“แค่ขัดขวางเฉยๆสินะ”
แอนเดอร์สันมองไปยังทิศทางที่เขาวิ่งหนีออกมา ปรากฎว่าตำแหน่งนั้นมียานรบของสหพันธ์บินรอบๆ ดูเหมือนว่าจะมีคนแจ้งเหตุ คนของสหพันธ์จึงเดินทางมาตรวจสอบการต่อสู้ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายลุงของเขาที่โทรหา
“แอนเดอร์สัน”
“ลุงปลอดภัยดีไหมครับ”
“ปลอดภัยดี แล้วหลานล่ะเป็นยังไงบ้าง”
“ผมถึงตระกูลสกอร์เปี้ยนส์แล้วครับ ไม่มีใครตามผมมาสักคน”
“อาห์ ถ้าอย่างนั้นก็โล่งใจหน่อย ลุงคงไม่สามารถไปร่วมงานกับหลานได้แล้วนะ”
“มีอะไรเหรอครับ ถูกสหพันธ์จับตัวเหรอ”
“เปล่า ลุงหนีออกมาได้ ทุกคนหนีออกมาได้หมด เพียงแต่ว่าพวกที่ซุ่มโจมตีพยายามรักษาระยะห่างจากเราเอาไว้ หากลุงคิดจะไปงานเลี้ยงอีก พวกมันคงจะเข้ามาขัดขวาง”
“ครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด”
“โอเค แค่นี้ลุงก็เบาใจได้แล้ว ไว้จะคอยดูก็แล้วกันว่าหลานจะทำอะไร แค่นี้นะ”
แอนเดอร์สันมองสายที่ถูกตัดไป จากการลอบสังหารทำให้เขาเจ็บใจเล็กน้อยที่ถูกตัดขาดกับตระกูลเฟียร์ในช่วงเริ่มงานวันเกิด อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องเดินเข้าไปในงานให้ได้ก่อน หากยังคงยืนอยู่ข้างถนนแบบนี้คงจะถูกเล่นงานไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
“นายน้อย 11”
เสียงกล่าวทักทายจากพ่อบ้านที่รออยู่หน้าประตูทางเข้า แอนเดอร์สันจึงหันมองแล้วกล่าวทักทายตามมารยาท
“นายน้อย 11 มีคนต้องการพบนายน้อย ได้โปรดตามผมมาด้วยครับ”
“หืม ผมต้องเข้าไปในงานเพื่อทักทายพี่ชายชายของผมก่อน เดี๋ยวตามไปก็แล้วกัน”
แอนเดอร์สันพูดด้วยท่าทางสบายๆ เขาจำเป็นต้องเข้าไปในงานให้ได้ระหว่างก้าวเดินไปได้เพียงแค่ 1 ก้าวพ่อบ้านจำนวน 10 คนก็เข้ามาดักหน้าแอนเดอร์สันปิดเส้นทางไม่ให้เขาได้เดินไปต่อ แอนเดอร์สันจึงหันมองแขกคนอื่นที่ขับรถเข้าไปในบ้าน ไม่จำเป็นต้องเดินผ่านประตูหน้ารั้วเหมือนกับเขา
“ถ้าอย่างนั้นก็นำทางไปเลยครับ”
การขัดขืนไม่ส่งผลดี เหล่าพ่อบ้านที่มาปิดทางนี้ล้วนแล้วมีพลังเวทย์ขั้นต่ำ 400 ปี หากแอนเดอร์สันขัดขืนอาจจะไม่ส่งผลดีต่อตัวของเขา ในงานวันเกิดของผู้นำตระกูลถ้าเขาลงมืออาจจะมีใครเล่นงานเขาด้วยการใช้เรื่องการโจมตีพ่อบ้านไปพูดในงานเลี้ยงก็ได้ ต่อให้ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะถูกมองว่าเป็นตระกูลที่เต็มไปด้วยผู้บ้าคลั่ง แต่หากว่างานนั้นเป็นงานเลี้ยงความบ้าคลั่งที่พูดถึงจะถูกปิดตัวลง มันจะมีเพียงเล่ห์กลที่ใช้ปะทะกัน
“นายน้อยรออยู่ที่นี่ก่อนนะครับ”
แอนเดอร์สันมองไปยังศาลากลางน้ำที่เหมือนจะจัดเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดี บนโต๊ะใจกลางศาลานี้มีอาหารมากมายเตรียมไว้ เหมือนกับว่ามีใครบางคนต้องการเจอเขาจริงๆ อย่างไรก็ตามเขารู้ตัวในทันทีเลยว่าศาลานี้เพียงแค่เตรียมเอาไว้ขัดขวางให้เขาถูกทิ้งอยู่ภายนอกงาน ไม่สามารถเข้าไปร่วมงานกับคนอื่นๆได้เท่านั้น แอนเดอร์สันจึงมองหาทางออกที่จะทำให้เขาเข้าไปในงานได้จากสิ่งที่มี
