สิบนาทีต่อมา
คนทั้งสามที่นั่งคุยสัญญาและรายละเอียดเกี่ยวกับงานถ่ายภาพสินค้าตัวใหม่
โดยบางครั้งชายหนุ่มเ้าของห้องมักจับจ้องไปที่คนกำลังสนใจฟังจากคุณรตาที่กำลังอธิบายบอกรายละเอียดและคอนเซ็ปต์งานในครั้งนี้อย่างตั้งใจ นั่นยิ่งทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาอีกเหตุหนึ่งคงเพราะกลิ่นของเขายังหลงเหลืออยู่บนตัวของอีกฝ่ายแม้จะมีกลิ่นอื่นปะปนมาบ้างแต่เขาไม่สนใจ
เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าคนกำลังจะยกใบหน้าขึ้นมาแล้ว จึงแกล้งก้มลงอ่านเอกสารในมือรอว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรกันแน่
เบต้าหนุ่มอดยกใบหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าไม่ได้ เพราะระยะใกล้แค่นี้ทำให้เขาพบว่าอัลฟ่าคนนี้หน้าหล่อเหลาระดับดาราดังมากเลย ตอนนั้นเขาไปคว้าอีกฝ่ายมานอนด้วยได้ยังไงเนี่ย?
“มีอะไรติดอยู่ที่ใบหน้าผมหรือเปล่าครับ คุณลัดฟ้า”
คนที่แอบมองคนอื่นอยู่ทำหน้าเลิ่กลั่กไปมาเพราะถูกจับได้ รตาที่กำลังอธิบายงานอยู่ก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัยเช่นกัน
“ฟ้า มองท่านประธานอยู่เหรอ”
“ผมเปล่า ว่าแต่รายละเอียดมีแค่นี้เหรอครับ งั้นผมเซ็นเลยนะ” ลัดฟ้าปฏิเสธ ก่อนจะทำทีก้มหน้ามองเอกสารสัญญาในมือ
รตามองคนด้านข้างอย่างสงสัยแต่เพราะนี้เป็เื่ส่วนตัว เธอจึงไม่อยากก้าวก่ายนัก
“ได้สิ ถ้ามีอะไรก็ที่้าเพิ่มบอกพี่ตอนนี้ได้เลยนะ ได้ใช่ไหมคะท่านประธาน”
คนถูกถามพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทางนั่งตัวตรงผสานมือไว้บนตัก กำลังใช้สายตามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะถามถึงสิ่งที่เขา้าออกไป
“ครับ คุณฟ้า ผมขอเรียกอย่างนี้ได้ไหมครับ?”
“เอ่อ ได้ครับ” ลัดฟ้าที่อยู่ ๆ ก็ถูกอัลฟ่าตรงหน้าขออนุญาตเรียกชื่อเล่นด้วยใบหน้าจริงจังแบบนี้เป็ครั้งแรก จึงได้ตอบตกลงไปอย่างไม่รู้ตัว
รตาเห็นว่าการเซ็นสัญญารวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ เรียบร้อยดีแล้ว จึงไม่อยากอยู่ที่ห้องนี้นานนัก เพราะใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าท่านประธานไม่ค่อยชอบให้ใครมารบกวนที่นี่ จึงหันมาชักชวนรุ่นน้องให้ออกไปพร้อมกัน
“ถ้าหมดธุระแล้ว ดิฉันขอตัวก่อนนะคะท่านประธาน”
“กลับเลยไหมฟ้า เดี๋ยวพี่ลงไปส่ง?”
แต่แล้วกิตติกรที่มองอยู่กำลังหาโอกาสที่จะได้อยู่กับเบต้าตรงหน้าให้นานขึ้น จึงได้แต่หาเหตุผลเพื่อที่จะคุยด้วย
“ครับ คุณรตาออกไปก่อนได้เลย พอดีผมมีธุระกับคุณฟ้านิดหน่อย รบกวนอยู่พูดคุยกับผมก่อนจะได้ไหมครับ”น้ำเสียงทุ้มมีเสน่ห์ในท้ายประโยคพร้อมกับจ้องมองมานั้น ทำให้ลัดฟ้าหัวใจเต้นแรงขึ้นมาหนึ่งจังหวะ
“เอ่อ ได้ครับ”
“งั้นพี่ไปก่อนนะ”
“ครับ พี่รตา” ลัดฟ้าที่เก็บสัญญารวมถึงแผนงานใส่กระเป๋า
เมื่อหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องจากไปแล้ว แต่ก่อนที่จะไปเธอยังหันมามองคนทั้งสองอย่างสงสัยว่าพวกเขารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า?
อัลฟ่าหนุ่มมองคนตัวขาวตรงหน้าด้วยสายตาน้อยใจเล็กน้อยพร้อมประโยคที่ทำให้คนสะอึก
“คุณจำผมไม่ได้เหรอ” กิตติกรลุกขึ้นจากโซฟาที่เขานั่งอยู่ก่อนหน้านี้ เดินอ้อมโต๊ะที่ขวางอยู่เพื่อมานั่งตัวเดียวกัน
“อึก จำได้ครับ”
ลัดฟ้าทำตัวไม่ถูกนักในตอนที่คนเดินอ้อมโซฟามานั่งที่ตัวเดียวกัน
“ถ้าอย่างนั้นวันนั้น คุณหนีผมกลับไปก่อนทำไมครับ”
ยิ่งประโยคที่เขาพูดขึ้นมา ยิ่งทำให้คนที่นั่งโซฟาตัวเดียวกันเกร็งตัวขึ้นมาทันที
“หา ผมไม่ได้หนีกลับสักหน่อย วันนั้นคุณเขียนโน้ตเอาไว้ ผมเลยนึกว่าคุณจะไม่กลับมาแล้ว ก็เลยออกจากห้องของคุณเพื่อกลับบ้าน”
ขณะพูดเบต้าหนุ่มก็ยิ่งขยับตัวหนี ทำให้อัลฟ่าหนุ่มด้านข้างมองมาอย่างเอ็นดู
“เหรอครับ ตอนนี้คุณไม่เป็อะไรมากแล้วใช่ไหม?”
“ครับ!” ลัดฟ้ามองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าใ ก่อนใบหน้าจะขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด
อัลฟ่าหนุ่มเห็นว่าตนรุกหนักเกินไปจึงได้ถอยออกมานั่งตัวตรงอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนเื่เพื่อปูทางให้ตนเองเข้าใกล้คนตรงหน้าได้มากขึ้น
“ถ้าหากคุณไม่เป็อะไรมากแล้ว วันนี้คุณฟ้ามีธุระที่ไหนอีกไหมครับ”
เบต้าหนุ่มถอนหายใจโล่งอกที่อีกฝ่ายเปลี่ยนเื่ แต่กลับถามเขาเื่นี้แทน “ทำไมเหรอครับ”
“ผมอยากชวนคุณไปกินมื้อเที่ยงด้วยกันนะครับ ตอนนี้ก็จะบ่ายแล้ว หวังว่าคุณจะไม่ปฏิเสธผมนะ” ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาก่อนจะเงยหน้าถาม
“ผม..”ลัดฟ้าที่กำลังจะปฏิเสธแต่กลับถูกอีกฝ่ายพูดขัดขึ้นมาก่อน
“ตอนนี้ผมหิวมาก คุณจะไม่เห็นใจผมบ้างเหรอ” คำพูดและสายตาที่ถูกส่งมา ทำให้คนยากจะปฏิเสธ
“ก็ได้ครับ คุณกิตจะไปตอนนี้เลยไหมครับ”
“ครับ” กิตติกรลุกขึ้นยืนทันทีที่คนตัวขาวได้ตอบตกลง
“ยื่นมือมาสิครับ” ดวงตาคมมองคนที่นั่งงุนงงมาที่เขา จนทำให้อดอมยิ้มออกมาไม่ได้
“...?”
