บทที่ 33
จบการประลอง
ลู่เฟิ่งผลการประลองที่ไม่คาดคิดปรากฏออกมา กระบี่ไม้ไม่าสามารถทนทานกำลังการโจมตีของทั้งสองได้
จนตอนนี้กระบี่ไม้สองเล่มมันแตกหักจนไม่เหลือโครงเดิม หลงหมิงชื่นชมจากใจจริงเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้ามากกว่าคำว่าอัจฉริยะไปมาก
“ เจ้านี่มันสัตว์ประหลาดตัวน้อยจริงๆ ”
“ ในอายุเพียงแค่เจ้ามีผู้ใดบ้างที่สามารถต่อกรกับข้าได้ขนาดนี้ ”
“ แล้วก็มีผู้ใดบ้างที่สามารถปะทะกับกระบี่เก้าดาราของข้าได้อย่างเท่าเทียมเช่นนี้ ”
“ เจ้าบอกว่ากระบี่นั้นเจ้าคิดคนขึ้นมาเองถ้าเช่นนั้นคำว่าอัจฉริยะมันคงจะไม่เพียงพอสำหรับเจ้าอย่างแน่นอน ”
“ ตัวของเจ้าควรจะถูกยกย่องคำว่าสัตว์ประหลาดเสียมากกว่า ” ผู้อาวุโสหลงแววตาเป็นประกาย
คราวนี้เหมือนว่าตนเองเห็นอัจฉริยะรุ่นหลังยืนอยู่ตรงหน้า ครั้งในอดีตมันเองก็เคยถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ
แต่ว่าในช่วงวัยเดียวกันมันเองก็ไม่สามารถจะทำได้อย่างผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้ มันจึงรู้สึกชื่นชมเด็กหนุ่มพวกนี้จากใจจริง
“ ในช่วงรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้า ”
“ ตัวของข้ามุ่งมั่นฝึกฝนกระบี่อย่างต่อเนื่อง ”
“ ขัดเกลากระบี่ที่ได้รับสืบทอดมาพยายามทำให้มันนั้นลุกหน้ามากขึ้นไปอีก ”
“ แต่เจ้าในช่วงวัยเพียงแค่นี้กลับสามารถคิดค้นกระบี่ของตนเองที่มีพละกำลังเทียบเท่ากับค่าที่คิดมาหลายสิบปีได้ ”
“ ฮ่าๆๆๆ ถ้าขอบเขตของเจ้าเพิ่มขึ้นอีกในช่วงวัยไม่เกิน 30 เจ้าคงจะถูกยกย่องว่าเหนือราชากระบี่ทั้ง 10 แห่งใต้หล้าแล้ว ”
หลงหมิงกล่าวชื่นชมอย่างไม่หยุดปาก
“ พวกอาวุโสกล่าวชมเกินไปแล้ว ”
“ ข้าก็เป็นเพียงแค่คนคนนึงเท่านั้นจะสามารถเทียบเทียมกับราชากระบี่ทั้ง 10 ได้อย่างไร ”
“ ฮ่าๆๆๆ ”
“ เจ้าไม่ต้องถ่อมตัวไปใบหน้าที่เรียบเฉยของเจ้าในขณะที่พูดกับข้าตอนนี้ ข้ารู้ดีว่าเจ้ารู้ดีอยู่แล้วว่าอีกไม่กี่ปีก็คงสามารถก้าวหน้าถึงขณะที่ก้าวข้ามราชากระบี่ทั้ง 10 ได้อย่างแน่นอน ” หลงหมิงมองใบหน้าของลู่เฟิ่งที่กำลังเรียบเฉย
ไม่ผิดจากที่เขาพูด ลู่เฟิ่งตัวของเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเขานั้นสามารถก้าวข้ามผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าได้
แต่ตอนนี้สิ่งที่เขานั้นยังคงขาดอยู่มันก็คือขอบเขตบ่มเพาะ ขอบเขตพลังบ่มเพาะและการขัดเกลาทักษะเป็นสิ่งสำคัญ
ในชีวิตก่อนเขาเคยปะทะกับราชากระบี่มาหลายคน แน่นอนว่าเขาเคยก้าวข้ามพวกมันหลายต่อหลายคนมาแล้ว
เพราะแบบนั้นการก้าวข้ามราชากระบี่มันไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจสำหรับเขาเลยไหมสักนิดเดียว ถึงแม้ว่าคำพูดนั้นในตอนนี้ผู้คนมากมายคงจะไม่อาจเอื้อม
ราชากระบี่ทั้ง 10 ถูกขนานนามว่าอัจฉริยะในรอบหลายพันปี พวกเขาเหมือนกับภูเขาสูงตระหง่านของผู้ที่ฝึกฝนกระบี่
จนถึงทุกวันนี้คู่ที่ถูกขนานนามว่าราชากระบี่ทั้ง 10 ก็ยังไม่โดนผู้ใดโค่นล้มได้ แน่นอนว่าถ้ามีผู้คนบอกว่าราชากระบี่ทั้ง 10 จะพ่ายแพ้ คนผู้นั้นคงจะถูกว่ากล่าวว่าเป็นพวกเพ้อฝันอย่างแน่นอน
“ เอาล่ะข้าตัดสินใจแล้ว ”
“ ข้าจะถ่ายทอดวิชากระบี่เก้าดาราให้กับเจ้า ” หลงหมิงกอดอกพร้อมกับแสดงรอยยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ลู่เฟิ่งดวงตาเบิกกว้างขึ้น “ ถ่ายทอดให้กับข้าอย่างนั้นหรือขอรับ…”
“ ใช่แล้ววิชากระบี่นี้ถูกกำหนดเอาไว้ว่ามีเพียงแค่ผู้สืบทอดเดี่ยวเท่านั้น ในตอนนี้ข้ายังหาผู้สืบทอดเท่ห์เหมาะสมไม่ได้”
“ วันนี้ดีจริงๆที่เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ตามคำเชิญแล้วก็มาลองดูบุตรคนสุดท้ายของราชวงศ์ลู่ ”
“ มันทำให้ข้าพบเจออัจฉริยะเช่นเจ้าเจ้าที่ทำให้ข้านั้นรู้สึกตื่นเต้นกับการต่อสู้ได้มากขนาดนี้ ”
“ สมควรที่จะเป็นผู้สืบทอดกระบี่ของข้า”
“ อันที่จริงแล้วข้าเองก็อยากเห็นเช่นเดียวกันถ้าเจ้าสืบทอดกระบี่ของข้าแล้ว แล้วเจ้านำเอากระบี่ของข้าไปรวมกับกระบี่ของเจ้า ”
“ เมื่อกระบี่ที่ทรงพลังทั้งสองรวมกันอนุภาพของมันจะก้าวกระโดดหรือว่ายิ่งใหญ่ขนาดไหน บางทีมันอาจจะทำให้กระบี่ที่ข้าพยายามขัดเกลามามีความสามารถเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ”
หลงหมิงแสดงใบหน้าตื่นเต้นอย่างอดกลั้นไม่ได้ ในตอนนี้คิดถึงภาพการข้างหน้าเมื่อกระบี่ทั้งสองหลอมรวมกันสู่ผู้สืบทอดของเขา
เกรงว่าทั่วทางใต้ล่างคงจะไม่มีวิชากระบี่ใดที่เทียบเทียมได้อย่างแน่นอน
ลู่เฟิ่งก้มหน้าแล้วก็คิด ‘ หลังจากที่ราชากระบี่ดาราหลงหมิงตายไป วิชาของเขาก็หายสาบสูญไปด้วยเช่นเดียวกันเพราะว่าวิชานี้ไม่ถ่ายทอดให้กับคนอื่น ’
‘ กฎในการถ่ายทอดวิชามีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นนั่นคือถ่ายทอดให้กับคนเพียงแค่ผู้เดียว ’
‘ แน่นอนว่ามันถูกสืบทอดมาตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงสมัยปัจจุบัน หลงหมิงไม่คิดว่าตนเองจะมาจบชีวิตลงไม่ได้ถ่ายทอดวิชานั้นให้กับใคร ’
