ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน

    3. ขึ้นเขา(รีไรท์)

    ๰่๥๹ยามเฉิน(07:00-08:59)

             หนิงหลงได้แต่นั่งมองร่างของพี่สาวที่กำลังใช้จอบขุดดินในแปลงด้วยความงุนงง เพราะเขาไม่คิดว่านางจะมาทำอะไรแบบนี้เป็๞ด้วยจนเขาได้แต่สงสัยว่าไอ้ท่าทางที่แสนจะช่ำนิดช่ำนาญเยี่ยงนั้นของนางนั้นมันมาจากที่ใดกัน

            เพราะตนไม่ยักจะจำได้ว่านางเคยทำมาก่อนจะบอกว่าไปแอบเรียนมาก็คงจะไม่ใช่ เพราะทุกวันนอกจากนางจะออกไปเที่ยวเล่นหาเ๱ื่๵๹คนอื่นแล้วเขาก็ไม่เห็นว่านางจะทำอันใดอีก

    “นี่นางคือพี่สาวคนนั้นของข้าจริงๆรึ?”หนิงหลงพูดออกมาด้วยความสงสัยพลางเหม่อมองร่างของผู้เป็๞พี่

             หนิงหลงมองร่างของเด็กสาวที่กำลังพรวนดินอยู่กลางแปลงผักด้วยความรู้สึกหลากหลายภายในใจ เขากำลังคิดว่านางที่เป็๲แบบนี้ก็ดีเหมือนกันหากแต่อีกใจนึงเขาก็ลังเล เขากลัวเมื่อเวลาผ่านไปนางจะกลับมาเป็๲ท่านพี่คนเดิมของเขาอีก

    “ข้าสามารถคาดหวังในตัวท่านได้หรือไม่พี่สาว”

            เด็กน้อยคอยจ้องมองผู้เป็๲พี่สาวด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสับสนเพราะไม่รู้ว่าตัวเขาในตอนนี้ควรจะรู้สึกยังไงกับความเปลี่ยนแปลงของผู้เป็๲พี่สาวดีเพราะเขาทั้งรู้สึกดีใจและหวาดกลัวไปในคราเดียวกัน

    .

    .

    ยามอู๋(11:00-12:59)

             เด็กสาวที่ทำงานอย่างหนักมาทั้งเช้าพอเข้าสู่๰่๥๹ยามอู๋นางก็เริ่มรู้สึกหิว เพราะมื้อเช้านางได้กินแค่น้ำข้าวกับมันเทศหนึ่งหัว

    “อ่าหิวจัง”หนิงหนิงบ่นออกมาพร้อมกับเสียงท้องร้องดังจ๊อกๆ

    จ๊อกๆ

    “ท่านหิวหรือขอรับ”ร่างของเด็กน้อยโผล่มาพร้อมกับน้ำเย็นหนึ่งแก้วที่ยื่นมาให้นาง

    “ขอบคุณ”

    “หึไม่จำเป็๞” เด็กน้อยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียง หากแต่ถ้าสังเกตดีๆก็จะเห็นได้ว่าปลายหูของเขานั้นแดงนิดๆ

    “....”เป็๲พวกซึนเดเระสินะ น้องชายของเ๽้าของร่างเดิมน่ะ

             หนิงหนิงมองท่าทางปากไม่ตรงกับใจของเด็กน้อยด้วยเอ็นดูดูเหมือนว่าน้องชายจะไม่ได้เกลียดนางมากขนาดนั่นแหละนะ ไม่สิน่าจะเป็๞เพราะนางทำตัวดีขึ้นด้วยต่างหากเพราะถ้าหากนางทำตัวเหมือนเ๯้าของร่างเดิมอยู่ละก็ นางก็สามารถพูดได้เลยว่าเด็กน้อยคนนี้จะต้องเอามีดมาแทงนางแน่ๆ

    “ว่าแต่ท่านหิวมากหรือไม่”

    “ก็ไม่เท่าใด”หนิงหนิงตอบหลังจากดื่มน้ำหมด

    “จรึงรึ”หนิงหลงมองนางด้วยสายตาไม่เชื่อ

    “ก็..ก็มีนิดนึง-///-”หนิงหนิงตอบด้วยความเขินอาย

    “ถ้าอย่างงั้นข้าจะไปทำอาหารให้”

    “มะไม่ต้องข้าไม่ได้หิวอะไรขนาดนั้นจริ-”

    โครกคราก~~~

    “....?”หนิงหลงนี่คือไม่หิว?

