ตอนที่ 34
หลังจากที่พวกนิลกาฬตั้งชื่อทีมเสร็จเรียบร้อยพวกเขาเดินมายังเครื่องเคลื่อนย้ายเพื่อเข้าร่วมจำลองการต่อสู้ทันที เมื่อเข้ามาให้เครื่องเคลื่อนย้าย มีหน้าจอปรากฏออกมา มันคล้ายๆกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เมนูพวกนี้จะเป็นภาษาของก็อตโทเปียแทน พวกเขาใส่ชื่อทีมของตัวเองลงไปในระบบทำการยืนยัน และพวกเขาก็ค้นทีมเทพธิดาทันทีเพื่อเชิญเข้าร่วมต่อสู้
เมื่อควินเห็นคำเชิญส่งมายังพวกเขา ควินก็กดตกลงทันที เครื่องเคลื่อนย้ายก็ทำงานทันที มีอักขระและอักษรรูนโบราณมากมายเปล่งแสงออกมาจากเครื่องเคลื่อยย้าย และนำพวกเขาเข้าสู่การสู้รบระหว่างเทพกับปีศาจ
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การต่อสู้ระหว่างเทพและปีศาจ ในแต่ละเส้นทางจะมีทหารออกมาที่ละ 1 กองร้อย ออกมาทุกๆ 5 มาที ในแต่ละเส้นทางเมื่อท่านสามารถทำลายป้อมปราการทั้ง 3 หลังได้สำเร็จ ทหารของท่านจะแข็งแกร่งขึ้น และยังทำให้สามารถโจมตีปราสาทใหญ่ได้อีกด้วย เมื่อท่านสามารถจัดการทหารฝ่ายตรงข้าม หรือมอนสเตอร์ได้ พลังของท่านจะเพิ่มขึ้นชั่วคราวหลังจากจบเกมส์พลังของท่านก็จะกลับเป็นปกติ มอนสเตอร์นั้นพวกท่านสามารถพบเจอได้ภายในป่าของแผนที่การสู้รบเท่านั้น ภายในป่านั้นยังมีมอนสเตอร์ระดับบอสเมื่อท่านสามารถจัดการกับบอสได้ ท่านจะได้อักขระโบราณที่จะช่วยเพิ่มความสามารถของทีมได้ อักขระโบราณนั้นมีหลายคุณสมบัติ และสุดท้ายนี้คือพวกท่านมีชีวิตในเกมส์เพียงแค่ 3 ชีวิตเท่านั้นใครที่ตายครบ 3 ชีวิตจะถูกส่งออกไปยังนอกเกมส์ทันที ขอให้พวกท่านสนุกและเพลิดเพลินไปกับเกมส์”
เมื่อทีมทั้ง 2 ได้เข้ามาในเกมส์แต่ละทีมจะถูกสุ่มว่าจะได้อยู่ฝ่ายเทพหรือปีศาจ รอบนี้พวกนิลกาฬได้อยู่ฝ่ายปีศาจ
“นับถอยหลัง 5 นาที ก่อนเริ่มการสู้รบ” เสียงจากระบบแจ้งเตือน
พวกนิลกาฬได้เริ่มต้นที่ปราสาทใหญ่ของฝั่งปีศาจ พวกเขากำลังวางแผนการรบ
“หลินเจ้าไปทางด้านซ้าย ยูกิไปตรงกลาง เสวียนซินและรินได้ด้านขวา ส่วนข้าจะไปจัดการพวกมอนสเตอร์เอง พวกเจ้าจะต้องจัดการพวกทหารก่อน ถ้าฝ่ายตรงข้ามเข้ามาใกล้ให้พวกเจ้าถอยมาที่ป้อมปราการทันที” นิลกาฬอธิบายแผนการให้ฟัง
“แต่ว่าท่านนิล ท่านปู่ข้าเคยบอกว่าภายในป่าอันตรายเป็นอย่างมาก มีคนหลายคนเคยลองที่จะเข้าไปในป่าเพื่อที่จะเพิ่มพลังแต่ทุกครั้งจบลงด้วยการที่เขาเสียชีวิตครบ 3 ชีวิตโดยไม่ได้อะไรเลย ข้าว่าท่านอย่าเข้าไปจะดีกว่า” ยูกิเตือนนิลกาฬ เพราะนางถูกปู่ทวดของนางสั่งสอนเกี่ยวกับเกมส์การจำลองการสู้รบมาหลายรอบแล้ว ทำให้นางมีความรู้เกี่ยวกับเกมส์จำลองการสู้รบ
“ข้าจะลองเข้าไปภายในป่าดูก่อน ถ้าข้าไม่สามารถทำอะไรได้และเสียชีวิตข้าจะไม่เข้าไปอีกเลย”
“เช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านนิล จะเห็นสมควร”
“แล้วก็ข้ามีอะไรจะให้พวกเจ้า นี้คือเครื่องส่งสัญญาณระยะไกล พวกเราจะได้ติดต่อสื่อสารถึงกันได้ตลอดเวลา ข้าได้ลงอักขระไว้หมดแล้วเพียงพวกเจ้าหยดเลือดลงไปพวกมันก็จะจดจำเจ้าเป็นเจ้านายของมันและมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้” นิลกาฬได้นำ แหวนเพิ่มพลังธาตุ และต่างหูหยก ออกมา
“ป..เป็นท่านพี่เองหรือ ห้องพิเศษ 8” รินตกตะลึงทันทีที่รู้ว่านิลกาฬคือชายปริศนาที่กล้าท่าทายองค์ชาย 2 บันโช
“ใช่แล้วเป็นข้าเอง” นิลกาฬยิ้มแบบแห้งๆออกมา
นิลกาฬให้ต่างหูหยกเพิ่มพลังธาตุดินแก่ริน ให้แหวนธาตุไม้แก่หลิน ให้แหวนธาตุน้ำแก่ยูกิ และให้แหวนธาตุไฟแก่เสวียนซิน พวกนางรีบหยดเลือดของพวกนางลงทันที
“เอาละทีนี้พวกเจ้าลองใช้จิตของพวกเจ้าใส่ลงไปในต่างหู และแหวนดู”
นิลกาฬพูดอธิบายให้พวกนางฟัง
‘ที่นี้พวกเจ้ามีใครได้ยินเสียงของข้าบ้าง’ พวกนางหันมาทางนิลกาฬกันหมดทุกคน
‘เอาละพวกเจ้าคงจะได้ยินที่ข้าพูดแล้วใช่ไหม การทำงานของมันก็ง่ายเพียงแค่พวกเจ้าส่งกระแสจิตลงไปในเคลื่องส่งสัญญาณและพูดในสิ่งที่เจ้าคิดได้เลย’
พวกนางลองทดสอบกันอยู่หลายรอบกว่าจะสามารถชินกับการส่งสัญญาณโทรจิต
เมื่อครบเวลานับถอยหลัง ก็มีทหารจำนวน 1 กองร้อย ปรากฏออกมาในแต่ละเส้นทาง พวกนางนำกองทหารแต่ละทางเตรียมสู้รบทันที
เมื่อเห็นพวกนางไปกันหมดแล้วนิลกาฬก็วิ่งเข้าป่าทันทีเขาต้องการทดสอบว่าในป่าจะมีมอนสเตอร์แบบไหนและอันตรายอย่างที่ยูกิบอกหรือเปล่า
เมื่อนิลกาฬเข้ามาภายในป่าได้ไม่นานเขาก็พบกับมอนสเตอร์จำนวนมาก เขาใช้สัมผัสจักรวาลสัมผัสได้ว่าพวกมอนสเตอร์แต่ละตัวแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถ้าพวกนางเข้ามาในป่าคงจะมีแต่ความตายที่รออยู่ แสดงว่าที่ยูกิบอกมาเป็นความจริง แต่เขาคิดว่ามันจะต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่ภายในป่าเป็นแน่
“โนรา ปล่อยโดรนออกไป 3 เครื่อง ค่อยดูแต่ละเส้นทางว่าเป็นยังไงบ้าง”
“ค่ะเจ้านาย” โนราปล่อยนาโนบอทออกมาจากกำไล และเปลี่ยนนาโนบอทเป็นโดรน 3 เครื่อง โดรนแต่ละเครื่องจะมีอักขระปกปิดและแผ่นสะท้อนแสงเพื่อช่วยในการพรางตัว
เนื่องจากภายในเกมส์จำลองนั้นนิลกาฬไม่สามารถใช้สัมผัสจักรวาลได้เต็มที่ เขาสามารถใช้ได้เพียง ในระยะ 300 เมตรเท่านั้น นิลกาฬได้เข้าไปจัดการพวกมอนสเตอร์ทีละตัว หลังจากจัดการมอนสเตอร์ ได้มีกระแสพลังที่แปลกประหลาดไหล้เข้ามาภายในตัวของเขา ทำให้เขารู้สึกว่าพลังของเขาได้เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