“เร็วครับ ตอนนี้ผมหิวมากเพราะั้แ่เช้าผมยังไม่ทันได้กินอะไรเลยนอกจากกาแฟ”
เบต้าหนุ่มถอนหายใจแ่เบาก่อนจะเข้าใจ ฝ่ามือขาวจับลงบนฝ่ามือหนาที่ใหญ่กว่าของเขาเอาไว้ ก่อนคนตรงหน้าจะค่อย ๆ ดึงตัวเขาลุกขึ้นจากโซฟา
“คุณฟ้าอยากกินอะไรครับ” ชายหนุ่มหันมาถามคนด้านข้างขณะที่เปิดประตูรอคนให้เดินออกมาพร้อมกัน
ภาพนี้อยู่ในสายตาของเลขาหน้าห้องอย่างอากร ที่กำลังมองท่านประธานทำตัวแปลกประหลาดโดยการเปิดประตูให้ผู้อื่น
“แล้วแต่คุณกิตเลยครับ” เบต้าหนุ่มเห็นสายตาของคนด้านหลังของชายหนุ่มที่มองมา ทำให้อดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ จึงได้แต่ตอบอย่างกลาง ๆ
“พอดีเลยครับ ผมมีร้านที่เคยไปทานกับคุณแม่แล้วอร่อยมาก”
“ครับ”
ทั้งสองเดินตรงไปที่ลิฟต์โดยไม่สนสายตาคนอื่นที่มองมา เมื่อเข้ามาด้านในแล้วเป็กิตติกรที่ยื่นมือกดไปที่ชั้นลานจอดรถโดยตรง ทำให้เบต้าด้านหลังมองมาอย่างสงสัย
“คุณกิตไม่ลงไปที่ชั้นล่างเหรอครับ”
“อ้อ ผมกดชั้นลานจอดรถโดยตรงนะ ถ้าอย่างนั้นคุณนั่งรถไปคันเดียวกับผมเลยไหมครับ”
“แต่ผมเอารถมาด้วย มันจะดีเหรอครับ”
“ดีครับ ดีมากเลย”
ประโยคนี้ทำให้คนตัวขาวอย่างลัดฟ้าเงียบเสียงลงแล้วหน้าแดงทันที เพราะมันคือประโยคที่พวกเขาเคยพูดกันในคืนนั้น
ติง!
“ถึงแล้วครับ” น้ำเสียงทุ้มดังขึ้นทำให้คนที่ยืนเหม่อลอยได้สติขึ้นมา
“อ่า ครับ"
ทั้งสองเดินตามกันออกมาจากบริเวณลิฟต์ส่วนตัว คนเป็เ้าของบริษัทจึงได้นำทางไปยังสถานที่รถถูกจอดเอาไว้เมื่อเช้าทันที
ด้านหน้าของลัดฟ้าคือรถคันหรูแต่ดูเรียบง่าย ด้านนอกตัวรถมีสีดำทั้งคัน ดูจากรูปแบบรถแล้วคงจะเป็คันที่สั่งทำขึ้นมาเป็พิเศษโดยเฉพาะ
“เชิญครับ” ชายหนุ่มเป็คนเปิดประตูรถให้อย่างสุภาพ
“ขอบคุณครับ” ลัดฟ้ามองด้านในตัวรถอย่างตกตะลึง ‘รถแพงแบบนี้อย่าหวังว่าชาตินี้เขาจะได้ซื้อมาขับเลย’
“รัดเข็มขัดด้วยสิครับ เอาแบบนี้เดี๋ยวผมจัดการให้ดีกว่า” ปากบอกคล้ายให้คนรัดเอาเอง แต่การกระทำกลับส่วนทางเป็อย่างมาก
“...” เบต้าหนุ่มที่ยังไม่ทันได้ตอบออกไป
เพราะร่างของชายหนุ่มที่นั่งเบาะคนขับกำลังรัดสายเข็มขัดให้อยู่ ซึ่งระยะห่างจากเขากับอีกฝ่ายมีเพียงนิดเดียว การยืดตัวมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมแบบนี้ทำให้คนที่ถูกใส่ใจตั้งตัวไม่ทัน ทำได้แค่นั่งนิ่งไม่ขยับเพราะถ้าขยับเขาได้หอมแก้มคนตรงหน้าแน่