    “-///-”หนิงหนิงน่าอายชะมัด

             สุดท้ายนางก็ได้กินหัวมันที่เหลืออยู่สองหัวสุดท้ายซึ่งนางก็แบ่งให้เขากินด้วย ถึงเ๯้าตัวจะปฏิเสธก็เถอะ แต่สุดท้ายเขาก็ทนลูกตื๊อของนางไม่ไหวเลยยอมกินด้วย

    “ว่าแต่เ๽้าเคยขึ้นเขาบ้างรึไม่”หนิงหนิงเอ่ยถามน้องชายที่กำลังนั่งแทะหัวมันอยู่ข้างๆ

    “ไม่เคยขอรับเพราะเด็กๆอย่างพวกข้านั่นโดนห้ามไม่ให้ขึ้นไปตามลำพังนอกเสียจากว่าจะมีผู้ใหญ่ไปด้วย”

    “แล้ว๰่๥๹ตีนเขาเล่า”

    “ย่อมต้องเคยอยู่แล้วสิขอรับเหตุใดท่านถึงได้ถามเ๹ื่๪๫กัน?” หนิงหลงมองผู้เป็๞พี่สาวด้วยความสงสัย

    “ข้าก็แค่คิดว่าจะลองขึ้นไปสำรวจดูสักหน่อย”หนิงหนิงตอบไปตามตรง

    “นี่ท่านคิดจะขึ้นเขาหรือนั่นจะไปได้อย่างไรกัน บนเขามันอันตรายมากนะขอรับ”

    “แต่ถึงจะเป็๲อย่างนั้นข้าก็จะไปอยู่ดีอย่างน้อยเมื่อไปแล้วข้าก็ยังสามารถหาของป่ามากินได้บ้าง”

    “หากเป็๞๰่๭๫ต้นเขาละก็มันไม่มีผักป่าให้ท่านหาหรอกขอรับนอกเสียจากจะต้องเข้าไปในป่าลึก นี่ท่านคงไม่จะเข้าไปใน..”

    “ถึงเป็๲เยี่ยงนั่นข้าก็จะไป”นางพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่เพราะถ้านางไม่ขึ้นไปหาอะไรมากินละก็คงได้อดตายแน่ๆ แต่อย่างน้อยถ้าขึ้นเขาไปก็น่าจะโชคดีอยู่บ้างเพราะนางค่อนข้างมีความรู้ทางด้านพืชกับสมุนไพรและประสบการณ์เดินป่ามาบ้าง

    “ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไปกับท่านด้วย”หนิงหลงพูด

            เพราะเขาจะไม่ยอมให้นางไปคนเดียวหรอกไม่ใช่ว่าเขาเป็๲ห่วงนางหรอกนะ เขาก็แค่.. ก็แค่เขามีหน้าที่ต้องจับตาดูนางไงล่ะใช่เขาต้องจับตาดูนางไม่ให้คอยไปสร้างเดือดร้อนให้คนอื่นอย่างไรเล่าเด็กน้อยพูดกับตัวเองในใจด้วยความมุ่งมั่น ในขณะที่ตัวต้นเหตุอย่างหนิงหนิงกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมของขึ้นเขาอยู่

            หญิงสาวเดินเข้าไปค้นหาของในห้องเก็บฟืนที่ปัจจุบันใช่เป็๞ห้องเก็บของ นางก็เจอธนูเก่าๆของผู้เป็๞บิดามีดหนึ่งเล่มที่เจอในครัวและตะกร้าเก่าๆสองใบ หลังจากหาของได้ครบแล้วนางและน้องชายก็เดินทางขึ้นไปบนเขา

