ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 128 หยกหยินหยาง

            บทที่ 128

            หยกหยินหยาง

            โจวผิงแสดงใบหน้าจริงจังขึ้นมาเมื่อจางหยวนเอ่ยถามเกี่ยวกับของสำคัญที่เข้าได้เบาะแสมา

            จางหยวนแสดงใบหน้าสงสัยเหตุใดโจวผิงเปลี่ยนใบหน้าของตนเองไปอย่างรวดเร็ว“ มีอะไรอย่างนั้นหรือขอรับเหตุใดจึงแสดงใบหน้าแบบนั้น ”

            จางหยวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

            โดยทั่วไปแล้วคนผู้นี้ไม่ค่อยจะแสดงใบหน้าเช่นนี้สักเท่าไหร่

            แต่ในครั้งนี้มันกลับแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมจริงจังออกมาซึ่งแตกต่างจากวิสัยของมันเป็นอย่าง

            จางหยวนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัยผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็ค่อยๆพูดด้วยเหตุผล“ ข้าเพียงอยากรู้ว่าตัวของท่านอยากจะได้เจ้าของสิ่งนั้นไปด้วยเหตุอันใด ” 

            “ อันที่จริงแล้วของเช่นนั้นมันก็ไม่ใช่ของที่คนธรรมดาทั่วไปจะถามหา”

            “ รวมไปถึงพ่อค้าอย่างพวกเราด้วย ”

            “ มันเป็นของสำคัญขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือขอรับ” จางหยวนเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

            “ นั้นสินะถ้าจะถามว่ามันเป็นของที่สำคัญขนาดนั้นเลยหรือก็คงจะพูดได้ว่ามันเป็นของล้ำค่าแล้วกระมั้ง”

            “ โดยของล้ำค่าชิ้นนี้โดยอดีตมันมีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเรื่องหยกชิ้นนี้เรียกได้ว่าตำนานของมันมีมากมายจนพวกเรานั้นนับไม่หมดเลยทีเดียว ”

            “ มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับมันทั้งเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อจากทางด้านราชวงศ์หรือว่าเรื่องเล่าที่พูดกันปากต่อปากในหมู่ของนักเล่าเรื่อง” 

            “ ว่าแต่ตัวของท่านไม่รู้จักจริงๆอย่างนั้นหรือขอรับว่าหยกหยินหยางคืออะไร” โจวผิงถามออกมาอย่างสงสัยเกี่ยวกับเขา

            โจวผิงพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ถามแม่นางผู้นี้ที่อยู่ข้างกายของท่านก็คงจะรู้เช่นเดียวกัน ”

            จางหยวนหันไปมองคุณหนูหงนางแสดงใบหน้าที่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจบางอย่าง

            นางเองก็น่าจะรู้เกี่ยวกับเรื่องหยกชิ้นนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

            จางหมิงพูดขึ้นมา “แปลว่าตัวของข้าเป็นผู้เดียวสินะขอรับที่ไม่รู้ ”

            “ ข้าต่างหากที่ต้องรู้สึกแบบนั้นเหตุใดท่านถึงไม่รู้จักหยกชิ้นนี้”

            “ หยกชิ้นนี้ค่าหอเล่าตั้งแต่ภายในอดีตมันมีเรื่องราวมากมายที่บอกเล่าเกี่ยวกับเจ้าของชิ้นนี้”

            “ โดยเจ้าแผนหยกชิ้นนี้เป็นหยกล้ำค่ามีรูปลักษณะพิเศษ”  

            “ หยกธรรมดาทั่วไปมีเนื้อหลายสีสันแตกต่างกันออกไป”

            “ แน่นอนว่ายกมีทั้งเนื้อขาวเหลืองเขียวพวกมันล้วนเป็นของที่ล้ำค่าแต่สิ่งที่แปลกประหลาดนั่นคือสิ่งที่ผู้คนต้องการ”

            “ หยกชิ้นนี้ผู้คนเล่าขานว่ามันเป็นแผ่นหยกที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับจาน”