“เสร็จแล้ว”
ใบหน้าที่ใกล้กันมาเป็พิเศษทำให้ทั้งสองคนมองตากันและกันในระยะประชิด บรรยากาศภายในรถทำให้ทั้งคู่ขยับเข้าใกล้กันกว่าเดิม
อัลฟ่าหนุ่มเห็นคนตัวขาวตรงหน้านิ่งงันไป คิดว่าอีกฝ่ายกำลังจมอยู่กับบรรยากาศที่เขาสร้างขึ้น จึงใช้โอกาสนี้ััเส้นผมอีกฝ่ายแ่เบาแล้วตามด้วยการประกบริมฝีปากของเขาลงไป
ลัดฟ้าที่ได้สติในตอนที่ััได้ว่ามีอะไรนุ่มนิ่มประกบลงมา จึงได้เบิกตากว้างขึ้นอย่างใแต่เพราะคนตรงหน้าััเส้นผมของเขาไปมาอย่างอ่อนโยนจึงไม่ได้ขัดขืน
เมื่อกิตติกรเห็นว่าคนไม่ได้ขัดขืนออกอย่างที่คิด จึงได้ค่อย ๆ ใช้ริมฝีปากจูบอย่างละเมียดละไมอย่างช้า ๆ ก่อนจะตามด้วยลิ้นที่ค่อย ๆ แทรกเปิดริมฝีปากของคนที่ตอบรับััของเขาอย่างติดขัด
“อ้าปากครับ” ชายหนุ่มที่ออกคำสั่งเองกำลังกลืนน้ำลายมองทุกการกระทำของคนตัวขาว
“อ่า..” คนที่หลับตาอยู่ทำตามคำพูดอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย แม้กระทั่งมือที่วางอยู่บนตักก็วางอยู่บนไหล่ของอีกฝ่ายตอนไหนเขาก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“นั่นแหละ เด็กดี” อัลฟ่าหนุ่มเอ่ยชมอย่างอารมณ์ดี
“...” ลัดฟ้าผู้ที่ไม่เคยจูบกับใครถูกคนตรงหน้าชักจูงไปอย่างง่ายดาย
เมื่อพบว่าคนพร้อมรับััของเขาแล้ว อัลฟ่าหนุ่มจึงนำริมฝีปากประกบลงไปอีกครั้งและครั้งนี้ทั้งสองคนจึงได้แลกเปลี่ยนน้ำลายกันอยู่ในรถคันหรูท่ามกลางบรรยากาศแอร์ที่เย็นฉ่ำ
หลายนาทีต่อมา
“หายใจเข้าลึก ๆ ครับ”
“แฮ่ก ๆ ฮึบ” 'นี่เขามาถึงจุดนี้ได้ยังไง? จูบกับคนที่พบกันได้เพียงสองครั้ง แถมครั้งนี้เขาไม่ได้เมาด้วย' เบต้าด้านข้างนั่งหายใจเข้าออกอีกหลายครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เขาหายใจไม่ทัน เป็การจูบที่แทบสูบิญญาของเขาออกไปด้วย
“โอเคหรือยังครับ?”
“ครับ” 'ถามมาแบบนี้แล้วจะให้เขาตอบว่าอะไรได้ละครับคุณกิต' ลัดฟ้าคิดในใจก่อนจะหันหน้าออกไปทางหน้าต่างรถที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปจากที่เดิม
“ถ้าอย่างนั้นเราไปกินข้าวกันได้แล้วนะครับ”
ตอนนี้เขาอารมณ์ดีมาก อาหารที่ถูกอ้างมาตอนนี้คงไม่ต้องกินแล้วด้วยซ้ำ
เพราะเขาได้กินของหวานไปจนอิ่มแล้ว ชายหนุ่มอมยิ้มไปตลอดทางระหว่างขับรถ
ต่างจากคนที่นั่งเบาะด้านข้างที่กำลังลูบริมฝีปากที่แดงช้ำไปมาด้วยใบหน้าแดงไปจนถึงลำคอ