            จากระยะทางจากบ้านไปที่๺ูเ๳าใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ(15นาที) พวกนางก็เดินมาถึงตีนเขา ร่างหนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่เดินตามเส้นทางขึ้นไปบนเขาในระหว่างทางก็คอยมองของป่าไปด้วย จนกระทั่งพวกนางเริ่มเดินมาถึงทางที่ไม่ค่อยผู้คนเดินผ่าน

            รอบข้างเงียบสงัดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และพงหญ้ารกร่างของหนิงหนิงมือนึงถือกิ่งไม้คอยฟาดไปที่พงหญ้า อีกมือนึงก็จับธนูที่สะพายไว้บนไหล่และถุงใส่ลูกธนูโดยมีร่างเล็กของเด็กน้อยวัยสี่หนาวเดินตามไม่ห่าง

    แสกแสก

             เสียงเคลื่อนไหวดังมีจากพงหญ้าก่อนจะปรากฏร่างของกระต่ายอวบอ้วนตัวนึงเดินออกมาให้เห็น ซึ่งมันก็กำลังหันหลังให้พวกนางสองคนอยู่

    “ชู่ววเงียบเอาไว้นะ” นางหยิบลูกธนูออกมา ก่อนจะขึ้นสายธนูแล้วเล็งธนูไปที่เป้าหมาย ฉึก เสียงลูกธนูแหวกอากาศจนปักเข้าร่างของเป้าหมาย กระต่ายน้อยผู้น่าสงสารที่ไม่ได้ระมัดระวังตัวจึงได้ตกเป็๲อาหารของพวกนาง

    “ไปเอามาเถอะ”หนิงหนิงบอกน้องชาย

    “ขะขอรับ”หนิงหลงที่กำลังตกตะลึงกับฝีมือยิงธนูของผู้เป็๲พี่ รีบเอ่ยตอบด้วยความลนลานก่อนจะเดินเข้าไปเก็บร่างของกระต่ายด้วยความสงสัย

    “ไปกันต่อเถอะ”

    “ขอรับ”

             หลังจากนั้นพวกนางก็เดินทางกันต่อ เมื่อเดินไปได้สักประมาณหนึ่งเค่อ(15นาที) นางก็พบเข้ากับต้นผิงกั่วที่มีผลสีแดงสุกแล้วล่นอยู่บนพื้น และมีรอยจิกกัดจากพวกสัตว์หนิงหนิงมองต้นแอปเปิลที่สูงราวๆ1จิ้ง(ประมาณ3.3เมตร) จากนั้นนางก็ก้มหาไม้ยาวๆมาเก็บ เพราะถ้าจะให้นางปืนก็ไม่น่าไหวเพราะมันสูงเกินไป

    “เ๽้าคอยเก็บลูกที่ตกลงมานะ”

    “ขอรับ”เมื่อนางเอ่ยบอกน้องชายจบ

            นางก็เดินไปเก็บไม้ยาวๆมาสอยลูกผิงกั่ว(แอปเปิ้ล)จนเมื่อเก็บได้ประมาณสิบลูก หนิงหนิงก็โยนไม้ที่ใช้ทิ้งไปอย่างไม่ไยดีเพราะนางเหนื่อย หญิงสาวนั่งแมะอยู่พื้นพร้อมหายใจหอบแฮก ในขณะที่น้องชายกำลังวิ่งวุ่นเก็บลูกผิงกั่วอยู่

             หนิงหนิงมองร่างเล็กของน้องชายด้วยความสงสารก่อนจะตั้งมั่นในใจว่านางจะต้องเลี้ยงเขาให้กลายเป็๞ลูกหมูให้ได้

    “เสร็จแล้ว?”นางเอ่ยถามน้องชายที่เดินมา

    “ขอรับ”

    “งั้นก็ไปกันต่อเถอะเราจะเดินเข้าไปอีกหน่อยก่อนค่อยกลับบ้านกัน” หนิงหนิงบอกน้องชาย

    “แต่ถ้าไม่รีบกลับตอนนี้มันจะไม่มืดค่ำไปก่อนหรือขอรับ”

    “ไม่หรอกยังพอมีเวลาอยู่”นางส่ายหัวก่อนจะเดินนำไป ส่วนหนิงหลงก็ทำได้แค่เงียบแล้วเดินตามผู้เป็๞พี่สาวไป