เทพสงครามมังกรเทวะ

    พ่อลูกพบหน้า

    หลังจากที่เฟยเทียนเข้าไปทักทายผู้เป็นอาจารย์เป็นที่เรียบร้อยแน่นอนชายหนุ่มไม่ลืมที่จะเก็บสินสงครามในครั้งนี้ไปด้วย นั่นคือแหวนมิติของพวกมันและที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นเปลวเพลิงสวรรค์ที่เหล่าผู้อาวุโสของนิกายเพลิงสวรรค์ไร้สิ้นสุดต่างมีกันทุกคน

     

    "เปลวเพลิงสวรรค์ห้าชนิด ถือเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดี"เฟยเทียนเก็บเปลวเพลิงสวรรค์ทั้งหมดไว้ในกล่องหยก ในใจพร้อมจะยกยิ้มอย่างยินดีหากเขาใช้เปลวเพลิงเหล่านี้สร้างนักปรุงโอสถขึ้นมาแน่นอนมันจะได้ถึงห้าคนเลยทีเดียว

     

    ส่วนทางด้านของเฟยหรงนั้นชายหนุ่มฟื้นฟูพลังได้หนึ่งส่วนแล้วเพียงพอที่จะประคองไม่ให้ตัวเองหมดสติได้แล้ว ทั้งกายเทพมังกรอมตะของเขาก็กำลังฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ใบหน้าที่ซีดเผือดเมื่อครู่เริ่มดูดีขึ้นมาเล็กน้อย และด้วยการประคบประหงมดูแลจากเหล่าภรรยาสาวทั้งหกคนแน่นอนเฟยหรงย่อมรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

     

    "ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแค่ใช้พลังปราณมากไปเท่านั้น"เฟยหรงยกยิ้มให้กับพวกนางที่ตอนนี้ดาวตาแดงกล่ำพร้อมกับมีน้ำใสๆไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง นั่นทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างแปลกประหลาด

     

    เฟยหรงคอยๆลูบผมพวกนางเพื่อปลอบโยนสักพักก่อนที่ตัวเขาจะลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าพวกนางไม่ได้ร้องไห้แล้ว "ข้าจะขอไปคุยกับท่านพ่อเสียหน่อย พวกเจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่"

     

    หญิงสาวทุกคนพยักหน้าพร้อมกับ เมื่อเห้นเช่นนั้นเฟยหรงจึงพาพวกนางไปหาเฟยเทียนที่ตอนนี้กำลังนั่งคุยกับเย่เฉินอยู่ตรงบัลลังก์ของประมุขหอกระบี่ดาวตก พร้อมกับแนะนำพวกนางให้เฟยเทียนได้รู้จัก

     

    "ท่านพ่อ!!"เฟยหรงตะโกนเสียงดัง พร้อมกับวิ่งไปโอบกอดผู้เป็นพ่อไว้แน่นด้วยความคิดถึงที่มีอย่างสุดหัวใจ นี่คือการพบผู้เป็นพ่อครั้งแรกในชีวิตหลังจากที่ชายหนุ่มจำความได้แล้วจะไม่ให้เขาโหยหาได้อย่างไร

     

    "หรงหรงน้อยของข้า โตขนาดนี้แล้วยังทำตัวเป็นเด็ก เจ้าไม่อายเหล่าคนรักของเจ้าหรืออย่างไร"เฟยเทียนกล่าวหยอกล้อ แน่นอนเขาย่อมรู้สึกดีใจเช่นกันที่ได้พบกับลูกชาย ทั้งยังพบว่าลูกคนนี้แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นจึงทำให้ผู้เป็นพ่ออย่างเขาอดยกยิ้มอย่างพึงพอใจไม่ได้

     