นิลกาฬยิ้มที่มุมปากทันที
“ฆ่าให้เรียบ” เขาพุ่งไปจัดการมอนสเตอร์ในป่าต่อทันที
ทางด้านของหลินนั้น นางเจอกับเฉินตรง เฉินตรงเป็นนักสู้ระยะประชิดที่ใช้กระบวนท่ามือเปล่าในการต่อสู้ เขาเป็นผู้วิวัฒนาการขั้นท้าย หลินและตรงเฉินต่างก็แลกกระบวนท่ากันโดยที่พวกเขายังหยั่งเชิงกันอยู่ ซึ่งหลินยังสามารถพอที่จะปะมือกับเฉินตรงได้
ทางด้านของยูกิ นางเจอกับไป๋ทรงชิง ไป๋ทรงชิงเป็นนักเวทย์ เขาสามารถใช้พักขนนกของเขาเรียกสายลมออกมาโจมตีได้ เขาเป็นผู้เป็นเลิศขั้นต้น ยูกิใช้การโจมตีระยะไกลสู้กับไป๋ทรงชิงแต่ดูเหมือนว่านางจะไม่สามารถต้านทานไป๋ทรงชิงได้นานนัก
ทางด้านของรินแล้วเสวียนซินดูเหมือนว่าจะหนักที่สุด เนื่องจากพวกนางเจอกับควินและริซ่า ริซ่าคือพี่สาวของริริส นางเองก็เป็นผู้เป็นเลิศขั้นต้นเหมือนกับควิน ควินที่ใช้ดาบใหญ่เขาปะทะกับรินที่เป็นสายถึก และเสวียนซินค่อยสนุบสนุนรินโดยการยิงจากระยะไกลด้วความแม่นยำ แต่ควินก็ยังสามารถหลบการโจมตีของรินและเสวียนซินได้อย่างสบายๆ
ส่วนทางด้านห่านเซิ่นนั้นเขายืนอยู่บนปราสาทใหญ่มองดูการต่อสู้ของพวกเขาอยู่ แต่เขาไม่สามารถมองเห็นนิลกาฬได้ มันทำให้เขาสงสัยเป็นอย่างมากว่านิลหาฬหายไปไหน เขาคิดว่านิลกาฬจะต้องซุ่มอยู่ตามป่าเพื่อค่อยช่วยเพื่อนร่วมทีมของเขาเป็นแน่
นิลกาฬพบว่าการจัดการมอนสเตอร์ในป่าทำให้พลังของเขาเพื่อขึ้นเป็นอย่างมาก ตอนนี้เขากำลังเจอกับกิเลนไฟ มันปล่อยลูกไฟพุ่งเข้าใสนิลกาฬอย่างไม่หยุดหย่อน เขาวิ่งวนไปรอบๆตัวของมันและใช้ P18C ยิงกราดใส่กิเลนด้วยลูกกระสุนสสารมืด แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถยิงผ่านเกราะไฟของมันได้เลย ระดับพลังของกิเลนไปตนนี้น่าจะพอๆกับมอนสเตอร์ระดับราชันย์เลือดกึ่งมังกร ในเมื่อปืนของเขาไม่สามารถยิงผ่านเกราะของมันได้ เขาเรียกระเบิดไนโตรเจนเหลวออกมาจากกำไลมิติ และปาใส่กิเลนไฟทันที
บลึ้ม~
เสียงระเบิดไม่รุนแรงมาก และมีของเหลวสีขาวกระจายออกมาและเกาะไปบนตัวของกิเลนไฟ ทำให้กิเลนไฟกลายเป็นน้ำแข็งทันทีเมื่อมันสัมผัสกับของเหลวสีขาว ตอนนี้มันรู้ว่าสายไปแล้วที่จะหลบของไนโตรเจนเหลว เพราะตอนแรกมันคิดว่าสิ่งนี้ไม่เป็นอันตรายต่อมัน
หลังจากนั้นไม่นานกิเลนไฟก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง นิลกาฬเดินเข้าไปต่อยใส่รูปปั้นน้ำแข็ง ทำให้รูปปั้นแตกละเอียดกระจุยกระจาย
“ท่านได้ฆ่ามอนสเตอร์ระดับราชันย์เลือดกึ่งมังกรกิเลนเพลิง ได้รับผลึกวิญญาณ และแผ่นอักขระเพิ่มพลังโจมตี 2 เท่าทั้งทีมเป็นเวลา 2 ชม.”