‘ มันทำให้ยอดกระบี่ภายในใต้หล้าหนึ่งวิชาหายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เมื่อคิดดูแล้วตอนนี้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าเสนอให้ตัวของข้านั้นเป็นผู้ที่รับการถ่ายทอด เป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเลยทีเดียว ’
‘ ถ้าได้ลองคิดดูถึงเรื่องนี้แล้วก็มันก็มีอีกหลายๆอย่างที่ได้ผลประโยชน์ ’
‘ อีกฝ่ายแสดงวิชาก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจะเก็บความลับอีกหลายๆอย่างเอาไว้เขาแสดงออกมาเพียงแค่ส่วนหนึ่งของวิชาเท่านั้นแต่มันยังทรงพลังมากกว่านี้ ’
‘ บางทีถ้าข้าได้รับการถ่ายทอดวิชานั้นมาและลองนำเอามาล้อมร่วมกับวิชาของตัวเอง มันอาจจะทำให้ก่อกำเนิดทักษะความดีใหม่ที่ไม่มีผู้ใดสู้ได้ก็ได้ ’
ลู่เฟิ่งเงยหน้าขึ้นแล้วก็เอ่ยถามออกไป “ ขอถามท่านหน่อย ”
“ ถ้าเกิดว่าข้ารับถ่ายทอดวิชาจากท่านนำมารวมกับวิชาของข้าพวกเราจะสามารถเอาชนะกระบี่โลหิตได้หรือไม่ ”
“ อืมกระบี่โลหิตของหนึ่งในราชันย์กระบี่อย่างนั้นหรือแน่นอนว่ามันเป็นวิชากระบี่ที่เยี่ยมยอด ”
“ ถ้าเกิดว่าวิชาของข้าต้องปะทะกับมันบางทีก็อาจจะไม่รู้ผลว่าผู้ใดแพ้หรือผู้ใดชนะ ”
“ แต่ถ้าใช้วิชาของข้าแล้วก็วิชาของเจ้าพร้อมกันอย่างไรเสียกระบี่โลหิตก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน ” หลงหมิงยืนยันออกมาด้วยรอยยิ้ม
‘ วิชากระบี่โลหิต 1 ในวิชาของสุดยอดผู้บ่มเพาะกระบี่ที่ได้รับฉายาหนึ่งใน 10 ราชันกระบี่เหมือนกับผู้อาวุโสหลงหมิง ’
‘ มันเป็นวิชาที่แข็งแกร่งแถมในอนาคตข้าก็ต้องปะทะกับมันด้วยเพราะหนึ่งในผู้ที่ทรยศข้าคือบุตรชายของราชันย์กระบี่โลหิตคนปัจจุบัน ’
“ ถ้าเช่นนั้นข้าเองก็ยอมรับข้อเสนอของผู้อาวุโสขอรับ ” ลู่เฟิ่งก้มศีรษะรับข้อเสนอของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นหลงหมิงก็ยกยิ้มขึ้นที่มุม “ ถ้าเช่นนั้นก็ดี”
“ พวกเราไปกันเลย ” เพียงพริบตาเดียวหลงหมิงพุ่งทะยานเข้ามาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาปรากฏกายอยู่ด้านหน้า
ความรวดเร็วของคนผู้นี้ไม่ธรรมดาในพริบตาเดียวกับสามารถเคลื่อนไหวมาอยู่จุดนี้ได้โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวเลยด้วยซ้ำ
เขาใช้มือของตนเองยื่นออกมาคว้าจับร่างกายของลู่เฟิ่ง ก่อนที่จะพาลู่เฟิ่งพุ่งตรงขึ้นไปด้านบนออกไปจากตำหนักบ่มเพาะ
“ แย่แล้ว”
“ องค์ชายห้าโดนพาตัวออกไป!!! ” เมื่อรู้สึกตัวได้พวกบ่าวรับใช้พากันตื่นตระหนกตกใจ
“ แย่แล้วต้องรีบไปแจ้งกับฝ่าบาท ไม่เช่นนั้นโดนตัดหัวอย่างแน่นอน ” พวกมันรีบร้อนรนมุ่งต้องออกไปแจ้งข่าวว่าองค์ชายโดนพาตัวออกไปจากตำหนักบ่มเพาะ
จบบท