    "ข้าคิดถึงท่านมากเลยรู้หรือไม่ ทันทีที่ท่านปู่เล่าเรื่องราวของท่านให้ข้าฟัง ข้าก็คิดว่าสักวันข้าจะแข็งแกร่งขึ้นและมาหาท่านให้ได้ แล้ววันนี้ก็มาถึง ท่านพ่อข้าคิดถึงท่าน"เฟยหรงกล่าวพร้อมน้ำตาแห่งความคิดถึงที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เฟยเทียนโอบกอดผู้เป็นลูกชายเอาไว้พร้อมกับลูบผมของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน

     

    "ลูกชายข้า!! ที่ผ่านมาเจ้าคงลำบากไม่น้อย นับจากนี้พ่อจะดูแลเจ้าอย่างดี ชดเชยเวลาที่ทำให้เจ้าต้องโดดเดี๋ยว"เฟยหรงผละตัวออกมาพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ "ท่านพ่อท่านไม่จำเป็นต้องชดเชยให้ข้า สำหรับข้าแล้วพ่อแม่มีพระคุณล้นฟ้าไหนเลยข้าจะคิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่ท่านไม่ได้เลี้ยงข้ามาได้กัน ท่านมีเหตุผลของท่านดั้งนั้นข้าจะกล่าวโทษท่านได้อย่างไร"

     

    เฟยเทียนได้ยินคำๆนี้จากปากของลูกชายจิตใจที่มั่นคงของเขาก็สั่นไหวอย่างช่วยไม่ได้ น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลออกมาจากชายผู้ได้เชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ ไม่สิ! ต้องบอกว่าเคยเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดมากกว่า เนื่องจากวันนี้ลูกชายของเขาได้ทำลายกำแพงแห่งอัจฉริยะของเขาไปแล้วนั่นเอง

     

    "โอ้ พวกเจ้าพ่อลูกช่วยหยุดบรรยากาศหวานซึ้งหน่อยได้หรือไม่ ตอนนี้พี่สาวอย่างข้าอยากจะยื่นข้อเสนอและรีบกลับทวีปศักดิ์สิทธิ์เต็มทีแล้ว"เสวียเหม่ยที่นั่งอยู่บนหลังของพยัคฆ์ขาวสามเนตรกล่าวอย่างเบื่อหน่าย เฟยหรงที่ได้ยินก็มองไปที่นางด้วยความฉงนสงสัยก่อนจะหันไปทางเฟยเทียนผู้เป็นพ่อแล้วมองสลับกันไปมาอยู่เช่นนั้นก่อนจะยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

     

    "ท่านพ่อ นางเป็นแม่รองของข้าหรือ??"เฟยหรงกล่าวด้วยความสงสัย ในเวลานั้นเฟยเทียนยังคงปั้นหน้าเรียบเฉยแต่เสวียเหม่ยนั่นไม่ใช่ หน้าของนางดูร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อยแต่เฟยหรงก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติอยู่ดี

     

    ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มเยาะในใจ หญิงสาวนางนี้แท้จริงชื่นชอบในตัวพ่อของเขาไม่ผิดแน่ หากไม่เช่นนั้นนางจะตามมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทำไมกันละ

     

    "หรงหรงน้อยอย่าพูดเหลวไหล นางคือพี่สาวที่ช่วยเหลือพ่อหลายครั้งหลายคราเมื่อตอนที่ไปทวีปศักดิ์สิทธิ์ในครั้งแรกๆหากเจ้ากล่าวเช่นนี้นางจะเสื่อมเสียได้"

     

    "ท่านพ่อ เรื่องนี้ท่านไร้เดียงสาเกินไป ท่านไม่รู้จริงๆหรือว่านาง........."เมื่อเฟยหรงพูดมาได้ถึงตอนนี้ ลมปราณที่หนาวเย็นไปถึงขั่วกระดูกของหญิงสาวก็ปะทุขึ้นในทันที นี่เป็นเหมือนการเตื่อนชายหนุ่มให้หุบปากลงซะอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งนั่นมันก็ได้ผลเสียด้วยทันทีที่เฟยหรงได้สัมผัสถึงพลังลมปราณนี้ชายหนุ่มก็เอามือปิดปากของตัวเองไม่ให้กล่าวอะไรอีกต่อไป เมื่อหญิงสาวเห็นเช่นนั้นจึงคลายพลังปราณที่หนาวเย็นลงและลอยไปหาปิงเหยาผู้เป็นเจ้านิกายหิมะสวรรค์

