ไม่เคยมีความขัดแย้งใดเกิดขึ้นระหว่างจักรพรรดิอัสนีและเย่เทียน เย่เทียนเพียงแค่เคยปฏิเสธคำเชิญของจักรพรรดิอัสนีเท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
แต่เมื่อคนผู้หนึ่งรู้สึกไม่พอใจอีกคนหนึ่งอยู่ และได้เห็นอีกคนได้รับผลประโยชน์มากมาย นั่นก็ยิ่งทำให้คนผู้นั้นยิ่งรู้สึกเกลียดชังเพราะความอิจฉา และนี่เป็นกรณีของจักรพรรดิอัสนีในตอนนี้
เย่เทียนไม่ได้รู้ว่าจักรพรรดิอัสนีกำลังขุ่นเคืองเขาอย่างมาก แต่ต่อให้เขารู้ เขาก็คงจะไม่สนใจ เพราะอีกไม่นานจักรพรรดิอัสนีก็จะกลายเป็นเพียงแค่มดตัวเล็กๆ ในสายตาเขา
ในเวลานี้ เย่เทียนเริ่มเก็บตัวบ่มเพาะอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขามีทรัพยากรไม่เพียงพอ ดังนั้นการบ่มเพาะของเขาจึงต้องหยุดชะงักชั่วคราว แม้ว่าความเร็วในการก้าวหน้าจะไม่เร็วเท่ากับตอนที่อยู่ในโลกของสิ่งมหัศจรรย์ แต่มันก็ไม่ได้ช้าจนเกินไป
เย่เทียนใช้ทรัพยากรในการบ่มเพาะอย่างบ้าคลั่งเพื่อพยายามผลักดันร่างกายตัวเองให้ถึงขีดจำกัด เพื่อที่จะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 16
การทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 16 เป็นหนึ่งในเป้าหมายต่อไปของเย่เทียน
เวลาล่วงเลยผ่านไป พริบตาเดียวก็ผ่านไป 3 เดือน
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ในระดับจักรพรรดิ สามเดือนไม่นับว่าเป็นเวลานาน แต่สำหรับเย่เทียน สามเดือนมันไม่ใช่เวลาสั้นๆ เขาบ่มเพาะโดยใช้พรสวรรค์ด้านเวลา ซึ่ง 3 เดือนที่ผ่านมานี้เทียบเท่ากับเวลา 2 ปีสำหรับเขา
การบ่มเพาะเป็นเวลานานเช่นนี้ทำให้เย่เทียนใช้ทรัพยากรไปเป็นจำนวนมาก และตอนนี้ทรัพยากรส่วนใหญ่ที่ได้มาจากจักรพรรดิลมทมิฬก็หมดลงแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ระดับการบ่มเพาะของเขาก็ก้าวหน้าไม่มากนัก มันยังไม่ไปถึงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 16
“แม้เราจะมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับบรรพกาล แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 16 ได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่บุตรแห่งสวรรค์จำนวนมากไม่สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายต่อไปได้!” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
แต่เดิมเขาวางแผนจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดเพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 16 ให้ได้ในคราวเดียว แต่ตอนนี้เขาใช้ทรัพยากรที่มีจนเกือบจะหมดแล้ว แม้จะยังมีทรัพยากรหลงเหลืออยู่ แต่มันก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อเขาแล้ว
แน่นอน เขายังสามารถใช้วิธีธรรมดาในการขัดเกลาร่างกายของเขาได้ แต่ความเร็วเช่นนั้นมันช้าเกินไปหากปราศจากทรัพยากรที่ช่วยในการบ่มเพาะ
เช้าวันต่อมา หลังจากพักผ่อนไม่นาน เย่เทียนก็เข้าสู่โลกเสมือนจริงของหอบุตรแห่งสวรรค์ และตรวจสอบฟอรัมในพื้นที่สาธารณะ
เขาได้เห็นข้อความมากมายที่พูดถึงเขา แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับมีข่าวพิเศษบางอย่าง
“ซากโบราณสถานของเทพเจ้าโบราณ!”
