บทที่ 7: ความลับที่มากับรอยยิ้ม
หลังจากการประชุมชมรมเสร็จสิ้นในตอนเย็น กรเดินกลับหอพักพร้อมกับโทรศัพท์ที่สั่นแจ้งเตือนข้อความในไลน์
[น้ำหวาน: สวัสดี~ วันนี้เป็ไงบ้าง?]
[กร: เรื่อยๆ ครับ งานเยอะนิดหน่อย]
[น้ำหวาน: กรดูเหนื่อย ๆ นะ พักผ่อนบ้างล่ะ!]
[กร: ok ครับ แล้วน้ำหวานล่ะ เหนื่อยไหมครับ?]
[น้ำหวาน: (ส่งอีโมจิยิ้ม) ไม่เหนื่อยหรอก แค่ได้คุยก็หายเหนื่อยแล้ว]
กรหัวเราะเบา ๆ ใบหน้าร้อนผ่าวโดยไม่รู้ตัว เขาพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความรู้สึกเขิน ๆ
[กร: เอ่อ… ขอบคุณครับ น้ำหวานพูดแบบนี้ ผมไม่กล้าตอบเลย]
[น้ำหวาน: 5555 จริงสิ พรุ่งนี้ว่างไหม? ไปเดินเล่นกันไหม?]
หัวใจของกรเต้นแรง เขาตอบตกลงทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก
วันรุ่งขึ้น กรมายืนรอที่ลานกว้างหน้ามหาวิทยาลัย เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เขานัดเจอกับน้ำหวานส่วนตัว
“กรๆ!” เสียงหวาน ๆ ดังขึ้น
กรเงยหน้ามอง และเขาก็ต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ
น้ำหวานเดินเข้ามาหาเขาในชุดนักศึกษาที่ดูธรรมดาแต่กลับสะกดสายตา เสื้อเชิ้ตสีขาวที่รัดพอดีตัวเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้า กระโปรงทรงเอสั้นพอเหมาะเน้นเรียวขาที่ขาวเนียน ผมยาวสีน้ำตาลถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อย แต่ก็มีปลายผมเล็กน้อยที่ปลิวตามลม ทำให้เธอดูเป็ธรรมชาติ
“รอนานไหม?” น้ำหวานถามพร้อมกับรอยยิ้ม
“ไม่… ไม่เลยครับ” กรตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
ทั้งสองเดินเล่นกันไปสักพัก น้ำหวานมักจะหันมายิ้มกับกรเป็ระยะ พร้อมกับพูดหยอกล้อจนทำให้เขายิ่งหลงใหล
“ว่าแต่่นี้กรทำอะไรอยู่หรอ เห็นไปชวนเพื่อนหลายคนเลย?” น้ำหวานถาม
“อ่ออ งานของชมรมน่ะ พอดีจะทำละครเวทีกัน” กรตอบ ก่อนนึกขึ้นได้
“จริงสิ่ ว่าแต่… น้ำหวานสนใจมาช่วยพวกเราทำละครเวทีไหมครับ?”
น้ำหวานยิ้มเล็กน้อย “ถ้ากรชวนก็ได้อยู่นะ ่นี้ว่างๆ อยู่”
กรรู้สึกตื่นเต้น “จริงเหรอครับ? งั้นผมพาไปห้องชมรมวันนี้เลยดีไหมครับ?”
น้ำหวานพยักหน้า “ได้สิ!”
ในห้องชมรม
เมื่อทั้งสองมาถึงห้องชมรม อิงฟ้าและอรนั่งเล่นกันอยู่ในห้องตามปกติ
น้ำหวานแอบส่งซิกให้ทั้งสองคนแสดงท่าทีเหมือนไม่รู้จักเธอมาก่อน อิงฟ้าและอรพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มๆ
“นี่คือพี่อิงฟ้ากับพี่อรครับ เป็ประธานกับรอง ของชมรมนี้” กรแนะนำ
น้ำหวานยิ้มหวานและพูดทักทาย “สวัสดีค่ะ พี่อิงฟ้า พี่อร ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
อิงฟ้าพยักหน้า “เช่นกันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ”
อรส่งยิ้มกลับ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ กับอิงฟ้า “พี่เบสแกเล่นใหญ่นะ มาถึงนี่เลย”
ทั้งสี่คนเริ่มนั่งคุยกันในบรรยากาศสบาย ๆ น้ำหวานมักจะหยอกล้อกรเบา ๆ เช่นแกล้งเอามือไปจับหรือทำท่าจะเอื้อมหยิบของแล้วหน้าออกไปชนกับกร กรที่ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนถึงกับประหม่า
อิงฟ้ากับอรแอบมองตากันเป็ระยะ พร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์
“ว่าแต่…” กรพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองน้ำหวาน “หิวไหมครับ จะเที่ยงแล้ว เดี๋ยวผมไปซื้อข้าวมาให้ครับ?”
“แหม~ คนอยู่ตั้งเยอะ ซื้อให้แค่คนเดียวเหรอ?” อรพูดขึ้นมา
“พี่ก็หิวเหมือนกันนะ แสบท้องแล้ว กระซิกๆ ” อรแกล้งทำท่าร้องให้แบบปลอมๆ
“มะ… ไม่ใช่นะครับ! ผมซื้อให้ทุกคนด้วย!” กรรีบแก้ตัว
ทั้งอิงฟ้าและอรหัวเราะเบา ๆ ขณะที่กรรีบลุกขึ้นและเดินออกไป
ทันทีที่กรปิดประตู อรรีบเดินตรงไปดิ่งเข้าไปชาร์จน้ำหวานที่นั่งอยู่บนโซฟา น้ำหวานตั้งตัวไม่ทัน โดนอรกอดรัดแน่นจนหน้าอกทั้งสองเบียดกัน
“เป็ไงบ้าง? สนุกไหมที่หลอกเด็กนั่น?” อรถามเสียงกระซิบ
น้ำหวานยิ้มมุมปาก “สนุกสิ ทำไมจะไม่สนุกล่ะ?”
“แหม… หน้าอกแน่น ๆ แบบนี้ ยั่วน้องมันจนหัวหมุนเลยใช่ไหมล่ะ?” อรพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปบีบหน้าอกของน้ำหวานเบาๆ
น้ำหวานหัวเราะคิกคัก “แน่นอนสิ ก็ต้องให้เขาเชื่อว่าฉันเป็น้ำหวานจริง ๆ”
ขณะที่ทั้งสองหัวเราะคิกคักกัน อิงฟ้าเดินเข้ามาพร้อมกับถอนหายใจ “พวกเธอเบาหน่อย เดี๋ยวเ้ากรกลับมาเห็นเข้าจะยุ่งกันไปใหญ่”
อรพยักหน้าและขยับตัวกลับไปนั่งที่เดิม ขณะที่น้ำหวานยังคงยิ้มมุมปาก
หลังจากสถานการณ์สงบลง อิงฟ้ากับอรนั่งล้อมวงพูดคุยกับน้ำหวาน
“ว่าไงล่ะพี่เบส?” อิงฟ้าถาม “หลอกเด็กใหม่นั่นสนุกดีไหม?”
“สนุกมาก” น้ำหวานตอบพร้อมกับหัวเราะ “หมอนั่นดูง่ายจะตาย”
“แล้วพี่ทำยังไงเ้ากรหลงขนาดนี้เนี่ย?” อรถามพร้อมกับนั่งขัดสมาธิจนเห็นกางเกงในสีขาวโผล่ออกมา
“ก็ไม่ยาก” น้ำหวานตอบ “แค่ยิ้มหวาน ๆ กับแกล้งแตะตัวเขานิดหน่อย ค่อยๆ หยอด ก็พอแล้ว”
“พี่นี่แม่งน่ากลัวจริง ๆ” อิงฟ้าพูดพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ
บรรยากาศในการพูดคุยเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการแสดงออกของทั้งสามคนที่เต็มไปด้วยท่าทีแบบผู้ชาย แม้ร่างกายจะเป็หญิงสาวที่สวยงาม