13
เด็กอ้วนขายแตงโม
ผมให้น้ายามาส่งยังจุดที่คีย์นอนคุยกับใบคะน้าแล้วใช้รถของเค้าขับออกมาก่อนหน้านั้นผมกับน้ายาก็ช่วยกันเอาคีย์ออกจากที่นั่งฝั่งคนขับอย่างทุลักทุเลเพราะเค้าดันหลับไม่ได้สติไปแล้ว ตัวเค้าทั้งใหญ่ทั้งยาว เอ่อ หมายถึงรูปร่างสูงใหญ่ แถมขายังยาว
ที่ปัดน้ำฝนหน้ารถยังคงทำงานปัดเอาเศษขยะขึ้นมาจนน่าปวดประสาท มันเลอะเทอะสกปรกเต็มหน้ารถไปหมดต้องให้น้ายาช่วยเอาน้ำล้างออกอย่างลวก ๆ ถึงจะพอมองเห็นและขับออกมาได้
จนมาติดไฟแดง ผมจึงชะโงกตัวไปดูเค้าที่นอนสลบเหมือดอยู่แต่แล้วก็ต้องสะดุ้ง เพราะใบหน้าคมนั้นหันกลับมา เค้าครางในลำคอฟังไม่ได้ศัพท์
“หวัดดีคนเมา” ผมแกล้ง “ขอหวยสามตัวตรงหน่อย”
แล้วคนเมาก็เด้งแอ่นเอาเป้าตุงในกางเกงสแล็กขึ้นมาหนึ่งที โอเคสามตัวงวดนี้ 010
ผมไม่รู้ว่าจะไปส่งคีย์ที่บ้านยังไงหมายถึงจะเข้าบ้านเค้าแล้วอธิบายยังไง กับสภาพของลูกชายเค้า คนพ่อที่หน้าดุ ๆก็ดูจะไม่ชอบผมสักเท่าไร ดังนั้น ผมจึงพาคีย์กลับมาบ้านตัวเองแทน
รอบนี้ผมหามเค้าลงจากรถด้วยตัวเองคนเดียว เพราะน้ายากลับบ้านไปแล้วดีหน่อยที่จีน่ายังอยู่จึงเข้ามาช่วยกันในที่สุดก็พาเค้ามานอนบนเตียงได้ ผมหอบแฮ่กสภาพจีน่าก็ไม่ต่างกัน
ผมเตรียมจะเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เค้า จีน่าจัดการนำอุปกรณ์ไว้ให้ก่อนจะออกไปผมมองสภาพคนเมาแล้วจู่ ๆ ก็มันเขี้ยว จึงก้มไปดมกลิ่นน้ำหอมที่ตัวเค้ามันยังหอมอยู่เลย เหมือนกับผมจะหยุดดมไม่ได้อะเค้าเมาโดยไม่มีกลิ่นเหล้าคลุ้งอย่างนั้น ถ้าไม่ไปดมใกล้ ๆ ริมฝีปากของเค้า
ผมค่อย ๆ จัดการปลดเสื้อผ้าให้คีย์จนเหลือเพียงกางเกงในและเช็ดตัวให้เค้าอย่างเบามือจู่ ๆ ร่างสูงก็ขยับตัว แล้วคว้าเอาตัวผมลงไปกอดหน้าตาเฉย ผมกำลังจะขัดขืนแต่พอนึกแล้วก็ปล่อยไว้แบบนี้ดีกว่า เปลือกตาที่ผมจ้อง ค่อย ๆ ขยับและเปิดช้า ๆเผยให้เห็นดวงตาปรือที่ซ่อนอยู่ เค้ายิ้มเมื่อเห็นผม
“ไวน์...” เสียงทุ้มพร่าเรียกผมแล้วก็กอดผมแน่นขึ้นไปอีก กล้ามเนื้อกายหนาๆ ของเค้าเบียดรัดผมไว้ “ดีใจจังที่คุณอยู่ตรงนี้” เค้าว่า
ถึงจะอึดอัดแต่ผมก็รู้สึกดีนะ เค้าก้มลงมาหอมฟอดที่หัวผม “อื้ม...”แล้วครางอย่างผ่อนคลาย
ไอ้คนเมานี่มันจะเนียนใหญ่แล้ว
แล้วผมก็รู้สึกว่าที่สะดือตัวเองมีของแข็งบางอย่างทิ่มอยู่ผมจึงเอื้อมมือลงไปจับก็พบว่าท่อนเนื้ออุ่นกำลังผงาดภายใต้ผ้าเนื้อดีจากชั้นในมันผงกทักทายมือผมด้วย เ้าของมันร้องครางในคอเมื่อโดนััแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็ร้องด้วยความเ็ปเมื่อผมใช้เล็บจิกไปที่แก่นเอ็นนั้นจนเ้าตัวกระเด้งผละออกไป “ไวน์!” เค้าร้องเสียงหลง
ผมจึงได้จัดการเช็ดเนื้อตัวให้เค้าพร้อมแต่งตัวใหม่ด้วยชุดนอนของผมจนสำเร็จได้ถึงมันจะดูเต่อ ๆ ไปซะหน่อย
คีย์ตบที่ต้นแขนตัวเองเบา ๆ เชื้อเชิญให้ผมไปนอนหนุน ผมก็ไปซุกนอนตรงนั้นล่ะด้วยความอ่อนเพลียเพลียเพราะออกแรงกับเค้าไปมากเลยวันนี้
“ขอบคุณน้าอ้วง” เค้าว่า ตาหลับพริ้มเพราะยังไม่สร่างดี“ผมอยากนอนอยู่อย่างนี้กับคุณไปตลอดเลย...” เค้าครางเสียบแหบพร่า “รู้มั้ย...ผมชอบคุณมากเลย ช้อบ ช้อบ ชอบ ๆๆๆ” เบิ้ลคำรัว ๆ พร้อมหลับตาทำหน้าเคลิ้ม
“ชอบขนาดนั้นเลยเหรอ?” ผมกระซิบถาม
เ้าของจมูกโด่งเป็สันพยักหน้า “ชอบจนไม่เหลือไปชอบใครอีก...” พร้อมกับดึงผมเข้าไปกอดไว้
ตึกตึก ตึกตึก...
หัวใจผมเต้นเบา ๆ แต่ไม่ได้สั่นรุนแรงเหมือนทุกครั้ง “ผมก็...ชอบคุณนะ” ผมกระซิบตอบ ไม่รู้ว่าเค้าจะได้ยินไหมแต่เราทั้งคู่ก็หลับลงอย่างสนิทราวกับเป็พื้นที่ปลอดภัยของกันและกัน
OPD Card และเอกสารประกอบ ไม่มีลายเซ็นคนไข้...
ผมพาตัวเองมาที่ห้องทำงานของพี่วินั้แ่คีย์ยังไม่ตื่นเพื่อหาอะไรบางอย่างที่คลางแคลง ผมดูเอกสารฉบับสำเนาอย่างคิดวิเคราะห์
“ลูกค้าต้องเซ็นเอกสารให้ครบก่อนเข้ารับการรักษา”
พี่วินมักจะเน้นย้ำเื่นี้เสมอเป็เื่สำคัญในการให้คนไข้เซ็นยินยอมเข้ารับการรักษาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องอย่างไม่เป็ธรรมต่อเราในอนาคตแม้กระทั่งพี่ลูกหยีเองก็ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แถมลายมือตรงหน้ากรอกข้อมูลก็เป็ของพี่ลูกหยี ผมจำได้ ไม่ใช่ลายมือของคุณไลลา ซึ่งเป็ผู้ตาย...
