ้าสีดำอุณภูมิโดยรอบภูเขานั้นก็ค่อย ๆกลับสู่ภาวะปกติไปพร้อมกับการพัฒนาการบ่มเพาะของจางฉฺน
“พระเจ้า อำนวยพรพวกเรา ภูเขาไฟนั้นหยุดแล้วจริง ๆ”
“เรารอดแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ ไฟถึงดับลง แล้วมันดับจริงไหม”
“ดูเหมือนสวรรค์จะไม่ทอดทิ้งเรา ผู้คนกว่าแสนคนในเมืองนั้นรอดพ้นแล้ว”
ผู้คนในเมืองหนานซานนั้นรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทันทีเมื่อจางเฉินนั้นกลืนไฟพิภพ ก่อนหน้านี้พวกเขาพยายามเร่งรีบอพยพแต่ไม่ว่าอยางไรก็ไม่คิดว่าจะรอดชีวิตได้ เมื่อความร้อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งรู้สึกเครียดและกดดันอย่างมากแต่เมื่อมันเริ่มอุณภูมิต่ำลงจนเป็นปกติ พวกเขาจึงค่อยรู้สึกผ่อนคลายผู้คนส่วนใหญ่ต่างคุกเข่าลงแล้วกราบไหว้ไปที่ภูเขาหนานซางด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณช่วยชีวิต
“ภูเขาไฟหนานซานดับได้อย่างไร”เจ้าเมืองหนานซานนั้นใช้กล้องส่องทางไกลขนาดใหญ่ของเขาที่กำแพงเมืองมองไปที่ภูเขาแล้วขมวดคิ้วกล้องส่องทางไกลของเขานั้นทำด้วยช่างฝีมือระดับสูง เมื่อมองไปที่ภูเขาแม้จะไกลมากก็สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าไฟนั้นดับลงแล้ว
“บันทึกในตำราไม่ควรผิด ดูเหมือนจะมีบางอย่างไม่คาดคิดไฟสวรรค์จึงหยุดลง”ผู้ช่วยเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ข้าง ๆเจ้าเมืองเพื่อดูสถานการณ์นั้นก็พูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
“คงต้องรอสักพักหนึ่ง ว่ามันจะยังปะทุอีกครั้งหรือไม่” เจ้าเมืองพูดด้วยความไม่แน่นอนในใจ
จางเฉินนั้นเมื่อรวบรวมพลังปราณจนเสร็จแล้ว เขาก็ออกจากภูเขาหนานซานแล้วเรียกหงเอ๋อเพื่อกลับเมือง
เจ้าเมืองหนานซานนั้นยังส่องกล้องทางไกลอยู่เขาเห็นเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปี เรียกสัตว์อสูรระดับสูงขึ้น แล้วโดดขึ้นขี่แล้วพุ่งสู่ทิศทางของเมืองต้าเหลียงเขาจึงพอเดาได้ว่านี่น่าจะเกิดจากเด็กหนุ่มคนนี้อย่างแน่นอนเพราะพื้นที่นั้นต้นไม้เหี่ยวแห้งหลายเป็นผงหมดแล้ว ไม่น่าจะมีคนอาสัยอยู่แถบนั้นในช่วงการระเบิดภูเขาไฟ
หนึ่งวันผ่านไป เมื่อจางเฉินกลับถึงเมืองต้าเหลียง เขาลงจากหงเอ๋อก่อนเข้าเมืองเพราะมันเป็นช่วงเช้าวันใหม่แล้วจึงไม่สะดวกบินเข้าไปในเมืองเท่าไหร่นัก เดินผ่านตาม้องถนนมีการพูดถึงการระเบิดของภูเขาไฟหนานซางกันตลอดทางบางคนบอกว่าแปรวไฟจากภูเขานั้นลุกท้วมสูงหลายสิบฟุตบางคนก็พูดถึงการหลอมละลายที่น่ากลัวของลาวาบางส่วนก็กล่าวถึงท้องฟ้าที่เป็นสีแดงฉาน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาทำเหมือน ๆ กันคือ การตั้งโต๊ะบูชาผู้ช่วยให้รอดชีวิตนั้นเพราะหากมันปะทุรุนแรงจริง ๆบ้านเมืองนั้นต้องพินาศหลายยเมืองไม่ใช่แค่เมืองหนานซาง
สำหรับเรื่องทั้งหมดนั้นจางเฉินเพียงปล่อยผ่าน ไม่ได้นำมาใส่ใจเพราะเขายังมีอีกหลายอย่างที่สำคัญต้องทำ
กลับถึงบ้านจางเฉินก็แวะพูดคุยกับถังชิ่วอิงและเหล่าสหายที่ไม่ได้เห็นหน้ามาสองสามวัน บางคนนั้นเป็นห่วงเขาเพราะเงียบหายไปโดยเฉพาะถังชิ่วอิง นางดีใจอย่างมากและโผเข้ากอดจางเฉินทันที
จางเฉินเข้าสู่ดินแดนวิญญาณเพื่อแจ้งผลของภารกิจจากสาวใช้องค์หญิงหลงอันฉี นอกจากขอบคุณแล้วก็สอบถามความต้องการของนางว่าต้องการให้จางเฉินช่วยเหลือด้านใดสำหรับภารกิจครั้งนี้
ภารกิจครั้งนี้จางเฉินนั้นกำไรมาก เส้นเลือดเหล็ก และไฟสวรรค์ สองอย่างนี้นับได้เป็นเป็นสมบัติระดับสูงที่ผู้คนต้องฝันหาและต้องการได้มาครอบครองอย่างแน่นอน
“องค์หญิงชายคนนั้นพบไฟสวรรค์จริง”สาวใช้หลังได้รับข่าวก็เข้าไปหาองค์หญิงหลงอันฉีทันที
“ดีแล้วละ โชคดีของประชาชนข้าได้ยินข่าวมาแล้วเรื่องการระเบิดของภูเขาไฟ ข้าอยากจะเจอผู้ชายแล้วสิ ความสามารถที่สะเทือนฟ้าดินได้แบบนี้ถ้าได้คบเป็นสหายย่อมดีไม่น้อย”
“องค์หญิงต้องการอะไร ข้าจะได้แจ้งไว้ตามภารกิจ”
“ข้าอยากให้เขารักษาพิษให้กับข้า ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่นี่ก็สิบกว่าปีแล้ว” หลงอันฉีพูดเสียงเบา คล้ายไม่แน่ใจกับการตัดสินใจนี้มากนัก
เมื่อคนใช้เสร็จจากคุยองค์หญิงก็เข้าสู่ดินแดนวิญญาณ แล้วเข้าสู่ห้องภารกิจเพื่อแจ้งเรื่องราวนางบันทึกข้อความตามที่องค์หญิงนั้นได้บอกไว้
อย่างแรก ผู้ค้นพบนั้นคือองค์หญิงหลงอันฉี นางอยากกล่าวขอบคุณมันเป็นเรื่องที่นางกังวลใจอย่างมากเกี่ยวกับประชาชนอยู่แล้วและจางเฉินได้เข้าทำการแก้ไขซึ่งที่จริงนางไม่อยากได้อะไรเพิ่มเติมอีกแล้วอย่างที่สองถ้าเป็นไปได้นางได้รับพิษตั้งแต่เด็กต้องการให้จางเฉินเข้าตรวจสอบอาการแต่ถ้าไม่สามารถรักษาได้ หรือจางเฉินไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร