บทที่ 21 เห็นแก่เงิน
“หลีกไป อย่ามาขวางทาง” ฟ่านซีซีผลักฟ่านจิ่นซินออก เธอเปลี่ยนรองเท้าเสร็จก็ผลักประตูออกไป
“ฟ่านซีซี หยุดนะ! ฉันขอยืมเงินหน่อย หมื่นหนึ่ง” ฟ่านจิ่นซินรู้สึกตัวแล้วรีบวิ่งตามไปคว้าแขนฟ่านซีซีไว้
ฟ่านซีซีสะบัดมือเธอออก “ฉันไปติดหนี้เธอตอนไหน? บอกกี่ครั้งแล้ว ฉันยังเรียนอยู่ จะเอาเงินหมื่นหนึ่งมาจากไหน เธออยู่บ้านก็มีกินมีใช้ จะเอาเงินตั้งหมื่นหนึ่งไปทำอะไร?”
“ฉันบอกว่าฉันมีธุระ เธอมีเงินแต่ไม่ยอมให้ฉันยืม ใจแคบที่สุด เธอ...”
“จะคิดยังไงก็คิดไปเถอะ” ฟ่านซีซีไม่สนใจที่ฟ่านจิ่นซินหาเื่ เธอหันหลังเดินออกไป
ฟ่านจิ่นซินโมโหจนกระทืบเท้า “ทำเป็หยิ่ง แค่เลี้ยงต้นไม้กระจอก ๆ ได้เงินมาหน่อยเดียว ฟ่านซีซี เธออย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน!”
ฟ่านซีซีได้ยินเสียงด่าทอจากข้างหลังแต่ไม่ได้สนใจ ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
ฟ่านจิ่นซินอารมณ์เสียจนอยากจะวาดวงกลมสาปแช่งเธอตรงนั้น
ทันใดนั้นเอง เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ
“เธอ้าใช้เงินมากหรือเปล่า ฉันให้เธอยืมก็ได้”
ฟ่านจิ่นซินหันกลับไป พบว่าคนที่พูดด้วยคือซ่างตง เธอจึงส่งเสียง ‘ฮึ’ ออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“นายจะใจดีขนาดนั้นเลย?”
ซ่างตงยิ้ม “ไม่ใ่ช่ว่าจะให้เปล่า ๆ หรอกนะ ฉันเห็นว่าเธอดูไม่ชอบฟ่านซีซี คงไม่อยากให้ฟ่านซีซีมาเป็แฟนพี่ชายตัวเองเท่าไหร่ แต่ฉันค่อนข้างชอบฟ่านซีซี ช่วยถ่ายรูปฟ่านซีซีให้หน่อยสิ รูปละร้อย หักจากเงินหนึ่งหมื่นที่ยืมไป เป็ไง?”
ฟ่านจิ่นซินมองเขาอย่างไม่เข้าใจ “นายจะเอารูปฟ่านซีซีไปทำอะไร?”
หรือว่าจะเอาไว้ดูต่างหน้าให้หายคิดถึง?
“่นี้ฉันเรียนวาดภาพบุคคล คุณครูให้สังเกตสีหน้าท่าทางของคนในชีวิตประจำวัน แทนที่จะไปสังเกตคนที่ฉันไม่สนใจ สู้สังเกตคนที่ฉันชอบดีกว่า เธอว่าไหมล่ะ?”
“ฟ่านซีซีเพิ่งไป ทำไมนายไม่ไปสังเกตเองล่ะ!” ฟ่านจิ่นซินกลอกตา
พี่ชายของเธอก็ชอบจ้องฟ่านซีซีเป็ประจำราวกับต้องมนต์สะกด เธอไม่เข้าใจเลย ถึงแม้ใบหน้าของฟ่านซีซีจะดูดี แต่ก็ไม่ได้งดงามเลิศเลออะไรขนาดนั้น ยังโตไม่เต็มที่เลย จะมีอะไรน่ามองนักหนา
ตอนนี้ยังมีซ่างตงอีกคน เธอรู้สึกเหนื่อยใจเหลือเกิน
จริง ๆ แล้วซ่างตงไม่ใช่คนที่มีความอดทนมากนัก แต่ตอนนี้เขากลับพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น “ฉันหาโอกาสไม่ได้ ช่วยถ่ายรูปฟ่านซีซีมาหลาย ๆ มุม หลาย ๆ แบบหน่อยสิ ถ่ายเยอะแค่ไหนก็ได้ แค่ถ่ายรูป ไม่ได้ทำร้ายฟ่านซีซี ไม่ได้ทำให้ฟ่านซีซีเสียหายอะไร แน่นอน ถ้าเธอไม่อยากทำก็ไม่เป็ไร”
ฟ่านจิ่นซินขมวดคิ้ว พูดเสียงอู้อี้ว่า “ฉันไม่มีกล้อง”
“ฉันมี เดี๋ยวเย็น ๆ ฉันเอาไปให้พร้อมเงิน”
……
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ่านซีซีที่อดหลับอดนอนเพื่อปรับปรุงเมล็ดพันธุ์พืช ตื่นสายเล็กน้อย ตอนนี้จึงเหลือแค่เธอและฟ่านจิ่นซินอยู่ที่บ้าน
จริง ๆ เื่นี้ก็ไม่ได้มีอะไร แต่ไม่รู้ว่าวันนี้ฟ่านจิ่นซินกินยาผิดหรือเปล่า ถึงได้เอาแต่ถือกล้องที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน เดินถ่ายรูป ‘แชะ แชะ’ ไม่หยุด
หลังจากนั้น เธอก็พบว่าฟ่านจิ่นซินทำหน้าตาชอบใจราวกับเป็แมลงวันตัวใหญ่ เธอไปไหนก็บินตามเธอไปทุกที่ จนเธอรู้สึกขวางหูขวางตา
ตอนกินข้าวเช้า ฟ่านจิ่นซินก็ยังคง ‘แชะ แชะ’ ถ่ายรูปไปทั่ว เธอทนไม่ไหวเลยตบโต๊ะอย่างหัวเสีย
“ฟ่านจิ่นซิน เธอไม่มีอะไรทำหรือไง จะถ่ายก็ออกไปถ่ายข้างนอก อย่ามาทำให้อาหารไม่น่ากิน”
ฟ่านจิ่นซินยกมือเท้าโต๊ะแล้วพูดเสียงขึ้นจมูก “คิดว่าฉันอยากถ่ายเธอรึไง!”
ถ้าไม่ติดว่าได้เงิน เธอไม่มีทางมาเฝ้าฟ่านซีซีแบบนี้หรอก
“จริงสิ ฟ่านซีซี เื่ที่เมื่อวานเธอไม่ให้ฉันยืมเงิน ฉันยกโทษให้เธอแล้วนะ แต่มีข้อแม้ว่า ขอให้ฉันไปถ่ายรูปที่พื้นที่เพาะปลูกของเธอหน่อย พวกดอกไม้นานาชนิดที่นั่นมันขึ้นสวยมาก ถ่ายรูปออกมาคงจะสวยน่าดู”
ฟ่านซีซีมองเธออย่างจนใจ เธอทำเหมือนกับว่าการให้อภัยของเธอมันล้ำค่ามาก
แต่ถึงแม้ฟ่านจิ่นซินจะอยากไปถ่ายรูปที่พื้นที่เพาะปลูก เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ
วันนี้เธอจะยุ่งมาก เพราะต้องส่งมอบต้นไม้ดอกไม้ชุดแรกให้ลุงจ้าวตามที่ได้นัดหมายกันไว้ใน่บ่ายวันนี้
ฟ่านจิ่นซินเห็นว่าฟ่านซีซีไม่ได้ปฏิเสธ เธอก็เงียบลงอย่างหาได้ยาก รอจนกระทั่งฟ่านซีซีออกจากบ้าน เธอก็เดินตามไปอย่างใจเย็น
ว่าไปแล้ว เธอก็ยังไม่เคยไปที่พื้นที่เพาะปลูกของฟ่านซีซีเลยสักครั้ง เธอรู้แค่ว่าฟ่านซีซีขนเอาต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ไปปลูกที่นั่น
จนกระทั่งเธอได้เข้าไปในพื้นที่เพาะปลูกจริง ๆ เธอถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เธอจินตนาการเอาไว้นั้นช่างน่าขันสิ้นดี
เธอคิดว่าฟ่านซีซีแค่ปลูกดอกไม้กระถางเหี่ยว ๆ ไม่กี่กระถาง แต่ในความเป็จริง พื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้กลับเรียกได้ว่าเป็มหาสมุทรแห่งดอกไม้ ์สีเขียว
ชั้นวางดอกไม้ที่สวยงามเรียงรายั้แ่ทางเข้าไปจนถึงสุดปลายพื้นที่เพาะปลูก ราวกับซุปเปอร์มาร์เก็ตดอกไม้ ส่วนใต้ชั้นวาง ผักและผลไม้ต่าง ๆ ก็เติบโตอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ต้นไม้สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่สองข้างทาง สร้างความงามอันเป็เอกลักษณ์ให้กับพื้นที่สีเขียวแห่งนี้
สามารถพูดได้ว่า พื้นที่ทุกตารางนิ้ว ทุก ๆ ส่วนในนี้ ล้วนไม่มีส่วนไหนที่ถูกทิ้งร้างเลย
ด้วยเหตุนี้เอง ฟ่านจิ่นซินถึงได้เบิกตากว้างมองอย่างตะลึงงัน และนิ่งเงียบอยู่นาน
“เธอถ่ายรูประวังต้นไม้ดอกไม้ของฉันด้วยล่ะ อย่าเหยียบมัน และอย่าเด็ดดอกไม้มั่วซั่ว ฉันมีงานต้องทำ” ฟ่านซีซีพูดกำชับก่อนจะหันไปทำงานของตนเองต่อ
แท้จริงแล้วฟ่านจิ่นซินรู้ดีว่า ฟ่านซีซีรังเกียจเธอ แต่ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เธอไม่ได้โกรธออกมา
เมื่อมองดูพื้นที่อันงดงามตรงหน้า เธอหยิบกล้องขึ้นมาแล้วถ่ายภาพรัว ๆ หลายภาพ
จนกระทั่งเธอเห็นฟ่านซีซีกำลังใช้กรรไกรขนาดใหญ่เล็มต้นไม้สีเขียวเป็แถวอย่างตั้งใจ เธอจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ยกกล้องขึ้นเล็งไปที่ฟ่านซีซีที่กำลังสวมผ้ากันเปื้อนสีเขียวอ่อนอยู่ท่ามกลางทะเลดอกไม้
‘แชะ...แชะ...แชะ…’
ภาพหน้าตรง ภาพด้านหลัง ภาพระยะไกล ได้มาครบแล้ว
เปลี่ยนมุม ถ่ายต่อ
ภาพด้านหน้า ภาพกำลังทำงานอย่างตั้งใจ ภาพยิ้มละมุนขณะััดอกไม้ ภาพนั่งยอง ๆ ภาพก้มตัว ภาพเสยผม ภาพล้างมือแล้วปลูกต้นไม้ลงกระถาง
ไม่รู้ทำไม พอจ้องมองฟ่านซีซีนาน ๆ เข้า ใจของฟ่านจิ่นซินก็ผุดความคิดแปลก ๆ ขึ้นมา ฟ่านซีซีที่กำลังเดินเล่นท่ามกลางทุ่งดอกไม้นั้นช่างดูงดงาม ดูไม่น่ารังเกียจเหมือนทุกที
ขณะที่เธอกำลังเหม่อลอย เสียงกระดิ่งลมก็ดังกรุ๊งกริ๊งตามสายลม
ฟ่านซีซีหยุดมือจากงาน ล้างมือแล้วเดินออกไป
ไม่นาน เธอก็นำชายวัยกลางคนแต่งตัวดีเข้ามา
“ลุงจ้าว ต้นไม้ชุดแรกพร้อมแล้วค่ะ หนูพาไปดูค่ะ”
จ้าวเซิงมองดูพื้นที่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ด้วยความประหลาดใจ “ไม่คิดเลยว่าเธอจะทำให้ที่นี่สวยได้ขนาดนี้”
มองจากภายนอก พื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้ดูไม่โดดเด่น แต่เมื่อเดินเข้ามาแล้ว กลับให้ความรู้สึกเหมือนได้ทะลุมิติมายังเมืองดอกไม้ในโลกอื่น
“่นี้หนูสะสมดอกไม้และต้นไม้หลากหลายพันธุ์ พอเอามาวางรวมกันก็ดูสวยงามดีค่ะ” ฟ่านซีซีพูดด้วยความพอใจ
่นี้เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเพาะและปรับปรุงพันธุ์ดอกไม้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
เธอยังทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการปกปิดที่มาของต้นไม้และดอกไม้เหล่านี้ เพื่อให้ดูเหมือนว่ามาจากแหล่งที่ถูกต้อง
“ต้นไม้พวกนี้ช่างเติบโตได้ดีจริง ๆ ไม่รู้ว่าถ้าปลูกใหม่ที่อื่นมันจะโตสวยอย่างนี้หรือเปล่า” จ้าวเซิงพึมพำ ขณะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
เขารู้สึกอยากจะยกพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้กลับไปเสียจริง ๆ