เมื่อเดินทางมาถึง Garrag Mach สองพ่อลูกก็ถูกเชิญให้ไปพบกับ Lady Rhea ผู้มีตำแหน่งเป็ archbishop ของที่นี่
ห้องทำงานของเธอต้ังอยู่บนชั้นสองของฝั่งโบสถ์ Saint Seiros เช่นเดียวกับอาจารย์คนอื่นๆของวิทยาลัยหากแต่ห้องของเธอซ้อนอยู่ในห้องโถงใหญ่ ซึ่งอยู่คนละโซนกับห้องของบรรดาอาจารย์ที่เรียงรายกันไปทั่วทั้งชั้น
หนึ่งในนั้นกำลังจะกลายเป็ห้องทำงานของ Jeralt ซึ่งเป็หัวหน้าอัศวิน
Lady Rhea ยืนรอพวกเขาอยู่ในโถงใหญ่ เธอส่งรอยยิ้มแสนอบอุ่นใจดีมาให้ผู้มาเยือนทั้งสอง
“ขอต้อนรับกลับบ้าน อัศวิน Jeralt” เธอกล่าวทักทาย Jeralt ที่ตอนนี้กำลังใช้มือขวาแนบไปที่อกด้านซ้ายของตนเองพร้อมกับโค้งตัวทำความเคารพ
“ไม่ได้เจอกันนานนะขอรับ Lady Rhea” Jeralt กล่าวทักทายกลับ
"นานมากแล้ว... ฉันสงสัย ว่านี่เป็ความปรารถนาขององค์เทพีรึเปล่า ที่ให้พวกเราได้กลับมาพบกันอีก" เธอกล่าวอย่างสุขุม
"ได้โปรดให้อภัยด้วย ที่กระผมไม่ได้ติดต่อกับโบสถ์เลย... หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น..." Jeralt กล่าว
ตอนนั้นเอง Lady Rhea เริ่มหันมาที่ Byleth
เธอไม่ได้เพียงหันมามอง แต่เธอตั้งใจหมุนตัวมาเพื่อได้มองเห็นเขาชัดๆ
เธอจ้องมองและพิจารณาเขา ด้วยใบหน้าที่เป็สุข
“ฉันได้ยินเกี่ยวกับความสามารถของเธอมาจาก Alois แล้วล่ะ เธอชื่ออะไร” เธอกล่าวถาม
ไม่รู้เพราะเหตุใด ชั่วขณะหนึ่งเขาอยากจะนิ่งเงียบและไม่ตอบคำถามเธอ แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็หายไปแทบจะทันที
“Byleth ครับ” เขากล่าว พร้อมกับโค้งทักทาย เช่นเดียวกับที่พ่อของเขาทำ
และเขามั่นใจว่าในชั่วขณะนั้น เขาเหลือบเห็นสีหน้าอ่อนใจของพ่อของเขา
รอยยิ้มของ Lady Rhea ที่ตอบกลับมา ทำให้เห็นได้ชัดว่าเธอรู้ชื่อของเขามาก่อนแล้ว เธอเพียงแต่ถามไปตามมารยาทเท่านั้น
เธอหันกลับไปทาง Jeralt ในที่สุด และเริ่มพูดคุยตามประสาคนรู้จัก ซึ่งทำให้ Byleth รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเล็กน้อย เพราะการที่เธอจ้องเขาจนเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในหัวเช่นนั้น มันทำให้เขารู้สึกงุนงงและประหม่าแปลกๆ ถึงแม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าเขาค่อนข้างเยอะ แต่เธอก็ไม่ได้ดูแก่อย่างที่ควรจะเป็ หากแต่เป็ผู้หญิงที่สวย สง่า การพูดการจาและน้ำเสียงของเธอนั้นฟังดูสงบ นุ่มนวล น่าฟัง
“Jeralt คุณคงรู้แล้วใช่ไหม เื่ความ้าของฉัน” เธอกล่าว พร้อมกับยิ้มน้อยๆ
“ครับ เหมือนอย่างทุกทีใช่ไหม คุณอยากให้ผมกลับมาทำหน้าที่อัศวินอีกครั้ง” Jeralt ตอบ
“ส่วนเธอ Jeralt คงบอกแล้วสินะ ว่าหน้าที่ของเธอ คือเป็ อาจารย์” เธอหันมากล่าวกับ Byleth
อาจารย์ งั้นเหรอ... เขาคิด ในบรรดาเหตุการณ์ประหลาดชวนงุนงงทั้งหมดใน่สองสามวันมานี้ เหตุการณ์นี้คงจะประหลาดที่สุดเป็แน่ เขานี่นะ จะเป็อาจารย์ ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่
“อ่ะ เอ่อ...”
“อ่อ คืออย่างนี้นะ...” Jeralt กล่าว และเริ่มอธิบายทันทีที่ได้เห็นสีหน้าของลูกชาย
เขาชี้แจงว่า ตามที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า หน้าที่ที่ Lady Rhea เสนอให้กับ Byleth เมื่อมาอยู่ที่นี่ คือ เป็อาจารย์สอนการต่อสู้ให้กับบรรดานักเรียนที่ฝั่งวิทยาลัย
“พ่อต้องขอโทษด้วยนะ ที่ไม่ทันได้บอกลูกก่อน”
เขาได้แต่นิ่งเงียบด้วยความงุนงง
และทันใดนั้นเอง ก็มีชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาในห้องโถง ตรงมายังที่ที่พวกเขายืนอยู่
“อ้า มาพอดีเลย Seteth” Lady Rhea กล่าวทักชายผู้นั้น
เขาเป็ผู้ชายร่างสูง สมส่วน มีผิวซีดขาว ผมสีเขียวสดใสยาวลงถึงคาง หากแต่ดูเรียบร้อย
Byleth สังเกตว่าทั้งผม คิ้ว หนวดที่คาง รวมถึงนัยย์ตาของเขา มีสีเขียวสดใสแบบเดียวกันทั้งหมด
เขาดูมีสีหน้าจริงจังจนเกือบจะดูเหมือนเครียดตลอดเวลา และอาจเป็เพราะสีหน้าของเขา ทำให้ Byleth คิดว่า เขาดูไม่เป็มิตร และไม่ได้พอใจกับการมาเยือนของทั้งสองเท่าใดนัก
“Rhea” เขากล่าวทักทายสั้นๆ พร้อมกับหันมาทางสองพ่อลูก
“ฉันขอแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกับ Seteth เขาทำหน้าที่เป็ตัวแทนและที่ปรึกษาของฉันเอง และยังเป็อาจารย์ที่ฝั่งวิทยาลัยอีกด้วย”
“Seteth ผู้นี้คือ Jeralt อดีตอัศวินที่กลับมารับตำแหน่งเดิมของเขา”
“และนี่ คือ Byleth ลูกชายของเขา ที่จะมาทำหน้าที่เป็อาจารย์”
ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบใจกับการมาเยือนของทั้งสองมากนัก แต่ Seteth ก็สุภาพกับทั้งสอง สมกับท่าทางเป็งานเป็การของเขา
จากนั้น Seteth ก็ก้มตัวลงไปกระซิบพูดคุยบางอย่างกับ Lady Rhea เห็นได้ชัดว่า เขาเข้ามาที่นี่ ก็เพื่อสิ่งนี้ เพียงแต่บังเอิญที่ได้พบกับสองพ่อลูกพอดี
และตอนนั้นเอง ก็มีคนอีกสองคนเข้ามาในห้องโถง และตรงมาที่พวกเขา
Byleth หันไปมอง อดรำพึงรำพันในใจไม่ได้ว่า ใครกันอีกละเนี่ย ขออย่าให้มีเื่ประหลาดอะไรไปมากกว่านี้เลย
ผู้ที่เพิ่งมาใหม่ เป็ผู้หญิงวัยกลางคน เธอน่าจะเด็กกว่า Lady Rhea แต่อายุมากกว่า Byleth เป็แน่ ส่วนอีกคนเป็ชายที่เริ่มมีอายุแล้ว
“ทั้งสองมากันแล้วสินะ” Lady Rhea ที่ตอนนี้ ยืนด้วยท่าทีสง่า ทักทายคนทั้งสอง
“นี่คือศาสตราจารย์ Hanneman และ ศาสตราจารย์ Manuela”
“และนี่ Jeralt และ Byleth”
“เอาล่ะ ตอนนี้ฉันต้องขอตัวก่อน ฝากศาสตราจารย์ทั้งสองรับ่ต่อด้วยนะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปยังส่วนที่เป็ห้องทำงานด้านใน โดยมี Seteth ตามไปด้วย
“อ่ะฮ้า อาจารย์คนใหม่ หล่อ ล่ำเชียว” Manuela กล่าวกับ Jeralt พร้อมกับหัวเราะคิกคักเบาๆ
“อ่ะ เอ่อ... ผม ไม่ใช่คนที่คุณมองหาอยู่หรอกนะ” Jeralt ตอบ พร้อมกับเกาหัวเบาๆ
“ผมไม่ได้มาเป็อาจารย์หรอก เอาล่ะ ผมขอตัวก่อนแล้วกัน ให้พวกคุณ อาจารย์ทั้งหลายได้คุยกันดีกว่า”
Jeralt หันหลังให้สองศาสตราจารย์ และเดินมาหยุดที่ Byleth พลางตบบ่า
เขาอาศัยจังหวะนี้เองดึงลูกชายเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกระซิบบอกว่า
“ระวัง Rhea ไว้ด้วยนะ พ่อไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ถึงให้ลูกมาเป็อาจารย์ที่นี่ บางทีเธออาจกำลังพยายามทำอะไรซักอย่างอยู่ก็ได้”
จากนั้นจึงเดินออกนอกประตูไป ทิ้งให้ Byleth อยู่ตามลำพังกับเพื่อนร่วมงานใหม่ทั้งสอง
“อ่ะฮ้า งั้นก็... คือคุณเองสินะ ศาสตราจารย์คนใหม่” Manuela เริ่มพูดคุยด้วยเสียงยานคางซึ่งเป็เอกลักษณ์ของเธอ พร้อมส่งยิ้มให้ Byleth
เธอดูเป็สาววัยกลางคนที่ดูรักสวยรักงาม รูปร่างดี ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเครื่องสำอางค์ ผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนของเธอถูกจัดเป็ทรงอย่างมีสไตล์ การแต่งตัวของเธอเรียกได้ว่าโชว์เนื้อหนังอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เธอสวมชุดกระโปรงแนบเนื้อสีเขียวเข้ม ท่อนบนแหวกลึกลงไปเปิดเผยให้เห็นร่องอกอย่างชัดเจน ส่วนกระโปรงนั้นผ่าสูงขึ้นมาถึงราวสะโพกทั้งสองข้าง แม้ว่าเธอจะมีผ้าคลุมสีขาวคลุมอยู่ด้านหลัง แต่นั่นไม่ช่วยบดบังส่วนเว้าโค้งของร่างกายเธอเลยแม้แต่น้อย น้ำเสียงการพูดการจาของเธอฟังดูเหมือนคนกำลังงัวเงียง่วงนอนแต่ยั่วยวน
Byleth ก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างสุภาพเป็เชิงรับคำ พยายามไม่ให้สายตาไปหยุดอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเธอโดยไม่ตั้งใจ พลางอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอแต่งตัวแบบนี้เป็ปกติหรือนี่
“ดูยังเด็กอยู่เลยนะ” Manuela กล่าว พร้อมกับจ้องมอง
“อายุตัดสินอะไรไม่ได้หรอก จริงมั๊ย” Hanneman กล่าว และพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้ Byleth
ตรงกันข้ามกับ Manuela อย่างสิ้นเชิง Hanneman ช่างดูตรงกับนิยามของคำว่าศาสตราจารย์โดยแท้ ทั้งผิวขาวซีดที่บ่งบอกว่าเขาใช้เวลาส่วนใหญ่หมกตัวอยู่ในห้องสมุดอะไรทำนองนั้น ผมสีเทา แว่นตา น้ำเสียงเป็งานเป็การ อีกทั้งสูทสีน้ำตาลเทาที่เขาสวมใส่ ทั้งหมดนี้ดูลงตัวและเสริมบุคลิกคงแก่เรียนของเขาเป็อย่างดี
หลังจากที่ทักทายแนะนำตัวกันตามมารยาทแล้ว Manuela ก็เริ่มร่ายถึงงานที่นี่ให้ฟัง
“งั้นเข้าเื่ล่ะนะ... ที่นี่เราจะแบ่งนักเรียนเป็ 3 บ้าน นั่นก็คือ บ้าน Black Eagles, Blue Lions และ Golden Deer
นักเรียนในแต่ละบ้านนั้น จะมีพื้นเพมาจากคนละอาณาจักร ซึ่งทำให้พวกเขามีความถนัด และสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันออกไป
นอกจากเราสองคนที่เป็อาจารย์แล้ว ก็มี Seteth ที่คุณเพิ่งจะได้เจอ และยังมีทีมอัศวินอย่าง Alois, Catherine, Shamir และ Gilbert ที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาสอนนักเรียนอีกด้วย คุณคงจะได้เจอพวกเค้าเร็วๆ นี้ล่ะ” Manuela กล่าว
“เดิมทีเราสองคนช่วยกันดูแลนักเรียนทั้งหมด แต่ตอนนี้มีคุณเข้ามาเพิ่ม Lady Rhea จึงอยากให้แบ่งหน้าที่กันดูแลนักเรียนแต่ละบ้านไปเลย
แต่ไม่ต้องห่วง เราจะยังไม่แบ่งกันตอนนี้หรอก Lady Rhea ให้เวลาคุณได้ทำความคุ้นเคยกับที่นี่และพวกนักเรียนเสียก่อน แล้วค่อยมาคุยเื่นี้กันอีกที” Hanneman กล่าว
มาถึงตอนนี้ Byleth ได้แต่รับฟัง และครุ่นคิด เขาคงต้องปรับตัวอีกไม่น้อยเลยทีเดียว
“อีกหนึ่งสัปดาห์เราถึงจะเริ่มปีการศึกษาใหม่ Lady Rhea เธออยากให้คุณใช้เวลา่นี้ ทำความคุ้นเคยกับที่นี่และนักเรียนให้มากที่สุด เพื่อเป็การประกอบการตัดสินใจน่ะ...” Manuela พูดพร้อมกับยิ้มให้
“คุณมีอะไรสงสัยตรงไหนมั๊ย” Hanneman ถาม
“เอ่อ... คิดว่าไม่มีครับ” Byleth ตอบ
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น อีกหนึ่งสัปดาห์เราค่อยมาเจอกันที่นี่ แล้วจะได้เลือกบ้านกัน.. ตอนนั้น Lady Rhea ก็จะอยู่ที่นี่ด้วย เป็อันตกลงตามนี้นะจ๊ะ” Manuela บอก
จากนั้น เธอก็เริ่มเดินออกจากห้องโถงใหญ่ไปพร้อมกับ Hanneman เพื่อที่จะกลับไปยังห้องทำงาน แต่แล้วก็หยุดชะงัก พร้อมกับหันมา...
“อ้อ ฉันลืมบอกไปเลย ว่า นอกจากอาจารย์แล้ว ฉันยังทำหน้าที่เป็พยาบาลของที่นี่ และยังเป็นักร้องโอเปร่าอีกด้วย ว่างๆ เธอมาฟังฉันร้องเพลง หรือมาจะร่วมวงประสานเสียงที่โบสถ์ก็ได้นะ” Manuela ทิ้งท้าย
“นักร้องเหรอครับ?” Byleth เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่แล้วล่ะจ้ะ” Manuela ตอบด้วยท่าทางพอใจ
จากนั้นศาสตราจารย์ทั้งสองจึงแยกย้ายกลับไปยังห้องทำงานของตน ซึ่งอยู่บนชั้นเดียวกันกับห้องโถงใหญ่แห่งนี้
ตอนนี้ Byleth ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว กลางห้องโถงใหญ่ กำลังคิดว่าเขาควรทำอะไรต่อไปดี
แต่ก็ต้องใจากเสียงเสียงหนึ่ง
“เธอมัวยืนทำอะไรอยู่ล่ะ”
Byleth มองซ้ายมองขวา แต่ไม่เจอใคร
เสียงนั้นหัวเราะ ราวกับว่าตลกขบขันท่าทีใของเขา
“ใช่แล้ว ฉันเอง”
“จากนี้ไป เธอต้องทำตัวให้ชินเวลาได้ยินเสียงฉันได้แล้วนะ... ใช่ ฉันพูดอยู่... ในหัวของเธอยังไงล่ะ”
แน่นอนว่าเขาจำได้แทบจะในทันทีว่านั่นเป็เสียงของ Sothis เด็กสาวผมสีเขียวที่เขามักเห็นเธอในฝันบ่อยๆ หากแต่ครั้งนี้เขาไม่ไดพบเธอในความฝัน แต่ได้ยินเสียงเธออยู่ในหัวของเขา... ราวกับว่าเธอเป็ส่วนหนึ่งอยู่ในตัวเขา
นี่เราต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เขาคิด
“เอาล่ะ รีบไปทำความรู้จักกับนักเรียนของเธอสิ” Sothis กล่าว
Byleth ตั้งสติ และเดินออกจากห้องนั้นไปตามเสียงของเด็กหญิงที่ได้ยินในหัวของเขา
ขณะนั้นเป็เวลา่บ่ายเกือบจะเย็นแล้ว เขาตัดสินใจใช้เวลาว่างตอนนี้เดินสำรวจสถานที่ใหม่ที่เพิ่งมาเยือน เขาเลือกที่จะสำรวจโซนที่เป็วิทยาลัยก่อน
เขาเดินมาตามทางเชื่อมออกจากโซนที่เป็โบสถ์ ผ่านโถงใหญ่ซึ่งมีทางเชื่อมแยกออกไปตามทิศทางต่างๆ ที่นั่นมีโต๊ะและเก้าอี้ยาว มีเด็กนักเรียนนั่งจับกลุ่มคุยกันประปราย แต่ละคนดูอายุไม่ต่างจากเขาเท่าใดนัก ในขณะที่บางคนดูเหมือนจะแก่กว่าเขาและบรรดานักเรียนคนอื่นๆ
เขาจงใจเดินตัดห้องโถงไปยังประตูทางออกฝั่งที่มีทหารเฝ้าอยู่สองนาย ต้ังใจจะสอบถามเส้นทาง ระหว่างทางก็อดสะดุดตากับผมสีส้มแดงสดของนักเรียนชายคนหนึ่งไม่ได้ นักเรียนคนนี้มีรูปร่างและบางอย่างที่ทำให้นึกถึง Dimitri แถมยังมีใบหน้าที่หล่อเหลาอีกด้วย แต่ท่าทางของเขานั้นช่างต่างจาก Dimitri นัก นักเรียนคนนั้นนั่งอยู่กับนักเรียนหญิงอีก 3 คน แต่ละคนกำลังหัวเราะร่า ดูก็รู้ว่าคงเป็ประเภทที่ชอบเกี้ยวพาราสีไปทั่ว ถัดจากโต๊ะนั้นไป 2-3 ตัว เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังง่วนกับการอ่านอะไรบางอย่างในหนังสือตรงหน้า ข้างๆ มีเค้กชิ้นหนึ่งวางไว้ เธอมีผมสีขาว ดูเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ดูแล้วน่าจะอายุน้อยกว่านักเรียนคนอื่นๆ ระหว่างนั้นเองเขาสังเกตเห็นว่าบรรดานักเรียนในห้องโถงนั้น บางคนก็พากันมองเขาด้วยสายตาสงสัย บ้างก็ซุบซิบกัน
ไม่ได้มีเพียงนักเรียนที่ดูสนอกสนใจกับคนหน้าใหม่ที่เพิ่งมาถึง เพราะตอนที่เขาเดินมาจากห้องโถงใหญ่ชั้นสอง ผ่านทางเชื่อมของโบสถ์เข้ามาในห้องโถงนี้ ก็มีนักบวชมากกว่าสองคนทักเขาว่าเป็นักเรียนคนใหม่
............................................................
ในขณะเดียวกันนั้น ห่างออกไป ณ ห้องทำงานของ Lady Rhea
Seteth กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดเดินวนไปวนมาอยู่ภายในนั้น
“Rhea ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าคุณคิดอะไรอยู่ ถึงให้เขากลับมาที่นี่ ตอนนั้นที่คุณบอกผม ผมไม่คิดว่าคุณจะทำมันจริงๆ”
“Seteth ฉันเชื่อในตัวพวกเขา” Rhea กล่าวอย่างสงบ
“แต่ Rhea นี่มันไม่มีเหตุผลเลยนะ คุณคิดว่าผมไม่เคยได้ยินเื่เมื่อ 20 ปีก่อนเหรอ เกิดไฟไหม้ แล้วจู่ๆ เขาก็หนีออกจากโบสถ์ในวันถัดไป มันไม่บังเอิญเกินไปหน่อยเหรอ แล้วคุณกล้าไว้ใจให้เค้ากลับเข้ามาได้ยังไงกัน”
“จริงๆแล้วคุณควรปรึกษาผมก่อน ผมไม่เข้าใจคุณจริงๆ ที่สำคัญ ผมขอย้ำว่า Flayn ก็อยู่กับพวกเราด้วยที่นี่ เพราะฉะนั้นผมอยากให้คุณไตร่ตรองการตัดสินใจของคุณดูอีกคร้้งนะ” Seteth กล่าวต่อไป หลังจากที่เห็น Rhea นิ่งเงียบ
“ฉันยืนยันว่าฉันเชื่อในตัวพวกเขา ฉันมั่นใจและรู้สึกได้ว่าเทพีก็คิดเช่นนี้ เพราะอย่างนั้น ได้โปรดเชื่อมั่นในการตัดสินใจครั้งนี้ของฉันด้วย” Rhea กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลของเธอ
Seteth ได้แต่ถอนหายใจอย่างยอมจำนน