     

    "เจ้ายินดีจะเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่"เสวียเหม่ยยกยิ้มอย่างอ่อนโยนกล่าวถามปิงเหยาออกไป ทางฝั่งของปิงเหยาเมื่อได้ฟังดังนั้นนางก็พลันตื่นตระหนกยกใหญ่ หญิงงามเบื้องหน้านี้เป็นตัวตนระดับไหนจากให้นางเดาคงจะเกินกว่าจักรพรรดิเทวะไปแล้วโอกาสที่ดีงามเช่นนี้นางจะไม่รับไว้ได้อย่างไร แต่ทันทีที่เห็นเหล่าลูกศิษย์และผู้อาวุโสสำนักหิมะสวรรค์จิตใจของนางก็บังเกิดความลังเลอย่างช่วยไม่ได้การที่เจ้านิกายจากไปนั่นย่อมทำให้นิกายอ่อนแอลงอย่างแน่นอน

     

    "ฮุฮุ เด็กน้อยเจ้าคิดอะไรอยู่ การที่ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์นั่นหมายความว่านิกายของเจ้าจะอยู่ภายใต้การดูแลของพระราชวังเยือกแข็งของข้าด้วย ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลว่านิกายจะอ่อนแอลงหลักจากที่เจ้าจากไปกลับกันมันจะเป็นประโยชน์กับพวกเขาด้วยซ้ำเพราะทางนิกายจะได้รับทรัพยากรณ์ที่ล้ำค่าในทุกๆปี"เสวียเหม่ยประดุจดังอ่านใจของปิงเหยาได้ นางรีบกล่าวดักความคิดที่ฟุ้งซ่านของหญิงสาวในทันทีเมื่อได้ยินดังนั้นปิงเหยาก็ไม่ลังเลอีกต่อไปนางรีบคุกเข่าให้หญิงสาวเบื้องหน้าและคาราวะนางเป็นอาจารย์ในทันที

     

    "ปิงเหยาคาราวะท่านอาจารย์"

     

    "เด็กดีๆไม่จำเป็นต้องมากพิธีไป ลุกขึ้นเถอะประเดี๋ยวข้าไปคุยกับศิษย์น้องของเจ้าเสียหน่อย"

     

    "ศิษย์น้อง??"ปิงเหยาทำหน้าฉงนสงสัย

     

    เมื่อรับศิษย์คนแรกแล้วเสวียเหม่ยหันกายและตรงไปยังที่ๆเซียนปิงเอ๋อ จ้าวหลาน เสี่ยวเซียนอยู่ในทันทีพร้อมทั้งกล่าวในแนวทางเดียวกับที่นางได้กล่าวกับปิงเหยา "พวกเจ้าทั้งสามจะยอมรับข้าเป็นอาจารย์หรือไม่"

     

    "อาจารย์??แต่พวกเรามีอาจารย์อยู่แล้วนะเจ้าคะ"เซียนปิงเอ๋อเป็นตัวแทนกล่าวออกมา ทันใดนั้นปิงซินและหญิงสาวอีกคนก็ทะยานร่างลงมาหาศิษย์ของพวกนางสองมือยกคงโอบอุ้มเด็กสาวอายุราวสามขวบที่กำลังหนาวสั่นเอาไว้ "เจ้าเด็กโง่ ข้าไม่มีอะไรจะสอนพวกเจ้าได้อีกแล้ว นี่เป็นโอกาสที่ดีของพวกเจ้าเพราะฉะนั้นรีบทำความเคารพท่านอาจารย์ของพวกเจ้าเร็ว"

     

    "ศิษย์ขอคาราวะท่านอาจารย์"พวกนางต่างพากันทำความเคารพเสวียเหม่ยในทันที แม้พวกนางจะยอมรับหญิงสาวคนนี้เป็นอาจารย์แต่ในใจยังคงประจักษ์อยู่เสมอว่าพวกนางมีทุกวันนี้ได้เพราะอาจารย์คนแรกอย่างปิงซิน

     

    "โอ้ ข้าลืมไปเจ้าชื่อปิงเหยาใช่หรือไม่ ที่พระราชวังเยือกแข็งนั้นหนาวเย็นมากไม่เหมาะกับลูกของเจ้าหรอกนะ ดังนั้นหากจะนำเขาไปด้วยคงต้องรอให้นางอายุสิบขวกและปลดผนึกกายศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน"เสียงของเสวียเหม่ยดังขึ้น ทันใดนั้นเกิดเสียงฮือฮาในหมู่ศิษย์ของหอกระบี่ดาวตกและนิกายหิมะสวรรค์ในทันที ทุกคนเต็มไปด้วยความแตกตื่นไม่เว้นแม้แต่ผู้อาวุโสก็ตาม เย่เฉินหันไปมองหญิงผู้เป็นสหายก่อนจะกล่าวด้วยความสงสัย "สหายปิงท่านมีบุตรตั้งแต่เมื่อไร ข่าวเงียบมาก!"

     

    ปิงเหยาแทบอย่างจะบ้าตาย เรื่องเด็กที่ปิงซินอุ้มอยู่นั้นเป็นลูกของนางมีเพียงนางและผู้อาวุโสไม่กี่คนที่รู้ แต่อาจารย์คนนี้กลับป่าวประกาศเสียจนทุกคนในที่นี้รับรู้ทั้งหมดแล้ว แบบนี้นางจะปิดเรื่องนี้ต่อไปได้อย่างไร แต่เมื่อคิดไม่ถึงประโยคสุดท้ายที่อาจารย์ของนางได้กล่าวนางกลับดวงตาเบิกกว้างและรีบพุ่งไปหาเสวียเหม่ยในทันที

     

    "ท่านอาจารย์ ท่านบอกว่าลูกสาวข้ามีกายศักดิ์สิทธิ์หรือเจ้าคะ"นางกล่าวถามด้วยอาการตื่นตระหนกมากกว่าเดิม แต่เดิมตั้งแต่เกิดมาลูกสาวคนนี้ของนางร่างกายอ่อนแอและหนาวสั่นตลอดเวลาจนทำให้ต้องใช้สมุนไพรในการรักษาร่างกายให้อบอุ่นเท่านั้น นี่ยังไม่รวมถึงที่นางมักจะอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาจนแม้แต่แรงจะพูดยังไม่มี ทั้งผู้อาวุโสหลายคนที่รู้เรื่องต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านางนั้นฝึกปราณไม่ได้จึงทำให้นางสิ้นหวังอยู่พักใหญ่และเลี้ยงดูเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความถนุถนอม

     

    "แน่นอน ทั้งกายศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณสายน้ำแข็งทั้งหมดอาจารย์คนนี้ล้วนแต่เรียนรู้พวกมันจนแตกฉาน ดังนั้นอาการของลูกเจ้า อาจารย์คนนี้จึงรู้ดีกว่าใคร เส้นลมปราณของเด็กคนนี้ก็เหมือนกับเจ้ากลายพันธุ์จากเส้นลมปราณเหมันต์บรรพกาลเป็นเส้นลมปราณมังกรเหมันต์บรรพกาลเหมือนกัน"

     