เมื่อเย่เทียนได้เห็นหัวข้อนี้ เขาก็คลิกเพื่อดูมันทันที แต่เขากลับพบว่าสิ่งที่ผู้คนกำลังพูดถึงคือโบราณสถานที่ไหนสักแห่งบนกาแล็กซีทางช้างเผือก
โบราณสถานแห่งนี้เป็นที่เดียวกันกับสถานที่ที่จักรพรรดิอัสนีเชิญเขาเข้าร่วมทีมก่อนหน้านี้ เหตุผลที่เย่เทียนรู้ว่าเป็นที่เดียวกันก็เพราะว่า หัวข้อที่ถูกกล่าวถึงบนฟอรัม จากข้อความระบุไว้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ จักรพรรดิอัสนีตัดสินใจไปยังซากโบราณสถานนั้นอีกครั้ง
คราวนี้จักรพรรดิอัสนีได้ร่วมทีมกับบุตรแห่งสวรรค์สองคน และจักรพรรดิอีกหลายร้อยคน แต่หลังจากนั้นข่าวก็ระบุว่าจักรพรรดิหลายร้อยคนที่ตามไปด้วยล้วนแล้วแต่ตกตายภายใต้โบราณสถานแห่งนี้จนหมด รวมไปถึงบุตรแห่งสวรรค์อีก 1 คน บุตรแห่งสวรรค์ทั้งสองคนนั้นไม่ได้เป็นคนของดาวสีเงิน แต่เป็นบุตรแห่งสวรรค์จากดาววีนัส 1 ใน 9 หลักบนกาแล็กซีทางช้างเผือก
ในตอนที่บุตรแห่งสวรรค์ทั้งสามบุกเข้าไปในโบราณสถานของเทพเจ้าโบราณ พวกเขาได้เจอกับอันตรายที่ไม่คาดคิด จนทำให้บุตรแห่งสวรรค์คนหนึ่งถูกฆ่าตาย ในขณะที่จักรพรรดิอัสนีและบุตรแห่งสวรรค์อีกคนหนึ่งหลบหนีได้สำเร็จและหนีรอดกลับมาได้
หลังจากนั้นไม่นานบุตรแห่งสวรรค์จูเซียน และบุตรแห่งสวรรค์อีกสามคนก็ได้ร่วมมือกันบุกเข้าไปในโบราณสถานเทพเจ้าโบราณ และได้นำสำเนาฉบับคัดลอกของมรดกทักษะหนึ่งออกมา แต่พวกเขาก็แลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่มหาศาล หลังจากนั้นบุตรแห่งสวรรค์จูเซียนก็ถูกจักรพรรดิอีก 3 คนตามล่า ท้ายที่สุดเขาก็ถูกสังหารท่ามกลางการต่อสู้
สำเนามรดกทักษะที่ทำให้บุตรแห่งสวรรค์ทั้งสี่หวั่นไหวจนต้องลงมือเข่นฆ่ากันเอง สิ่งนี้ดึงดูดความสนใจของบุตรแห่งสวรรค์หลายคน อาจกล่าวได้ว่าพวกเขากำลังหันมาสนใจโบราณสถานเทพเจ้าโบราณแห่งนี้
จากข้อมูล โบราณสถานแห่งนี้เป็นของเทพเจ้าโบราณที่แท้จริง ที่กล่าวถึงกันนั้นเป็นเพียงแค่ภายนอก แท้จริงแล้วโบราณสถานที่แท้จริงอยู่ภายใน ซึ่งเก็บซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ไว้ มีสมบัติล้ำค่าอีกมากมาย เพียงแค่สำเนามรดกทักษะ 1 อย่างก็ยังเป็นเหตุให้บุตรแห่งสวรรค์จูเซียนถูกตามล่าและสังหารโดยบุตรแห่งสวรรค์อีกสามคน นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าวาสนาที่เขาได้รับมานั้นน่าอัศจรรย์มากแค่ไหน
เดิมทีไม่มีใครรู้ว่ามรดกทักษะดังกล่าวคืออะไร แต่ตอนนี้ความลับนั้นได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว
“เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายา!”
ดวงตาของเย่เทียนหดแคบลง เขาตกใจมากเมื่อรู้เรื่องนี้
เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาเป็นทักษะลับที่หายากมาก แม้มันจะไม่มีประโยชน์ต่อระดับเทพ เพราะระดับเทพนั้นไม่สามารถพัฒนาร่างกายได้อีก การที่จะยกระดับต่อไปทำได้เพียงแค่เพิ่มพลังศักดิ์สิทธิ์และพลังวิญญาณของพวกเขาเท่านั้น
แต่สำหรับระดับจักรพรรดิ เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาเพียงพอที่จะทำให้เกิดระลอกคลื่นไปทั่วจักรวาล กองกำลังนับไม่ถ้วนคงจะต้องต่อสู้กันเพื่อให้ได้มันมา
เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาคืออะไร?