“ให้ตายสิ คำสาปก็มีแค่ระดับต่ำที่ใช้ได้ คนเหล่านี้ก็เชี่ยวชาญคำสาปอีก ถ้าใช้เวทย์ใหญ่ก็จะส่งผลเสียมากเกินไป งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน”
บะหมี่จำนวน 2 ชามนำออกมาจากระบบจากนั้นแอนเดอร์สันก็เปิดฝาแล้วนั่งรอเงียบๆ ปล่อยให้พ่อบ้านยืนปิดทางไม่ให้เขาเดินออกจากศาลา ตอนนี้เขาทำเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น รอเวลาที่จะมีใครสักคนเดินมาหาเขาจากสิ่งที่ใช้ล่อลวง
—----------------
“โอ้ว นี่ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์มายืนรอต้อนรับด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย ยินดีๆ เป็นเกียรติของตระกูล มูนไลท์ที่ได้เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ สิ่งนี้เป็นของขวัญจากพวกเรามูนไลท์”
กล่องของขวัญสีแดงยื่นไปให้ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่กำลังยืนยิ้มต้อนรับผู้คนมากมายกำลังเดินเข้ามาในงานเลี้ยง ตระกูลเล็ก ตระกูลระดับกลาง หรือจะเป็นตระกูลใหญ่และตระกูลหลัก ล้วนทยอยมากันเรื่อยๆไม่ขาดสาย หากผู้นำตระกูลมาไม่ได้พวกเขาจะส่งตัวแทนที่น่าเชื่อถือเข้าร่วมงาน ทันทีที่ผู้คนก้าวเท้าผ่านทางเดินเข้าสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเวทมนตร์เพื่อต้อนรับผู้คนมากมายนี้เองนั้น เหล่านายน้อยของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่แยกกันใช้นามสกุลแม่ของตัวเองต่างยืนต้อนรับอีกทอดหนึ่ง ทำให้เกิดการพูดคุยระหว่างแขกและเหล่านายน้อย
“โอ้ว นี่มันคุณชายใหญ่ ลูกชายลำดับที่ 1 ของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ไม่คิดว่าจะโตเป็นหนุ่มขนาดนี้”
“ท่านลุงอัลเลนยังคงแข็งแรงเช่นเคย เดี๋ยวผมจะพาไปยังโต๊ะนะครับ”
“ได้ๆ ว่าแต่หลานเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้ ลุงได้ข่าวเกี่ยวกับการล่าที่น่าสุดยอดเข้าให้”
“ฮ่าๆๆ เรื่องนี้ยังไปไม่ถึงไหนเลยครับ คนเขาก็เล่าลือกันไปเอง จริงๆผมยังสำรวจพื้นที่ในเขต 8 ได้ยังไม่ถึงไหนเลยครับ”
“ดีดีดี วันนี้เวลามีเยอะแยะ หวังว่าหลานจะเสียเวลามาเล่าให้ลุงฟังบ้างนะ”
นายน้อย 10 มองจ้องไปยังพี่ชายของตนเองที่กำลังคอยผลัดเปลี่ยนกันรับแขก จากการมองแขกทุกคนที่กำลังถูกแยกไปนั่งตามโต๊ะต่างๆล้วนเป็นการจับแยกให้เห็นถึงกลุ่มกองกำลังของตัวเองที่สามารถดึงตระกูลเหล่านั้นให้เข้ามาร่วมมือได้ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้เป็นคนที่ไร้ผู้หนุนหลัง ตระกูลซิกฟรีทยังคงมีตระกูลมากมายเชื่อมั่นในฝีมือของเขา โรแลนจึงเดินเข้าไปทักทายชายผู้ที่เขาคุ้นหน้าก่อนจะพาไปนั่งยังโต๊ะที่จัดเตรียมเอาไว้
