ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่34 ระเบิดพลัง (1)

    24 2-2

     

    ตอนที่34 ระเบิดพลัง (1)

     

    สีหน้าของไป๋หลี่เย่ซีดเซียวหนักเลือดกำเดาไหลทะลักออกมากระแสลมปราณที่คลุมเคลือบคมกระบี่ยาวเริ่มเสียทรงไร้เสถียรทั้งที่เซียถงอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามกวักแกว่ง ฟาดฟันออกไปมากเพียงใดกลับหวดลมหวืดไม่โดนเป้าหมาย เสี้ยวพริบตาต่อมาร่างเซียถงอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง กว่าจะรู้สึกฟื้นตัวได้ทันไป๋หลี่เย่ก็สัมผัสได้ถึงระลอกความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เสียดแทงเข้ากลางหลังอย่างจัง

     

    เขาเลื่อนสายตาก้มมองร่างกายอันสะบักสะบอมทรงตัวจวนเจียนจะไม่อยู่ โซซัดโซเซไปมา ทั้งยังธารเลือดที่หยาดไหลรินหยดเป็นสายๆกลายมาเป็นกองเลือดอยู่ใต้เท้า สภาพในปัจจุบันช่างน่าสยดสยองสิ้นดีคลื่นความหวาดผวาขุมใหญ่แพร่สะพัด กระจายทั่วแขนขาจนอ่อนยวบปวกเปียก

     

    เจ้าของร่างดังกล่าวที่ห้อมล้อมไปด้วยธารแสงสีครามฟ้าระยิบระยับนั่น...ใช่เซียถงจริงๆงั้นรึ?

     

    หลังจากที่นางถูกวางยาพิษมันก็ควรจะสูญเสียลมปราณไปโดยสิ้นแล้วมิใช่รึ?

     

    สภาพร่างสะบัดสะบอมเนื้อตัวชุ่มเลือดสุดแสนสยดสยองคนนี้ เผยแววเย็นชาสาดสะท้อนออกมาดูแล้วไม่ต่างไปจากซากผีห่าจากขุมนรกเลย

     

    ทันทีทันใดกระแสความเจ็บปวดรุนแรงในช่องท้องน้อยพลันแสดงอาการออกมาไป๋หลี่เย่รีบยกมือขึ้นกลัดกุม ขดตัวลงด้วยความทรมานแทบหายใจไม่ออกยามนี้ปราการด่านป้องกันทั้งหมดของเขาได้หายไปโดยสิ้นเปิดจังหวะให้เซียถงยกบาทาขึ้นถีบยอดอกสุดแรงทำเอาร่างของอีกฝ่ายร่วงออกจากนอกสนามประลองโดยตรง

     

    แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เซียถงกระโดดติดตามลงมายกเท้าข้างหนึ่งขึ้นเหยียบที่กลางอกอีกฝ่ายออกแรงยันกดร่างอีกฝ่ายติดพื้นดินอยู่เช่นนั้นมิให้ดีดดิ้นไปไหน

     

    “ไป๋หลี่เย่กรรมใดก่อแก่ข้า กรรมนั้นข้าสนองคืนแล้ว”

     

    น้ำเสียงเยียบเย็นดังก้องขึ้นในหูของไป๋หลี่เย่ใบหน้าของหญิงสาวเบื้องหน้าชัดเจนปรากฏชัดเต็มสองตาและยังเป็นใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดเคียงคู่ไปกับแววตานักล่าดั่งเดรัจฉาน น่าสยองสุดกู่ เส้นผมปลิวไสวแผดรัศมีจิตสังหารสุดข้นคลั่กออกมาเปรียบได้กับนางมารร้ายจากขุมนรกชั้นลึกสุดมิปาน พอเห็นแบบนั้นไป๋หลี่เย่ก็อดสั่นสะท้านไม่ได้ และสิ่งที่น่าระทึกขวัญตกใจยิ่งกว่าคือคมมีดสั้นเคลือบลมปราณสีครามฟ้าชั้นบางเฉียบที่จ่อกลางคอหอยของเขาในขณะนี้

     

    “เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าลองลิ้มชิมความทรมานเสียยิ่งกว่าความตาย!”

     

    สุ้มเสียงเย็นชาแผ่ซ่านคมแสงสีครามฟ้าบนใบมีดในมือหญิงสาวปะทุเดือดคลั่ง รัศมีกลิ่นอายจิตสังหารยิ่งทวีความสยดสยองปริมาณมหาศาลซะจนล้นทะลักออกมาจากอณูร่างกาย ยกคมมีดขึ้นเล็กน้อยและพุ่งเสียบใส่ไป๋หลี่เย่ด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าหวังจะทะลวงลูกกระเดือกของมันให้ทรมานถึงขีดสุด!

     

    ชั่วขณะเดียวกันไป๋หลี่เย่กรีดร้องลั่นสุดเสียง ดูความน่าสังเวชยิ่งยวดไม่กล้าแม้แต่จะมองคมมีดที่กำลังปลิดชีพตน หลับตาปี๋วิสัยทัศน์ดำมืดจิตใจและห้วงสมองขาวโพลนว่างเปล่าไปหมด

     

    “ทิ้งมีดในมือลงบัดเดี๋ยวนี้!!”