ระดับจักรพรรดิจำเป็นต้องฝ่าขีดจำกัดของร่างกายเพื่อเพิ่มระดับการบ่มเพาะ และเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้สามารถช่วยในการทำลายขีดจำกัดของร่างกาย เพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะขึ้นอาจจะ 10 เท่าหรือ 20 เท่า และหากใช้เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาร่วมกับสมบัติที่ช่วยในการทำลายขีดจำกัดของร่างกาย ผลลัพธ์ของมันจะยิ่งต่อต้านสวรรค์มากขึ้น
ก่อนหน้านั้นเย่เทียนไม่รู้ว่าเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายามีประโยชน์เช่นไร แต่หลังจากอ่านโพสต์นี้แล้ว รวมไปถึงจากการสนทนาของบุตรแห่งสวรรค์คนอื่นๆ เขาจึงได้รู้ว่าเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาให้ผลที่น่าอัศจรรย์มากแค่ไหน
“ที่แท้ก็ยังมีเคล็ดวิชาลับที่ช่วยส่งเสริมการทำลายขีดจำกัดของร่างกาย แต่เคล็ดวิชาเช่นนี้ย่อมหายากมาก ดังนั้นมันจึงไม่เป็นที่รู้จักของผู้คน” เย่เทียนก็นึกขึ้นได้
ยิ่งไปกว่านั้นตามที่บุตรแห่งสวรรค์คนอื่นๆ กล่าว หากไม่มีเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาคอยช่วยเหลือ การทำลายขีดจำกัดครั้งที่ 17 จะเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่หากฝึกฝนมันก็จะมีโอกาสทำลายขีดจำกัดของร่างกายไปจนถึงครั้งที่ 19
ว่ากันว่าผู้แบกรับสมญานามบุตรแห่งสวรรค์ทุกคนต่างบ่มเพาะด้วยเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายา มิฉะนั้นแม้ว่าพวกเขาจะมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะสูงส่งมากแค่ไหน เมื่อถึงคอขวดขณะต้องทะลวงผ่านระดับ ก็เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะฝ่าฟันผ่านมันไปได้ และด้วยเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้ไม่เพียงแต่ความเร็วในการบ่มเพาะจะเร็วยิ่งขึ้นมาก ประสิทธิภาพการใช้สมบัติที่ช่วยในการบ่มเพาะก็จะสูงขึ้น มันจะเป็นเรื่องง่ายต่อการทำลายขีดจำกัดของร่างกายในอนาคต
“เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายา แต่เดิมเราเพียงแค่คิดว่าด้วยดินแดนพลังปราณ พลังปราณแห่งความโกลาหล เราคงจะสามารถกลายเป็นบุตรแห่งจักรวาลได้ ตอนนี้เราได้รู้แล้วว่าความคิดของเรานั้นตื้นเขินมากแค่ไหน แม้ว่าดินแดนพลังปราณและพลังปราณแห่งความโกลาหลนั้นจะมีค่ามาก แต่ก็มีดินแดนพลังปราณอยู่มากมายในจักรวาล ถ้าหากดินแดนพลังปราณสามารถทำให้ผู้คนกลายเป็นบุตรแห่งจักรวาลได้จริง ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ใช้ดินแดนพลังปราณจะกลายเป็นบุตรแห่งจักรวาลไปหมดแล้วอย่างนั้นหรือ?” เย่เทียนเย้ยหยันในความไร้เดียงสาของตัวเอง
การจะเกิดบุตรแห่งจักรวาลขึ้นได้นั้นเป็นเรื่องยากกว่าที่เขาคิดไว้
ทั้งพรสวรรค์ มรดก และโอกาส ไม่มีสิ่งใดที่ขาดไปได้
พรสวรรค์ในปัจจุบันของเย่เทียนนั้นไม่ต้องกังวล สิ่งที่เขาขาดไปคือโอกาสและมรดก ด้วยดินแดนพลังปราณของโลก แม้ว่ามันจะไม่ทำให้เขากลายเป็นบุตรแห่งจักรวาลได้ แต่อย่างน้อยมันอาจจะช่วยให้เขาสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้ 1-2 ระดับ และหากเขาครอบครองเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายา การใช้ดินแดนพลังปราณจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ไม่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้เย่เทียนสนใจเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาอย่างมาก
“ในฟอรัมไม่ได้มีการพูดถึงโบราณสถานเทพเจ้าโบราณมากนัก แต่ถ้าถามเรื่องนี้กับบุตรแห่งสวรรค์คนอื่นๆ ไม่มีทางที่คนเหล่านั้นจะเปิดเผยสถานการณ์ที่แท้จริงให้เราฟัง” เย่เทียนขมวดคิ้ว
