“มีปากก็หัดพูดให้มันดีๆ บ้าง ไม่ใช่สักแต่จะพูดอย่างเดียว” วิษณุเทศนาโดยไม่สนใจต่อความเ็ปของนาย ก่อนจะเลิกสนใจท่าทางนั้น และ หันมองกลับไปยังปอย “น้องปอยกำลังคิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงพี่อยู่รึเปล่าน้า…”
อีกครั้งที่มีเสียงดังผลัก! หนักๆ ดังขึ้น แต่ทว่าคราวนี้ไม่ได้มาจากนาย แต่มาจากร่างของวิษณุ อันเกิดจากน้ำหนักมือของดาวที่กระแทกใส่แผ่นหลังของวิษณุอย่างเต็มที่
“ไม่ได้ต่างกันเลย” ดาวพูดด้วยเสียงเอือมระอา ขณะที่วิษณุก็มีท่าทางไม่ต่างจากนาย “มีปากก็หัดพูดอะไรที่มันเป็สาระบ้างเหอะพี่ ใม่ใช่เอาแต่แอ๊วน้องเขาไปวันๆ”
“ใช่แล้ว…ดาว” ปอยอุทาน พลางหันมองไปยังทั้งสามคน “ใช้แล้ว…ดาวไง ดาว….”
“เดียวค่ะน้องปอย” ดาวดูงุนงงกับคำพูดและท่าทางของหญิงสาวตรงหน้า “ดาวที่ว่านี้ หมายถึงพี่ใช่ไหม”
“ไม่ใช่ค่ะ” ปอยตอบโดยไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา เพราะกำลังล้วงเอาแท็ปเล็ทออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะใช้มือวาดบนหน้าจอเป็เส้นตรงสองเส้น ขนานเป็กากบาทคล้ายรูปร่างตารางที่ใช้เล่นเกมเอกซ์โอ ก่อนจะเขียนตัวเลขหนึ่งถึงเก้าลงไปในช่องแต่ละช่อง “ใช่จริงๆ ด้วย” ปอยอุทาน ขมวดคิ้วแน่น “แต่ว่ามันผิดปกติตรงไหนกันนะ”
“อะไรเหรอ!” ดาวเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย ขณะที่ชะโงกหน้ามองไปยังหน้าจอบนแทปเลทที่ปอยถือไว้ โดยมีวิษณุและนายเดินเข้ามาล้อมวงสมทบอย่างสงสัยใคร่รู้ด้วยเช่นกัน
“หมายความว่ายังไงเหรอครับน้องปอย” วิษณุถาม สายตามองดูตารางและตัวเลขบนหน้าจอที่ปอยถืออยู่อย่างไม่เข้าใจ “อะไรคือดาวครับ”
“ถ้าให้เดา” นายพูดขึ้นอย่างรู้ทัน “ต้องเป็เื่ฮวงจุ้ยอะไรนั้นแน่นอน…ใช่ไหม…”
“รู้ดี…รู้มากจริงๆ” ปอยตวัดสายตามองนายวูบหนึ่ง ก่อนจะมองไปที่วิษณุและดาว “คืออย่างนี้ค่ะ” ปอยสูดหายใจเข้ายาวๆ ครั้งหนึ่ง เหมือนกำลังรวบรวมความคิดเพื่อจะใช้อธิบายในเื่นี้ “เราเรียกหลักวิชาฮวงจุ้ยนี้ว่าดาวเหิน เป็อีกหนึ่งสำนักหลัก ที่เอาโหราศาสตร์มารวมเข้ากับฮวงจุ้ยรูปลักษณ์ จนเกิดเป็สายวิชานี้ขึ้นมาค่ะ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เป็ฮวงจุ้ยที่ใช้โหราศาสตร์มาใช้กำหนดและวางฮวงจุ้ยค่ะ”
“เออ…” ดาวคราง “คือพี่ก็ยังไม่รู้เื่อยู่ดีค่ะ”
“พี่เองก็ด้วย” วิษณุสำทับตามมาอีกคน
แต่ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็พลันเกิดขึ้น เมื่อนายชี้มือยังหน้าจอที่ปอยถืออยู่พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ดูแปลกใจแต่ไม่ได้ดูใ
“นี้มันเมจิคสเควนิ” นายมุ่นคิ้วเล็กน้อย “คิดอะไรถึงจะมาเล่นตอนนี้เนี๊ยะ”
“เล่นบ้านนายดิ” ปอยพึมพำ ก่อนจะวาดเขียนอีกตารางขึ้นมาอีกหนึ่งอัน พร้อมกับเขียนตัวเลขใหม่เข้าไปตามช่องแต่ละช่อง “นี้เขาเรียกว่าแผนภูมิหลอสูโว๊ย…เอาไว้ใช้เดินดาว”
“เดินดงเดินดาวอะไรของเธอ” นายชะโงกหน้าเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม “ดูยังไงมันก็เมจิคสเควชัดๆ เขาเล่นกันมาจะพันปีแล้วมั้ง ั้แ่สมัยอินเดียโบราณโน้นแล้ว อย่ามั่ว”
“มั่วบ้านนายดิ” ปอยสวนกลับ “นายนั่นแหละอย่ามั่ว นี้เขาเรียกว่าหลอสูต่างหาก”
ขณะที่าระหว่างทั้งสองจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง วิษณุที่ทนเอือมระอากับสองหนุ่มสาวคู่นี้ไม่ได้จึงได้เอ่ยขัดขึ้น
“เอาล่ะๆ จะเมจิคสเคว หรือ จะหลอสูอะไรก็เอาไว้ก่อนเถอะ” เขาถอนหายใจออกยาว “ปัญหาของเราก็คือตอนนี้จะเริ่มปรับปรุงบ้านได้รึยัง”
“ยัง….ค่ะ” ครั้งนี้ดาวเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้น พลางชี้มือเข้าไปในบ้านด้วยปากที่อ้าค้างและดวงตาเบิกโพลง “ดู…นั้น….”
ทั้งสามขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังจุดที่ปลายนิ้วของดาวชี้ไป
จากความว่าเปล่าภายในบริเวณบ้านที่พวกเขาเห็นตอนเข้ามา บัดนี้ทั่วทั้งอาณาบริเวณต่างเต็มไปด้วยร่างเงาสีดำนับร้อยนับพันกระจายกันอยู่ทั่วบริเวณ อีกทั้งยังมีร่างสูงใหญ่สูงเสียดฟ้าอีกหลายสิบร่างที่บ้างก็เดิน บ้างก็ยืนอยู่ทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งมันได้สร้างความอกสั่นขวัญหายแก่ผู้ที่พบเห็นได้ในทันที