     

    ยอดฝีมือผู้คุมสนามประลองรีบกระโจนโดดลงจากการตำแหน่งเฝ้ามอง ปราดพุ่งเข้าใส่เซียถงเร่งเร้าความเร็วสูงสุดเสมือนสายอัสนีลั่น

     

    “ถงถง หยุด!”

     

    เซี่ยหลู่เฟิงเพิ่งมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมารีบวิ่งเข้าไปห้ามปรามมเซียถงเช่นกัน ไม่ว่าจะกรณีใดต้องห้ามมิให้องค์รัชทายาทถูกสังหารเด็ดขาด!

     

    สัมผัสได้ถึงรัศมีจิตสังหารขุมหนึ่งพวยพุ่งเข้าใส่ข้างกายสังหรณ์ใจสุดอันตรายอยู่เพียงเบื้องหลังของนางนี้เอง เซียถงหันหลังขวับกระโดดหลบเลี่ยงคมกระบี่ของยอดฝีมือคนดังนั้นที่เข้าจู่โจม ก่อนลาจากนางยังไม่ลืมทิ้งทวนบาดแผลสุดท้ายให้แก่ไป๋หลี่เย่เซียถงกระชับมีดสั้นระเบิดพลังแห่งขอบเขตเสาหลักฟ้า ฟันฟาดใส่กลางอกของอีกฝ่ายไปอีกแผลใหญ่

     

    ไป๋หลี่เย่กรีดร้องลั่นระงมโอดครวญจนเสียงหลง สีหน้าซีดเผือดราวกับไร้เลือดหล่อเลี้ยงสภาพบัดนี้ไม่ต่างอะไรจากสุนัขข้างทางที่ใกล้ตายเต็มทน

     

    “สาวน้อย ข้าเกรงว่าปัญญาแค่ตัวเจ้าคงมิสามารถรับผิดชอบโทษทัณฑ์ฐานสังหารองค์รัชทยาทได้เช่นนั้นแล้วรีบวางอาวุธในมือลงและมอบตัวซะ!”

     

    ยอดฝีมือผู้นั้นเป็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินระดับชั้นลมปราณอยู่ที่ขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นต้น

     

    เซียถงเหลือบสายตาแลมองชายวัยกลางคนในชุดคลุมน้ำเงินคนนั้นรัศมีจิตสังหารทั่วกายาของนางโหมกระพือขึ้น ก่อเกิดเป็นคลื่นกระแทกวงแหวน แผ่กระจายออกไประลอกแล้วระลอกเล่าและทันใดนั้นนางก็ระเบิดพลังโหมสะพัดขึ้นอีกครั้ง!

     

    ประกายแสงสีครามฟ้าที่โอบล้อมทั่วร่างของนางยิ่งเพิ่มทวีความระอุขึ้นสูงเสียดฟ้า!

     

    ลมปราณสีครามฟ้าบริสุทธิ์ทอแสงพราวระยับสดใสห่อหุ้มปกคลุมรัศมีรอบกายาเซียถง

     

    บรรดาฝูงชนทั้งหลายทั่วอัฒจันทร์ถึงกับนั่งไม่ติดที่ โห่ร้องอุทานลือลั่นออกมาในทันทีทันใด

     

    ขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นกลาง!

     

    ยอดฝีมือขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นกลางกล่าวว่าหาได้ยากยิ่งในจักรวรรดิตงหลี่ทว่าหญิงสาวในวัยเพียงสิบห้าปีบนสนามประลองนางนี้...กลับบรรลุถึงขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นกลางแล้วจริงๆ!

     

    สถานการณ์เร่าร้อนถึงขีดสุดทุกคนทั่วทั้งบริเวณแหกปากตะโกนลั่น ขานชื่อเซียถงดังแซ่ซ้อนอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน

     

    เซี่ยหลู่เฟิงที่ซึ่งก่อนหน้ากำลังจะวิ่งไปหยุดเซียถงถึงกับชะงักฝีเท้าหยุดลงทันที จ้องมองภาพฉากเบื้องหน้าสีหน้าการแสดงออกสุดจะเหลือเชื่อ

     

    ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำเงินเผยสีหน้าตะลึงงันเกินบรรยายเขาทั้งฝึกปรือและบำเพ็ญตบะอย่างหนักตลอดช่วงยี่สิบหรือสามสิบปีที่ผ่านมาแต่แล้วพลังลมปราณของเขากลับเพิ่งจะทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นต้นเมื่อไม่นานนี้เองแต่เขาไม่อยากเชื่อสามยตาตนเองเลยสักนิด สาวน้อยผู้อ่อนวัยตรงหน้าแท้จริงแล้วนางจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นกลาง! นางเพิ่งอายุเท่าไหร่เอง? น่าเหลือเชื่อเกินไป!!