“เอ่!! ที่มอนสเตอร์ธรรมดาฆ่าไปก็ไม่เห็นจะได้ยินเสียงข้อความจากระบบ แต่พอฆ่ากิเลนเพลิง กับได้ผลึกวิญญาณซะงั้น แถมยังได้แผ่นอักขระเพิ่มพลังโจมตีอีก” นิลกาฬเดินไปหยิบแผ่นอักขระ มันเป็นแผ่นหินสีแดงขนาดเท่ากระดาษ A4
เมื่อนิลกาฬหยิบแผ่นอักขระขึ้นมา “ท่านต้องการใช้แผ่นอักขระนี้หรือนี้ไม่”
“ต้อกการ” นิลกาฬเปิดใช้ความสามารถของแผ่นอักขระทันที แผ่นอักขระค่อยๆสลายไป
จู่ๆก็มีสัญลักษณ์กิเลนไฟปรากฏบนหน้าผากของพวกเขา และพลังของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว นิลกาฬจึงรีบมุ่งไปทางยูกิทันทีเนื่องจากดูเหมือนว่านางจะเสียเปรียบที่สุดในตอนนี้
ยูกิในตอนนี้กำลังเสียเปรียบไป๋ทรงชิงเป็นอย่างมากป้อมปราการของนางพังไปแล้ว 1 ป้อม และป้อมปราการที่ 2 เองก็กำลังจะพังแล้ว ยูกิได้บอกไปยังทุกคนว่านางไม่สามาถรถยื้อไป๋ทรงชิงไว้ได้นาน จึงของกำลังเสริมจากคนอื่น แต่คนอื่นๆเองก็กำลังตึงมืออยู่เช่นกัน เลยทำให้ไม่มีใครสามารถมาช่วยนางได้ แต่แล้วจู่ๆก็มีสัญลักษณ์กิเลนไฟมาปรากฏบนหน้าผากของยูกิ ทำให้พลังของนางเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก นางเองก็ประหลาดใจเช่นกันทำไมถึงเป็นแบบนี้
เมื่อไป๋ทรงชิงเห็นท่าที่ของยูกิแปลกไปเขาเลยโจมตีไปที่ยิกูเต็มแรง มีพายุทอร์นาโดกำลังพุ่งมาทางยูกิ นางจึงเรียกกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาป้องกัน ปกติกำแพงของนางจะไม่ใหญ่มาก แต่คราวน้ำกำแพงน้ำแข็งของนางสามารถปิดกั้นทางเส้นด้านหน้าของนาง กำแพงน้ำแข็งเองมีความแข็งแกร่งขึ้น มหึมาขึ้น ทำให้พายุทอร์นาโดไม่สามารถทำอะไรนางได้ นางว่าจะต้องเป็นฝีมือนิลกาฬแน่ๆที่สามารถทำให้เรื่องแบบนี้ให้เกิดขึ้นได้
เมื่อไป๋ทรงชิงเห็นพลังของเขาไม่สามาถทำอะไรกำแพงน้ำแข็งของยูกิได้ก็ เขาตกใจทันที เขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆพลังของนางถึงเพิ่มขึ้น และทำไมนางถึงไม่ใช้พลังแบบนี้ตั้งแต่แรก ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเองก็มีเงามาปรากฏตัวที่ด้านหลังของไป๋ทรงชิง และภาพของเขาก็ค่อยเอียงลงด้านข้าง เขาเห็นตัวของเขาที่ไร้หัวเลือดพุ่งสูงขึ้นฟ้า และภาพของเขาก็ตัดไป ร่างของเขาก็ค่อยๆสลายไป
เมื่อยูกิเห็นว่าเสียงจากฝั่งตรงข้ามเงียบไปนางจึงปลดพลังกำแพงน้ำแข็ง นางเห็นนิลกาฬยืนอยู่ท่ามกลางศพของทหารเทพ ทำให้ยูกิดีใจเป็นอย่างมากที่นิลกาฬมาช่วยนางจากอันตราย
“ยูกิรีบนำทัพไปทำลายป้อมปราการ ฝั่งตรงข้ามโดยเร็ว” หลังจากพูดจบนิลกาฬก็ไปพุ่งทางด้านเสวียนซินและรินทันที ระหว่างทางเขาได้อธิบายพลังของอักขระเพิ่มพลังให้แก่ทุกคนฟัง
ทางด้านหลินที่ฝีมือพอๆกับเฉินตรง แต่เมื่อนางได้รับอักขระเพิ่มพลัง ทำให้นางสามารถจัดการเฉินตรงได้ในทันที เฉินตรงที่ตั้งตัวไม่ทันที่จู่ๆพลังของหลินก็เพื่มขึ้นมหาศาล ทำให้เขาโดนจิตกระบี่นับร้อยพุ่งแท่งใส่ตายทันที