            “ มีรูปลักษณะเป็นทรงกลมแบนโดยตัวของมันมีรูปลักษณะพิเศษก็คือมันเป็นหยกที่ไม่จำเป็นคำการสลากหรือว่าทำขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย”

            “ ท่านเข้าใจหรือไม่ว่ามันหมายความว่าอย่างไรโดยทั่วไปแล้วยกแต่ละชิ้นเมื่อได้รับมามันเองก็จำเป็นต้องสลักแล้วก็ทำขึ้นมา”

            “ แต่ว่ามีเพียงแค่หยกชิ้นนี้เท่านั้นที่มันเป็นหยกที่เมื่อพบเจอมันขึ้นหยกที่ล้ำค่าที่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย”  

            “ มันมีความพิเศษที่แตกต่างออกจากหยกทั่วไปหยกชิ้นนี้มีสีดำสลับกับขาวเหมือนกับรูปหยินหยางที่ถูกเขียนขึ้นมาภายในคัมภีร์ลัทธิเต๋า”

            “ แต่ว่าเพียงแค่รูปลักษณ์ที่งดงามไหนเลยจะเป็นที่ต้องการแก่ผู้คนจริงอยู่ว่าหยกชิ้นนี้มีรูปลักษณะที่แปลกประหลาดทั่วไปและก็มีความล้ำค่า ” 

            “ แต่เมื่อเราพิสูจน์จากเนื้อหยกมันไม่ได้ล้ำค่ามากขนาดนั้น”

            “ แต่ว่าปริศนาที่ผู้คนนั้นต่างอยากได้เจ้าของสิ่งนั้นมันคือของที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายในนั้นต่างหาก” โจวผิงพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

            จางหยวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง “มีเรื่องอันใดอย่างงั้นหรือขอรับเหตุใดท่านถึงแสดงใบหน้าเช่นนั้นปริศนาที่มันถูกซ่อนเอาไว้ภายในนั้นคืออะไร ”

            จางหยวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมา“ ผู้คนมากมายเล่าขานกันว่าภายในแผ่นหยกนั้นมีกุญแจสำคัญอยู่”

            “ กุญแจสำคัญ ”

            “ ใช่แล้วกุญแจสำคัญผู้คนบอกว่ามันคือกุญแจที่จะนำทางไปสู่ขุมสมบัติภายในยุคโบราณ”  

            “ แต่ว่าเราเองก็ไม่สามารถบอกได้ด้วยเช่นเดียวกันว่าของสิ่งนั้นมันเป็นของจริงหรือของปลอม”

            “ หลังจากที่มีนี้ท่านและก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้เล่าออกไปผู้คนกล่าวว่ากุญแจที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายในนั้นคือสมบัติจากยุคโบราณผู้ก่อตั้งลัทธิเต๋านำเอากุญแจและแผนที่ซ่อนเอาไว้ภายในนั้น”

            “ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมีข่าวนั้นแพร่กระจายออกไปก็มีผู้คนมากมายทำของปลอมขึ้นมามากมาย”

            “ จนตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าของไหนเป็นของจริงของนายเป็นของปลอม” โจวผิงทำการเล่าออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

            จางหยวนหลังจากที่ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนั้นเค้าพอจะเข้าใจได้

            จางหยวนก้มใบหน้าของตนเองแล้วก็คิดอย่างจริงจัง “เข้าใจแล้วว่าเหตุใดหลินหวังมันถึงอยากได้ของสิ่งใหม่ให้ผู้เป็นบิดา ”

            “ ของสิ่งนั้นมันคือของที่จะสามารถนำพาไปสู่ขุมสมบัติที่เป็นเรื่องเล่าขาน” 

            “ แต่ว่าการที่พวกมันต้องการและของสิ่งนั้นอยู่ภายในคลังชั้นนอกก็แสดงว่ามีโอกาสเป็นของจริงมากกว่าเจ็ดส่วน”

            “ พวกมันคงจะทำการวางแผนเอาไว้ว่านำเอาของปลอมเข้าไปสลับกับของจริงออกมา”

            “ ถ้าทำแบบนั้นแล้วถึงขั้นตอนในการตรวจสอบจะพูดว่ามันเป็นของปลอมมันเองก็คงไม่มีผู้ใดสงสัยและไม่มีผู้ใดรู้ว่าขโมยออกไป”

            “ คนพวกนี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก ” 

            จางหยวนคิดเอาไว้ภายในใจว่าอย่างไรในครั้งนี้พวกมันก็คงจะวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดีเรียบร้อย

            “ ว่าแต่ตัวของท่านอยากจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นไปด้วยเหตุอันใดข้ายังไม่ได้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” มันทำการเอ่ยถามออกมา 

            “ ข้าเพียงแค่ได้ยินมาเท่านั้นก็รับเลยไม่รู้ว่ามันคืออะไรไม่เคยได้ยินผ่านๆหูมาก่อนเลยอยากถามกับท่าน” 

            “ แบบนี้นี่เอง ”

            หลังจากนั้นจางหยวนก็ทำการเล่าแล้วก็พูดเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆสนทนากันมากมายกับโจวผิง

            พวกเขาทั้งสองคนนับถือกันในฐานะสหายในครั้งนี้อีกฝ่ายจำเป็นต้องเดินทางกลับไปที่เมืองของตนเอง

            พวกเขาทั้งสองคนก็ต้องทำการสนทนากันเเล้วก็พูดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆล่ำลากันเสียให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะแยกจากกัน

            …

            จางหยวนเดินทางกลับมาที่พักของตนเอง

            หลังจากที่เขาเดินทางกลับมาภายในที่พักคุณหนูหงเข้ามาพบเขาเป็นการส่วนตัว“ นายท่านคิดจะทำอันใดกับเรื่องหยกหยินหยางอย่างงั้นหรือเจ้าคะ ”  

            “ ไม่มีอะไรปกปิดเจ้าได้จริงๆ ”

            “ มันเองก็เป็นเพราะว่าตัวของนายท่านเข้าไปสืบข่าวตามคนผู้นั้นไปกลับมาก็พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าจึงรู้ได้ในทันที”นางพูดกลับมาด้วยเหตุผล

            “ นายท่านคิดจะทำอันใดอย่างงั้นหรือเจ้าค่ะ?”

            “ ของสิ่งนั้นมันเป็นของที่ตระกูลหลินต้องการ”

            “ ก่อนที่จะเดินทางกลับไปที่เมืองหลวงเราสร้างเรื่องใหญ่กันสักหน่อยดีหรือไม่”

            “ อย่าบอกนะเจ้าคะว่านายท่าน… ” 

            “ ใช่ตัวของข้าคิดจะขโมยมัน ”

            “ ในตอนนี้เรายังไม่พร้อมที่จะปะทะเข้ากับมันตรงเพราะแบบนั้นในตอนนี้อย่างน้อยก็อย่างน้อยก็ตัดหน้าของที่พวกมันต้องการทำให้พวกมันแค้นสักหน่อยก็ได้” จางหยวนแสยะยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์

            “ แต่ว่านายท่านเจ้าคะของสิ่งนั้นไม่แน่ว่าอาจจะเป็นของจริงหรือไม่”

            “ มีโอกาสที่จะเป็นของจริงมากถึงเจ็ดส่วนเพราะว่าตอนนี้ของสิ่งนั้นมันอยู่ภายในคลัง”

            “ คลังนอก!!! ”

            “ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะเจ้าคะคลังชั้นนอกมันมีผู้ที่ป้องกันมากมายหนาแน่นแถมยังเป็นสถานที่ที่โดนอารักขาโดยองครักษ์พิเศษ” 

            “ อย่างไรเสียการที่เข้าไปภายในสถานที่แห่งนั้นก็เป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างมาก”

            “ ล้มเลิกไปเถอะเจ้าค่ะนายท่านเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้”นางพูดออกมาด้วยความเป็นห่วงเพราะว่าอยู่ภายในเมืองหลวงมาเป็นเวลานานก็รู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน