ตอนที่3 ขอร้องละ ให้ฉันเจอกับลูกเถอะ
ในที่สุดลูกก็คลอดออกมาได้สำเร็จ
เด็กที่คลอดก่อนกำหนดคลอดออกมาเสียงร้องสักแอะยังไม่มีคุณหมอทั้งตบเบาๆ และนวดถูไปมาเพื่อช่วยชีวิตเด็กอยู่สักพักเด็กถึงอ้าปาก ส่งเสียงร้องออกมา
“รีบส่งไปตู้อบ”
พยาบาลรีบอุ้มเด็กเดินจากไป
กู้หนานเซิงยังคงนอนอยู่บนเตียงคลอด่ล่างของเธอเต็มไปด้วยเือีกทั้งเืยังคงไหลออกมาอย่างไม่หยุด
เธอยังรู้สึกตัวอ่อนหันมองตามและพยายามยื่นมือไปจับพยาบาลที่อุ้มลูกเธอจากไปอย่างช้าๆ“ขอฉันดูหน้าลูกหน่อย…”
คุณหมอที่ยืนข้างๆยืนมือมาจับมือเธอไว้ ขมวดคิ้วพูดว่า “เด็กตัวเล็กเกินไป จำเป็ต้องรีบนำส่งตู้อบ มิฉะนั้นจะเกิดอันตรายขึ้น คุณแม่…รอพบลูกภายหลังนะครับ”
“ฉันจะยังมีโอกาสได้พบลูกจริงเหรอ?”เธอพูดจบก็ปิดตาลงอย่างช้าๆหยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา
คุณหมอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเธอจับมือเธอไว้แน่น พร้อมกับพูดว่า ”ผมจะพยายามช่วยชีวิตคุณอย่างเต็มที่”
แต่กู้หนานเซิงหมดสติไปแล้วจึงไม่ทันได้ยินคำพูดของคุณหมอเลย
ตั้งครรภ์ได้แค่หกเดือนขนาดตัวเด็กยังเล็กมากจริงๆถึงแม้จะอยู่ตู้อบ แต่ก็ยังน่าเป็ห่วงอยู่ดี ไม่แน่ว่าจะรอดชีวิตได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
กู้ไป่ซวงได้ยินคำพูดของหมอก็มองไปยันตู้อบที่มีเด็กหน้าตาขี้เหร่ตัวแดงๆในกล่องนั้น ใจเธอรู้สึกเกลียงชังเ้าเด็กหน้าตาอัปลักษณ์นี่เหลือเกินแต่สีหน้าท่าทางเธอกลับไม่แสดงอะไรออกมาเลยกลับทำท่าทีกังวลใจถามลู่เป่ยเฉิงว่า“เป่ยเฉิง ถ้าหากเด็กคนนี้ไม่รอด จะทำยังไงดี? ต่อไปกู้หนานเซิงก็ตั้งครรภ์ยากแล้วด้วย…”
ถ้าหยุดเืหลังคลอดไม่ได้ส่วนมากจะไม่รอด!
สมน้ำหน้า!
ลู่เป่ยเฉิงคิ้วขมวดมองไปยังตู้อบของลูกอย่างเงียบสงบและไม่ได้ตอบกลับใดๆ
“เป่ยเฉิง?” กู้ไป่ซวงเรียกชื่อของเขาซ้ำอีกครั้งลู่เป่ยเฉิงถึงจะขานรับเบาๆแล้วถามกลับว่า “มีอะไรเหรอ”
กู้ไป่ซวงเม้มขึ้นอย่างไม่พอใจพูดว่า “เมื่อครู่ฉันพูดกับคุณ คุณกลับเหม่อลอยไม่ตอบ คุณชอบเด็กคนนี้มากเลยเหรอ”
ลู่เป่ยเฉิงยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นไม่แสดงอารมณ์“จะเป็ไปได้ยังไง เด็กคนนี้เป็เพียงทายาทสืบทอดสกุลก็เท่านั้นไม่มีอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับฉันสักหน่อย”
ได้ยินอย่างนั้นกู้ไป่ซวงยิ้มดีใจขึ้นมาทันทีพร้อมจับแขนลู่เป่ยเฉิง “เมื่อครู่ฉันพูดว่า ถ้าหากกู้หนานเซิงตายไป เด็กคนนี้ก็ไม่มีชีวิตรอด แล้วพวกเราจะทำยังไงดี?”
สายตาลู่เป่ยเฉิงเต็มไปด้วยความมืดมนยากที่จะทายได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่เขายังคงเงียบอยู่สักพัก ไม่ได้ตอบกลับทันที
“คุณลู่ค่ะ คุณกู้หนานเซิงยังมีชีวิตอยู่ค่ะ…” เสียงจากพยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้น “คุณหมอพยายามช่วยชีวิตผู้ป่วยจากสภาวะใกล้สิ้นลมหายใจมาได้ค่ะตอนนี้ผู้ป่วยถูกส่งไปยันห้องไอซียูเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิดค่ะ”
“อะไรนะ?!” กู้ไป่ซวงถามซ้ำอย่างไม่เชื่อ “เธอยังไม่ตาย?”
คิ้วของลู่เป่ยเฉิงที่ขมวดผูกเป็โบว์อยู่นั้นจู่ๆ ก็ผ่อนคลายลงมา
“ไม่ตายก็ดี” กู้ไป่ซวงยิ้มมุมปาก“แกยังติดค้างหนี้ฉันอยู่เยอะแค่การตายมันไม่พอที่จะชดใช้ได้หมดหรอก!”
กว่ากู้หนานเซิงจะฟื้นขึ้นมาเวลาก็ผ่านไปแล้ว 3 วันเต็ม
เธอเสียเืไปกับการคลอดครั้งนี้มากดีที่ได้รับเืถึงห้าถุงเข้าทดแทนไม่งั้นหมอคงแย่งชีวิตเธอจากยมทูตไม่ได้แน่ๆแต่ถึงกระนั้นร่างกายเธอก็เสียหายไปมากต้องได้รับการรักษาตัวสามถึงห้าเดือนถึงจะกลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม
กู้หนานเซิงรู้สึกไร้เรี่ยวแรงได้ยินเสียงคุณหมอ จึงรีบถามทั้งที่ยังมึนๆ ว่า “ลูกฉันละค่ะ”
“อยู่ห้องเด็กแรกเกิด ยังอยู่ในตู้อบครับ”
“ฉันอยากจะไปดูลูก…” กู้หนานเซิงพยุงตัวเองจะลุกลงจากเตียงกลับถูกคุณหมอห้ามเอาไว้ “อย่าทำเื่ให้ยุ่งยากเลย คุณเสียเืไปมาก แผลนี่ต้องเย็บกี่เข็มคุณรู้ไหม? ถ้าคุณเดินหรือขยับตัวมากแผลอาจฉีกขาดได้ถ้าเืไหลอีกรอบจะทำยังไง?
“ฉันไม่สน ขอแค่ฉันได้เห็นหน้าลูกก็พอ” กู้หนานเซิงดื้อดึงจะไปหาลูกให้ได้
“คุณไม่สนใจชีวิตของตัวเองแล้วใช่ไหม?!”คุณหมอตำหนิด้วยความโกรธ
ท่าทางของกู้หนานเซิงยังไงก็ไม่ยอมออมมือถึงแม้คุณหมอจะช่วยชีวิตเธอไว้แต่แล้วยังไงล่ะยังไงชีวิตของเธอ ช้าเร็วก็ต้องถูกกู้ไป่ซวงทำลายอยู่ดี
เพียงแค่ลูกของเธอที่เธอยังไม่อาจวางใจได้ลง
“คุณหมอคะ ฉัน้าไปเจอลูก ช่วยฉันด้วยนะคะ” ดวงตาแดงระเรื่อของกู้หนานเซิง กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จนไหลริมอาบแก้มสองข้างใบหน้าที่ซีดเซียว พยายามร้องขอความช่วยเหลือจากคุณหมออย่างน่าสงสาร
คุณหมอขมวดคิ้วมองเธอสุดท้ายก็ใจอ่อน เรียกพยาบาลไปเอารถเข็นมาให้เธอนั่งเข็นเธอไปยังห้องเด็กแรกเกิด
แต่สุดท้ายกู้หนานเซิงกลับถูกบอดี้การ์ดร่างใหญ่สองนายบังทางเอาไว้