ลานขนแร่ร้างหลังแนวโรงหลอมเปิดกว้างอยู่ตรงหน้า
พื้นเป็รางเหล็กเก่าที่เคยใช้ลากแร่ เส้นยาวฝังลงในหิน
บาง่รางบิด บาง่ยกตัวขึ้นจากแรงะเิในอดีต
ซากเครนขนาดใหญ่หักครึ่งพาดอยู่ด้านข้าง
เชือกลวดขาดห้อยลงมา เสียดสีกันเบา ๆ เมื่อโดนลม
ลู่เฉินเดินเข้ามา
รอยเืจากขาซ้ายหยดลงบนราง
ไหลไปตามร่องเหล็กจนหายไปใต้เศษหิน
แขนขวายังแนบลำตัว
สายรัดชุ่มเืจนแข็ง
ทุกก้าวที่ลง ขาซ้ายตอบสนองช้ากว่าความคิดครึ่งจังหวะ
กล้ามเนื้อด้านในตึงเหมือนถูกบิดค้าง
เขาหยุด
ไม่ใช่เพราะเห็นคน
แต่เพราะพื้นด้านหน้าถูกเคลียร์
ซากแร่ถูกลากออก
รางบางเส้นถูกจัดให้โล่ง
ไม่มีรอยเท้าซ้อน ไม่มีคราบเืเก่า
พื้นที่นี้ไม่ใช่เขตปล่อยทิ้งแบบก่อนหน้า
มันถูก “เตรียมไว้”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหน้า
ไม่เร่ง ไม่ถี่
จังหวะสม่ำเสมอเหมือนคนที่เดินเข้าหาเป้าหมายโดยไม่ต้องกังวล
ชายคนหนึ่งหยุดยืนตรงกลางลาน
ห่างจากลู่เฉินประมาณสิบก้าว
เขาไม่ถืออาวุธยาว
ไม่มีโล่
ไม่มีคนตามหลัง
มือขวาสวมปลอกเหล็กบาง
แนบไปกับท่อนแขนจนแทบมองไม่ออกว่าเป็อุปกรณ์
เสื้อฝึกสีเทาเข้ม
ไม่ใหม่ ไม่เก่า
สะอาดพอให้รู้ว่าไม่ได้เพิ่งผ่านการต่อสู้
ดวงตานิ่ง
ไม่หลบ
ไม่กวาดมองรอบ
เขาเปิดปากเรียกชื่อ
“ลู่เฉิน แห่งเขตช่างเก่า”
เสียงนั้นดังพอให้สะท้อนกับซากเครน
ไม่มีคำถาม
ไม่มีการลองเสียง
ลู่เฉินเงยหน้าขึ้น
มองเขาเต็มตา
ชายคนนั้นก้าวมาอีกสองก้าว
หยุดตรงรางเหล็กเส้นที่โผล่ขึ้นจากพื้น
“พื้นที่นี้ถูกกันไว้”
เขาพูดต่อ
“ถ้าใครตาย เมืองจะบันทึก”
ไม่มีคำขู่
ไม่มีคำอธิบายเพิ่ม
ลู่เฉินขยับเท้าซ้าย
น้ำหนักถ่ายลงช้า ๆ
พื้นเหล็กส่งแรงะเืขึ้นมาถึงหัวเข่า
ชายตรงหน้าขยับ
เขาไม่พุ่ง
แต่ก้าวเฉียง
เท้าลงบนรางอีกเส้นหนึ่ง
บังคับทิศทางให้ลู่เฉินต้องหันตัวตาม
หมัดซ้ายพุ่งออกมา
เล็งสะโพก
ลู่เฉินบิดลำตัว
หมัดเฉียดผ่าน
แรงปะทะอากาศกระแทกชายโครงจนเสื้อกระพือ
เขาโต้กลับด้วยศอกซ้าย
เล็งไหล่
ปลอกเหล็กขยับขึ้นรับ
เสียงโลหะกระทบดังชัด
แรงะเืวิ่งเข้ากระดูกแขนซ้ายจนชา
ชายคนนั้นไม่ถอย
เขาเปลี่ยนจังหวะ
เตะต่ำ
ส้นเท้ากวาดเข้าที่ต้นขาซ้าย
แรงกระแทกตรงจุดที่าเ็
ขาซ้ายลู่เฉินทรุด
เข่ากระแทกรางเหล็กเสียงดัง
ชายตรงหน้ากดทันที
เข่าซ้ายทับลง
น้ำหนักทั้งหมดลงที่ขาลู่เฉิน
ลู่เฉินกัดฟัน
ชีพอสูรในอกดันขึ้น
แรงร้อนแล่นจากอกลงสะโพก
เขาใช้มือซ้ายยันราง
บิดตัว
ดันเข่าหลุดออก
ทั้งสองแยกออกห่างกันสามก้าว
ลู่เฉินหอบ
เืไหลจากต้นขาซ้ายมากขึ้น
หยดลงรางจนเป็เส้นยาว
ชายคนนั้นมอง
มองขา
มองแขน
มองลมหายใจ
จากนั้นเขาก้าวเข้าใหม่
คราวนี้ใช้ปลอกเหล็ก
ฟาดใส่ข้อมือซ้าย
เสียงดังกรอบ
เส้นประสาทะเืจนมือชา
ลู่เฉินสวนด้วยหมัดซ้าย
แต่แรงไม่เต็ม
หมัดถูกเบี่ยง
ชายคนนั้นใช้ศอกกระแทกซี่โครง
เสียงอัดแน่น
ลู่เฉินถอยหลัง
ชนซากเครน
เหล็กครูดหลังจนแสบ
ยังไม่ทันตั้งตัว
ปลอกเหล็กฟาดซ้ำ
เล็งเข่า
ลู่เฉินยกขาซ้ายหลบไม่ทัน
แรงกระแทกลงตรงข้อ
ขาลงพื้นทันที
เขาทรุดเข่าข้างเดียว
ลมหายใจขาด่
ชายคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้า
ไม่ซ้ำ
ไม่ย้ำ
เขามองนิ่ง
เหมือนกำลังนับบางอย่าง
ลู่เฉินเงยหน้า
ชีพอสูรในร่างยังดิ้น
แรงดันสะสมพร้อมะเิ
แต่ชายคนนั้นถอย
หนึ่งก้าว
สองก้าว
“พอแล้ว”
เขาพูด
“ข้ายืนยันแล้ว”
เขาหันหลัง
เดินออกไปตามแนวราง
ไม่เร่ง
ไม่หันกลับ
ลู่เฉินนั่งพิงซากเครน
หายใจหนัก
มือสั่น
ขาซ้ายไม่ยอมขยับตามใจ
ไม่นาน
เสียงฝีเท้าเพิ่มขึ้น
ไม่ใช่ศัตรู
คนของเมืองออกมาอย่างเปิดเผย
สามคน
ถือเสาเหล็ก
ปักลงพื้นลาน
เชือกถูกขึง
ป้ายไม้ถูกแขวน
ตัวอักษรสลักหยาบ
อ่านได้ชัด
“เขตทดสอบกำลัง”
ไม่มีใครมองลู่เฉิน
ไม่มีใครถามอาการ
งานเสร็จ
พวกเขาถอย
ลู่เฉินมองป้าย
มองราง
มองรอยเืของตัวเองที่ยังไหล
เขาพิงหลัง
ดึงผ้าพันขาซ้ายแน่นขึ้น
หายใจยาว
ถ้าที่นี่คือเขตทดสอบ
คนที่จะเข้ามา
จะไม่มาเพื่อดูเฉย ๆ
เขาลุกขึ้นช้า ๆ
ยืนได้
แม้ขาซ้ายยังสั่น
ลู่เฉินหันหลังให้ป้าย
เดินออกจากลาน
ั้แ่วินาทีนี้
เขาไม่ใช่ของเสียที่ถูกปล่อย
แต่เป็เป้าหมายที่ถูกเลือก
และเขารู้ดีว่า
การทดสอบ
เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น