วันนี้เราว่างทั้งคู่ ผมชวนคีย์ไปเยี่ยมพี่วินเค้าจึงแวะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน ผมจอดรออยู่ด้านนอก ไม่ได้เข้าไป
“จู่ ๆ พี่ลูกหยีก็ดูน่าสงสัย”ผมเกริ่นตอนรถขับออกจากบ้านคีย์ไปได้ไม่นาน “กลัวว่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลผมเชื่อในเซนส์ตัวเอง กับกริยาตอบสนองที่ไม่เหมือนเดิมของคน”
คีย์ซึ่งกำลังขับรถอยู่ชำเลืองมามองผม“เหมือนที่ผู้หญิงมักจับได้ว่าแฟนนอกใจ ทั้งที่ไม่ได้มีสัญญาณเตือนก่อนหน้า”เค้าเสริม “สัญชาตญาณนี้ น่ากลัวจังแฮะ”
“คุณเองก็ระวังตัวไว้ให้ดีเลย ผมโมโหร้ายมากนะ” ผมขู่
คนฟังหัวเราะ “จะต้องระวังทำไม เพราะผมจะมีแค่คุณคนเดียว”พร้อมยักคิ้วข้างหนึ่งส่งให้
พอถึงโรงพยาบาลพี่วินก็กินข้าวเรียบร้อยแล้ว คีย์ยกมือไหว้ทักทายพี่ชายผม“สีหน้าพี่วินดูสดชื่นขึ้นนะครับ” เค้าว่า
คนป่วยพยักหน้า “ได้ยาดี ได้พักผ่อน พอพยายามไม่เครียดร่างกายก็น่าจะฟื้นฟูได้เร็ว” พี่วินตอบ
เอาซะผมไม่กล้าพูดเื่ที่อยากจะคุยด้วยวันนี้เลยแต่ผมก็ปรี่ไปพะเน้าพะนออยู่
ข้างๆ พี่วินด้วยความคิดถึง “พี่วินติดต่อพี่ลูกหยีได้รึเปล่าครับ?” ผมกระซิบถาม
“น่าจะได้นะ ทำไมล่ะ?” พี่วินถามกลับอย่างประหลาดใจผมจึงได้อธิบายข้อสันนิษฐานส่วนตัวให้เค้าฟัง พอผมพูดจบ พี่วินก็นิ่งคิดทบทวนตามนิดหน่อย
“บางที พี่ลูกหยีอาจจะมีข้อมูลหรือเก็บความลับอะไรเอาไว้ก็ได้นะครับอย่างน้อยก็หมอวุฒิคนนั้น” ผมหยุด แล้วพูดต่อ “พี่วินหาเจอมั้ย หมอคนที่เข้าเวรผ่าตัดวันนั้น”
คนถูกถามส่ายหน้า “ปัถย์บอกว่า วันนั้นหมอต่อมาไม่ได้จะมีหมอมาเข้าเวรแทน ซึ่งพี่ก็ยังไม่เคยเจอเค้าตอนนี้การหายตัวไปของเค้าสร้างปัญหาให้เราอย่างมาก”
“ผลชันสูตรศพยังไม่ออกใช่มั้ยครับ?”
พี่วินพยักหน้าช้า ๆ “หมอกับลูกหยีวางแผนกันเหรอ...”พี่ชายพึมพำอย่างครุ่นคิด
“ใช่ พี่วิน สองคนนี้ดูไว้ใจไม่ได้เราถึงต้องเรียกมาสอบปากคำให้รู้เื่” ผมยืนยันเสียงหนักแน่น
“เดี๋ยวพี่ลองโทรดู”
ผมมองพี่วินกดโทรศัพท์แล้วโทรออกอย่างใจจดใจจ่อพี่วินกดเปิดลำโพงก็พบว่าเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองถูกพี่ลูกหยีบล็อกไปแล้วเช่นกันรวมถึงช่องทางติดต่อทางไลน์ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ผมนึกถึงเฟซบุ๊ก จึงเปิดเข้าไปดูก็พบว่าโดนบล็อกไปแล้วเช่นกัน
นี่ไง เจตนาหนีชัด ๆ ถึงพี่ลูกหยีจะเป็หนึ่งในพนักงานที่ต้องพ้นสภาพจากบริษัทของเราไปแต่นั่นไม่ใช่ความแค้นที่จะทำให้เธอต้องเลิกติดต่อกับเราทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจและสมัครใจของทั้งสองฝ่าย
โซเชียลมีเดียของพี่วินเองก็ไม่รอด ถูกบล็อกจนหมด“เดี๋ยวพี่ลองคุยกับพี่ยาใจ” พี่วินบอกหลังจากใช้ความคิดไปครู่หนึ่ง
[สวัสดีค่ะคุณวิน... พี่คิดถึงคุณวินม้ากมาก] ปลายสายโพล่งมา ทำให้พวกเรากลับมามีความหวัง
คนที่พี่วินกำลังคุยอยู่ คือพนักงานบริษัท SMBeauty Center ซึ่งเคยเป็ลูกน้องเก่าพี่วินทั้งรักและให้เกียรติพี่วินมากแถมก็ยังเป็คนเดียวที่สนิทกับพี่ลูกหยีที่สุดด้วยเช่นกัน
เราได้ข้อมูลจากพี่ยาใจว่า บ้านเกิดของพี่ลูกหยีอยู่ที่อำเภอสร้างคอมจังหวัดอุดรธานี ซึ่งนั่นพี่วินพอรู้ แต่...