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคนผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือเทพวงล้อม่วง
เทพวงล้อสีม่วงเป็นบุตรชายของเจ้าเมืองฉินเฟิง เขามีหน้าที่รับผิดชอบกิจการภายในหลายอย่างของคฤหาสน์เจ้าเมือง และด้วยสถานะของเทพวงล้อม่วง เขาควรรู้สถานการณ์ของโบราณสถานเทพเจ้าโบราณ
เย่เทียนมีข้อมูลติดต่อของเทพวงล้อม่วงอยู่ ดังนั้นเขาจึงพยายามติดต่อเทพวงล้อม่วงทันที
ไม่นานเย่เทียนก็ได้พูดคุยกับเทพวงล้อสีม่วงเกี่ยวกับเรื่องโบราณสถาน
จากนั้นเทพวงล้อม่วงก็บอกให้เย่เทียนมาพบเขาที่คฤหาสน์เจ้าเมืองเพื่อพูดคุยถึงรายละเอียด
ไม่นานเย่เทียนก็มาถึงคฤหาสน์เจ้าเมือง
เขาพบว่านอกจากเทพวงล้อม่วงแล้ว ยังมีคนอีก 2 คนนั่งรอเขาอยู่ในห้องโถงใหญ่
“บุตรแห่งสวรรค์เย่เทียน คุณอยากจะเข้าไปสำรวจโบราณสถานของเทพเจ้าโบราณอย่างนั้นหรือ?” เทพวงล้อม่วงถามอย่างเคร่งขรึม
“ใช่ ผมสนใจเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายา!” เย่เทียนเอ่ยความต้องการของเขาออกมาอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อได้ยินดังนั้น เทพวงล้อม่วงก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยและกล่าวว่า “เข้าใจแล้ว คุณมีระดับการบ่มเพาะในระดับจักรพรรดิ คุณย่อมต้องสนใจเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายา น่าเสียดายที่แม้แต่ตระกูลฉินเราก็ไม่มีเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาอยู่ เคล็ดวิชาดังกล่าวมีค่ามากเกินไป มูลค่าของมันไม่สามารถตีค่าเป็นตัวเลขได้ ว่ากันว่ามีตระกูลลึกลับบางตระกูลในกาแล็กซีทางช้างเผือกครอบครองเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายา แน่นอนว่าพวกเขาไม่คิดจะส่งต่อให้คนนอก ไม่มีทางที่เราจะได้รับมันจากพวกเขาได้”
“ท่านเทพวงล้อม่วง โบราณสถานแห่งนั้นมีเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาอยู่จริงๆ อย่างนั้นหรือ?” เย่เทียนถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่!” เทพวงล้อม่วงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ตามข้อมูลที่ฉันได้รับมา บุตรแห่งสวรรค์จูเซียนโชคดีได้รับเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายามาจากโบราณสถานแห่งนั้น เขาจึงถูกไล่ล่าและถูกฆ่าโดยบุตรแห่งสวรรค์อีกสามคน แต่จนถึงตอนนี้ไม่มีใครรู้ที่อยู่ปัจจุบันของบุตรแห่งสวรรค์ทั้งสามคนนั้น ส่วนเรื่องที่ว่าภายในโบราณสถานมีเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาอยู่จริงหรือไม่นั้น เท่าที่ฉันรู้ มันควรจะมีอยู่จริง เพราะโบราณสถานแห่งนี้ถูกทิ้งไว้โดยเทพเจ้าโบราณที่แข็งแกร่งมาก ในสมัยนั้นเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาไม่ใช่สิ่งที่แปลกแต่อย่างใด ขุมกำลังส่วนใหญ่ต่างมีมันในครอบครอง แต่ในยุคของเรา เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาหายากเป็นอย่างยิ่ง และยังต้องการพรสวรรค์ที่สอดคล้องกันในการฝึกฝน อีกทั้งเงื่อนไขในการบ่มเพาะก็น่ากลัวยิ่ง! ฉันคิดว่าภายในโบราณสถานต้องมีเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายามากกว่าหนึ่งวิชาแน่ แต่ถึงอย่างนั้นโบราณสถานแห่งนี้ก็ยังอันตรายอย่างมากเช่นกัน ระดับเทพขึ้นไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป ส่วนระดับจักรพรรดิที่เข้าไปได้นั้นก็ล้วนตกตายไปมากกว่ารอด!”
“อันตรายที่ว่าคืออะไรกันแน่”
เย่เทียนรู้สึกสับสน เพราะในบรรดาบุตรแห่งสวรรค์ที่รอดกลับมา ไม่มีใครเลยที่เปิดเผยเรื่องนี้