บทที่ 1 การผจญภัยมันน่าเบื่อหน่าย ก็แค่อยากอยู่เฉย ๆ
ัตัวใหญ่ั์สีเขียวบินผ่านเหนือป่าสน นำมาซึ่งสายลมรุนแรงโบกสะบัดต้นไม้ใบหญ้า ทำให้เกิดเสียงเสียดสีของต้นสนดังเป็ระลอก
ร็อบบ์นั่งอยู่ใต้ต้นสน แหงนหน้ามองท้องบวมปูดของัที่บินผ่านยอดไม้พลางคิดในใจ
‘หากตอนนี้ฉันเป็ ‘เทพธนู’ และใช้ ‘ทักษะศรปราบั’ ก็คงยิงดอกเดียวให้มันร่วงจากฟ้าได้ จากนั้นสวมใส่มีดแล่หนัง แล้วใช้ ‘ทักษะการแล่หนังขั้นสูง’ เพื่อได้รับไอเทม ‘หนังั’ ก่อนจะใช้ ‘ทักษะการทำเครื่องหนังขั้นสูง’ สร้างเกราะหนังัออกมาชุดหนึ่ง ทำแบบนี้แล้วค่าความชำนาญอาชีพเทพธนูจะเพิ่มขึ้นได้ 5 หน่วย ทักษะการแล่หนังเพิ่มขึ้น 2 หน่วย ทักษะการทำเครื่องหนังเพิ่มขึ้น 2 หน่วย…’
คิดได้ถึงตรงนี้ เขาพลันยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองดังเพียะ “คิดอะไรอยู่? แกฝึกทักษะเต็มหมดแล้วนะเว้ย ไม่ต้องทำอีกต่อไปแล้ว”
ร็อบบ์อายุสิบแปดปี เป็เกมเมอร์ผู้มากประสบการณ์ เมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาเสพติดเกมออนไลน์ซึ่งสวมบทบาทฟอร์มั์ที่เรียกว่า [ดาร์กเบลด] เป็เกม MMO*[1] ซึ่งก็คือเกมออนไลน์แบบหลายผู้เล่น เกมนี้มีองค์ประกอบเป็โลกแฟนตาซีตะวันตกที่ใช้ดาบและเวทมนตร์ มีแผนที่โลกอันกว้างใหญ่ไร้รอยต่อ มีมอนสเตอร์มากมาย สายอาชีพหลากหลาย ตัวเกมมีลักษณะเด่นคือ [การอนุญาตให้ผู้เล่นปรับเปลี่ยนสายอาชีพหลักและสายอาชีพรองได้อย่างอิสระ] ปรับแต่งตัวละครโปรดในเกมของคุณได้ตามใจชอบ
ร็อบบ์หมกมุ่นกับมันโดยบังเอิญ และอาจเนื่องด้วยความเป็หนุ่มราศีกันย์ เขาจึงชื่นชอบการเล่นเกมให้เคลียร์ 100% และมักรู้สึกไม่สบายอกสบายใจหากไม่สามารถบรรลุทุกสิ่งอย่างที่สามารถทำได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่เพียงปั้นอาชีพนักรบ อัศวิน นักธนู โจร นักบวช… และอาชีพอื่น ๆ ทั่วไปผ่านการฟาร์ม*[2] เท่านั้น แต่ยังฝึกฝนการขุดแร่ ตัดต้นไม้ ทำอาหาร แล่หนัง ทำเครื่องหนัง… ทุกทักษะล้วนผ่านการฝึกฝนจนเต็มเปี่ยม
เขาได้ก่อตั้งกิลด์*[3] ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดทั้งปวง เอาชนะดันเจี้ยน*[4] ที่มีระดับความยากสูงที่สุด ปราบลาสต์บอสแต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งยังเข้าร่วมามหาอำนาจที่มีผู้เล่นนับพัน...
แต่อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเข้าไปในเกม เขาก็พบว่าไม่อาจหาสิ่งใดทำได้อีกต่อไป
ทุกซอกทุกมุม เขารู้ทุกอย่างหมดแล้ว!