[ครอบครัวผัวอยู่ที่คู้ยายหมีค่ะตอนทำงานก็บ่นว่าอยากเก็บเงินซักก้อน แล้วไปเปิดร้านที่บ้านผัวนางไม่ได้กลับบ้านเกิดตัวเองมานานแล้วค่ะคุณวินถ้าจะตามหาก็ที่คู้ยายหมีนั่นล่ะค่ะ] ปลายสายติดเล่าน้ำเสียงออกอรรถรส
พวกเรากำลังมองหน้ากัน ว่าคู้ยายหมี สถานที่อันแสนน่ารักนั้นอยู่ที่ไหน
“ฉะเชิงเทรา” คีย์บอก หลังจากพิมพ์หาในกูเกิล
พริบตาเดียวรถของเราก็วิ่งอยู่บนมอเตอร์เวย์ถนนหมายเลข 7 มุ่งหน้าสู่คู้ยายหมี จังหวัดฉะเชิงเทราโดยมีคีย์เป็คนขับ “มันเริ่มแล้วใช่มั้ย?” เค้าเอียงหน้ามาถาม
“ใช่ เริ่มเลอ!” ผมตอบกลับอย่างฮึกเหิม
“โกๆๆ!” แล้วผมกับคีย์ก็ร้องะโกันอย่างบ้าคลั่งก่อนจะหัวเราะออกมาเพราะนึกตลกตัวเอง
พี่ยาใจบอกทางไปบ้านสามีพี่ลูกหยีได้ละเอียดจนน่าประหลาดตอนแรกพวกเราก็แปลกใจ แต่ที่จริง พี่ยาใจเคยบุกไปทวงเงินพี่ลูกหยีถึงที่โน่นเื่เซอร์ไพรส์คือ พี่ยาใจมีเื้ัเป็ผู้ปล่อยเงินกู้ขาโหดแต่แฝงตัวเป็พนักงานแอดมินตำแหน่งเล็ก ๆ ในบริษัทบางทีพี่ยาใจอาจจะรวยกว่าผู้จัดการสาขาบางคนของบริษัทโน้นด้วย อีกเื่คือความสัมพันธ์ของยาใจและลูกหยี ที่นอกจากจะสนิทสนมกันเหมือนพี่น้องก็ยังมีสถานะเ้าหนี้กับลูกหนี้รองรับมาด้วยกว่าจะได้ข้อมูลก็ต้องฟังพี่ยาใจอ้อมแอ้มอยู่นานก่อนจะหลอกล่อว่าเดี๋ยวซื้อทุเรียนไปฝาก เท่านั้นเธอจึงยอมคายหมดเปลือก
คีย์ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่ง เราก็มาอยู่หน้าบ้านของข้อมูลที่ได้รับมา
[หลังสีเขียว ติดริมถนน ข้างหน้ามีร้านขายแตงโมอยู่]
พี่ยาใจแฉข้อมูลละเอียดราวกับมีความแค้นกันอยู่ คนเราไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวรสินะ
เรามองเห็นบ้านชั้นเดียวหลังสีเขียวซึ่งอยู่ลึกเข้าไปข้างในสีของมันเป็เขียวสะท้อนแสงโดดเด่น ดูสดใสราวกับเพิ่งทาเสร็จไปเมื่อวานทว่าภายในบ้านกลับดูเหมือนไม่มีคน
ข้างหน้าทางเข้า เป็ร้านแตงโมก่อเป็เพิงด้วยไม้ มุงหลังคาสังกะสีมีเด็กชายตัวอวบอ้วน เดาอายุน่าจะสักห้าถึงหกขวบ นั่งซัดแตงโมแล้วถุยเม็ดลงพื้นอย่างกระจัดกระจาย
“อ้วน ๆ” คีย์เรียก “รู้จักพี่ลูกหยีมั้ย?” เค้าถาม เด็กอ้วนเงยหน้าขึ้นมองเราสองคน
นิ่งๆ ดวงตาอ่านยาก เสื้อกล้ามสีแดงที่ใส่ถูกดันถลกขึ้นจนเปิดให้เห็นพุงกลมมีคราบหยดน้ำแตงโมเปรอะเปื้อนดูเหนียวหนึบ
“รู้จักมั้ย พี่ลูกหยีอะ” คีย์ยังคงถามต่อ