“นายท่าน เชิญด้านใน แขกมากันพร้อมแล้ว”
พ่อบ้านทักทายผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่ยืนรอต้อนรับแขก ก่อนที่ประตูห้องโถงสำหรับงานเลี้ยงจะถูกปิดลงหลังจากผู้นำตระกูลเดินเข้าไป ต่อจากนี้จะไม่มีใครสามารถเข้าไปในงานเลี้ยงได้อีก
—------------------------
“พ่อบ้าน ไหนล่ะคนที่อยากเจอฉัน”
แอนเดอร์สันลองกดเสียงให้ต่ำพลางมองอาหารที่เย็นทั้งหมด ยังดีที่บะหมี่ของเขายังคงอุ่นและส่งกลิ่นหอมได้เหมือนเดิม ตอนนี้บ้านตระกูลสกอร์เปี้ยนเริ่มสงบแล้ว เขาจึงรู้ได้ว่าผู้คนน่าจะเดินทางเข้าไปในห้องโถงงานเลี้ยงจนหมด เหลือเพียงแค่เขาที่ไม่ได้เดินทางเข้าไป
“นายน้อย 11 รออีกสักครู่”
“กี่นาที”
“สักครู่ เราก็ไม่รู้เช่นกัน”
แอนเดอร์สันไม่อยากถามหาคำตอบอีกต่อไป เขาทำเพียงนั่งนิ่งๆรอดูตัวละครลับที่เขาหวังเอาไว้ว่าจะปรากฎตัวในศาลาแห่งนี้ ระหว่างนี้เองพ่อบ้านหนึ่งคนก็ได้เดินมาจากภายในบ้านเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับหัวหน้าพ่อบ้านที่กำลังดูแลแอนเดอร์สัน เขาที่ใช้เวทย์ใส่หูไว้นานแล้วนั้นจึงได้ยินเสียงพูดชัดเจน
“อีก 30 นาทีจะถึงช่วงสุดท้ายของงานเลี้ยง”
“อืม จะทำให้ดีที่สุด”
พ่อบ้านแยกย้ายแอนเดอร์สันยังคงนั่งต่อไปพลางคิดหาแผนบ้าๆ หากว่าแผนการณ์ในครั้งนี้เขาของไม่สำเร็จ ทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยแสงสว่างเมื่อเห็นน้องสาวสุดแสนจะน่ารักและซุกซนกำลังนั่งอยู่บนกระเช้าเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่กำลังเหาะอยู่บนอากาศมุ่งตรงมายังศาลา
“เยี่ยม บะหมี่ได้ผล”
รอยยิ้มบนใบหน้าของแอนเดอร์สันปรากฎอย่างชัดเจน ส่งผลให้เหล่าพ่อบ้านแสดงท่าทางตกใจกับรอยยิ้มและคนที่ปรากฎตัว หญิงสาวตัวเล็กอายุเพียง 5 ขวบที่อยู่ในกระเช้าเวทมนตร์ที่ถูกทำเป็นเตียงเล็กๆให้เธอได้นอนเล่นกำลังลอยเข้ามาในเขตที่ห้ามไม่ให้แอนเดอร์สันเดินทางออกไป
“คุณหนู ทำไมคุณไม่อยู่ในงานเลี้ยง”
“หิว”
เสียงตอบฉะฉานของเด็ก 5 ขวบ แอนเดอร์สันที่ได้ยินเขาถึงกลับห้ามตัวเองเอาไว้ไม่ให้กอดน้องสาว แม้เธอจะเป็นน้องต่างแม่กันแต่ยังไงเขาก็มักจะเจอเธอบ่อยครั้งหากเดินทางมายังบ้านตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้จักเธอมากนักนอกจากรู้ว่าเธอชอบกิน
“คุณหนู ในงานเลี้ยงมีอาหารมากมายและขนมหวานที่คุณหนูชอบ กระผมจะนำทางให้นะครับ”
“หนูได้กลิ่นหอมจากที่นี่”
กระเช้าที่ถูกปูด้วยผ้านุ่มฟูค่อยๆลอยเข้าไปในศาลา แอนเดอร์สันที่เห็นน้องสาวตัวเล็กๆนั่งอยู่ในกระเช้าเขาจึงฉีกยิ้มต้อนรับ
“เอ๋ พี่แอนทำไมมาอยู่นี่ล่ะ ไม่เข้าไปในงานเหรอ” ท่าทางงุนงงแสดงออกมาจากน้องสาวตัวน้อย
“เข้าไม่ได้น่ะ แล้วไอรีนมาทำอะไรที่นี่เหรอ”
“หนูหิว หนูได้กลิ่นหอม กลิ่นอาหารของพี่แอนหรือเปล่าคะ”