โลกแห่งศาสตราและเวทมนตร์สูญเสียเสน่ห์เป็ครั้งแรก เมื่อเขาเข้าสู่โลกแห่งเกมใบนี้ มันก็ไม่น่าเล่นอีกต่อไป
เอาเถอะ บางทีนี่อาจจะเป็จุดหมายปลายทางของเกมเมอร์ก็ได้!
เขาตัดสินใจที่จะเลิกเล่น ทว่า่เวลาที่กดออกจากเกมนั้นไม่อาจทราบได้ว่าเกิดอะไรขึ้น …เขาได้เข้ามายังโลกใบนี้ นั่งเหม่อมองฟ้าอยู่ใต้ต้นสน อีกทั้งรูปร่างหน้าตายังเป็แบบเดียวกับตัวละครในเกมที่เล่น ร็อบบ์กลายเป็หนุ่มหล่อผมบลอนด์ทอง สวมใส่สกิน*[5] เสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่ใช้ทองคริปทอนซื้อมา ซ้ำยังได้สืบทอดทุกความชำนาญทางสายอาชีพที่ปั้นมาจากภายในเกมอีกด้วย!
ขณะนี้ร็อบบ์บังเอิญพบเข้ากับนักสำรวจคนหนึ่ง เขาจึงเข้าไปสอบถาม และได้ทราบว่าสถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า ‘ทวีปชุมนุมมาร’ ซึ่งยังคงเป็หนึ่งในดินแดนแห่งศาสตราและเวทมนตร์ ทว่าไม่ใช่ดินแดนในโลกแห่งเกม แต่เป็โลกแห่งความจริง!
แต่ไม่ว่าจะเรียกอะไร เป็ของจริงหรือไม่ มันก็เป็เพียงการเปลี่ยนแปลงภายนอกเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวข้องกับศาสตราและเวทมนตร์ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็เบื่อที่จะเล่นแล้ว
เมื่อเห็นก็อบลินชะโงกหน้าออกมา ชายหนุ่มก็ไม่ปรารถนาแม้แต่จะสู้ หากเป็เมื่อก่อนที่สายอาชีพของเขายังไม่ผ่านการฟาร์มจนตัน การพบเจอกับมอนสเตอร์ร่างกายอ่อนแอที่ง่ายต่อการกำจัดเช่นก็อบลิน มีหรือที่จะไม่พุ่งตรงเข้าไปปลิดชีพมัน เพื่อให้ค่าความชำนาญทางสายอาชีพเพิ่มขึ้น 1 หรือ 2 หน่วย
ช่างเถอะ! แต่แล้วจะเอาไงต่อล่ะ ถ้ายังอยากอยู่เฉย ๆ แบบนี้?
เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าได้มายังโลกใบใหม่นี่แล้ว แต่ทำไมถึงไม่มีกระจิตกระใจที่จะออกสำรวจเลยล่ะ?
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเหนื่อยหน่าย...
ในขณะนั้นเอง เสียงของมนุษย์พลันดังขึ้นจากระยะไกล มองไปก็เห็นเป็คนสามคนกำลังเดินผ่านมา
ผู้ที่เดินอยู่แนวหน้าเป็ชายคนหนึ่งในชุดเกราะหนาแบกดาบเล่มใหญ่ ตามมาด้วยชายในชุดเกราะหนังพร้อมคันธนูและลูกศร ส่วนหางแถวเป็หญิงสวมชุดคลุม ในมือถือคทาเวทมนตร์ ผู้หญิงคนนี้ดูดีมีเสน่ห์ องค์ประกอบทุกอย่างรับกับใบหน้าอ่อนโยนและมีเรือนผมสีแดงเพลิงดูร้อนแรง
นี่คือทีมนักผจญภัยอย่างแท้จริง! มีนักรบ นักธนู นักเวท นอกจากขาดแคลนนักบวชแล้ว โดยรวมก็ถือว่าแจ่มว้าวไปเลย!