“มีถั่วมั้ย?” เสียงแหบแบบมีเสลดในคอถามกลับ “ถั่วอะ”
คีย์หันมามองหน้าผม ดูสับสนกับคู่สนทนา
“ซื้อถั่วให้ผมก่อนดิ่ เดี๋ยวผมบอก” ไอ้เด็กอ้วนยื่นข้อเสนอแล้วชี้นิ้วมือป้อม ๆ ไปยังร้านชำที่อยู่ข้าง ๆ
คีย์อาสาเดินไปจัดการให้ตามสั่ง
เด็กอ้วนมักเ้าเล่ห์ไม่เกินจริง นั่งขายแตงโมด้วยแถมยังหลอกล่อให้คนเข้าร้านขายของชำต่อได้อีก
แล้วนั่นไงร่างสูงกลับออกมาพร้อมน้ำอัดลมที่เทใส่แก้วโดยมีหูหิ้วเป็พลาสติกอีกที พร้อมด้วยกระดาษทิชชูเปียกและถั่ว เห็นได้ชัดว่าลูกค้าไม่ได้เข้าไปซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว
นี่มันจะแยบยลเกินไปแล้ว ผมมองไอ้เด็กเสื้อกล้ามแดงอย่างทึ่ง ๆพลางอยากจะจับเ้าตัวอิ่มอวบอัดนี่ไปอาบน้ำ
“อะ ถั่ว” คีย์ส่งห่อขนมที่เป็ถั่วอบไปให้เด็กอ้วนยกนิ้วโป้งตะมุตะมิตอบกลับมา “บอกพี่ได้ยัง?” เค้าถามต่อ
“ใครนะ?!” คนถูกถามย้อนกลับเสียงดังพลางมองแก้วน้ำอัดลมที่คีย์ถืออยู่แล้วทำปากจ๊อบแจ๊บไปด้วย
ผมพยักหน้าบอกให้คีย์ยกให้ไป เ้าอ้วนรับไปคว้าหลอดดูดอย่างกระหาย ก่อนจะแกะห่อถั่วอบแล้วล้วงกินด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
“ดูปากพี่นะ ลูก-หยี”
“ไม่รู้จัก” เสียงแหบเสลดตอบทันควันน้ำเสียงห้วน
ไอ้...! หน็อย ลูกเต้าเหล่าใคร พ่อแม่ไปไหน อย่าเผลอนะฉันจะฟัดพุงแก!
“เอ๊า ใครมาหน้าบ้าน ไม่เรียกแม่เล่าไอ้แม็ก!” เสียงหนึ่งดังออกมาจากหลังเพิงแตงโม
“ใครก็ไม่รู้แม่” เด็กอ้วนที่ถูกเรียกว่าแม็ก ะโลงจากเก้าอี้แล้วปรี่ไปหลบหลังผู้เป็แม่
“ลูกค้ารึเปล่า?” คนเป็แม่ร้องถามพลางสะบัดผ้าถุงเหน็บเอวแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเรา“รับแตงโมรึคะ?”
“เอ่อ ครับ” คีย์ตอบ
“ที่จริงเรามาหาคน มีผู้ถูกรางวัลน่ะครับ” ผมเสริม“เรามาจากรายการเกมโชว์ช่องนึง
ในยูทูบอยากจะขอถ่ายคอนเทนต์ด้วย”
คนตรงหน้าดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ใครคะ มาหาใคร รางวัลเป็อะไร?”
“ลูกหยีครับ”
“เอ๊า ก็คิดว่าใคร แป๊บนะ เดี๋ยวฉันไปตามให้” ว่าพร้อมกับเดินดุ่ม ๆไปยังบ้านหลังสีเขียวนั้น ะโร้องเรียกคนที่เราตามหาอย่างลิงโลด
“ลูกหยีโว้ย! แกโชคดีใหญ่แล้ว ออกมาเร็ว มีรายการมาแจกรางวัล!”
คนถูกเรียกเดินออกมาในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นอย่างงุ่มง่ามและดูรำคาญใจทันทีที่เห็นเราสองคน ก็ผงะถอยทำท่าจะหนีทันที