    "ทำให้ข้าเข้าใจว่าสามีของเจ้าคงจะต้องมีกายศักดิ์สิทธิ์รูปแบบมังกรทั้งยังต้องมีเส้นลมปราณของมังกรอีกด้วยถึงได้ทำให้ทายาทของพวกเจ้าเกิดมาแล้วมีลักษณะพิเศษทั้งเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้"เสวียเหม่ยกล่าวอธิบาย แน่นอนที่นางรู้ได้นั่นเพราะเส้นลมปราณของพวกนางเหมือนกันนี่เอง แต่พอคิดดีๆแล้วนางก็อดสงสัยไม่ได้ใครกันที่ได้พรสวรรค์ฟ้าประทานจากเทพมังกรขนาดนั้นแต่พอหันไปที่สองพ่อลูกตระกูลเฟย ในเวลานี้สิ่งผิดปกติคือเฟยหรงที่ร่างกายสั่นเทิ้มราวอย่างผิดปกติ

     

    'หืม น่าสนใจดีนี่ งั้นข้าจะขอพิสูจน์อะไรสักหน่อยก็แล้วกัน'เสวียเหม่ยยกยิ้มอย่างซุกซน ก่อนที่นางจะกล่าวต่อไปให้ปิงเหยาฟังต่อไป "อาการข้างตนของลูกสาวเจ้าที่มีทั้งเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์สายน้ำแข็งที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ลูกสาวของเจ้าจะโดนธาตุหยินตีกลับ แต่ก็ใช่จะไม่มีทางแก้ไข!!"

     

    "ทางแก้ไข??ทำอย่างไรเจ้าคะ??"ปิงเหยากล่าวถามดวงตาของนางประกายไปด้วยความหวัง

     

    "พ่อของเด็ก!! ขอเพียงได้เลือดจากพ่อของเด็กมาและนำมาประสานกับร่างกายของเด็กน้อยคนนี้เท่านั้น กายศักดิ์สิทธิ์ของนางก็จะตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์พร้อมทั้งหลอมละลายเส้นลมปราณมังกรเหมันต์บรรพกาลที่อุดตันไปด้วยธาตุหยินอีกด้วย"เสวียเหม่ยกล่าว หากเอาตามจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเลือดของคนที่มีกายมังกรหรือเลืดมังกรก็สามารถปลดผนึกได้ทั้งนั้นแต่เพื่อไขความสงสัยดังนั้นนางจำเป็นต้องบอกอย่างเฉพาะเจาะจงเสียหน่อย

     

    ปิงเหยาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็สั่นสะท้านในใจอย่างบอกไม่ถูกสายตาชำเรืองไปที่ชายหนุ่มที่กำลังมองมาที่นางด้วยแววตาที่หลากหลายกำลังยื่นอยู่ไม่ไกล ก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจชักกระบี่ออกมาและเดินตรงไปที่เขา

     

    "นั่นท่านเจ้านิกายจะทำอะไร??"เหล่าผู้อาวุโสอุทานอย่างตกใจอย่างสุดขีดในแต่บรรดาคนที่ตกใจที่สุดนั้นไม่ใช่พวกเขาแต่เป้นบรรดาภรรยาที่เหมือนจะประติดประต่ออะไรได้จากบทสนทนาข้างต้น

     

    "เป็นอย่างที่คิดจริงๆ??"เสวียเหม่ยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม นางสามารถสัมผัสได้ถึงเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์สายน้ำแข็งได้แต่ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์ประเภทอื่นดังนั้นจึงต้องใช้วิธีนี้ในการพิสูจน์ความสงสัยของตนเอง

     

    "อย่าบอกนะว่าท่านเจ้านิกายกับสามี!!"

     

    "ไม่น่าเชื่อ??"เหล่าภรรยาสาวอุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้สิ่งนี้เกินความคาดหมายของพวกนางเกินไปแล้วแบบนี้ต่อไปพวกนางจะเรียกอีกฝ่ายว่าอะไรดีล่ะ ท่านประมุข ศิษย์พี่ หรือพี่หญิงดี!