แน่นอนว่าร็อบบ์เองก็รู้ มีแค่ในเกมเท่านั้นที่มีการบอกสายอาชีพอย่างชัดเจน แต่ในโลกแห่งความเป็จริง แม้ชาวนาหยิบดาบก็เป็นักรบ หยิบธนูก็เป็นักธนู เรียนรู้เวทมนตร์ก็กลายเป็นักเวท ไม่มีเหตุผลที่จะแปะชื่ออาชีพไว้บนหน้าผาก และยังไม่มีค่าประสบการณ์หรือเลเวล
เพราะฉะนั้น ในโลกแห่งความเป็จริง คุณจะไม่ทราบเลยว่าใครจะใช้ทักษะอะไรจากการแต่งกาย บางทีคนที่ถือไม้เท้า วินาทีต่อมาอาจหยิบมีดแล้วแทงข้างหลังคุณ นี่คือหลักการทั่วไปในโลกแห่งความเป็จริง
ทีมกลุ่มเล็ก ๆ นี้ดูจะตื่นตัวเป็พิเศษ ระมัดระวังทุกฝีก้าวที่ย่างกรายเข้าสู่ป่าสน เมื่อเห็นร็อบบ์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ทั้งสามอดไม่ได้ที่จะแน่นิ่งเฝ้ามองอย่างหวาดระแวง จนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าเขาไร้อาวุธ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้าหน้าตาประหลาด ดูไม่เป็พิษเป็ภัยแม้แต่น้อย นักรบผู้นำทางก็เอ่ยถามว่า “สวัสดี! คุณคือผู้อยู่อาศัยในเมืองเวสต์วินด์ใช่หรือเปล่า? มาคนเดียวไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ?”
ร็อบบ์้าเลี่ยงปัญหาและไม่้าต่อความยาวสาวความยืดกับคนแปลกหน้า เขาจึงโกหกออกไปอย่างเกรียจคร้าน “ฉันขึ้นเขามาเก็บยาน่ะ ถึงจะอันตรายหน่อย แต่ถ้าอยากรวยก็ต้องเสี่ยง”
“เป็นักเก็บยาสินะ” นักรบซักไซ้ต่อ “คุณเห็นัหยกมณีแถวนี้บ้างไหม? มันชอบโจมตีชาวเมือง ผู้เฒ่าของเมืองเวสต์วินด์ขอให้เรากำจัดมัน”
“โอ้? ัหยกมณีเหรอ?” ร็อบบ์พบเห็นันั่นจริง ๆ คิดกระทั่งจะใช้หนังของมันทำเกราะ เขาชี้ไปยังทิศทางที่ัหยกมณีหายตัวไป “เ้านั่นเพิ่งบินผ่านหัวฉันไปทางนี้ ฉันเห็นมันบินเชื่องช้าและต่ำมาก ดูเหมือนกำลังจะกลับรัง อืม… รังของมันน่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก”
ผู้ที่ดูคล้ายนักรบยิ้มกว้างตอบว่า “เยี่ยม เราตามหามันมาเป็วันแล้ว ในที่สุดก็มีข่าวของเ้านั่นสักที” เขาหันหน้าไปหานักธนูกับนักเวทแล้วยิ้มอย่างอารณ์ดี “ไปฆ่ามันกันเถอะ เราจะได้กลับไปรับค่าจ้าง”
ทั้งสามพยักหน้าให้ร็อบบ์ “ขอบคุณสำหรับข้อมูล”
ร็อบบ์ผายมือ “ไม่เป็ไร!”
ทั้งสามจากไปแล้ว ร็อบบ์ก็ยังคงหมดอาลัยตายอยาก ตอนที่เล่นเกม เมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นคนอื่นถามว่า ‘NPC*[6] ภารกิจนั่นนี่อยู่ที่ไหน’ เขามักจะชี้ไปยังตำแหน่งของ NPC แบบขอไปที ชายหนุ่มไม่กระตือรือร้นที่จะทำภารกิจอีกต่อไป
ร็อบบ์ยังคงนั่งอยู่ใต้ต้นสนต้นใหญ่ต่อไป สมองคิดไปเรื่อยว่าจะทำอะไร…
ไม่อยากสำรวจโลกอีกต่อไปแล้ว… ไร้ซึ่งความสนใจ แถมไม่อยากรับภารกิจอะไรไร้สาระนั่นอีก การต้องสู้กับมอนสเตอร์ขยะ เขาทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาในเกม จนเลเวลกับสายอาชีพทั้งหมดผ่านการฟาร์มจนเต็ม เบื่อหน่ายกับการฟาร์มจนแทบอาเจียน หากย้อนคิดให้ดี …ตอนที่รับภารกิจแล้วไปสู้กับมอนสเตอร์กาก ๆ สิบกว่าตัว ไหนจะภารกิจที่ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เขาไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะทำเื่ไร้สาระมาได้ตั้งหลายปี ช่างน่าตลกสิ้นดี
ี้เีแบบนี้ยังดีกว่า!