     

    พอลอบสบสายตาเจอเข้ากับดวงตาคู่เย็นยะเยือกของเซียถงมือข้างที่กระชับจับกระบี่พลันสั่นเทาโดยมิตั้งใจสาวน้อยที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่บัดนี้ ทั่วใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเลือดเผ้าผมยาวกระเซอะกระเซิงปลิวไสว ผนวกเข้ากับดวงตาคู่เย็นดังกล่าวอีกมันดูราวกับปีศาจกระหายเลือดที่ใครสักคนทำหลุดจากส่วนลึกที่สุดในนรก!

     

    “ไสหัวไป!”

     

    เซียถงจ้องอีกฝ่ายตาเขม็งสุดทางแววประกายสายตาอันลึกล้ำ ปรากฏแค่เพียงไอเย็นเยือกจับขั้วกระดูกอยู่เท่านั้น

     

    มือข้างที่จับกระบี่แน่นของชายวัยกลางคนผู้นั้นยังคงสั่นเทาไม่หยุดแต่เขาก็ยังยืนขวางทางไม่ให้เซียถงเข้าถึงตัวไป๋หลี่เย่ได้อยู่ดี กล่าวด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังว่า

     

    “การสังหารองค์รัชทายาทนั้นถือเป็นอาชญากรรมครั้งใหญ่หลวงผู้ใดกระทำย่อมต้องรับโทษสูงสุด คือการประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร!ข้าเพียงหวังดีขอแนะนำ อย่าให้เรื่องทุกอย่างไปไกลเกินกว่านี้เลย”

     

    เซียถงยังคงจับจ้องอีกฝ่ายตาเขม็งแววตาหม่นประกายมืดลงหนึ่งส่วน เสี้ยวอึดใจขณะ รูม่านตาดำพลันตีบตันหดลงนางกระชับจับมีดสั้นให้มั่น พุ่งเสียบทะลวงใส่ชายวัยกลางคนประดุจกระสุนปืนใหญ่

     

    ชายวัยกลางคนโพล่งตาโตตื่นตกใจรีบเร่งยกคมกระบี่เข้าสกัดต้านรับ รัศมีประกายแสงสีครามฟ้าสองสายโหมปะทะก่อนผงะร่นถอยออกกันไป

     

    เซียถงยังคงดูปกติสุขดีสีหน้ายังคงรักษาความเยือกเย็น บริเวณปลายมีดสั้นเคลือบลมปราณครามฟ้าชั้นบางคล้ายจะมีเศษผ้าไหมสีน้ำเงินชิ้นหนึ่งติดอยู่และนั่นเป็นชุดลายเดียวกับที่ชายวัยกลางคนใส่

     

    ตัดสลับมาอีกด้านสภาพของชายวัยกลางคนในขณะนี้ดูแย่กว่ามาก บริเวณหน้าอกมีรอยคมมีดถูกตัดผ่านเสื้อผ้าบริเวณนั้นขาดรุ่งริ่ง เหม่อมองเศษเสื้อผ้าบนคมมีดสั้นของเซียถงในยามนี้กระหนักทราบ รู้ซึ้งถึงแก่นทันที หากเปิดช่องโหว่ให้นางอีกเพียงครั้งเดียวคมมีดสั้นใบนั้นย่อมสามารถเจาะทะลวงขั้วหัวใจของเขาได้ไม่ยากเลย

     

    ทุกครั้งที่เซียถงออกกระบวนเคลื่อนไหวไม่มีครั้งใดคงไว้ซึ่งความเมตตาปรานี ล้วนกระทำลงไปด้วยความเหี้ยมทั้งสิ้นแต่ก็ใช่ว่าจะเลือกสังหารทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติสักทีเดียว

     

    ชายวัยกลางคนผู้นี้เพียงทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและไม่มีเจตนาสร้างปัญหาแก่นางแต่แรก ดังนั้น นางเองย่อมไม่มีเจตนาเอาให้ตายโดยไม่ให้โอกาสเช่นกันและเมื่อครู่เป็นเพียงการสั่งสอนบทเรียนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

     

    ฝูงชนทั้งหมดต่างตื่นตะลึงสุดขีดยามนี้ไม่มีใครนั่งอีกต่อไป ล้วนแต่ลุกขึ้นจับจ้องภาพฉากตรงหน้าแทบไม่อยากเชื่อสายตากัน สาวน้อยนางนี้...ดูเหมือนว่าจะทรงพลังแกร่งกล้าพอที่จะสังหารชายวัยกลางคนผู้นั้นที่เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นต้นได้ภายในหนึ่งกระบวนจริงๆ?

     

    หากนางประสงค์ที่จะฆ่านางฆ่าได้แน่นอน…

     

    ชั่วครู่ต่อมาจากบรรยากาศเงียบสงัดดุจป่าช้า กลายมาเป็นว่า เหล่าฝูงชนทั้งหลายต่างปรบมือให้เซียถงอย่างอบอุ่น

     

    ร่างเพรียวบางผู้ยืนตระหง่านเบื้องหน้ากลับแข็งแกร่งเกินกว่าใครจะจินตนาการได้!