แอนเดอร์สันมองจ้องน้องสาวของเขาที่สวมใส่กระโปงยาวมีโบว์ขนาดใหญ่ติดบนหัวอย่างตุ๊กตา หลังจากมองผมสีขาวที่กำลังสะท้อนแสงอ่อนๆจากมานาที่เอ่อล้นออกมาแอนเดอร์สันก็ได้มองจ้องดวงตากลมโตสีดำของเธอที่กำลังสะท้อนแสงด้วยความสงสัย
“กลิ่นไอ้นี่เหรอ”
ใบหน้าน้อยๆขี่กระเช้าบินเข้ามาหาแอนเดอร์สันก่อนที่เธอจะเบิกตากลมโตให้กว้างเมื่อกลิ่นหอมที่ได้กลิ่นคือบะหมี่ชามใหญ่ในมือพี่ชายของเธอ
“คุณหนูครับ บะหมี่มีสารอาหารที่ต่ำมาก กระผมจะให้คนนำอาหารมาให้ใหม่นะครับ”
พ่อบ้านรีบเข้ามาห้ามในทันที เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้แอนเดอร์สันเข้าใกล้คุณหนูเล็ก ไม่อย่างนั้นอาจจะมีเรื่องที่เกินกว่าจะคาดการณ์เกิดขึ้นมา ทว่าไอรีนกลับไม่ฟังคำพูดของพ่อบ้าน เธอมองเพียงแค่แอนเดอร์สันด้วยสายตาขอร้องว่าอยากกินบะหมี่ภายในถ้วย
“ถ้วยนี้พี่เปิดไว้นานแล้ว เอาถ้วยใหม่ดีกว่า”
“ขอบคุณค่า!” ท่าทางร่าเริงและตื่นเต้นส่งออกมาจากน้องสาว แอนเดอร์สันจึงนำบะหมี่ถ้วยใหม่ออกมาเปิดฝา เธอที่ได้กลิ่นหอมระเบิดออกมาจึงพยายามใช้มือจับตะเกียบคีบกิน
“วาว”
ท่าทางมีความสุขส่งออกมาจากหญิงสาวตัวเล็กๆหลังจากบะหมี่คีบเข้าไปในปาก เธอไม่ฟังอะไรทั้งนั้นนอกจากหลับตาเคี้ยวบะหมี่ด้วยท่าทางมีความสุข แอนเดอร์สันที่เห็นท่าทางของน้องสาวเขาไม่คิดแม้แต่จะขัดขวาง ดูจากท่าทางพ่อบ้านที่เหมือนจะมีหลายคำพูดในใจแต่พูดออกมาไม่ได้ น้องสาวของเขาคงไม่ได้เป็นเด็กร่าเริงเหมือนที่ตาเห็น
“พี่แอน พี่แอนคะ หมดแล้วค่ะ พี่มีให้หนูอีกไหม” เด็กสาวทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ สิ่งที่กินเข้าไปอร่อยมากจนอยากได้เพิ่มอีก
“มีสิ พี่มีอีกเยอะเลย”
“เย่เย่ หนูรักพี่แอนที่สุดเลย”
แอนเดอร์สันเปิดบะหมี่ให้น้องสาวอีกชาม จากนั้นเขาก็กินในส่วนของเขาเพื่อเติมเต็มความหิว ตอนนี้ตัวแปรแรกที่จะทำให้เขาเข้าร่วมงานเลี้ยงก้าวเข้าสู่หมากกระดานของเขาแล้ว ซึ่งเขาได้แต่หวังว่าเธอจะพาเขาเข้าไปในงานให้ทันช่วงที่นายน้อยทุกคนมอบของขวัญให้กับผู้นำตระกูล
“อา อิ่มจัง บะหมี่ของพี่แอนอร่อยมากๆเลยค่ะ ทำยังไงหนูถึงจะได้กินอีก”
“ถ้าพี่มาเยี่ยมที่บ้านจะนำมาฝากอีกนะ”
“ขอบคุณค่าแล้วอะไรอยู่ในมือพี่แอนอย่างนั้นเหรอคะ”
แอนเดอร์สันนำองุนลูกบาศก์ขึ้นมากัดกิน ต่อให้เขาจะกินมันเข้าไปองุ่นลูกบาศก์ก็ไม่ส่งผลต่อเขาแล้ว เขาจึงนำออกมาล่อน้องสาว
“ผลองุ่นลูกบาศน์ มันสามารถเพิ่มพลังเวทย์ได้ 1 ปี”
“อ๋อ หนูจำไม่ค่อยได้ด้วยว่ากินไปแล้วหรือยัง”
“งั้นเรากินกันคนละลูกนะ”
“ขอบคุณค่า” แอนเดอร์สันมองน้องสาวที่กัดองุ่นลูกบาศก์เข้าไปเต็มคำ เขาถึงขั้นขำหลังจากน้องสาวของเขาหลับตาปี๋เพราะความเปรี้ยวของมัน อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้โยนทิ้งเพราะหลังจากกลืนรสเปรี้ยวกลับหายไป เธอจึงกัดกินต่อด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับรสชาติผลไม้ที่เปลี่ยนได้ในผลเดียว