อย่างไรก็ตาม คงไม่ดีหากจะี้เีตลอดไป …ใช่หรือเปล่า?
ในโลกแห่งความเป็จริงนั้นจำเป็ต้องกิน ต้องนอน แถมยังต้องใส่เสื้อผ้า ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เอาแต่นั่งเหม่ออยู่ใต้ต้นสนสินะ
เขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าและคิดในใจว่า …สิ่งแรกที่ฉันควรทำตอนนี้ น่าจะเป็การตามหาเมืองที่มีคนอยู่อาศัย ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหาข้าวกินกับที่ซุกหัวนอนก่อนเป็อันดับแรก!
ในขณะนั้นเอง เสียงกู่ร้องคำรามฉกาจฉกรรจ์พลันดังขึ้นมาจากระยะไกล ฟังเหมือนกับเสียงของัหยกมณี ไม่นานเสียงะเิดังสนั่นก็ดังไล่หลังมา ครั้งนี้เป็เสียงของเวทมนตร์ะเิเพลิง!
ร็อบบ์มองตามเสียงก็เห็นเปลวเพลิงกองใหญ่พวยพุ่งขึ้นไปบนฟ้า
ถัดมาคือัที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่บินวนไปมากลางอากาศ ลูกธนูหลายดอกพุ่งขึ้นมาบนพื้น แต่ล้วนถูกปัดป้องด้วยปีกคู่นั้น มันส่งเสียงคำรามดังก้อง ทันใดนั้นลูกธนูเ่าั้ก็ทิ้งดิ่งลงพื้นดินอีกครั้ง
“โอ้? ดูเหมือนว่าสามคนเมื่อครู่นี้จะกำลังสู้กับัหยกมณีสินะ?”
ร็อบบ์เคยเห็นสิ่งนี้มานับไม่ถ้วน ระหว่างเดินไปมาในเกมมักจะเห็นกลุ่มผู้เล่นต่อสู้กับบอสตามแผนที่ เขาจึงไม่ขอเข้าไปยุ่ง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาจำเป็ต้องหาข้าวกินและที่ซุกหัวนอน แทนที่จะหาเอง …สู้ไปถามสามคนนั้นไม่ดีกว่าหรือ?
ผู้ที่ดูคล้ายนักรบเหมือนจะเพิ่งถามเขาว่า ‘คุณคือชาวเมืองเวสต์วินด์ใช่หรือเปล่า?’ เมื่อขยายความประโยคนี้ กล่าวได้ว่ามีเมืองชื่อเวสต์วินด์อยู่ใกล้ ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไปถามพวกเขาดีกว่า
ร็อบบ์สาวเท้ามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ทั้งสามคนต่อสู้กับัหยกมณีโดยไม่รอช้า!
[1] MMORPG (Massive Multiplayer Online Role Playing Game) เกมออนไลน์ในปัจจุบันที่เน้นการเก็บเลเวลด้วยการทำภารกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จตามเงื่อนไข
[2] ฟาร์ม คือ การทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาเพื่อพัฒนาระดับความเก่ง เป็สแลงของคนไทยจากคำว่า grind
[3] เป็กลุ่มสมาพันธ์หรือองค์กร
[4] หนึ่งในรูปแบบของระบบเกมที่ผู้เล่นต้องทำการรวบรวมปาร์ตี้เพื่อเข้าไปต่อสู้ในสถานที่ลึกลึบ มีทั้งดันเจี้ยนแบบเปิดที่ผู้เล่นเดินเข้าไปเจอกับปาร์ตี้อื่น ๆ หรือจะเป็ดันเจี้ยนแบบปิดที่ลงไปได้เฉพาะปาร์ตี้ตัวเองเท่านั้น
[5] เป็ชุดที่ผู้เล่นในเกมเลือกนำมาสวมใส่ให้ตัวละคร
[6] NPC (non-player character) ตัวละครที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยผู้เล่น